ตอนที่ 5
บ้านหลังเก่าแสนทรุดโทรมปรากฏอยู่เบื้องหน้า มีคนประมาณสิบกว่าคนกำลังช่วยกันมุงหลังคา ด้วยฟางข้าว และดินเหนียว เพื่อป้องกันการรั่ว และส่วนที่อยู่ด้านล่างต่างช่วยกันถางหญ้ารอบๆ ซึ่งขึ้นสูงรอบๆบ้าน โดยมีพี่ชายพี่สาวของเธอช่วยกันอย่างแข็งขัน คุณปู่ของเธอกับท่านอาเล็กต่างก็พากันมาช่วยงาน รวมไปถึงคนอีกห้าหกคน ล้วนเป็ชายหนุ่ม ต่างทำงานกันไม่หยุด น่าจะเป็เพื่อนท่านพ่อ ที่มาช่วยงาน
ร่างเล็กที่ถูกมารดาแบกอยู่บนหลัง ดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมา เพราะอยากจะลงจากแผ่นหลังบอบบางนี้ ใบหน้าเล็กๆมืดครึม เมื่อคิดถึงการปฏิเสธมารดาก่อนหน้านี้ แต่เดินไปยังไม่ทันพ้นโค้งแรก ร่างเล็กๆนี้ก็หอบเสียแล้ว ช่างอ่อนแอเหลือเกิน สุดท้ายต้องยอมทิ้งศักดิ์ศรีปีนขึ้นแผ่นหลังของผู้เป็มารดามาตลอดทาง ช่างน่าอับอายเสียจริง
“ท่านแม่ ปล่อยข้าลงเถิดเ้าค่ะ”เสียงเล็กเอ่ยบอกมารดา เมื่ออีกฝ่ายมัวแต่ยืนมองภาพตรงหน้านิ่ง
“ได้ๆ เ้าอย่าซนนะ ยืนอยู่ห่างๆ”มารดาย่อตัวลงปล่อยร่างน้อยๆที่รีบผละออกทันทีที่เท้าแตะพื้นดิน
“เ้าค่ะท่านแม่”จิวจิว พยักหน้าตอบรับ ดีใจยิ่งที่พ้นจากความอับอายนี้ได้เสียที หันมองไปรอบๆ ว่ามีใครเห็นว่าเธอขี่หลังมารดามาหรือไม่ พร้อมถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อดูแล้วไม่น่ามีผู้ใดเห็น
“ หลันเออร์ มาแล้วรึ อ้าวยัยหนูก็มาด้วย หายดีแล้วหรือ”เสียงทักของหญิงสาวคนหนึ่ง เมื่อหันมาเห็นสองแม่ลูกที่เดินเข้ามา
“เจียงเออร์ ขอบคุณเ้าและสามี ที่มาช่วย”หลันฮวามองเห็นเพื่อนและสามีเพื่อน พาลูกชายอีกคนมาช่วยงาน ครอบครัวนี้ สามีเป็เพื่อนสนิทกับหานตงมาั้แ่เด็กไปไหนก็ไปด้วยกัน และก็ได้ภรรยาเขาช่วยเหลือนางและลูกๆบ่อยครั้ง ทั้งที่ก็แทบไม่พอกินเหมือนกัน จนนางรู้สึกซาบซึ้งแต่ก็ไม่รู้จะตอบแทนอีกฝ่ายอย่างไร นอกจากความจริงใจที่มีให้กัน
“ไม่เป็ไร ช่วยกันจะได้เสร็จเร็ว ่นี้สามีกับลูกชายข้าว่าง ยังไม่ถึงหน้าเก็บเกี่ยว และไม่มีงานรับจ้างที่ไหน เลยมีเวลามาช่วย แล้วนั้นก็ครอบครัวของปู่ใหญ่เ้าก็ส่งคนมาช่วยเหมือนกัน”หญิงสาวยิ้ม พร้อมกับชี้ให้หลันฮวามองดูคนที่มาช่วยงาน
