ในเวลาเดียวกัน ณ จวนแห่งหนึ่ง ในเมืองเทียนโหมวชั้นนอก
“พี่เหลย ในที่สุดก็วางใจได้แล้ว ฮ่าฮ่า เผ่าของข้าพูดกันว่า พวกเขาจะไม่มีวันปล่อยให้หลี่โหย่วฉายมีชีวิตรอดออกมาจากหอคอยเทียนกัง!” อินิมีสีหน้าสบายใจ ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความดุร้าย นับั้แ่เสร็จสิ้นงานเลี้ยงในวันนั้น อินิก็ไม่เคยดูโล่งใจได้เท่าวันนี้เลย
หลัวอวิ๋นทุนและศิษย์หนุ่มจำนวนหนึ่งต่างก็มีความสุขเช่นกัน แม้แต่ใบหน้าของเหลยจั๋วเยว่ก็ดูดีขึ้นมากเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น
อาจพูดได้ว่า หลังจากเสร็จสิ้นการท้าประลองอสูรธรณีมา เหลยจั๋วเย่วเป็กังวลมาโดยตลอด สิ่งต่างๆ ที่ฉินอวี่ทำตลอดเวลาที่อยู่ในการท้าประลอง ทำให้เหลยจั๋วเยว่กระวนกระวายใจเป็อย่างมาก และสิ่งที่ทำให้เหลยจั๋วเยว่ยิ่งเป็กังวลก็คือท่าทีของตระกูลเหลย
นับั้แ่เกิดการเดิมพันในงานเลี้ยงวันนั้น ตระกูลเหลยนิ่งเงียบมาโดยตลอด ราวกับว่าไม่เคยรับรู้เื่การเดิมพันมาก่อน และยิ่งตระกูลเหลยนิ่งเฉยมากเท่าใด ยิ่งทำให้เหลยจั๋วเยว่สับสนมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งตระกูลเหลยนิ่งเฉย ก็ยิ่งหมายความว่าตระกูลเหลยไม่้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่ของการเดิมพัน ถึงแม้ตนเองจะพ่ายแพ้ ตระกูลเหลยก็สามารถผลักเื่นี้ให้พ้นตัวได้อย่างสิ้นเชิง
เหลยจั๋วเยว่ไม่ได้รังเกียจความโหดร้ายของตระกูลเหลย แต่เกลียดตนเองที่ทำให้ทุกอย่างพลิกผันไปจนหมด หากก้าวแรกผิด ก้าวต่อๆ ไปก็ต้องผิดตามกัน ดูเหมือนว่าเื่นี้จะกลายเป็ปมในใจของเขาไปแล้ว
หลังจากเสร็จสิ้นการท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณี เหลยจั๋วเยว่ไม่ลังเลเลยที่จะทิ้งตัวตนไปเยี่ยมเยียนเหล่าอสูรธรณี เพื่อจะขอความร่วมมือจากอสูรธรณีในการล้อมสังหารฉินอวี่ในหอคอยเทียนกัง ในตอนนี้ เมื่อได้ยินคำพูดของอินิ เหลยจั๋วเยว่จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกจริงๆ
ในฐานะเป็คนของเผ่าตระกูลอิน คำพูดของอินหยางดูมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ พูดจริงทำจริง เขาบอกว่าจะไม่ปล่อยให้หลี่โหย่วมีชีวิตรอดจากหอคอยเทียนกัง ดังนั้น... หลี่โหย่วฉายจะต้องตายอยู่ในหอคอยเทียนกังแน่นอน นอกเสียจาก... หลี่โหย่วฉายจะสังหารอินหยาง!
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าหลี่โหย่วฉายไม่มีทางเป็คู่ต่อสู้กับอินหยางผู้มีสายเืหยินหยาง ต่อให้หลี่โหย่วฉายมีพละกำลังที่ว่า เขาก็ต้องฆ่าอินหยางแน่นอน แต่ถึงเป็ดังนั้น... เหลยจั๋วเยว่ก็วางใจ
ในฐานะที่อินหยางเป็คนของเผ่าตระกูลอิน ผู้มีสายเืบริสุทธิ์ที่สุดของตระกูลอินนอกเหนือจากหยินหยางเต้าจวิน ดังนั้น หากไม่มีอะไรผิดคาด อินหยางจะต้องได้เป็ผู้นำตระกูลอินอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น นับั้แ่อินหยางถือกำเนิด หยินหยางเต้าจวินได้ยกเลิกการประลองของผู้สืบทอดตระกูลอิน จึงเห็นได้ว่า พวกเขาฝากความหวังไว้กับอินหยางสูงเพียงใด!
หากอินหยางต้องตาย ก็ยากจะจินตนาการได้ถึงความโกรธของหยินหยางเต้าจวิน ถึงเวลานั้น แม้แต่ผู้เฒ่าร้องไห้ก็คงไม่อาจปกป้องหลี่โหยวฉายได้!
ดังนั้น ไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็รูปแบบใด ก็สามารถวางใจได้ทั้งสิ้น เหลยจั๋วเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดี และพูดขึ้นเสียงดัง “เอาล่ะ จัดงานเลี้ยงกันเถอะ!”
