วันรุ่งขึ้น ศาลต้าหลี่เปิดการพิจารณาคดีคดีฆาตกรรมของตระกูลหานตามกำหนด มันเป็คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่เพราะคำสั่งของไท่เฮา นอกจากจะสั่งให้ศาลต้าหลี่เข้ามาพิจารณาคดี ก็ยังให้ใต้เท้าโอวหยางแห่งศาลต้าหลี่มาเป็ผู้พิพากษาในการพิจารณาคดีด้วย
ในความเป็จริง เอกสารที่ส่งมาโดยซุ่นเทียนเมื่อวานนี้มีรายละเอียดมาก และเพียงพอสำหรับใต้เท้าโอวหยางที่ต้องดำเนินการพิจารณาคดีขั้นสุดท้าย ใต้เท้าโอวหยางเข้าใจเป็อย่างดีว่า การที่ไท่เฮาส่งคดีนี้ไปยังศาลต้าหลี่เพื่อการพิจารณาคดี มันเป็เพียงการปกปิดเท่านั้น ไท่เฮา้าเพิ่มข้อหาให้กับตระกูลหานและเพิกถอนสิทธิ์การประกอบวิชาชีพแพทย์ของตระกูลหาน
ทุกคนต่างมารวมตัวกัน หานอวิ๋นซีเองก็นั่งฟังอยู่ข้างๆ
เป็เพราะหานอวิ๋นซีนั่งอยู่ข้างๆ ใต้เท้าโอวหยางจึงรู้สึกกดดันและระมัดระวังในทุกๆ คำพูด เขาจัดการคดีอีกครั้งอย่างอดทน
เมื่อเห็นว่าหานอวิ๋นซีไม่คัดค้าน ใต้เท้าโอวหยางจึงเริ่มตัดสิน
“หลักฐานทั้งสามอย่างแสดงให้เห็นว่าหมอหลี่จ่ายยาผิด ซึ่งทำให้แม่สามีของเฉินซื่อโดนพิษและเสียชีวิต หมอหลี่ฆ่าตัวตายเนื่องจากการฆ่าคนโดยไม่เจตนา ดังนั้นจึงไม่ต้องรับผิดชอบอีกต่อไป”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ใต้เท้าโอวหยางก็หยุดครู่หนึ่ง เดิมทีอี๋เหนียงเจ็ด้าจะบ่น แต่เมื่อวานหานอวิ๋นซีทำให้นางสบายใจ ดังนั้น นางจึงทำได้แต่อดทน
หานอวิ๋นซีกำลังดื่มชาอย่างสบายๆ ราวกับเทพเ้า โดยไม่รีบร้อนใดๆ
อี๋เหนียงเจ็ดไม่เข้าใจนาง แต่ใต้เท้าโอวหยางกลับรู้สึกประหม่าเมื่อมอง
เมื่อพิจารณาจากหลักฐานแล้ว คดีนี้เกือบจะไร้ที่ติ ตัดสินจากประสบการณ์การพิจารณาคดีหลายปีของเขา เป็ไปไม่ได้เลยที่คดีจะพลิก อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นท่าทางสงบของหานอวิ๋นซี ใต้เท้าโอวหยางก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างอธิบายไม่ได้
ทั้งห้องเงียบอย่างน่าขนลุก เมื่อไม่มีใครคัดค้านใดๆ ใต้เท้าโอวหยางจึงพูดต่อว่า “สมาชิกของตระกูลหานประมาทเลินเล่อ ไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมดูแล พวกเขาไม่สามารถหลีกหนีความผิดได้และพวกเขาต้องจ่ายเงินให้ตระกูลเฉินเป็เงินหนึ่งพันตำลึง!”
