ณ เรือนหลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายจวนเ้าเมืองเหอเฟย ไม่มีใครสนใจว่าเด็กน้อยวัยหกหนาวย่างเจ็ดหนาว ที่ล้มป่วยซ้ำซ้อนจากการตกน้ำ และต้องลมเย็นของวสันต์ฤดูได้หมดลมหายใจ แม้แต่สาวใช้ทั้งสองที่สงสารเ้านายตัวน้อย ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเ้านายตัวจริงได้ตายจากไป และบัดนี้มีดวงจิตของหญิงสาวจากโลกอนาคต ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว
ร่างเล็ก ๆ ที่ผ่ายผอมเล็กน้อย เริ่มขยับเปลือกตาไปมาอยู่ครู่หนึ่ง จนดวงตางดงามประหนึ่งดอกท้อค่อย ๆ ลืมตา เมื่อรู้สึกว่าตนเองไม่มีแรงที่จะขยับตัวเอาเสียเลย
ที่นี่ที่ไหน? ทำไมฉันถึงไม่อยู่ในนรกหรือ์ล่ะ ฉันถูกไอ้สารเลวนั่นใช้มีดแทงจนตายเชียวนะ!
จางิ่ได้แต่กรอกตาไปมามองไปทั่วห้อง ที่มีเพียงเตียงไม้เก่า ๆ และโต๊ะสีซีดกลางห้อง
เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ โอ๊ย!! ปวดหัวทำไมถึงปวดแบบนี้
จางิ่นึกทบทวนเื่ราวของตนเอง หลังจากมีภาพเื่ราวของเด็กหญิงตัวน้อย จากอาการปวดหัวจนแทบะเินั่น ครอบครัวนี้เป็อะไรกันไปหมด รังเกียจได้แม้แต่ลูกแท้ ๆ ของตนเอง มีเพียงสาวใช้สองคนคอยเลี้ยงดูั้แ่แรกคลอดจนถึงปัจจุบัน แต่เื่ราวของร่างนี้ ยังไม่น่าใเท่าหน้าจอโปร่งแสงที่ปรากฏอยู่ตอนนี้
[ติ๊ง! ขอต้อนรับเข้าสู่ระบบออนไลน์ขั้นเทพ]
[มีคนใจดีมอบระบบออนไลน์ขั้นเทพนี้ให้กับท่าน ระบบนี้สามารถเปลี่ยนสินค้าทุกอย่างให้เป็เงินได้ หรือจะเลือกซื้อสินค้าจากโลกอนาคตก็ได้อีกเช่นกัน]
[กรุณากดยืนยันเพื่อลงทะเบียน ก่อนเริ่มทำการซื้อขายกับระบบ]
ฉู่จางิ่ที่ยังมึนกับอาการปวดหัว นั่งจ้องหน้าจอสีใสตรงหน้าอย่างงุนงง พอคิดดูอีกทีนี่มันเหมือนในซี่รี่ย์แนวทะลุมิติ และมีตัวช่วยสุดโกงแถมมาให้ นางจึงใช้นิ้วน้อย ๆ จิ้มลงไปเพื่อยืนยันตัวตน
[ติ๊ง ท่านได้ทำการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว หาก้าซื้อขายสินค้ากับระบบ สามารถเรียกได้ตลอดเวลา]
ฉู่จางิ่หันซ้ายหันขวามองไปทั่วห้อง จึงสะดุดเข้ากับกระจกทองเหลือง จึงใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดเดินไปหยิบที่โต๊ะ และยื่นไปตรงหน้าจอของระบบทันที
[ท่าน้าขายกระจกทองเหลืองโบราณ เป็วัตถุที่มีความ้าสูงในตลาด ระบบกำลังประเมินราคาสินค้าของท่าน โปรดรอสักครู่]
ฉู่จางิ่นั่งมองหน้าจอที่กำลังหมุนไปมา และเริ่มลุ้นกับการขายสินค้า ว่าจะได้ราคากี่ตำลึงเพื่อใช้ซื้ออาหารบำรุงตนเอง กับสาวใช้อีกสองคนที่คอยดูแลไม่ห่าง
