เถาอี้เฉินยังคงมีความหวังลึกๆ ว่า ผู้ที่มีพลังพิเศษด้านความเร็วของมือและสายตานั้นน่าจะยังมีชีวิตอยู่
ทว่าเถาเทียนเต๋อกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความเสียดายว่า “คู่ปรับของคนคนนั้นคือ ‘ชิวสุ่ย’ แต่น่าเสียดาย... นางชิวสุ่ยเสียชีวิตไปนานแล้ว”
“แล้วคุณชิวสุ่ยไม่มีลูกหลานสืบสกุลเลยหรือครับ?” เถาอี้เฉินยังคงซักไซ้ต่อ ในบรรดาทายาทของผู้มีพลังพิเศษ ย่อมมีโอกาสที่จะมีสักคนสองคนที่สืบทอดพร์นี้มา
“ชิวสุ่ยครองตัวเป็โสดตลอดชีวิต ไม่เคยแต่งงาน” เถาเทียนเต๋อตอบ “แต่เคยได้ยินอู๋เทียนพูดว่า ครั้งหนึ่งชิวสุ่ยเคยมีลูกสาวกับผู้ชายคนหนึ่ง ทว่าหลังจากนั้นเด็กคนนั้นก็หายสาบสูญไป อู๋เทียนกังวลว่าเด็กคนนั้นจะได้รับพลังพิเศษถ่ายทอดมาจากแม่ จึงพยายามออกตามหาอยู่หลายปี แต่จนป่านนี้ก็ยังหาไม่พบ”
คำตอบนั้นทำให้เถาอี้เฉินตกอยู่ในห้วงความคิด...
...
ในเวลาเดียวกัน ชูชิงและต้าลี่กำลังเดินกลับบ้าน
“ลุงต้าลี่คะ เมื่อกี้คุณชายเถาบอกว่าครอบครัวของเหลียนซานอาจจะไม่ปลอดภัย ทางตระกูลเถาจะส่งคนมารับพวกเขาทั้งสามคนไปหลบภัยค่ะ”
ต้าลี่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “ลุงเห็นด้วยกับความคิดของอี้เฉินนะ กลับไปถึงบ้านแล้วลุงจะไปคุยกับพี่เหมยฮวาเอง”
“แล้วหนูต้องไปด้วยไหมคะ?”
“ไม่จำเป็หรอก แต่ลุงอยากวานให้เราช่วยพูดกับเหลียนซานหน่อย ลุงคิดว่าเ้าเด็กนั่นคงไม่อยากจากเราไป”
“ไม่หรอกมั้งคะ เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน เขาคงไม่ถึงกับไม่อยากจากกันขนาดนั้นหรอก” ชูชิงตอบปฏิเสธ แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้
ประมาณสิบนาทีต่อมา ทั้งคู่ก็กลับมาถึงบ้าน พบว่าเหลียนโปและเหมยฮวากำลังเก็บตัวอยู่ในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทั้งสองกังวลว่าเื่ราวในอดีตของเหมยฮวาจะทำให้ลูกชายอย่างเหลียนซานต้องเดือดร้อนจนไร้ที่ซุกหัวนอน
เหลียนซานเห็นพ่อแม่เอาแต่หลบหน้าไม่ยอมออกมาข้างนอก จึงตัดสินใจเดินเข้าไปถามให้รู้เื่ “พ่อครับ แม่ครับ ไหนบอกว่าจะไปช่วยงานบ้านคุณย่าหลี่ไงครับ? ทำไมถึงเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องแบบนี้ล่ะ?”
“เหลียนซานเอ๊ย... เป็เพราะแม่ทำเื่ไม่ดีไว้...” เหมยฮวาตั้งท่าจะสารภาพความจริง แต่เสียงของต้าลี่ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“เหลียนซาน...” ต้าลี่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม “ที่พ่อกับแม่ของเธอไม่ออกไปไหน เพราะพวกเขากำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะไปรักษาอาการป่วยของแม่ตามที่ลุงแนะนำ หรือจะอยู่ที่หมู่บ้านเป่ยซินต่อดี”
เด็กหนุ่มทำหน้าประหลาดใจ “ลุงต้าลี่ครับ ทำไมผมไม่เคยได้ยินพ่อกับแม่พูดเื่รักษาอาการป่วยเลย พวกท่านมีอะไรปิดบังผมอยู่หรือเปล่า?”
