บทที่ 196 การจู่โจมครั้งใหญ่
เนื่องจากตำหนักตันหลิงอยู่ใกล้ชิดกับตำหนักมหาเทพ ระยะทางห่างกันไม่ถึงร้อยลี้ ดังนั้นนักพรตมารขั้นเกิดเทพเ้าจึงใช้เวลาเหาะเหินเพียงไม่นานก็ไปถึงที่หมาย ถึงแม้พวกเขาจะมั่นใจในฝีมือของตัวเองเพียงใด แต่ก็ตระหนักดีว่าการคุ้มกันของตำหนักตันหลิงนั้นแ่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่ใด พวกเขายังไม่ทันจะทำลายแนวป้องกันของตำหนักตันหลิงได้ ยอดฝีมือของตำหนักมหาเทพก็คงมาช่วยเหลือแล้ว ถึงตอนนั้นเกรงว่าแม้จะหนีก็คงรอดยาก
ยิ่งไปกว่านั้นตำหนักมหาเทพยังมีผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋ที่เป็ยอดฝีมือขั้นหวนสู่สัจธรรมอยู่ด้วย นั่นต่างหากคือคนที่พวกเขาหวาดกลัวอย่างแท้จริง
ในหมู่นักพรตมารพลังยุทธ์ขั้นต่ำ ถึงแม้จะมีช่องว่างระหว่างขั้นพลังสักเพียงใด แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่สามารถต่อกรกับผู้ที่มีขั้นพลังเหนือกว่าได้ ทว่าทุกครั้งที่พลังบำเพ็ญเพิ่มสูงขึ้น ทุกระดับขั้นจะยิ่งมีช่องว่างของความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ การจะต่อสู้ข้ามระดับขั้นจึงทำได้ยากขึ้นมาก สุดท้ายแล้วถึงจะมีกลวิธีล้ำเลิศสักเพียงใด ก็แทบไม่มีโอกาสหนีเอาชีวิตรอดจากนักพรตที่มีขั้นพลังเหนือกว่าตนเองได้
ถึงมันจะไม่ใช่เื่ที่แน่นอนเสมอไป แต่สำหรับนักพรตส่วนใหญ่ก็มักจะเป็เช่นนี้
ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้หลายร้อยคน ยามนี้มีคนนั่งอยู่ไม่ถึงสามสิบคน ทว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นักพรตมารขั้นราชันของดินแดนมารเป็อย่างต่ำ
ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์กลางห้องโถงคือชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมสีน้ำเงิน เพียงแต่เขามีเส้นผมสีเทา ดวงตาคมกล้าล้ำลึก บนใบหน้ามีรอยยิ้มบางๆ ที่คาดเดายากประดับอยู่เสมอ ทำให้ผู้ที่มองเห็นรู้สึกหนาวเหน็บจากก้นบึ้งของจิตใจ ดูจากสายตาเคารพยำเกรงของราชันขั้นเกิดเทพเ้าของดินแดนมารยี่สิบกว่าคนที่อยู่ด้านล่าง ก็พอจะบอกได้แล้วว่าคนผู้นี้เป็ตัวตนที่เปี่ยมด้วยอำนาจบารมีเพียงใด
“ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องยึดครองเหมืองแร่เซียนหยกหยกระดับสูงให้ได้ ขอเพียงได้เหมืองแร่แห่งนี้มาครอง แผนการยึดครองเทียนตูของพวกเราคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ต่อให้ต้องเสียสละมากเพียงใด หรือต้องมีคนาเ็ล้มตายอีกสักเท่าไรก็คุ้มค่าอยู่ดี เพราะเมื่อยึดครองเหมืองแร่เซียนหยกระดับสูงแห่งนี้ได้แล้ว ก็จะสามารถขุดค้นเซียนหยกขึ้นมาได้อย่างไม่ขาดสาย อีกทั้งยังเป็เซียนหยกระดับกลางเป็อย่างต่ำด้วย ไม่ว่าจะเอาไปใช้สนับสนุนค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติหรือส่งไปสนับสนุนฐานทัพหลักก็ล้วนเป็ผลงานชิ้นใหญ่”
“กล่าวเช่นนั้นก็ไม่ผิดหรอก แต่การเสียสละมักมีสิ่งที่ต้องจ่ายเสมอ จะรับประกันได้อย่างไรว่าครั้งนี้พวกเราจะได้เหมืองแร่เซียนหยกมาครอง อย่างน้อยก็ต้องมีแผนการที่น่าเชื่อถือได้เสียก่อน นักพรตของเทียนตูใช่ว่าจะจัดการได้โดยง่าย!”