พูดมาถึงตรงนี้ ใต้เท้าโอวหยางก็หยุดอีกครั้งและมองไปที่หานอวิ๋นซีอีกครั้ง เห็นเพียงว่าหานอวิ๋นซียังคงสงบนิ่งราวกับว่าไม่ได้ยินอะไรเลย
ใต้เท้าโอวหยางรู้สึกโล่งใจในตอนนี้ เขาคิดว่าหลักฐานมีข้อสรุปแล้ว ถึงหวังเฟยมีใจที่จะโต้แย้ง แต่ก็ไม่มีเหตุผลพอที่จะโต้แย้งอยู่ดี ดูเหมือนว่านี่จะเป็วิธีเดียวที่จะจัดการกับเื่นี้
สำหรับการตัดสิทธิ์ในการประกอบวิชาชีพแพทย์ของตระกูลหาน นั่นเป็คำสั่งของไท่เฮาและไม่เกี่ยวข้องกับศาลต้าหลี่
ใต้เท้าโอวหยางถอนสายตากลับมาและถอนหายใจด้วยความโล่งอก และอ่านหมายพิจารณาคดีต่อไป “ตามคำสั่งของไท่เฮา ตระกูลหานได้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงโดยการวินิจฉัยอาการป่วยของไท่จื่อผิดพลาด ตอนนี้ยังคงกระทำผิดซ้ำ จนนำไปสู่ความผิดพลาดครั้งใหญ่ โรงหมอทางใต้ต้องถูกปิด วัตถุดิบยาทั้งหมดของตระกูลหานก็จะถูกยึด และจะถูกตัดสิทธิ์ตระกูลหานอย่างถาวรจากการประกอบวิชาชีพแพทย์ในเทียนหนิง!”
ทันทีที่พูดจบ ในตอนแรกผู้ฟังที่เต็มไปด้วยความเงียบ ตอนนี้ก็ยังคงเป็เช่นเดิม...
อี๋เหนียงเจ็ดไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ะโด้วยความโกรธ “ไม่ได้ เราโดนใส่ร้าย! ตระกูลหานเป็ผู้บริสุทธิ์ หมอหลี่ต้อง...”
ก่อนที่นางจะพูดจบ หานอวิ๋นซีก็ยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้นางสงบสติอารมณ์ อี๋เหนียงเจ็ดหายใจหอบและกระตือรือร้นอย่างมาก นางมองไปที่หานอวิ๋นซี แม้ว่าจะไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้ แต่ก็ยังพยายามบังคับตัวเองให้สงบลง
เมื่อวานนี้มีเพียงการกล่าวว่าจะตัดสิทธิ์การประกอบวิชาชีพแพทย์ แต่วันนี้กลับเพิ่มมาอีกหนึ่งข้อ คือการยึดวัตถุดิบยาของตระกูลหาน วัตถุดิบยาในคลังของตระกูลหานนั้นเทียบเท่ากับทรัพย์สินของตระกูลหาน ไท่เฮาตั้งใจจะให้ตระกูลหานไม่มีอะไรเหลือเลยหรือไร?
นางจำไม่ได้หรือไรว่าตอนนั้นฮูหยินเทียนซินเป็คนช่วยชีวิตนางไว้!
ถ้าหานอวิ๋นซีไม่กลั้นหายใจจนจบ นางก็คงไม่ได้เห็นความโหดร้ายที่แท้จริงของไท่เฮา!
รังแกผู้อื่นอย่างสุดจะพรรณนา!
หานอวิ๋นซีหรี่ตาและมองไปที่ใต้เท้าโอวหยางอย่างเ็า ใต้เท้าโอวหยางใจนรีบปัดความรับผิดชอบทันที “หวังเฟย นี่คือความ้าของไท่เฮา ไม่ใช่ของศาลต้าหลี่ กระหม่อมแค่ทำหน้าที่แทน...”