ชูชิงที่เดินตามเข้ามาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบช่วยเสริม “มีเื่นี้จริงๆ จ้ะ เหลียนซาน เธอออกมาคุยกับฉันข้างนอกหน่อยสิ เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟัง ปล่อยให้ลุงเขาคุยธุระกับพ่อแม่เธอไปก่อน”
“ครับ...” เหลียนซานยอมเดินตามชูชิงออกมา ทั้งสองหยุดยืนอยู่ใต้ซุ้มองุ่น ภายในสวนเหลือเพียงพวกเขาสองคน
“เหลียนซาน ถ้าแม่ของเธอมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ เธอจะสนับสนุนให้ท่านไปรักษาตัวในที่ที่ไกลๆ ไหม?”
เด็กหนุ่มตั้งใจจะตอบว่าสนับสนุนทันที แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังของชูชิง เขาก็เริ่มตระหนักได้ว่า ‘ที่ไกลๆ’ นั้น อาจหมายถึงการที่เขาจะต้องจากที่นี่ไป และอาจไม่ได้เจอชูชิงอีกนาน
“ที่ว่าไกล... ไกลแค่ไหนครับ?”
ชูชิงนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “ไกลขนาดที่พวกเราอาจไม่ได้เจอกันอีกหลายปี เพราะที่ที่สามารถรักษาแม่ของเธอได้เป็โรงพยาบาลลับเฉพาะทาง บุคคลภายนอกห้ามเข้าออก แต่ข้อดีคือที่นั่นเธอจะได้รับการศึกษาที่ดีกว่าอยู่ที่นี่”
“แล้ว... ชูชิงจะไปด้วยไหม?”
“ฉันยังมีพ่อแม่ที่ต้องดูแล คงไปกับเธอไม่ได้หรอก”
“ที่อื่นรักษาแม่ฉันไม่ได้เลยเหรอ?” น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเริ่มสั่นเครือ
“เธอไม่รู้สึกเหรอว่า ก่อนที่แม่เธอจะเป็อัมพาต ท่านดูไม่เหมือนคนปกติทั่วไปเท่าไหร่?”
“ก็... รู้สึกนิดหน่อย เมื่อก่อนฉันรู้สึกว่าแม่ดูลึกลับ ชอบคุยกับพ่ออยู่ดีๆ ก็เงียบไปดื้อๆ เหมือนมีอะไรในใจ”
พอพูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเหลียนซานก็เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ ดูเหมือนเขาจะเข้าใจแล้วว่าการต้องจากไปครั้งนี้เป็เื่จำเป็ เพื่อแลกกับโอกาสที่แม่จะหายป่วย
...
ภายในห้อง ต้าลี่กำลังเผชิญหน้ากับสองสามีภรรยา
เหมยฮวาเอ่ยขึ้นก่อน น้ำเสียงสั่นเครือ “น้องต้าลี่... ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ เป็ความผิดของฉันเอง ฉันไม่ได้หวังให้คุณยกโทษให้ แต่ฉันต้องสารภาพความจริง ไม่อย่างนั้นฉันคงตายตาไม่หลับ”
ต้าลี่มีสีหน้าสงบนิ่ง “พี่ใหญ่เหลียน พี่สะใภ้... เื่ที่ชูชิงเล่าให้ฟัง เื่ที่ผมถูกหมูป่าโจมตี ผมรู้แล้วว่าเป็ฝีมือของพี่สะใภ้ในตอนนั้น แต่ผมไม่โกรธแค้นหรอกครับ เื่ที่ผมจะให้อภัยหรือไม่ ขอให้การฟื้นตัวของพี่เป็เครื่องพิสูจน์แล้วกัน”
เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนกล่าวต่ออย่างจริงจัง “ตอนนี้ข่าวเื่ที่ผมถูกหมูป่าทำร้ายแพร่สะพัดออกไปแล้ว อีกไม่นานคงไปเข้าหูคนคนนั้นที่เคยบงการพี่ ครอบครัวของพวกพี่กำลังตกอยู่ในอันตราย คนคนนั้นอาจตามหาพี่เจอและกำจัดทิ้งเพื่อปิดปาก เพื่อความปลอดภัยของเหลียนซาน ผมแนะนำให้พากันไปหลบในที่ปลอดภัยที่ตระกูลเถาจัดหาให้ครับ”
เหมยฮวาถอนหายใจยาว “ขอบคุณมากค่ะ... ฉันรู้ว่าคุณให้อภัยฉันจริงๆ แต่ฉันกังวลว่าจะบอกเหลียนซานยังไง ถ้าบอกความจริงไป กลัวว่าแกจะรับไม่ได้และเกลียดแม่คนนี้”
“ผมกับชูชิงตกลงกันแล้วว่าจะไม่บอกความจริงกับแกครับ” ต้าลี่ลดเสียงลง “เราจะบอกแค่ว่าพี่สะใภ้ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลลับ และ้าคนในครอบครัวไปช่วยดูแล ที่นั่นเป็ความลับ เข้าออกไม่ได้ รอจนกว่าเราจะจับคนร้ายตัวจริงได้ ทุกอย่างปลอดภัย แล้วค่อยกลับมาเจอกัน”
ทันใดนั้น เหลียนโปก็ทรุดตัวลงคุกเข่า โขกศีรษะให้ต้าลี่ “น้องชายต้าลี่! ผมขอกราบขอบคุณแทนภรรยาผมด้วย ขอบคุณในความเมตตาของคุณจริงๆ ถ้าวันหน้ามีอะไรให้ครอบครัวเราตอบแทนบอกมาได้เลยครับ!”