“กลัวสิ่งใดเล่า ครั้งนี้พวกเรามีท่านมหาเมธีเสินเยว่คอยหนุนหลัง ต่อให้ผู้เฒ่าสูงสุดหวูจี๋จากตำหนักมหาเทพอะไรนั่นออกโรงเอง ก็ต้องพ่ายแพ้อย่างราบคาบแน่นอน!”
นักพรตดินแดนมารทั้งหมดได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองนักพรตหนุ่มที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ใบหน้าของพวกเขาพลันมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา เป็เช่นนั้นจริงๆ มหาเมธีเสินเยว่เป็ยอดฝีมือขั้นหวนสู่สัจธรรม แม้จะเพิ่งเข้าสู่ขั้นหวนสู่สัจธรรมได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปี แต่หากพูดถึงพลังในการต่อสู้ เขาถือเป็ยอดฝีมือเลื่องชื่อในดินแดนมาร อีกประการหนึ่งนักพรตของเทียนตูล้วนมีพลังอ่อนแอกว่านักพรตของดินแดนมารอยู่แล้ว ในสถานการณ์ที่มีทั้งขึ้นและลง แม้มหาเมธีเสินเยว่จะไม่สามารถสังหารผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋ได้ แต่เขาสามารถหยุดยั้งอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย สร้างโอกาสให้พวกเขาสังหารนักพรตของเทียนตูได้!
“เื่ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือนักพรตของเทียนตูมีโอสถวิเศษสนับสนุน เมื่อต่อสู้จนถึง่เวลาสำคัญ พวกมันกลับฟื้นฟูพลังได้อย่างรวดเร็ว มันทำให้พวกเราเสียเปรียบยิ่งนัก หากไม่หาทางทำลายตำหนักตันหลิงให้ราบคาบโดยเร็ว อย่างน้อยก็ต้องสังหารนายน้อยตระกูลลู่ผู้นั้น หรือจับตัวเขามาเป็ตัวประกันให้ได้ มิเช่นนั้นต่อให้พวกเราจะมีกองกำลังมากมายเพียงใด ก็ต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้อันแสนยากลำบากอยู่ดี!”
นักพรตดินแดนมารเหล่านี้ตระหนักดีว่าหากพวกเขาไม่ทำลายต้นตอของตำหนักตันหลิง การต่อสู้ในวันข้างหน้าย่อมยากลำบาก ดังนั้นการที่พวกเขาเสนอความคิดเห็นเช่นนี้ ก็เพื่อ้าบอกให้มหาเมธีเสินเยว่ที่อยู่บนบัลลังก์รับรู้ เพราะหากจะต่อกรกับผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋ยอดฝีมือขั้นหวนสู่สัจธรรมของตำหนักมหาเทพ จะต้องให้ยอดฝีมือขั้นหวนสู่สัจธรรมลงมือเท่านั้น
คนเหล่านี้ถึงขั้นคิดในใจว่า ต่อให้ต้องยอมแพ้เื่เหมืองแร่เซียนหยกระดับสูง แต่หากสามารถทำลายตำหนักตันหลิงหรือสังหารนายน้อยตระกูลลู่ได้ ก็นับว่าเป็เื่ที่คุ้มค่ายิ่งนัก เพราะไม่มีผู้ใดปรารถนาจะอยู่ในสถานการณ์ที่ศัตรูกำลังจะพ่ายแพ้ แต่จู่ๆ ก็ฟื้นพลังต่อสู้ทั้งหมดกลับคืนมาได้เพียงเพราะโอสถเม็ดเดียว จากนั้นก็พลิกฝ่ามือกลับมาเป็ฝ่ายชนะ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจและเดือดดาลเช่นนี้ ต่อให้เป็ราชันขั้นเกิดเทพเ้าก็ไม่ปรารถนาจะลิ้มลอง