[ติ้ง กระจกทองเหลืองโบราณประเมินราคาได้ หนึ่งร้อยตำลึงทองท่าน้าขายทันทีหรือไม่]
ขายสิ! จะเก็บไว้ทำไมในเมื่อขายได้เงิน ต่อไปจะได้กินอิ่มท้องเสียที ไหนจะสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ทั้งสองคนของนางอีก หรือจะหาหนทางทำการค้าเพื่อหาเงินก็มิใช่เื่ยาก เมื่อมีตัวช่วยสุดแสนวิเศษนี้อยู่กับตัว
[สินค้าของคุณมีนักสะสมของโบราณรับซื้อเรียบร้อยแล้ว เงินจากการขายสินค้าจะส่งไปยังช่องเก็บของด้านขวามือ ขอบคุณที่ใช้บริการระบบออนไลน์ขั้นเทพ ติ๊ง]
หมับ! “หนึ่งร้อยตำลึงทองก็ไม่น้อยเลยนะเนี่ย แต่คำอธิบายกับสาวใช้ของเด็กคนนี้น่ะสิ หนักใจไม่ใช่เล่น”
“หนิงอวี่เร็วเข้า ไม่รู้ตอนนี้คุณหนูจะฟื้นหรือยัง มีไข้สูงมาหลายวันข้ารู้สึกหวั่นใจพิกล” ฮุยอินเอ่ยเร่งสหายให้เพิ่มความเร็วของฝีเท้า
“หากวันนี้ไข้ยังไม่ยอมลด ข้าจะบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากฮูหยินเอง ถึงจะถูกโบยขอแค่มีท่านหมอมารักษาคุณหนู จะเจ็บหนักข้าก็ยอมนะฮุยอิน” หนิงอวี่ที่มาจากครอบครัวยากจน ขายตัวมาเป็สาวใช้ที่จวนแห่งนี้ ไม่คิดว่าคุณหนูฐานะสูงส่ง จะพบเจอความอดสูยิ่งกว่าชาวบ้านเช่นนางเสียอีก
ฉู่จางิ่ได้ยินเสียงสาวใช้ทั้งสอง ก็รีบกลับไปที่เตียงและซ่อนถุงเงินไว้ ก่อนจะแสร้งนอนหลับเป็คนป่วยอีกครั้ง
สาวใช้ทั้งสองยกอ่างน้ำมาเช็ดตัวให้ฉู่จางิ่ และมีถ้วยโจ๊กที่มีเม็ดข้าวอยู่น้อยนิด กับผัดผักไม่กี่ชิ้นสำหรับมื้อนี้ หนิงอวี่เช็ดตัวฉู่จางิ่อย่างระมัดระวัง แต่นางกลับรู้สึกว่าความร้อนจากพิษไข้ แทบจะไม่มีหลงเหลืออยู่เช่นก่อนหน้านี้
ฉู่จางิ่ที่ทนนอนต่อไม่ไหว จึงทำทีว่าตนเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา เมื่อมีผ้าชุบน้ำมาถูกร่างของนาง ทำเอาหนิงอวี่เรียกเ้านายตัวน้อย ด้วยความดีใจฮุยอินก็รีบเข้ามาดูอาการด้วยอีกคน
“อืม”
“คุณหนู! คุณหนูของบ่าวฟื้นแล้ว ในที่สุดท่านก็ยอมฟื้นขึ้นมาเสียที ฮุยอิน ๆ คุณหนูได้สติจากพิษไข้แล้ว”
“คุณหนูเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ยังปวดศีรษะอยู่หรือไม่” ฮุยอินดีใจไม่ต่างจากหนิงอวี่ ที่กำลังแตะตัวเพื่อตรวจดูความร้อนจากพิษไข้
“ไม่ปวดแล้วเ้าค่ะแต่ยังรู้สึกเพลียอยู่เล็กน้อย พวกพี่สองคนเล่าได้พักผ่อนกันบ้างหรือไม่ มัวแต่ดูแลข้าเช่นนี้คงจะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยเลยนะเ้าคะ ขอบคุณพวกท่านสองคนมาจริง ๆ ที่คอยดูแลข้าเสมอ” ฉู่จางิ่มองใบหน้าของสาวใช้ ดูอิดโรยจากการคอยดูแลตนเอง