สองสามเดือนมานี้ หลัวชิงเยว่ดูมีความสุขเป็อย่างยิ่ง ทุกๆ ครั้งที่นึกถึงการได้ออกไปจากแดนต้าโหมวเทียนเพื่อออกไปพบเจอกับโลกภายนอก หลัวชิงเยว่ก็รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง จนอยากจะให้เวลาหมุนเร็วยิ่งขึ้น
นับั้แ่นางได้รู้ว่า จะมีหรือไม่มีฉินอวี่ก็สามารถออกไปจากแดนต้าโหมวเทียนแห่งนี้ได้ หลัวชิงเยว่ก็ทิ้งฉินอวี่ไว้ด้านหลังแล้ว เพราะท้ายที่สุด เหตุผลที่นางดึงตัวฉินอวี่มาก็เป็เพราะโอกาสสำคัญที่ฉินอวี่พูดถึง ไม่เช่นนั้น หลัวชิงเยว่คงถอยห่างออกมานานแล้ว ั้แ่ฉินอวี่ไปยั่วยุเหล่าอัจฉริยะหนุ่มสาวจำนวนมากมายขนาดนี้
ขณะที่หลัวชิงเยว่กำลังคิดจะนำสิ่งเ่าั้ออกไปจากแดนต้าโหมวเทียน เสียงเบาๆ ก็ดังขึ้นมา “น้องชิงเยว่ ไม่พบกันนาน เป็เช่นไรบ้าง”
หลัวชิงเยว่ใ รีบหันไปมองทันที และเมื่อนางได้เห็นคนที่มาถึง ดวงตาอันงดงามของหลัวชิงเยว่ก็เบิกกว้างทันที และพูดด้วยความประหลาดใจ “พี่จิ่นซิ่ว?”
โหมวจิ่นซิ่วเดินเข้าไปตรงด้านข้างของหลังชิงเยว่ ด้วยการแต่งกายแบบชุดชาววังสมัยโบราณทำให้โหมวจิ่นซิ่วดูสง่างามและทรงเกียรติยิ่งนัก ใบหน้าอันงดงามเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย โหมวจิ่นซิ่วยังไม่ทันพูดอะไร หลัวชิงเยว่ก็วิ่งเข้ามาจับข้อมือของนางทันทีอย่างสนิทสนม “พี่จิ่นซิ่ว ทำไมวันนี้พี่จึงมีเวลาว่างมาหาข้าได้? มีเื่อะไรท่านให้คนมาแจ้งข้าก็ได้นี่นา ประเดี๋ยวชิงเยว่จะไปพบท่านเองจึงจะถูกต้อง”
ในแดนต้าโหมวเทียน มีคนไม่มากนักที่ทำให้หลัวชิงเยว่เคารพได้เช่นนี้ และโหมวจิ่นซิ่วก็เป็หนึ่งในจำนวนนั้น
หลัวชิงเยว่รู้ดีถึงเื่การเผชิญหน้าและสถานการณ์ของโหมวจิ่นซิ่ว นางรู้สึกชื่นชมแต่ก็เห็นใจ นางรู้ว่าโหมวจิ่นซิ่วจะต้องใช้ความพยายามอย่างมาก จึงจะกำจัดชะตากรรมได้ แต่แล้วจะทำไม? แม้ว่าจะได้เป็สามสิบหกขุนพล์แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ทุกครั้งที่พบกับโหมวจิ่นซิ่ว ในใจของหลัวชิงเยว่มักจะรู้สึกตนเองโชคดีเป็พิเศษ โชคดีที่ตนเองเกิดในตระกูลหลัว และมีปู่ทวดที่น่ารัก
เพียงแต่ ในวันนี้ โหมวจิ่นซิ่วมาถึงที่นี่อย่างกะทันหัน ทำให้หลัวชิงเยว่งุนงงเป็อย่างมาก ปกติแล้วทั้งสองไม่ค่อยได้ติดต่อกันมากนัก และมักจะไม่ค่อยได้ยินบ่อยนักว่าโหมวจิ่นซิ่วจะไปเยี่ยมเยือนใครด้วยตนเอง
โหมวจิ่นซิ่วยิ้มอย่างเรียบนิ่ง และพูดขึ้น “น้องชิงเยว่ ไม่ต้องมากพิธี ข้ามาที่นี่ครั้งนี้ อยากจะมาถามถึงใครบางคน”
“ถามถึงใครบางคนหรือ? ใครกัน?” หลัวชิงเยว่พูดอย่างสงสัย
“หลี่โหย่วฉาย!” โหมวจิ่นซิ่วจ้องมองหลัวชิงเยว่ และพูดออกไปตามตรงอย่างไม่มีอ้อมค้อม
“เอ๊ะ?” หลัวชิงเยว่มองไปทางโหมวจิ่นซิ่วอย่างสงสัย และรู้สึกไปว่าตนเองอาจได้ยินผิดไป “หลี่โหย่วฉายหรือ? พี่จิ่นซิ่ว ท่านอยากรู้เื่หลี่โหย่วฉายหรือ?”
