“องค์.. คุณหนู เหตุใดจึงเป็เช่นนี้เล่าเ้าคะ ท่านอาการกำเริบหรือ บ่าวเตือนแล้วท่านก็ไม่ยอมฟัง อากาศร้อนถึงเพียงนี้กลับหนีออกมาเที่ยวเล่น ดูสิ หน้าตาซีดเซียวหมดแล้ว!”
“เ้าอย่าพูดมากได้หรือไม่ ยิ่งได้ยินเสียงเ้าข้ายิ่งเวียนหัวหนักกว่าเดิม”
สาวน้อยนางนั้นเอ่ยอย่างอ่อนแรง ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น เดิมทีคิดจะออกมาเที่ยวเล่นนอกวังหลวงเสียหน่อย แต่ใครจะคาดคิดว่าสุขภาพของนางจะอ่อนแอถึงเพียงนี้
เซี่ยเหยายิ่งคิดก็ยิ่งน้อยเนื้อต่ำใจในสุขภาพของตนเอง นางอยากเป็เหมือนหญิงสาวคนอื่นๆ ได้เที่ยวเล่น ได้ทำตามใจตน ไม่ใช่เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในวังหลวง ใช้ชีวิตด้วยการดื่มยาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ครานี้อุตส่าห์แอบหนีเสด็จแม่ออกมาจากวังหลวงได้แล้วแท้ๆ แต่กลับมาเป็ลมเป็แล้งเสียได้
ยิ่งคิดมากภายในปั่นป่วนอาการก็ยิ่งแย่ลง ไม่นานเซี่ยเหยาก็หมดสติไปในทันที สาวใช้นางนั้นกรีดร้องทั้งน้ำตา จวีจื่อหลิงที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบบอกกับสาวใช้นางนั้นอย่างรวดเร็ว
“เร็วเข้า รีบประคองนางขึ้นมาขี่หลังข้า ข้าจะพานางไปส่งโรงหมอเอง”
สาวใช้น้อยพยักหน้ามือไม้สั่นก่อนจะรีบทำตามที่จวีจื่อหลิงบอกอย่างรวดเร็ว จวีจื่อหลิงสาวเท้าวิ่งอย่างรีบร้อนจนกระทั่งมาถึงโรงหมอ โชคดีที่แถวนี้มีโรงหมออยู่ใกล้ๆ พอดี เพราะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ทำให้อาการของเซี่ยเหยาดีขึ้นมาก เมื่อนางลืมตาขึ้นมาก็พบว่าอาการเวียนหัวก่อนหน้านี้ได้หายไปหมดแล้ว หญิงสาวจึงหันมามองจวีจื่อหลิงก่อนจะส่งยิ้มแทนคำขอบคุณให้
“เป็เ้าที่ช่วยข้าสินะ ขอบใจมาก”
"ไม่เป็อันใด เื่เล็กน้อย ชีวิตคนย่อมสำคัญกว่า อาจเพราะอากาศร้อนเ้าจึงเป็ลม เ้าหิวหรือไม่ ข้าจะไปหาของมาให้กิน"
“ไม่ล่ะ ข้ายังไม่หิว ว่าแต่สาวใช้ของข้าเล่า นางอยู่ที่ใดหรือ?”