“ฮึก บ่าวไม่เหนื่อยเลยเ้าค่ะ ขอเพียงคุณหนูหายป่วยไข้ก็พอ” หนิงอวี่ทั้งดีใจทั้งโล่งใจจนร้องไห้ออกมา นางกลัวมากกว่าคุณหนูน้อยที่เลี้ยงมากับมือ จะต้องมาตายั้แ่อายุยังน้อยเช่นนี้
“ตอนที่ข้าล้มป่วยคงมีเพียงพวกพี่สองคน คอยดูแลอยู่ข้าง ๆ สินะเ้าคะ คนในครอบครัวไม่มีใครมาสนใจตัวเสนียดเช่นข้า”
“คุณหนูอย่าพูดเช่นนั้นสิเ้าคะ ท่านไม่ใช่ตัวเสนียดอันใดสักนิด ใครไม่สนใจก็ช่าง แต่คุณหนูยังมีข้ากับฮุยอิน ที่จะอยู่เคียงข้างคอยดูแลคุณหนูเช่นนี้ตลอดไปนะเ้าคะ” หนิงอวี่รีบเอ่ยห้ามมิให้ฉู่จางิ่ กล่าวว่าตนเองเป็ตัวเสนียด จนคนในครอบครัวรังเกียจ
“ใช่เ้าค่ะคุณหนูใครจะคิดอย่างไรก็ช่างเถิด แต่สำหรับพวกบ่าวสองคนคุณหนูคือดาวนำโชคมากกว่าเ้าค่ะ” ฮุยอินเห็นด้วยกับคำพูดนี้
“อย่าพูดถึงเื่ไม่สบายใจดีกว่าเ้าค่ะ บ่าวว่าคุณหนูทานโจ๊กเสียหน่อย จะได้แข็งแรงไว ๆ นะเ้าคะ” หนิงอวี่รีบเปลี่ยนเื่พูดคุย
“ขอบคุณพวกพี่สองคนมากจริง ๆ ที่ไม่ทอดทิ้งข้าไว้เพียงลำพัง วันหน้าหากข้าได้ดีมีฐานะร่ำรวย ย่อมตอบแทนพวกท่านอย่างดีเ้าค่ะ” ฉู่จางิ่ซึ้งใจแทนเ้าของร่าง ที่มีสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์สองคนนี้อยู่เคียงข้าง
ฉู่จางิ่รับถ้วยโจ๊กมาทานเอง และยังนึกถึงเื่ที่สาเหตุที่ทำให้ดวงจิตของตน ทะลุมิติย้อนมายังโลกคู่ขนาน ที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริงก็น้ำตาคลอเล็กน้อย ความเ็ปเสียใจยังคงมีอยู่ รวมกับความโดดเดี่ยวของเด็กน้อยเ้าของร่างที่จากไป คนในครอบครัวคงมีชีวิตที่ดีขึ้นจากเงินประกันของนาง ส่วนผู้ชายสารเลวเช่นนั้น นางขอตัดวาสนาต่อกันทุกชาติไป
ขณะที่ฉู่จางิ่ตักโจ๊กกลืนลงท้องได้ไม่กี่คำ เสียงพูดจาดูถูกก็ดังขึ้นด้านหน้าประตูเรือน นางจึงหันไปถามหนิงอวี่กับฮุยอินด้วยสายตา ว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็ใคร
“อี๋! ท่านแม่เ้าคะทำไมพวกเราต้องมาที่นี่ด้วย มีแต่เศษฝุ่นเต็มไปหมดชายกระโปรงข้าสกปรกแล้วเ้าค่ะ” ฉู่เฟินเยว่เดินมากับมารดาผู้เป็อนุ ที่พาตนเองมาดูว่าฉู่จางิ่ใกล้จะตายหรือยัง
“เยว่เอ๋อร์แค่ชายกระโปรงเลอะเพียงเล็กน้อย เ้าอดทนเสียหน่อยประเดี๋ยวกลับเรือนถอดชุดนี้ให้ซินอี๋เอาไปทิ้งก็ยังได้” ชุยเยี่ยนฟางก้มลงมองบุตรสาว ที่ยามนี้เป็ที่รักของครอบครัว มากกว่าบุตรสาวสายตรงของฮูหยินเอกอย่างฉู่จางิ่
“เ้าค่ะท่านแม่”
หนิงอวี่เห็นสายตาของเ้านายน้อย ที่มีคำถามแม้จะสงสัยว่าทำไมถึงจำไม่ได้ แต่ยังคงตอบคำถามให้ฉู่จางิ่
“..?..”
