หลิวจือโม่ไม่รู้เลยว่าบ้านตระกูลถงเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่เขากลับออกมา
ทันทีที่เขากลับถึงบ้าน ก็เห็นหลี่ชิงหลิงยืนอยู่ที่ประตู
เขาลงจากหลังม้ารีบเดินไปหาหลี่ชิงหลิง ยื่นมือไปลูบหัวแล้วถามเสียงอ่อนโยน "หมอกลงหนา ทำไมไม่เข้าไปข้างใน" เขาััถึงความชื้นบนเส้นผม แล้วรีบจูงมือนางเข้าไป
"ทำไมคืนนี้กลับมาดึกนัก" หลี่ชิงหลิงเงยหน้ามองเขาที่เดินอยู่ข้างหน้า "แบบฝึกหัดเยอะหรือ"
เดือนหน้าเขาจะสอบแล้ว แบบฝึกหัดจึงเยอะกว่าเดิมมาก
แต่กลับมาดึกขนาดนี้ นางก็เป็ห่วง
“ไปธุระที่บ้านอาจารย์ถงเลยกลับมาช้า” หลิวจือโม่กดไหล่ให้นางนั่งบนเก้าอี้ “ไม่ต้องห่วง ข้าจะระวังตัว”
เขากลับมาช้าจะทำให้นางเป็ห่วง ฉะนั้นเขาจึงกลับมาตรงเวลาเสมอ
“ยังไม่กินข้าวใช่หรือไม่ ข้าไปยกมาให้”
“ไม่ต้อง นั่งเถอะ เดี๋ยวข้าไปเอาเอง”
หลิวจือโม่บีบไหล่ของหลี่ชิงหลิงเบาๆ แล้วหันหลังไปห้องครัว
หลังจากที่เขายกมาก็ตักข้าวสองชาม ผลักชามใบหนึ่งไปตรงหน้าหลี่ชิงหลิง และขอให้นางกินกับเขา
หลี่ชิงหลิงยิ้ม ไม่ปฏิเสธและยกถ้วย
นางพลางกินพลางคีบให้เขา พร้อมเล่าเื่ที่บ้านให้ฟังด้วย
หลิวจือโม่มองเด็กสาวด้วยท่าทางอ่อนโยน เขาชอบที่ฟังนางพูดถึงเื่เล็กน้อยที่บ้าน ทำให้เขารู้สึกมีส่วนร่วม
เขาชอบความรู้สึกนี้มาก
หลี่ชิงหลิงโดนมองจนรู้สึกอายเล็กน้อย นางถลึงตา “มองข้าทำไม กินเร็ว!" พูดพลางคีบเนื้อกระต่ายอีกชิ้นหนึ่งให้เขา "กระต่ายที่อาหวงล่ากลับมา อ้วนท้วนใช้ได้เลย”
หลิวจือโม่ยิ้ม ก้มหน้าลงแล้วเริ่มกินอย่างจริงจัง
หลังกินเสร็จ หลี่ชิงหลิงก็เก็บจาน หลิวจือโม่ตามติดไป ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ โยนฟืนเข้าไปใต้เตาที่กำลังต้มน้ำอยู่
นางหันมองเขา เมื่อนึกถึงสิ่งที่หัวหน้าหมู่บ้านพูดในวันนี้ก็ขมวดคิ้วกล่าว "พี่จือโม่ วันแต่งงานของเรากำหนดเดือนหน้า จะส่งผลต่อการสอบของพี่ไหม”
แม้ว่านางจะมีความเชื่อมั่นในตัวหลิวจือโม่ แต่ก็เผื่อไว้ก่อน ถ้ามันส่งผลกระทบต่อเขาจริงๆ นางจะกลายเป็คนบาป
"ไม่หรอก..." หลิวจือโม่ส่ายหน้าอย่างหนักแน่น ถ้าการแต่งงานมีผลกับการสอบ เขาก็คงไม่เลือกวันนั้น "มีใครพูดอะไรหรือ? ไม่ต้องสนใจหรอก เชื่อข้าก็พอ”
หลี่ชิงหลิงยิ้มและตอบว่าไม่มี แค่นึกถึงเลยถามออกมา
หลิวจือโม่ตอบรับ บอกนางว่าไม่ต้องคิดเื่นี้ มีความสุขในฐานะเ้าสาวก็พอ
หลี่ชิงหลิงตอบรับเสียงเบา มุมปากยกขึ้น วางชามเก็บเข้าตู้
เด็กสาวหันกลับไปยกฝาหม้อ ใช้มือทดสอบอุณหภูมิของน้ำ "น้ำพร้อมแล้ว พี่ไปอาบน้ำได้แล้ว!"
“ได้…” เขาลุกขึ้นยืน เอื้อมมือไปลูบหัวนาง “ไปพักเถอะ!”
กำชับเสร็จก็ทนไม่ไหว เขาก้มลงจูบที่หน้าผากของนาง
"..." หลี่ชิงหลิงเหลือบมองเขา แล้วลอยออกจากห้องครัว
ั้แ่ครั้งล่าสุดเป็ต้นมา เขาก็คอยจูบนางเป็ครั้งคราว
นางตามใจเขาจนเสียคนหรือเปล่าเนี่ย?