มหาเมธีเสินเยว่นั่งฟังคนด้านล่างวิพากษ์วิจารณ์เงียบๆ สมองของเขาคิดหาแผนการที่ดียิ่งกว่าอย่างต่อเนื่อง แม้เทียนตูจะเป็ดินแดนขนาดเล็กที่สุดในบรรดาดินแดนที่ถูกดินแดนมารบุกโจมตี แต่หากกล่าวถึงทรัพยากรแล้วกลับมีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการต่อสู้ของนักพรตที่นี่อ่อนแอยิ่งนัก จึงเหมาะแก่การบุกโจมตีของนักพรตดินแดนมารไม่น้อย
ระหว่างที่ครุ่นคิด ทันใดนั้นก็พลันนึกถึงผู้เฒ่าสูงสุดหวูจี๋ ผู้ซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในตำหนักมหาเทพ หากรับสารมาไม่ผิดพลาด ผู้เฒ่าสูงสุดหวูจี๋ผู้นี้น่าจะอยู่ใน่กลางของขั้นหวนสู่สัจธรรม แม้ระดับขั้นพลังยุทธ์จะมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย แต่เขาก็ไม่กล้าประมาทนักพรตที่สามารถฝึกฝนจนบรรลุขั้นพลังยุทธ์มาจนถึงขั้นนี้ได้ เื่ที่บอกว่านักพรตของเทียนตูมีพลังต่อสู้อ่อนแอนั้น ไม่สามารถนำมาใช้กับนักพรตระดับสูงเช่นนี้ได้
ทันใดนั้นสมองของเขาก็กระจ่างแจ้ง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ หลังจากใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็เผยรอยยิ้มออกมาบางๆ
เหล่านักพรตดินแดนมารที่จับจ้องมหาเมธีเสินเยว่ เห็นภาพดังกล่าวต่างก็รู้สึกสั่นสะท้าน พวกเขาย่อมรู้ดีว่ามหาเมธีผู้นี้แม้จะมีรูปลักษณ์หล่อเหลาและมักยิ้มแย้มแจ่มใส แต่กลับมีวิธีการโเี้และร้ายกาจอย่างถึงที่สุด แม้จะเป็นักพรตดินแดนมารที่ผ่านโลกมามาก ก็ไม่อาจจินตนาการได้ว่ารอยยิ้มของมหาเมธีเสินเยว่ในยามนี้กำลังคิดแผนการใดอยู่
“เอาละ เฮยซา เลี่ยนหุน พวกเ้าจงไปเลือกคนจำนวนหนึ่งจากคนที่มาถึงที่นี่เป็พวกแรก บอกให้พวกเขาเฝ้าที่นี่ไว้ ส่วนคนที่เหลือให้ไปรอที่เหมืองแร่เซียนหยก เหมืองแร่เซียนหยกที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้จะปล่อยให้หลุดมือพวกเราไปไม่ได้ ส่วนผู้เฒ่าสูงสุดหวูจี๋ของเทียนตูผู้นั้น ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้าจัดการเอง เป้าหมายของพวกเ้าคือสังหารนักพรตเทียนตูที่พบให้สิ้นซาก แล้วยึดครองเหมืองแร่เซียนหยกระดับสูงมาให้ได้!”
ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับคำสั่งของมหาเมธีเสินเยว่ หลังจากราชันเลี่ยนหุนเลือกคนออกมาสี่คนแล้ว คนที่เหลือก็ถอยออกไปด้วยความเคารพ ไม่มีผู้ใดอยากรู้อยากเห็นว่ามหาเมธีเสินเยว่พูดคุยอะไรกับคนเ่าั้ พวกเขาเพียงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดก็พอแล้ว ยามนี้ดินแดนมารกำลังจะพังทลาย สำหรับนักพรตที่กำลังจะไร้ถิ่นฐานให้หวนกลับไปเช่นพวกเขา หากยังไม่สามารถยึดครองดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ได้ ล้วนไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นได้อีกต่อไป
“นายน้อยลู่ เ้ากลับมาแล้วหรือ!” เมื่อผู้รอบรู้หยวนตู้เห็นลู่อวี่ก็รีบตรงเข้ามาต้อนรับด้วยความดีใจ
“ที่แท้ก็เป็ผู้รอบรู้หยวนตู้นี่เอง ท่านเพิ่งจะไปไม่นานไม่ใช่หรือ? เกิดเื่อะไรขึ้นเล่า? หรือว่าโอสถวิเศษไม่เพียงพออีกแล้ว? ครั้งนี้ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ตำหนักตันหลิงเพิ่งจะก่อตั้งขึ้นมา นักปรุงโอสถเหล่านี้ยังไม่ได้รับการบ่มเพาะสักเท่าไร โอสถขั้นสูงทั้งหมดต้องพึ่งพาข้าเพียงผู้เดียว คงไม่อาจทำตามปรารถนาของท่านได้!” ลู่อวี่คิดว่าผู้รอบรู้หยวนตู้มาที่นี่เพื่อขอโอสถวิเศษเพิ่มอีก จึงรีบพูดดักทางอีกฝ่ายไว้ ด้วยฐานะของเขาในยามนี้ หากไม่ใช่เพราะปรารถนาจะให้ตระกูลลู่ก้าวหน้า เขาก็ไม่คิดอยากจะรับตำแหน่งผู้ดูแลตำหนักตันหลิงด้วยซ้ำ ทว่ายามนี้ดินแดนมารบุกเข้ามาโจมตีเทียนตู ภายใต้สถานการณ์คับขันเช่นนี้ เขาจำเป็ต้องแบกรับหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตระกูลลู่
“ฮ่า ฮ่า นายน้อยลู่ไม่ต้องกังวลไป ข้าแค่เพียงแวะเวียนมาดูก็เท่านั้น อีกอย่างข้ามีข่าวจะบอกเ้าด้วย!” ผู้รอบรู้หยวนตู้ไม่ได้ถือสาท่าทีของลู่อวี่ เขาไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากถามก็พูดออกมาว่า “ไม่กี่วันก่อน นักพรตเทียนตูของพวกเราค้นพบเหมืองแร่เซียนหยกระดับสูงในหุบเขาลึกทางทิศตะวันตก น่าเสียดายที่ข่าวนี้ถูกนักพรตดินแดนมารล่วงรู้ไปพร้อมกันด้วย ่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ทั้งสองฝ่ายเกิดการปะทะกันหลายครั้ง ต่อสู้กันอย่างดุเดือด แม้จะมีโอสถวิเศษสนับสนุนแต่ก็มีคนล้มตายจำนวนไม่น้อย มิหนำซ้ำดินแดนมารยังส่งกองกำลังเสริมมาสมทบจำนวนมาก ทางฝั่งนักพรตเทียนตูของเราย่อมไม่อาจนิ่งดูดายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมืองแร่เซียนหยกแห่งนี้ ถึงพวกเราจะไม่้า แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือของนักพรตดินแดนมารได้ ดังนั้นท่านผู้เฒ่าสูงสุดจึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์สายฟ้าฟาด จัดการให้เด็ดขาดและฉับไว ข้าจึงมาแจ้งข่าวนี้ให้เ้าทราบ เพื่อที่เ้าจะได้เตรียมตัวรับมือ ป้องกันไม่ให้นักพรตดินแดนมารใช้มันเป็ช่องโหว่!”