ต้าลี่รีบประคองเหลียนโปให้ลุกขึ้น เขากำลังจะบอกว่าอยากให้เหมยฮวาช่วยให้ข้อมูลคนบงการ แต่เหมยฮวาชิงพูดขึ้นก่อน
“พ่อเหลียนซาน ไม่ต้องให้น้องชายต้าลี่เอ่ยปากหรอก ฉันรู้ว่าควรทำยังไง พอร่างกายฉันหายดีเมื่อไหร่ ฉันยินดีจะเป็เหยื่อล่อ ให้คนบงการมันเผยตัวออกมา”
“อย่าทำแบบนั้นเลยครับพี่สะใภ้ มันอันตรายเกินไป” ต้าลี่รีบห้าม “ผมแค่หวังว่าพี่จะรักษาสุขภาพ พยายามนึกรายละเอียดในอดีตให้ได้มากที่สุดเพื่อช่วยตระกูลเถาสืบหาตัวคนร้ายก็พอ เมื่อจับคนร้ายได้แล้ว พี่แค่มาเป็พยานชี้ตัว ไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงหรอกครับ เหลียนซานยัง้าแม่ พี่ใหญ่เหลียนโปก็ยัง้าภรรยา”
เหมยฮวายิ้มออกมาทั้งน้ำตา “แค่คุณยอมให้อภัย ฉันก็ดีใจมากแล้ว ชีวิตนี้ของฉันติดหนี้คุณไว้หนึ่งชีวิต สามีกับลูกชายฉันก็ติดหนี้บุญคุณคุณ จริงสิ... ฉันต้องขอบคุณชูชิงด้วย ถ้าไม่มีแม่หนูนั่นช่วยคุณไว้ในตอนนั้น ป่านนี้คุณคงจากโลกนี้ไปแล้ว และฉันเองก็คงตายตามไปด้วย บุญคุณครั้งนี้ฉันจะไม่มีวันลืม ฉันจะไม่ยอมตายง่ายๆ แน่นอน วางใจเถอะค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ต้าลี่ก็วางใจ “ดีแล้วครับ อีกเดี๋ยวจะมีคนมารับ เดี๋ยวผมจะออกไปบอกเหลียนซานย้ำอีกทีว่าพวกพี่ต้องไปรักษาตัว และเมื่อกลับมาเจอกัน พี่สะใภ้จะเดินได้เหมือนคนปกติ ผมเชื่อว่าพ่อแม่ของผมถ้ารู้เื่นี้ก็คงดีใจกับพวกพี่ด้วย”
เหมยฮวาน้ำตาไหลพรากไม่หยุด เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นเหลียนโปก็เบิกตากว้าง
“เหมยฮวา มือคุณ... มือคุณขยับได้แล้ว! นั่นมันข้างที่เคยขยับไม่ได้นี่!”
เหมยฮวามองมือตัวเองด้วยความตกตะลึงระคนดีใจ “จริงด้วย... ฉันขยับได้แล้ว ดูเหมือนร่างกายฉันกำลังฟื้นตัวจริงๆ” เธอรีบหันไปบอกสามี “แต่พ่อเหลียนซาน คุณต้องเก็บเื่นี้เป็ความลับนะ ต้องทำให้เหลียนซานเชื่อว่าโรงพยาบาลลับนั่นรักษาฉันจนหายจริงๆ เข้าใจไหม?”
เหลียนโปพยักหน้ารัวๆ “ได้! ผมจะรูดซิปปากให้สนิทเลย”
หลังจากตกลงกันเรียบร้อย ต้าลี่ก็เดินออกมาจากห้องแล้วส่งสัญญาณให้ชูชิงรู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี
ในขณะนั้น เหลียนซานยังคงยืนจ้องหน้าชูชิงอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ไม่พูดไม่จา เอาแต่จ้องมองตาแป๋ว
ชูชิงถูกจ้องจนเริ่มทำตัวไม่ถูก ความรู้สึกเขินอายเริ่มก่อตัวจนต้องแสร้งทำเป็ดุแก้เก้อ
“นี่เหลียนซาน... จ้องหน้าฉันอยู่ได้ ถ้ายังไม่เลิกจ้อง ระวังจะโดนฉันต่อยเอานะ!”