…
ถงว่านหรงครุ่นคิดเื่นี้ทั้งคืน ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เต็มใจ นางอยากเห็นว่าหลิวจือโม่ถูกใจผู้หญิงคนไหน
นางขอให้คนไปสืบเกี่ยวกับคู่หมั้นของหลิวจือโม่ เมื่อนางพบว่าคู่หมั้นของหลิวจือโม่เป็ผู้หญิงบ้านนอกที่อาศัยร่วมกันก็ส่งเสียงหึด้วยแววตาเหยียดหยาม
สาวบ้านนอกแบบนั้นจะมาเทียบกับนางได้อย่างไร?
หากนางได้อยู่กับหลิวจือโม่มากกว่านี้ เขาจะต้องเลือกนางอย่างแน่นอน
นางมีความมั่นใจ
วันนี้นางจะไปเจอคู่หมั้นของหลิวจือโม่ นางจะให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าตนไม่คู่ควรกับหลิวจือโม่เพียงใด
เมื่อถงว่านหรงพาเซี่ยเหอไปที่หมู่บ้านหนิวโถว หลี่ชิงหลิงกำลังพูดคุยอยู่กับเจิงเถียโถว
หลังจากที่นางอธิบายเสร็จ เจิงเถียโถวจึงพูด “เถ้าแก่ รถม้าคันนั้นจอดมาหนึ่งชั่วยามแล้ว ไม่รู้ว่ามาหาใคร ข้าลองไปถามดีหรือไม่?”
หลี่ชิงหลิงเหลือบมองแล้วพยักหน้า
เมื่อเห็นหลี่ชิงหลิงพยักหน้า เจิงเถียโถวก็เดินไปที่รถม้าแล้วถามคนขับด้วยรอยยิ้ม "พี่ชาย มาที่นี่เพื่อหาคนในหมู่บ้านของเราหรือ"
จังหวะเดียวกัน เซี่ยเหอเปิดม่านรถ โผล่หัวออกมาจากช่อง ถามด้วยท่าทางที่ค่อนไปทางหยิ่งยโส "เ้ารู้จักหลี่ชิงหลิงหรือไม่"
มาหาเถ้าแก่?
เจิงเถียโถวเหลือบมองเซี่ยเหอที่หยิ่งยโสแล้วรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย เขาตอบรับเบาๆ
“ในเมื่อรู้จักก็เรียกนางมา คุณหนูของข้ากำลังตามหานางอยู่”
ให้เขาเรียกก็เรียก คิดว่าเถ้าแก่เป็ใครกัน?
ไม่รู้สาวใช้บ้านไหน หยิ่งยโสถึงเพียงนี้?
ใบหน้าของเจิงเถียโถวมืดมนเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาเ็ากว่าเดิม "ไม่ทราบว่าคุณหนูชื่ออะไรหรือ”
เซี่ยเหอเชิดคางขึ้น พูดว่านามสกุลถง…
"ข้าต้องถามก่อนว่าเถ้าแก่ว่างไหม” เขากล่าวทิ้งท้าย และจากไป
“เถ้าแก่ แม่นางคนนั้นบอกว่าคุณหนูสกุลถงมาหา เถ้าแก่รู้จักนางไหม”
หลี่ชิงหลิงเงยหน้าขึ้นมอง "ข้าไม่รู้จัก ฝั่งนั้นบอกว่าอย่างไร มาหาข้าทำไมหรือ”
"ไม่ได้บอก บอกแค่ให้ไปหา” เจิงเถียโถวกล่าว "ท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไร เกรงว่าจะไม่ได้มาอย่างมิตรนัก”
หลี่ชิงหลิงครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งจึงปล่อยให้เจิงเถียโถวไปทำงาน ส่วนตนไปดูท่าที
เจิงเถียโถวเป็ห่วงหลี่ชิงหลิง ยืนยันที่จะไปกับนาง
หากมีอันตรายใดๆ เขาจะสามารถปกป้องนางได้
เด็กสาวไม่มีทางเลือกนอกจากพยักหน้า
หลี่ชิงหลิงเดินไปที่รถม้าอย่างรวดเร็ว ปราดมองเซี่ยเหอ ก่อนจะทันได้ส่งเสียง เซี่ยเหอก็พูดอย่างดูถูก "เ้าคือหลี่ชิงหลิงใช่หรือไม่"
นางมองหลี่ชิงหลิงด้วยท่าทางเหนือกว่า สภาพใช้ได้ แค่แต่งกายไม่ดีนัก เทียบแม้แต่สาวใช้อย่างนางยังไม่ได้
เมื่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม หลี่ชิงหลิงก็รู้สึกไม่พอใจ แต่ยังคงรักษารอยยิ้ม “ใช่ คุณหนูถงมาหาข้าทำไมหรือ”
นางอยากเห็นว่าคุณหนูสูงส่งคนไหนมาหาตน
เซี่ยเหอส่งเสียงหึอย่างเ็า "รอเดี๋ยว…” นางเข้าไปในรถม้าอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นานนัก ถงว่านหรงก็ออกมาจากรถม้า
นางก้มมองหลี่ชิงหลิง พลันรู้สึกว่าหลี่ชิงหลิงมีดีพอจะดึงดูดหลิวจือโม่ได้จริง
ใบหน้ารูปไข่ที่สวยงาม บวกดวงตาที่กลมโตนั่นสามารถดึงดูดผู้คนได้มากมาย
แต่กระโปรงผ้าฝ้ายสีขาวที่นางใส่อยู่ ทำให้นางดูด้อยลงมาก
ถงว่านหรงยกมุมปากมองหลี่ชิงหลิง “เ้าเป็คู่หมั้นของศิษย์พี่หลิว หลี่ชิงหลิงหรือ"
หลี่ชิงหลิงถอยหลังไปสองสามก้าว และพูดอย่างใจเย็นว่า "คุณหนูถงลงมาได้หรือไม่ ข้าไม่มีนิสัยเงยหน้ามองอีกฝ่ายเวลาคุยกัน”
ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มาอย่างเป็มิตรจริงๆ!