“ใต้เท้าโอวหยาง เ้าไม่ได้ยินอี๋เหนียงเจ็ดเรียกร้องความคับข้องใจหรือ?” หานอวิ๋นซีขัดจังหวะอย่างเ็า
“เอ่อ…”
ใต้เท้าโอวหยางผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยายามอธิบายว่า “หวังเฟย คดีทั้งหมดท่านก็เห็นมันชัดเจนแล้ว หลักฐานทั้งสามอย่างก็ครบถ้วน หากอี๋เหนียงเจ็ด้าอุทธรณ์เื่ความอยุติธรรม นางต้องหาหลักฐานมาอ้างไม่ใช่หรือ?”
“หลักฐาน?”
หานอวิ๋นซีวางขาของนางลงอย่างสง่างาม ยืนขึ้นและพูดอย่างเ็าว่า “สามอย่างที่อยู่ในมือข้าคือหลักฐาน แม่สามีของเฉินซื่อเสียชีวิตอย่างแปลกประหลาด หมอหลี่เองก็เสียชีวิตอย่างแปลกประหลาดเช่นกัน มีคนประสงค์ร้าย้าใส่ร้ายตระกูลหาน!”
ขณะที่นางพูด ก็โยนรายงานการชันสูตรศพ รายงานการประเมินวัตถุดิบยาและใบสั่งยา เอกสารทั้งสามฉบับถูกโยนลงบนโต๊ะของใต้เท้าโอวหยางอย่างแรง พร้อมกับเสียง “ปัง” ดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบงัน
“นี่...หวังเฟย นี่...หลักฐานนี้เป็หลักฐานว่าหมอลี่จ่ายยาผิด มันจะเป็หลักฐานของการใส่ร้ายได้อย่างไร?” ใต้เท้าโอวหยางไม่เข้าใจ ราวกับตอนนี้หานอวิ๋นซีสร้างปัญหาโดยไม่มีเหตุผล
แต่หานอวิ๋นซีกลับถามว่า “ใครเป็ผู้เขียนรายงานการชันสูตรศพนี้ เรียกเขามา แล้วก็หมอคนไหนที่เขียนการประเมินวัตถุดิบยานี้ เรียกเขามาด้วยเช่นกัน ข้ามีเื่จะถามพวกเขา”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใต้เท้าโอวหยางก็เข้าใจในที่สุดว่าหวังเฟย้าทำอะไร ปรากฏว่านางสงสัยหลักฐานทั้งสองชิ้นนี้
ถ้าหลักฐานเท็จก็จะมีปัญหาในคดีแน่นอน
เพียงแต่ หลักฐานทั้งสองชิ้นนี้มีอะไรผิดกันนะ?
เหนือสิ่งอื่นใด ใบสั่งยาที่หมอหลี่ทิ้งไว้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะพิสูจน์แล้วว่ารายงานการชันสูตรศพและการประเมินวัตถุดิบยานั้นเป็ของจริง อันที่จริง แม้จะไม่มีรายงานสองฉบับหลัง อาศัยแค่ใบสั่งยาของหมอหลี่ก็สามารถตัดสินว่าตระกูลหานมีความผิดได้แล้ว!
