เมื่อเซียวหลันและหลี่หยางเดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านวิหคเพลิง ข่าวดีก็รอพวกเขาอยู่
ลำธารที่เคยขุ่นเหลืองและส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวบัดนี้กลับมาใสสะอาด ไร้ซึ่งไอหมอกมรณะ ส่วนชาวบ้านที่ได้รับการรักษาด้วยหนอนบำบัดและน้ำผึ้งป่า อาการติดเชื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด แผลเริ่มตกสะเก็ดและไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเพิ่มอีก
คืนนั้นหมู่บ้านวิหคเพลิงจึงจัดงานเลี้ยงเล็กๆ รอบกองไฟเพื่อฉลองการรอดพ้นจากหายนะและเพื่อขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งสอง
"ดื่ม! ดื่มแด่เทพธิดาแพทย์และนักรบพยัคฆ์!" ต้าหู่ชูจอกเหล้าหมักผลไม้ขึ้นสูง ชาวบ้านต่างโห่ร้องด้วยความยินดี
เซียวหลันจิบเหล้าผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวพลางนั่งผิงไฟอยู่ข้างหลี่หยาง นางสังเกตเห็นว่าอดีตแม่ทัพหนุ่มมีสีหน้าครุ่นคิดตลอดเวลา แม้ริมฝีปากจะยิ้มรับคำขอบคุณจากชาวบ้าน แต่ั์ตากลับแฝงไปด้วยความกังวล
"คิดเื่คำพูดของไอ้หัวโล้นนั่นอยู่หรือ?" เซียวหลันกระซิบถาม
หลี่หยางพยักหน้าเบาๆ “เมืองบาดาลกับพรรคหมื่นพิษ เมื่อสิบปีก่อนตอนที่ตระกูลหลี่ของข้าถูกฆ่าล้างตระกูล นอกจากทัพขององค์ชายสามแล้ว ข้าจำได้ว่าทหารยามในจวนของข้าจู่ๆ ก็กระอักเืสีดำและล้มตายโดยไม่มีาแ มันต้องเป็ฯฝีมือของพรรคหมื่นพิษแน่ๆ”
“จริงเหรอ”
เขาจ้องมองเปลวไฟในกองฟืน "ข้าเคยคิดว่าองค์ชายสามและราชครูคือผู้บงการสูงสุด แต่ตอนนี้ข้าชักไม่แน่ใจแล้วว่านายท่านที่ซ่อนตัวอยู่ในแดนใต้ผู้นี้อาจจะเป็ตัวการใหญ่ที่ชักใยอยู่เื้ัความวุ่นวายทั้งหมด"
เซียวหลันวางจอกเหล้าลง "ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องไปกระชากหน้ากากมันออกมา... ต้าหู่!"
นางหันไปเรียกหัวหน้าเผ่าที่กำลังย่างเนื้อสัตว์อยู่ "ท่านเคยได้ยินชื่อเมืองบาดาลหรือไม่?"
สิ้นคำถามนั้นเสียงดนตรีและเสียงพูดคุยรอบกองไฟก็เงียบกริบลงทันที ชาวบ้านหลายคนหน้าซีดเผือดรีบทำมือปัดรังควานตามความเชื่อ
ต้าหู่วางไม้เสียบเนื้อลง สีหน้าเคร่งเครียดสุดขีด "ท่านหมอเหตุใดจึงถามถึงสถานที่อัปมงคลเช่นนั้น?"
"เพราะคนที่สร้างเื่เลวร้ายให้หมู่บ้านท่านซ่อนตัวอยู่ที่นั่น" เซียวหลันตอบตามตรง
ต้าหู่ถอนหายใจยาวก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ “เมืองบาดาลไม่ใช่แค่เื่เล่าขานขอรับแต่มันมีอยู่จริง มันเป็หลุมยุบขนาดั์ที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในป่าดิบชื้นร้อยลี้ ว่ากันว่ามันลึกจนทะลุไปถึงยมโลก ภายในนั้นมีระบบนิเวศประหลาด สัตว์มีพิษตัวเท่าบ้าน และเป็ที่ตั้งของวิหารโบราณที่พวกนอกรีตใช้บูชาเทพเ้าแมงมุม"
"ท่านรู้ทางไปที่นั่นไหม?" หลี่หยางถาม
"ไม่มีใครรู้ทางเข้าที่แน่ชัดขอรับ ป่าแถบนั้นมีค่ายกลหมอกพิษและเขาวงกตธรรมชาติ" ต้าหู่ส่ายหน้า "แต่บรรพบุรุษของเผ่าเราเคยเป็ผู้นำทางให้กับกษัตริย์โบราณที่้าลงไปที่นั่น พวกเขาได้ทิ้งสิ่งหนึ่งไว้ให้ลูกหลาน"
ต้าหู่ลุกขึ้นเดินเข้าไปในกระท่อมส่วนตัวก่อนจะกลับมาพร้อมกับกล่องไม้สลักลายวิจิตรที่ดูเก่าแก่มากๆ เขาเปิดกล่องออก ภายในนั้นมีแผ่นหนังสัตว์สีเหลืองกรอบแผ่นหนึ่ง
"นี่คือแผนที่นำทางสู่เมืองบาดาลขอรับ แต่..."