ผู้หญิงคนนี้ชอบหลิวจือโม่หรือเปล่านะ
ถงว่านหรงจ้องหลี่ชิงหลิงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงลงมาโดยมีเซี่ยเหอคอยพยุง
"แม่นางหลี่ ข้าขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม"
หลี่ชิงหลิงเลิกคิ้วและปฏิเสธโดยตรง "ข้ายังมีเื่ต้องทำ อยากคุยอะไรก็คุยตรงนี้แหละ!"
“หมายความว่าอย่างไร คุณหนูข้าขอคุยแปลว่าให้หน้าเ้านะ” เซี่ยเหอะโใส่หลี่ชิงหลิง
“เซี่ยเหอ...”
หลี่ชิงหลิงมองทั้งสองแล้วหัวเราะเสียงดัง "ในเมื่อหน้าของคุณหนูสำคัญขนาดนั้นก็เก็บไว้เถอะ!" พูดจบก็หันหลังกลับและจากไป
เจิงเถียโถวมองเซี่ยเหออย่างเ็าก่อนจะเดินตามไป
ถงว่านหรงไม่คิดว่าหลี่ชิงหลิงจะดูิ่นางขนาดนี้ คุยแค่ไม่กี่คำก็ชักสีหน้าใส่
ความโกรธในใจยิ่งทวีขึ้น นางมองด้านหลังของหลี่ชิงหลิงแล้วพูดเสียงดัง “แม่นางหลี่ ไม่อยากรู้ว่าข้ามีความสัมพันธ์อย่างไรกับศิษย์พี่หลิวหรือ"
หลี่ชิงหลิงชะงัก หันกลับมาอย่างเ็า นางจำได้ว่าอาจารย์หลิวจือโม่ก็นามสกุลถงเช่นกัน สตรีผู้นี้คงไม่ใช่ลูกสาวหรอกใช่ไหม
“บิดามารดาคุณหนูถงเป็อาจารย์ที่ดี อย่าทำให้ท่านเสียหน้าเลย”
"เ้า…”
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของถงว่านหรงเปลี่ยนเล็กน้อย หลี่ชิงหลิงก็รู้ว่าตนเดาถูก
ในขณะเดียวกันก็เป็การยืนยันว่าผู้หญิงคนนี้ชอบหลิวจือโม่
ไว้คืนนี้หลิวจือโม่กลับมา นางจะต้องถามเขาอย่างระมัดระวังว่าไปยุ่งกับดอกท้อเน่านี้ได้อย่างไร
ถงว่านหรงหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นเดินไปหาหลี่ชิงหลิงช้าๆ สบตาอยู่นานจึงกล่าว “แม่นางหลี่ไม่คู่ควรกับพี่หลิว หวังว่าแม่นางจะปล่อยเขาไป”
นางไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้พูดแบบนี้?
หลี่ชิงหลิงมองถงว่านหรงด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม พูดอย่างเย้ยหยัน "ไม่ทราบว่าแม่นางถงใช้สถานะใดมาพูดแบบนี้กับข้า?”
ถงว่านหรงได้ยินแล้วสะอึก นางกัดริมฝีปากล่าง ถลึงตาจ้องหลี่ชิงหลิง “เ้าไม่เป็ประโยชน์ต่ออนาคตพี่หลิว ถ้ารักเขาจริงก็ควรปล่อยเขาไป"
ถ้าหลิวจือโม่แต่งงานกับนาง พ่อของนางจะสามารถใช้เส้นสายคนรู้จัก เพื่อให้อาชีพการงานของเขาราบรื่นขึ้น
คล้ายกับนิยายที่นางอ่านในยุคปัจจุบันเลย!
หลี่ชิงหลิงถูมือ และหัวเราะ "แม่นางถงมาพูดกับข้าทำไม? ทำไมไม่ไปบอกหลิวจือโม่เล่า"
ฮิๆ หากมีโอกาสข่มคู่แข่งแล้วไม่ข่ม นางคงเสียใจแย่