“เป็อนุชุยกับคุณหนูรองฉู่เฟินเยว่เ้าค่ะ พวกนางคงมาซ้ำเติมหรือไม่ก็มาดูว่าคุณหนูเป็อย่างไรกระมัง”
“อ่อ บุตรสาวคนโปรดของคนทั้งจวน ที่ช่วยหนุนดวงชะตาให้ท่านพ่อ ได้ดิบได้ดีก้าวหน้าในตำแหน่งขุนนางน่ะหรือ”
“คุณหนูอย่าคิดมากเลยเ้าค่ะ ถึงอย่างไรท่านก็เป็คุณหนูใหญ่ของตระกูลฉู่” ฮุยอินพยายามปลอบใจฉู่จางิ่
“หึ พวกพี่สองคนไม่ต้องห่วง ในเมื่อข้ารอดพ้นจากแม่น้ำเหลืองมาได้ ถึงจะมีอายุเพียงหกหนาว แต่ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาหยามเกียรติได้แน่เ้าค่ะ” ฉู่จางิ่จากโลกอนาคต ที่ฟันฝ่าเื่ราวต่าง ๆ มามากมาย จะกลัวกับเื่บ้านเล็กของบุรุษได้อย่างไร
ถ้วยโจ๊กอุ่น ๆ ยังคงอยู่ในมือน้อย ๆ แต่ผู้ถือกลับหยุดกินมันเสียอย่างนั้น และใช้สายตาจ้องมองไปที่ประตู ว่าแขกที่มาเยือนจะปรากฏเมื่อใด เพียงชั่วลมหายใจทั้งนายและบ่าว ก็ก้าวเข้ามาด้านในห้องพร้อมสายตาดูแคลนอย่างชัดเจน
อนุชุยยืนมองคุณหนูใหญ่ของจวน และแอบยิ้มเยาะออกมาเล็กน้อย “อา จางิ่ ข้าไม่ได้พบเ้ามาพักใหญ่ ข้าก็ได้ยินข่าวมาว่าเ้าล้มป่วยงั้นหรือเป็อย่างไรบ้างเล่า?”