เซียวหลันรับแผ่นหนังมาดูก่อนจะขมวดคิ้ว "แต่มันไม่มีอะไรเลยนี่"
แผ่นหนังสัตว์แผ่นนั้นไม่มีรอยขีดเขียนใดๆ เลยแม้แต่เส้นเดียว เป็เพียงแผ่นหนังเปล่าๆ ที่มีคราบสีน้ำตาลจางๆ ติดอยู่ประปราย
"ใช่ขอรับ" ต้าหู่ถอนหายใจ "บรรพบุรุษบอกว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมสายเืแห่งวิหคเพลิงจะมองเห็นเส้นทางเอง แต่พวกเราพยายามมาหลายชั่วคนแล้ว ทั้งเอาไปส่องกับแสงจันทร์ เอาน้ำสาด หรือกระทั่งเอาเืหยด ก็ไม่มีอะไรปรากฏขึ้นเลย มันคงเป็แค่ตำนานหลอกเด็ก"
"ให้ข้าดูหน่อย" เซียวหลันหยิบแผ่นหนังขึ้นมาดมใกล้ๆ จมูกไวๆ ของนางจับกลิ่นบางอย่างได้ มันเป็กลิ่นสนิมเหล็กอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอับของหนังสัตว์
"มันไม่ใช่วิชามารอะไรหรอก ไม่ต้องใช้คาถาลับด้วย" เซียวหลันมุมปากกระตุกยิ้ม "นี่มันคือหมึกอิงค์กอลแบบดั้งเดิมต่างหาก!"
"หมึกอะไรนะ?" หลี่หยางเลิกคิ้ว
“ในยุคโบราณการเขียนจดหมายลับมักใช้สารละลายธาตุเหล็ก ซึ่งเมื่อนำมาวาดลงบนกระดาษหรือหนังสัตว์มันจะใสและมองไม่เห็นเมื่อแห้งสนิท" เซียวหลันอธิบายด้วยความตื่นเต้น นางลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋ายาของตัวเองมาค้นกุกกัก
"แต่วิธีที่จะทำให้มันปรากฏขึ้นมา คือต้องทำให้มันเกิดปฏิกิริยากับสารจำพวกแทนนินซึ่งหาได้ง่ายมากในป่าแดนใต้!"
นางหันไปหาเสี่ยวชุน "เสี่ยวชุน! ไปเอาเปลือกต้นสีเสียดและใบชาป่าที่เราเก็บมาเมื่อวานไปต้มในน้ำเดือดให้ข้นที่สุด!"
ชาวบ้านต่างมุงดูกันด้วยความสงสัย ไม่นานนักเสี่ยวชุนก็ยกชามกระเบื้องที่บรรจุน้ำต้มเปลือกไม้สีน้ำตาลเข้มข้นจัดมาให้
เซียวหลันวางแผ่นหนังสัตว์ลงบนแผ่นกระดานเรียบๆ นางนำเศษผ้าสะอาดชุบน้ำต้มเปลือกไม้แล้วค่อยๆ ทาปาดลงไปบนแผ่นหนังสัตว์ที่ว่างเปล่า
ทันทีที่น้ำสีน้ำตาลัักับแผ่นหนังปฏิกิริยาเคมีระหว่างธาตุเหล็กและแทนนินก็เกิดขึ้นทันที เกิดเป็สารเชิงซ้อนสีดำอมน้ำเงิน
ฟรึ่บ...