“ใน่สองปีที่ผ่านมา ชายคนนี้เป็ที่สนใจของผู้คนยิ่งนัก และเพราะเื่การเดิมพันในงานเลี้ยง ทำให้ข้าเหมือนติดอยู่ในวังวน และข้าได้ยินมาว่าเขาคือคนที่เ้าพาเข้ามายังเมืองหลักเทียนโหมว?” โหมวจิ่นซิ่วถามด้วยความอยากรู้
“ข้าเป็คนพาเขาเข้ามายังเมืองหลักเทียนโหมวจริงๆ” หลัวชิงเยว่พยักหน้าอย่างไม่ปิดบัง และเล่ารายละเอียดของเื่ทั้งหมดออกมาทันที
หลังจากได้ฟังเื่ราวทั้งหมดจากหลัวชิงเยว่แล้ว ดวงตาอันงามของโหมวจิ่นซิ่วก็นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนถามอีกครั้ง “หลี่โหย่วฉายเคยพูดกับข้าถึงเื่โอกาสสำคัญอะไรนั่น มันทำให้ข้างงมาก ไม่ทราบว่าน้องชิงเยว่พอจะรู้เื่โอกาสสำคัญอะไรนั่นหรือไม่?”
ดวงตาของหลัวชิงเยว่กะพริบทันที และตอบไปอย่างเฉยเมย “พี่จิ่นซิ่ว ท่านอย่าได้ถูกหลี่โหย่วฉายหลอกเลยนะ เื่โอกาสนั่นเป็เพียงเื่เหลวไหล”
“อย่างนี้นี่เอง” โหมวจิ่นซิ่วเลิกคิ้วขึ้น และพยักหน้าเล็กน้อย แต่สายตาของนางยังคงส่องประกายอย่างหนักแน่น
หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย โหมวจิ่นซิ่วก็ลากลับไป ส่วนหลัวชิงเยว่ยืนมองโหมวจิ่นซิ่วที่กำลังจากออกไป ในใจเต็มไปด้วยความสับสนมึนงง แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด นางจึงรู้สึกเหมือนมีสิ่งผิดปกติบางอย่างกับโหมวจิ่นซิ่วในวันนี้ แต่นางก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร
เมื่อโหมวจิ่นซิ่วกลับถึงจวนพำนักของตนเอง นางก็ค่อยๆ เดินเล่นอยู่ในลานบ้าน ท้ายที่สุด นางก็หยุดลงที่ริมสระแห่งหนึ่ง มองไปยังฝูงปลาในสระ โหมวจิ่นซิ่วก็พึมพำกับตนเอง “นี่มันเื่อะไรกันแน่? โอกาสในการออกไป... ดูเหมือนว่าหลัวชิงเยว่จะไม่ใส่ใจ... ไม่สิ นับั้แ่กลับมาจากคุกโหมวเทียน ก็ดูเหมือนว่าหลัวชิงเยว่จะเริ่มห่างเหินกับหลี่โหย่วฉาย... หรือว่า พวกเขาได้เตรียมความพร้อมที่จะทำลายการกักขังแล้ว?” โหมวจิ่นซิ่วอดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปบนฟากฟ้า
“หากเป็เช่นนี้... เช่นนั้นแล้ว... เป้าโจมตีของทุกคนอย่างเขาจะสู้เพียงลำพังได้หรือ?” โหมวจิ่นซิ่วพึมพำ ในความคิดของนางปรากฏภาพอันโอหังและดูเชื่อมั่นในตัวเอง...
การทดสอบสามสิบหกขุนพล์กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และเหลือเวลาเพียงสามเดือนเท่านั้น
ด้วยอาศัยฤทธิ์ของโอสถหลอมพลังฉินอวี่จึงก้าวสู้ขั้นเทพ์ได้สำเร็จ แต่ฉินอวี่ก็ไม่มีเวลารวบรวมความแข็งแกร่ง เขาจึงรวบรวมจิตใจเข้าไปยังฝ่ามือข้างขวา และพูดขึ้น “จู๋ฮวง เหลือเวลาเพียงสามเดือนแล้ว เ้าสามารถหาวิธีจัดการกับมันได้หรือยัง? สามเดือนจากนี้ก็จะถึงการทดสอบสามสิบหกขุนพล์ ข้าจะต้องได้ตำแหน่งนั้นมานะ”
“นี่เ้าหนุ่มน้อย พาข้าไปยังแผ่นผนึกว่านเซี่ยงที่เ้าพูดถึงหน่อย ขอเพียงมันคือแผ่นผนึกธรณี ข้าจะปกป้องเ้าได้อย่างปลอดภัย!” จู๋ฮวงตอบกลับ
ฉินอวี่พูดออกไปอย่างไม่คิดทันที “ไม่มีทาง!” จุดประสงค์ของฉินอวี่คือวิชาลับ ทักษะยุทธ์จากจู๋ฮวง แต่หากจู๋ฮวงได้รับพลังจากแผ่นผนึกว่านเซี่ยง ตนเองจะควบคุมได้หรือไม่ นั่นคือปัญหาสำคัญ!