ฉู่เฟินเยว่หัวเราะเบา ๆ มองจางิ่ด้วยแววตาดูแคลน
“ท่านแม่จะถามไปทำไมเ้าคะโชคดีแค่ไหนที่นางยังไม่ตาย ไม่เช่นนั้นงานศพของนาง จะทำให้ท่านพ่อโชคร้ายได้นะเ้าคะ”
ฉู่จางิ่ยิ้มบาง ๆ มองพวกนางด้วยแววตาที่สงบนิ่ง แต่ซ่อนความความไม่พอใจเอาไว้ “ขอบคุณอนุชุยที่เป็ห่วง บังเอิญข้ายังไม่ถึงเวลาตายกระมัง ขอโทษด้วยที่ทำให้พวกเ้าต้องผิดหวัง"
อนุชุยยิ้มเหยียดกับคำพูดของฉู่จางิ่ “เชอะ แล้วอย่างไรเ้าอยู่หรือตาย ทุกคนในจวนก็มิได้สนใจชีวิตนี้ของเ้า เมื่อลองเทียบกับเยว่เอ๋อร์ของข้าแล้วเ้าไม่มีทางเทียบได้ แม้แต่มารดาแท้ ๆ ของเ้ายังไม่คิดมาเยี่ยม ลองตรองดูเถิดว่าเ้าควรทำตัวเช่นไร”
ฉู่เฟินเยว่กอดอกเชิดหน้าอย่างถือดี “ท่านแม่อย่าพูดกับนางให้เสียเวลาดีกว่าเ้าค่ะ ข้าอยากเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว”
“ได้สิจ๊ะลูกแม่ หึ จางิ่เ้าอยู่ที่เรือนนี้เงียบ ๆ ทำตัวให้ดีอย่าได้เสนอหน้าไปวุ่นวายที่เรือนใหญ่ เพราะอีกเจ็ดวันจะมีขุนนางจากเมืองหลวงนำราชโองการมาที่นี่ ถ้าไม่อยากถูกบิดาของเ้าทำโทษ จงอยู่อย่างเจียมตัวต่อไป พวกเ้าสองคนก็เช่นกัน ควบคุมดูแลนางให้ดีอย่าปล่อยออกไปนอกเรือนเด็ดขาด หากการรับราชโองการเกิดมีปัญหา นายท่านจะขายพวกเ้าสองคนออกไปเสีย” อนุชุยหันไปสั่งหนิงอวี่กับฮุยอิน ด้วยน้ำเสียงที่วางอำนาจกับบ่าวไพร่
“บ่าวทราบแล้วเ้าค่ะ”
ฉู่จางิ่ยังคงจ้องมองสองแม่ลูก ด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและไม่พอใจอย่างมาก
“อนุชุยไม่ต้องกังวลไป เชิญพวกท่านเสพสุขกันตามสบายเถิด ทางที่ดีอย่าได้มาเหยียบที่เรือนสกปรกของข้าอีก ประเดี๋ยวเกิดโชคร้ายขึ้นมา จะกล่าวโทษว่าข้าเป็คนทำไม่ได้หรอกนะ ถ้าหมดธุระแล้วก็เชิญ”
“หึ ก็ดี! ข้าจะรอดูน้ำหน้าคนอย่างเ้า ว่าจะอยู่ในจวนนี้ได้นานแค่ไหนไปกันเถิดเยว่เอ๋อร์” อนุชุยไม่คิดว่าฉู่จางิ่ ที่ไม่เคยมองสบตา หรือแม้แต่ตอบโต้ตนเอง ยามนี้กลับเป็คนละคนไปเสียได้
ฉู่จางิ่ยิ้มมุมปาก “รอดูต่อไป บางทีความจริงที่ท่านเห็นกับสิ่งที่ข้าสร้างอาจต่างกัน ข้าจะให้พวกท่านได้เห็นว่าชีวิตข้าไม่ได้จบลงที่นี่”
“แล้วข้าจะคอยดู ฮึ”
ชุยเยี่ยนฟางที่ตั้งใจมาตอกย้ำความต่ำต้อย ที่ฉู่จางิ่ไม่อาจได้รับเช่นบุตรสาวของนางได้ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็อย่างที่คิด เมื่อเด็กหญิงอ่อนแออย่างฉู่จางิ่ จะกล้าพูดจาโต้ตอบนางกลับมา ซึ่งแตกต่างจากเดิมยิ่งนักถึงอย่างไรชุยเยี่ยนฟางมิได้สนใจนาน ขอเพียงบุตรสาวของนางได้รับทุกสิ่ง ที่ควรจะเป็ของฉู่จางิ่ทั้งหมดก็เพียงพอแล้ว