เซี่ยเหยาที่มองไม่เห็นนางกำนัลข้างกายก็สอบถามจวีจื่อหลิงด้วยความร้อนใจ จวีจื่อหลิงมองไปโดยรอบก่อนจะหันกลับมากล่าว
“เอ๋ ข้าเองก็ไม่ทันมองว่านางไปที่ใด เ้าไม่ต้องกังวล บางทีนางอาจจะไปแจ้งคนที่บ้านเ้าก็เป็ได้ เ้าวางใจ มีข้าอยู่ ข้าจะดูแลเ้าเอง ไม่ต้องกังวลไป”
เซี่ยเหยาที่ได้ยินก็รู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด นางไม่มีสหายสนิทเพราะต้องรักษาตัวอยู่แต่ในวังหลวงจึงไม่ได้คบหากับผู้ใด คุณหนูพวกนั้นแม้ต่อหน้าจะทำดีกับนาง แต่ลับหลังกลับพากันซุบซิบว่านางเป็พวกขี้โรค มีดวงชะตาอัปมงคล นางจึงไม่อยากจะคบหาด้วย
จวีจื่อหลิงเทชาร้อนใส่ถ้วยและส่งให้เซี่ยเหยาดื่มช้าๆ เซี่ยเหยาเพิ่งจะดื่มชาไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็มีเสียงของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
"เหยาเอ๋อร์ ข้าบอกเ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่าออกมาเที่ยวเล่นเพียงลำพัง สมองเ้าไม่จดไม่จำหรือไรกัน? หากสาวใช้ของเ้าไม่ไปแจ้งข้าที่จวน ข้าคงไม่รู้ว่าเ้าแอบหนีออกมาเที่ยวจนอาการป่วยกำเริบ!"
จวีจื่อหลิงที่ได้ยินก็หันไปมองยังต้นตอของเสียง จึงได้สบประสานสายตาเข้ากับชายหนุ่มผู้หนึ่ง หน้าตาของเขาแม้หล่อเหลาแต่กลับแฝงเอาไว้ด้วยความเกียจคร้านไม่เอาไหน เสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่ก็ไม่ใคร่จะเรียบร้อยเท่าใดนัก ซ้ำร้ายบนกายเขายังมีกลิ่นสุราคละคลุ้งจนน่าปวดหัว
"พี่สาม"
เซี่ยเหยาที่เห็นว่าเซี่ยหลิงมาหาก็ทำหน้าไม่ถูก ความสัมพันธ์ของนางและพี่สามไม่สนิทแต่ไม่ห่างเหิน บางครั้งพี่สามก็ดีกับนาง บางทีเขาก็อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แม้นางจะได้ชื่อว่าเป็น้องสาวแท้ๆ แต่กลับคาดเดาความคิดและจิตใจของเขาไม่ออก
เซี่ยหลิงจ้องมองน้องสาวของตนเองแวบหนึ่ง ในใจทั้งโมโหทั้งเป็ห่วง แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากสนใจเซี่ยเหยา และยังชอบกล่าววาจาเหน็บแนมว่ามารดารักน้องสาวมากกว่า แต่เมื่อได้ทราบว่าเซี่ยเหยาเกิดเื่ เขาเองก็ไม่อาจวางใจได้เช่นเดียวกัน
"เ้าออกมาเช่นนี้คนที่บ้านรู้หรือไม่?”
เขาใช้ถ้อยคำหลบเลี่ยงเพราะไม่อยากให้คนนอกรู้ถึงสถานะของน้องสาว ซึ่งเซี่ยเหยาเองก็เข้าใจเื่นี้ดีจึงยอมตามน้ำไปกับพี่ชายตน ก่อนหน้านี้ตอนเดินเข้ามาในโรงหมอเซี่ยหลิงได้สั่งให้ทุกคนที่ติดตามมาปิดปากเงียบให้หมด ไม่เว้นแม้กระทั่งท่านหมอในโรงหมอ โชคดีที่ยามนี้ในโรงหมอไม่มีคนไข้คนอื่นๆ เื่ราวจึงไม่ยุ่งยากมากไปกว่าเดิม
เซี่ยเหยาก้มหน้างุดพลางส่ายหน้าไปมาอย่างสำนึกผิด
"ดีนัก เดี๋ยวนี้เ้าเก่งนักนะ ป่วยจนแทบลุกไม่ขึ้นยังเสนอหน้าออกมาเที่ยวเล่น เ้าอยากให้ท่านแม่โมโหตายหรือ!"