อ้อ เธอมีครอบครัวปู่ใหญ่ด้วยรึ จิวจิว พยายามนึกความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวปู่ใหญ่ ว่ามีใครบ้าง ปู่ใหญ่เป็พี่ชายของปู่เหวินเทียน ในครอบครัวปู่ใหญ่ มีลูกชายสองคน ต่างมีครอบครัวกันหมดแล้ว เป็ครอบครัวที่ขยันทำงาน และเป็ครอบครัวที่ดีครอบครัวหนึ่ง คอยช่วยเหลือครอบครัวเธอไม่ใช่น้อย เอาเป็ว่าเวลาหิว ที่บ้านไม่มีอะไรกิน พี่รองเคยพาเธอและพี่สาม ไปกินข้าวที่บ้านปู่ใหญ่หลายครั้ง ซึ่งปู่ใหญ่ก็เมตตาพวกเธอมาก
อืม อย่างน้อยที่นี้ก็ยังมีครอบครัวที่เป็มิตรกับครอบครัวเธออยู่บ้างล่ะน่า คงไม่มีแต่เื่ร้ายหรอก แต่ บ้านหลังนี้ จะอยู่ได้จริงๆหรือ พูดได้คำเดียวโทรมมาก จิวจิวได้แต่กรอกตาไปมา
“จิวจิว น้องมาแล้ว มาดูนี้ดีกว่า”เสี่ยวหลินเดินมาหาน้องสาว พร้อมกับจูงมืออีกฝ่ายดึงไปทางที่ตนกำลังเก็บหญ้า
“พี่ใหญ่กับพี่รองกำลังช่วยกันตัดหญ้า เรามาช่วยกันเก็บไปทิ้งนะ บ้านเราจะได้โล่งๆ มีที่ให้จิวเออร์วิ่งเล่นอย่างไรล่ะ”จิวจิว รอบเบือนหน้าหนี กรอกตาอย่างเซ็งๆ เมื่ออีกฝ่ายทำท่าล่อหลอกราวกับเธอเป็เด็ก ทั้งที่จริงอายุเธอใกล้จะสามสิบแล้ว แต่ตอนนี้เธอจะทำอย่างไร่ได้ ก็คงทำได้เพียงหันมาทำหน้ายิ้มแป้นไร้เดียงสาให้พี่สาว แล้วช่วยพี่สาวทำงานไปเงียบๆ
“หานตง ข้ากับ ต้าอู่ เหวินกง จะไปตัดไม้ไผ่ มาเพิ่ม จะได้ทำรั่วบ้านด้วย” หานเสี่ยวอู่ ลูกพี่ลูกน้องบอก หลังจากซ่อมแซมหลังคาเสร็จ ที่เหลือ ก็แค่ทำความสะอาด แล้วย้ายของเข้าได้เลย
“ได้พี่เสี่ยวอู่ ข้าจะไปกับท่านด้วย ส่วนพี่สะใภ้ทั้งสอง คงต้องรบกวนไปช่วยหลันฮวาย้ายของนะขอรับ”หานตงพยักหน้า เมื่อเห็นว่างานซ่อมบ้านเสร็จแล้ว
“ไม่ลำบาก ยังไงก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว”หานซวงซวงภรรยาของเสี่ยวอู่ โบกไม้โบกมือไปมา ก่อนจะเรียกบุตรสาวและหลานสาว ตามหลันฮวาไปย้ายของ
“พวกเ้าไปเถอะ ข้าจะดูแลหลานๆให้”เฒ่าหานบอกลูกชาย ลูกสะใภ้ พร้อมกับเรียก ลูกชายคนเล็กไปช่วยลูกสะใภ้ขนของ ซึ่งอีกฝ่ายก็รีบเดินตามกลุ่มผู้หญิงไปทันที
“ท่านตา พวกข้าตัดหญ้าเสร็จแล้ว จะพาน้องไปล้างมือที่แม่น้ำนะขอรับ”ต้าหลงเดินมาบอกผู้เป็ปู่ ที่กำลังเดินตรวจความเรียบร้อย และความแข็งแรงของบ้าน