สิ่งที่แปลกที่สุดเกี่ยวกับคดีนี้คือความผิดพลาดและการฆ่าตัวตายของหมอหลี่ ใต้เท้าโอวหยางเองก็คิดอยู่ในใจเช่นกัน แต่เนื่องจากไท่เฮาสั่งเขา แน่นอนว่าเขาไม่สามารถขัดขืนได้ ไม่ต้องพูดถึงหมอหลี่ที่ตายไปแล้วเลย ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ก็ไม่สามารถตรวจสอบออกมาได้
สำหรับความถูกต้องของหลักฐาน ใต้เท้าโอวหยางเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าหานอวิ๋นซีจะสามารถหาข้อบกพร่องได้
เขาทำตามหานอวิ๋นซีและออกคำสั่งทันที “ทหาร ไปตามเหล่าเซี่ย แล้วก็หมอหลวงหลินจากโรงหมอหลวงมา”
เหล่าเซี่ยเป็เสมียนเต็มเวลาในจวนซุ่นเทียน ในขณะที่หมอหลวงหลินเป็หมอหลวงในโรงหมอหลวง เขามีงานพิเศษทั้งในศาลต้าหลี่และจวนซุ่นเทียน ฝีมือของพวกเขานั้นคือชั้นหนึ่งและมีชื่อเสียงในแวดวงอย่างมาก
เมื่อพวกเขาได้ยินว่าหานอวิ๋นซีสงสัยในรายงานการตรวจสอบของพวกเขา ทั้งสองคนก็ไม่พอใจ
ทันทีที่เข้ามาก็ทำความเคารพ เหล่าเซี่ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นก่อน “หวังเฟย กระหม่อมตรวจศพของหมอหลี่และเป็คนเขียนรายงานด้วยตนเอง หากมีปัญหาใดๆ โปรดท่านทรงชี้แจงได้โดยตรงพ่ะย่ะค่ะ”
หานอวิ๋นซีชอบคนตรงไปตรงมาเช่นนี้ หลังจากได้ยินสิ่งที่เหล่าเซี่ยพูด นางก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป “เ้าแน่ใจหรือว่าแม่สามีของเฉินซื่อถูกวางยาพิษขุยเกิ่งจนเสียชีวิต?”
“พ่ะย่ะค่ะ! ในรายงานเขียนไว้อย่างชัดเจน ว่าพิษขุยเกิ่งผสมอยู่ในยาเลยทำให้เกิดพิษ น้ำยายังคงอยู่ในปากของผู้ตาย หลังจากนำออกมาตรวจก็พบขุยเกิ่งเช่นกัน”
เหล่าเซี่ยเต็มไปด้วยความมั่นใจและพูดว่า “หวังเฟยเองก็เป็ผู้รู้วิชาพิษ หากไม่เชื่อ ท่านสามารถตรวจสอบศพด้วยตัวเองได้เลยพ่ะย่ะค่ะ!”
หานอวิ๋นซีพยักหน้าแล้วถามว่า “ผู้ตายเสียชีวิตเมื่อใด?”
“เวลาซูของคืนก่อนพ่ะย่ะค่ะ (สิบเก้านาฬิกาถึงยี่สิบเอ็ดนาฬิกา) หลังจากกินยา เขาก็ได้รับพิษและเสียชีวิตทันที” เหล่าเซี่ยจำได้อย่างชัดเจน
หานอวิ๋นซีพยักหน้าและไม่ได้ถามคำถามใดๆ อีกต่อไป และมองไปที่หมอหลวงหลิน “หมอหลวงหลิน เ้าได้ตรวจสอบยาทั้งสามห่อที่เฉินซื่อนำมาให้หรือไม่?”
หมอหลวงหลินเองก็มั่นใจเช่นกัน “กระหม่อมตรวจดูทั้งหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ มีสมุนไพรทั้งหมดสิบเอ็ดชนิด ซึ่งสอดคล้องกับใบสั่งยาที่หมอหลี่สั่ง รวมทั้งขุยเกิ่งด้วย”
“สมุนไพรสามห่อยังอยู่หรือไม่?” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง
ใต้เท้าโอวหยางสั่งให้นำวัตถุดิบยาขึ้นมาทันที และถุงทั้งหมดก็ถูกห่อไว้ วางลงบนจาน
หานอวิ๋นซีชำเลืองดูและพึงพอใจมาก จากนั้นก็ถามต่อไปว่า “หมอหลวงหลิน ใบสั่งยาของหมอหลี่เขียนรายละเอียดปริมาณยา ทำไมเ้าไม่ระบุปริมาณในรายงานการประเมินวัตถุดิบยาด้วยล่ะ? เ้าชั่งน้ำหนักแต่ละอย่างหรือยัง? ปริมาณทั้งหมดสอดคล้องกันหรือไม่?”
ปริมาณ?