เซี่ยเหยาไม่กล้าโต้เถียงแม้เพียงครึ่งคำ ส่วนเซี่ยหลิงก็มองน้องสาวตนอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก
"พี่สาม ข้าผิดไปแล้ว"
"ช่างเถอะ ข้าคร้านจะด่าเ้าแล้ว ข้าจะให้คนส่งเ้ากลับบ้าน ครานี้เ้าทำผิด กลับไปก็รอรับคำตำหนิจากท่านแม่ได้เลย"
“เ้าค่ะ”
จวีจื่อหลิงมองสองคนนั้นสนทนากันด้วยแววตาที่เจือไปด้วยความสงสัย เพียงฟังบทสนทนาคร่าวๆ นางก็พอเดาได้ว่าสองคนนี้เป็พี่น้องกันไม่ผิดแน่ แต่พี่ชายผู้นี้ออกจะมีนิสัยดิบเถื่อนไปเสียหน่อย น้องสาวเพิ่งหายดีไม่ปลอบใจก็แล้วไปเถอะ นี่ยังจะหาเื่ด่าอีก ช่างเหลือเกินจริงเชียว
เมื่อเป็เช่นนั้นเซี่ยเหยาก็ให้นางกำนัลมาช่วยประคองตนลงจากเตียง ก่อนกลับยังหันมาเอ่ยขอบคุณจวีจื่อหลิงอีกครั้ง
"ขอบคุณเ้ามากที่ช่วยข้า ข้าจะต้องหาโอกาสตอบแทนเ้าอย่างแน่นอน"
"ไม่เป็อันใด ข้าเพียงอยากช่วยคนเท่านั้น ไม่หวังผลตอบแทนหรอก ต่อไปเ้าก็ต้องดูแลตนเองให้ดีเล่า”
เซี่ยเหยาพยักหน้า ก่อนจะยื่นมือของตนมาจับมือของจวีจื่อหลิงเอาไว้
"ข้าชื่ออาเหยา เ้าเล่าชื่ออะไร ข้ารู้สึกถูกชะตากับเ้ามาก ต่อไปพวกเรามาเป็สหายกันเถอะ ว่าแต่บ้านเ้าอยู่ที่ใดหรือ คราวหน้าข้าจะได้หาโอกาสไปขอบคุณถึงบ้าน"
เซี่ยเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น จวีจื่อหลิงเองก็ไม่ปฏิเสธ การผูกมิตรย่อมดีกว่าการสร้างศัตรู ที่สำคัญสาวน้อยนางนี้ก็น่าคบหาเป็อย่างยิ่ง นางจึงตกลงใจอยากคบหาด้วย แต่จวีจื่อหลิงยังไม่ได้บอกสถานะที่แท้จริงออกไปเพราะยังรู้จักกันได้ไม่นาน
"ข้าชื่อจือจือ บ้านข้าอยู่ที่ร้านค้าเล็กๆ ไม่ไกลจากโรงหมอแห่งนี้เท่าใดนัก ไว้คราวหน้าได้พบกับอีก เ้าก็ไปหาข้าได้"
จวีจื่อหลิงบอกพร้อมรอยยิ้ม นางไม่ได้คิดจะโกหกสหายใหม่ เพราะอีกไม่นานเมื่อหย่ากับฉินเสวียนแล้วนางก็จะย้ายไปอยู่ที่ร้านค้าแห่งนั้นจริงๆ
เซี่ยเหยาเมื่อได้ฟังแววตาก็ทอประกายเจิดจ้า
“ได้เลย ไว้พบกันใหม่นะจือจือ ขอบคุณเ้าอีกครั้งที่ช่วยข้าวันนี้ หากไม่ได้พบเ้า ข้าไม่รู้เลยว่าตนเองจะเป็เช่นไร”
“อืม ไม่เป็ไร เ้ารีบกลับไปพักเถอะ อย่าลืมว่าต้องดูแลสุขภาพให้ดี”