ลู่อวี่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ใเล็กน้อย เหมืองแร่เซียนหยกระดับสูง? ของล้ำค่าเช่นนี้จะปรากฏในเทียนตูได้อย่างไร? ต่อให้เป็ชาติที่แล้ว เซียนหยกระดับสูงก็ยังเป็ทรัพยากรที่สำคัญสำหรับนักพรตระดับสูง เมื่อใดที่มันปรากฏสู่สายตาคนภายนอก กองกำลังและยอดฝีมือมากมายต่างก็ลงมือแย่งชิงมันอย่างเอาเป็เอาตาย ไม่มีผู้ใดยอมปล่อยให้หลุดมือไปโดยเด็ดขาด เพราะมีโอกาสน้อยยิ่งที่เหมืองแร่เซียนหยกระดับสูงจะปรากฏขึ้นมา แม้เวลาจะล่วงเลยไปนับล้านปี ก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ มันจึงกลายเป็ทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ คิดไม่ถึงว่าภายในเทียนตูจะมีเหมืองแร่เซียนหยกเช่นนี้ ด้วยความโลภของนักพรตดินแดนมารที่มีต่อทรัพยากร เกรงว่าครั้งนี้เทียนตูจะต้องเผชิญหน้ากับการนองเือย่างแน่นอน
“ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น ท่านผู้เฒ่าสูงสุดถึงขั้นต้องออกโรงด้วยตัวเอง ขอบคุณผู้รอบรู้ที่มาแจ้งข่าว!” ลู่อวี่กล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ
การได้ติดค้างหนี้น้ำใจกับนายน้อยตระกูลลู่ ผู้รอบรู้หยวนตู้ย่อมต้องมีความสุขอยู่แล้ว มีใครในเทียนตูบ้างที่ไม่รู้จักความสามารถด้านการปรุงโอสถของเขา โดยเฉพาะ่ที่เกิดากับนักพรตดินแดนมาร บุรุษผู้นี้เปรียบได้กับพระโพธิสัตว์ที่มาช่วยชีวิตผู้คนไว้ แม้ผู้รอบรู้หยวนตู้จะเป็ผู้เฒ่าของตำหนักมหาเทพ แต่การได้เป็สหายกับอีกฝ่ายย่อมเป็ประโยชน์ต่อตนเองไม่น้อย
หลังจากส่งผู้รอบรู้หยวนตู้ผู้มีน้ำใจแล้ว ลู่อวี่ก็กลับเข้าไปในห้องฝึกฝนของตนเอง เขาคิดทบทวนแล้วก็รู้สึกว่าควรจะระวังตัวเอาไว้ก่อน จึงส่งสารไปยังยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าสองคนที่ตำหนักมหาเทพส่งมาคุ้มกัน พลางเล่าเื่ที่ผู้รอบรู้หยวนตู้แจ้งมาให้อีกฝ่ายฟัง แล้วกำชับให้ทั้งสองคุ้มครองตำหนักตันหลิงอย่างระมัดระวัง
นักพรตที่ถูกส่งมาประจำการยังตำหนักตันหลิง นอกเหนือจากส่วนหนึ่งที่ถูกส่งมาจากตำหนักมหาเทพแล้ว คนที่เหลือส่วนใหญ่ล้วนเป็ยอดฝีมือที่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีจากตระกูลใหญ่ทั้งหลาย เนื่องด้วยตำหนักตันหลิงไม่ใช่เพียงสถานที่สำคัญ แต่โอกาสที่จะตกอยู่ในอันตรายย่อมมีมาก การส่งยอดฝีมือมาประจำการจึงทำให้พวกเขาอุ่นใจมากขึ้น
ไม่นานนักพรตขั้นเกิดเทพเ้าทั้งสองก็ส่งสารตอบกลับมา ทำให้ลู่อวี่ทราบว่าพวกเขาล่วงรู้เื่นี้มาก่อนแล้ว อีกทั้งท่านผู้เฒ่าสูงสุดยังส่งยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้ามาเพิ่มอีกสองคน เพื่อให้มั่นใจว่าที่นี่จะปลอดภัย หากรวมกับตู้เสวียนเฉิงที่คอยปกป้องเขาอย่างลับๆ มาโดยตลอดแล้ว แม้ว่านักพรตดินแดนมารจะบุกโจมตี พวกเขาก็คงสามารถรับมือได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เขาจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
ทว่าหลังจากลู่อวี่จัดการเื่การป้องกันเรียบร้อย และกำลังจะไปตรวจสอบความคืบหน้าของเหล่านักปรุงโอสถที่อยู่ภายใต้การดูแลของตนเองใน่ที่ผ่านมา เขากลับรู้สึกว่ามีแรงสั่นะเืรุนแรงจากบน์เก้าชั้นฟ้า แม้จะมีพลังยุทธ์อยู่ในขั้นตงซวน ก็ยังได้รับผลกระทบจากคลื่นพลังไร้รูปลักษณ์ จนเส้นลมปราณในร่างกายปั่นป่วน ภาพเบื้องหน้ามืดสนิทไปชั่วขณะ