ไม่มีใครคิดถึงปัญหานี้ ในใบสั่งยามีพิษและในวัตถุดิบยาเองก็มีพิษเช่นกัน ในเมื่อมีหลักฐานเพียงพอแล้ว ดังนั้นทำไมถึงต้องชั่งปริมาณดังกล่าวอีกล่ะ?
นอกจากนี้ ปริมาณของใบสั่งยาแพทย์แผนจีนยังเป็ตัวเลขโดยประมาณ เช่น ประมาณหนึ่งกำมือหรือประมาณหนึ่งเหรียญ เวลาที่หยิบยา ก็จะกะปริมาณเอา ไม่จำเป็ต้องละเอียดถึงขนาดนั้น
หมอหลวงหลินรู้สึกประหลาดใจและเหลือเชื่ออย่างมาก โชคดีที่หานอวิ๋นซีได้รับการพิจารณาให้เป็สมาชิกของวงการแพทย์ คิดไม่ถึงว่านางจะถามคำถามที่ไม่มีความหมายแบบนี้ออกมา
“หวังเฟย เนื่องจากปริมาณของยาเหล่านี้เหมือนกับที่เขียนไว้ในใบสั่งยาของหมอหลี่และมันก็มียาพิษอยู่ในนั้น ดังนั้นกระหม่อมจึงไม่ได้ชั่งน้ำหนักทีละรายการ” หมอหลวงหลินอธิบาย
“สอดคล้องกัน?” หานอวิ๋นซียิ้มอย่างเ็า “หมอหลวงหลิน อะไรที่เรียกว่าสอดคล้องกัน? ประเภทเดียวกันก็หมายความว่าจำนวนเท่ากันอย่างนั้นหรือ? งานตรวจสอบต้องเข้มงวด พิถีพิถัน และเป็มืออาชีพ เื่เหล่านี้คงไม่ต้องให้ข้าเตือนหรอกใช่หรือไม่?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา สีหน้าของหมอหลวงหลินก็เปลี่ยนไปทันที หานอวิ๋นซีสงสัยในความเป็มืออาชีพและทัศนคติในการทำงานของเขาเหลือเกิน!
หมอหลวงหลินเองก็โกรธเช่นกัน แน่นอนว่าเขาไม่กล้าะเิอารมณ์ออกมา พยายามระงับความโกรธและโต้เถียงอย่างจริงจัง “หวังเฟย กระหม่อมฝึกแพทย์มานานกว่ายี่สิบปีและไม่เคยทำผิดพลาด แม่สามีของเฉินซื่อโดนพิษและเสียชีวิต ปริมาณของยามันไม่สำคัญ เพียงพิสูจน์ได้ว่าใบสั่งยามีพิษก็สามารถใช้เป็หลักฐานได้แล้ว กระเจี๊ยบมอญเองก็เป็ทั้งยาทั้งพิษ หากใส่ไว้ในใบสั่งยาอื่นๆ บางทีก็อาจจะไม่เป็พิษ แต่ถ้าอยู่ในใบสั่งยาของหมอหลี่ มันต้องเป็พิษอย่างแน่นอน และไม่เกี่ยวอะไรกับปริมาณของยา!”
หมอหลวงหลินผู้นี้รู้เื่ขุยเกิ่งเป็อย่างดี!
อย่างไรก็ตาม การพูดคุยเื่พิษกับนางต่อหน้านาง ดูเหมือนจะไม่เจียมตัวมากเกินไป!
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หานอวิ๋นซีก็มองไปที่หมอหลวงหลินอย่างลึกซึ้ง ไม่รู้ว่าทำไมหมอหลวงหลินซึ่งเดิมทีที่มีความมั่นใจ กลับมีความรู้สึกผิดโดยไม่มีเหตุผล
แต่ความรู้สึกผิดเป็เพียงความรู้สึกที่ผ่านไป หมอหลวงหลินเชื่อมั่นว่าไม่จำเป็ต้องตรวจดูข้อผิดพลาดของปริมาณ เขาคิดว่าหานอวิ๋นซีคงไม่สามารถหักล้างผลการตรวจสอบได้อย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงแทะกระดูกในไข่ไก่[1] สร้างปัญหาโดยไม่มีเหตุผล!