เส้นสายสีดำสนิทค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาบนแผ่นหนังเปล่าๆ ราวกับมีพู่กันล่องหนกำลังวาดภาพให้ทุกคนดูสดๆ ร้อนๆ ทั้งูเา แม่น้ำ สัญลักษณ์รูปหัวกะโหลก และเส้นทางคดเคี้ยวปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน
"โอ้โห! ์มีตา! เทพธิดาแสดงปาฏิหาริย์อีกแล้ว!" ต้าหู่และชาวบ้านต่างเบิกตาโพลงแทบจะกราบกรานแผ่นกระดาน
หลี่หยางมองดูแผนที่ด้วยความทึ่ง "เ้าทำให้สิ่งที่หายไปนับร้อยปีกลับมาได้ด้วยน้ำต้มเปลือกไม้เนี่ยนะ"
"ข้าบอกแล้วไง... วิทยาศาสตร์คือเวทมนตร์ที่อธิบายได้" เซียวหลันยักคิ้วให้เขาก่อนจะก้มลงพิจารณาแผนที่อย่างจริงจัง
"ดูนี่สิ" นางชี้ไปที่จุดศูนย์กลางของแผนที่ มันมีสัญลักษณ์รูปแมงมุมที่มีแปดตาวาดอยู่ตรงกลางวงกลมใหญ่ที่เขียนว่าหลุมยุบ "ทางเข้าอยู่ห่างจากที่นี่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ต้องผ่านป่าหมอกพิษและถ้ำค้างคาวด้วย"
"สัญลักษณ์แมงมุมนั่นเหมือนกับรอยแผลเป็บนหน้าไอ้หัวโล้นที่เราเพิ่งฆ่าไปเลย" หลี่หยางวิเคราะห์ "และดูตรงมุมขวาล่างของแผนที่สิ"
มีรอยประทับตราจางๆ เป็รูปพระจันทร์เสี้ยวคู่ปรากฏอยู่
หลี่หยางกำหมัดแน่นเมื่อเห็นตรานั้น "นั่นมัน... ตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์ก่อนที่ล่มสลายไปเมื่อร้อยปีที่แล้วไม่ใช่เหรอ"
เซียวหลันเบิกตากว้าง "เ้ากำลังจะบอกว่านายท่านของพรรคหมื่นพิษอาจจะเป็ทายาทของราชวงศ์เก่าที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเมืองบาดาลเพื่อรอวันก่อฏทวงบัลลังก์คืนรึ?"
"เป็ไปได้สูงมาก" หลี่หยางพยักหน้า "พวกมันใช้พรรคมารเป็ฉากหน้าซ่องสุมกำลังและอาวุธในแดนใต้มานับสิบปี โศกนาฏกรรมของตระกูลข้าและการชิงบัลลังก์ในเมืองหลวงอาจเป็เพียงการสร้างความวุ่นวายเพื่อเปิดทางให้พวกมันบุกยึดแผ่นดิน!"
ปมปริศนาทั้งหมดเริ่มขมวดเข้าหากัน การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกวาดล้างพรรคมารแต่เป็การต่อสู้เพื่อหยุดยั้งากู้ชาติที่อาจทำให้แผ่นดินลุกเป็ไฟ
"เราได้แผนที่มาแล้ว พรุ่งนี้เช้าเราจะบุกเมืองบาดาลกัน" เซียวหลันม้วนแผนที่เก็บลงในกระบอกไม้ไผ่ “ข้าจะเตรียมยาแก้พิษและน้ำยาต่างๆ พกติดตัวไปให้มากที่สุด เพราะข้าสังหรณ์ใจว่าระบบนิเวศในหลุมยุบนั่นจะต้องมีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์รอเราอยู่แน่ๆ"
หลี่หยางลุกขึ้นยืนพร้อมดึงเซียวหลันขึ้นมาโอบเอวไว้หลวมๆ "ตราบใดที่มีเ้าอยู่ข้างๆ ต่อให้ต้องลงไปในยมโลก ข้าก็ไม่กลัว"
แต่ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั้น ไม่มีใครทันสังเกตเห็นผีเสื้อกลางคืนสีแดงเืตัวหนึ่งที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้เหนือลานหมู่บ้าน มันกระพือปีกเบาๆ ก่อนจะบินลับหายไปในความมืดมิดของป่าเพื่อนำข่าวไปบอกนายท่านของมันว่าผู้บุกรุกได้เปิดแผนที่ออกแล้ว