ดังนั้น หมอหลวงหลินจึงพูดต่อว่า “นั่นคือเหตุผลที่กระหม่อมคิดว่ามันไม่จำเป็ต้องทดสอบปริมาณของวัตถุดิบยาพ่ะย่ะค่ะ!”
หานอวิ๋นซีพยักหน้าและถามด้วยรอยยิ้ม “หมอหลวงหลิน เ้าเองก็รู้นี่ว่าขุยเกิ่งไม่ได้เป็เพียงแค่ยาเท่านั้น แต่ยังเป็พิษด้วย เช่นนั้นเ้าก็คงรู้ปริมาณของพิษที่จะส่งผลต่อเวลาของการเป็พิษ จนไปถึงอาการของพิษออกฤทธิ์ด้วยใช่หรือไม่?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา หมอหลวงหลินก็ตัวแข็งทื่อทันที เหล่าเซี่ยที่อยู่ข้างๆ ก็ใเช่นกัน มีบางคนที่ยังไม่ตอบสนอง แต่ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองกลับรู้สึกแย่ขึ้นมาทันที
ปริมาณพิษ...เวลาที่พิษออกฤทธิ์...
หมอหลวงหลิน...ไม่ได้คิดถึงเื่นี้จริงๆ เขารู้แค่ว่าคนคนนั้นเสียชีวิตจากพิษของขุยเกิ่ง การชันสูตรศพเองก็พบพิษชนิดนี้ด้วย ดังนั้นทุกอย่างจึงมีเหตุผล
เมื่อเห็นความเงียบของหมอหลวงหลินและเหล่าเซี่ย ใต้เท้าโอวหยางเองก็รู้สึกไม่สบายใจ “หวังเฟย การหยิบปริมาณของยามักจะมีข้อผิดพลาดเสมอ ท่านจะทราบมันได้อย่างไร?”
หานอวิ๋นซียิ้มอย่างเ็า “แม้ว่าขุยเกิ่งจะมีพิษเฉียบพลัน แต่ปริมาณก็ต่างกันและเวลาที่พิษออกฤทธิ์ก็ต่างกันด้วย! เหล่าเซี่ยเพิ่งบอกว่าแม่สามีของเฉินซื่อเสียชีวิตเมื่อคืนก่อนและนางก็เสียชีวิตทันทีหลังจากกินยา! แต่ปริมาณของขุยเกิ่งที่เขียนในใบสั่งยานี้รวมกับสรรพคุณทางยาของวัตถุดิบยาอีกสิบชนิดแล้ว แม้ว่าจะกินยาที่เหลืออีกสามห่อเข้าไปก็จะไม่พบพิษ ด้วยปริมาณนี้ อย่างน้อยต้องใช้เวลาสามวันจึงจะเสียชีวิตจากพิษ! ทั้งนี้ปริมาณของขุยเกิ่งในห่อยาเหล่านี้มีมากกว่าที่กำหนดไว้ในใบสั่งยาถึงสองเท่า! หรือผู้ที่วางยาแม่สามีของเฉินซื่อ...เป็คนอื่น!”
ทันทีที่หานอวิ๋นซีพูดเื่นี้ ใต้เท้าโอวหยางก็ตกตะลึง และผู้ชมเองก็เงียบลง...
----------------------------------
[1] แทะกระดูกในไข่ไก่ หมายถึง พยายามหาข้อตำหนิติเตียนคนหรือสิ่งของ ทั้งที่ไม่มีข้อให้ตำหนิ เสมือนการหากระดูกในไข่ หายังไงก็ไม่มี