“ได้ ดูแลน้องให้ดีล่ะ”เฒ่าหานพยักหน้า ก่อนกำชับหลานชาย
“พี่ใหญ่ข้าเอากระบุงนี้ไปด้วยนะเ้าคะ เผื่อมีผักอะไรให้เก็บกลับมา”เสี่ยวหลินคว้ากระบุงไม้ไผ่เก่าๆใบหนึ่งขึ้นถือพร้อมกับจูงมือน้องสาวคนเล็ก เดินตามพี่ชายไป
เดินไปสักพัก จิวจิว ััให้ถึงอาการเย็นสบาย มองเห็นสายน้ำขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำใสไหลเอื่อยๆ ต้นน้ำน่าจะมาจากบนเขา อยู่ไม่ไกลจากบ้านพวกเธอนัก แค่เดินอ้อมป่ารกร้างมาก็ถึงแล้ว ร่างเล็กเดิมตามพวกพี่ๆไป ก่อนจะหยุดอยู่ข้างตลิ่งที่ พี่ชายของเธอมองหาที่ลงที่ไม่ชันมาก และดูว่าน้ำตื้นๆจึงพาน้อง ๆลงไปเพื่อล้างมือล้างเท้า
“เฮ้ย อะไรเนี่ยะ”จิวจิว ใ ล้มก้นกระแทกพื้น ด้วยความใ เมื่อกำลังก้มล้างมือเล็กๆตามอย่างพวกพี่ๆ จู่ ๆปลาตัวใหญ่ก็โผล่พรวดขึ้นตรงหน้าเธอหลายตัวทำเอาเธอตกตะลึง รีบชักมือกลับ กลัวปลาจะนึกว่านิ้วแห้งๆของเธอเป็อาหารของพวกมัน แล้วงับเข้าให้
“เกิดอะไรขึ้น”ต้าหลงะโไปหาน้องเล็กด้วยความใ ที่อีกฝ่ายจู่ ๆก็ล้มก้นกระแทก
“ปลา จะกินมือข้าพี่ใหญ่”จิวจิวยังไม่หายตะลึง ชี้ไม้ชี้มือให้พี่ชายดูปลาพวกนั้นที่ว่ายไปมาไม่ยอมไปไหน
“ห๊ะ น้องเล็ก พี่รองไม่เคยได้ยินว่ามีปลาที่ไหนจะกินมือคนเลย”หยางหลง หัวเราะน้องสาวลั่น
“นั่นอย่างไรเล่า ตัวใหญ่เบ้อเร่อเลย”จิวจิวหน้ามุ่ย เมื่อโดนหัวเราะเยาะ ก่อนจะชี้ไปยังจุดที่เธอล้างมือเมื่อครู่
“ปลาจริงๆด้วย พี่ใหญ่ พี่รอง เร็วเข้า มาจับปลา”เสี่ยวหลินเดินไปมองยังจุดที่น้องสาวชี้ นางถึงกับตาโต มองด้วยความตลึง ก่อนเรียกพี่ชาย พร้อมกับวิ่งไปหยิบกระบุงที่นางถือติดมือมา
“มาๆพี่เองเสี่ยวหลิน”ต้าหลงคว้าเอากระบุงจากมือน้องสาว ก่อนจะค่อยๆก้าวลงไปในน้ำ ตายังจับจ้องไปยังกลุ่มปลาที่รวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่นไม่วางตา โดยมีหยางหลง และน้องสาวทั้งสอง ลุ้นตาม แทบลืมหายใจ
“อุ๊บ โอ๊ะ เ้ารองรับ”ต้าหลง ช้อนกระบุงลงไปอย่างรวดเร็วมีปลาติดขึ้นมาหลายตัว ก่อนที่เขาจะสาดปลาในกระบุงขึ้นบกให้น้อง ๆเก็บ และรีบช้อนลงไปอีกครั้ง ก่อนที่ปลาจะหนีไป ทำอยู่แบบเดิน สี่ครั้ง ปลาในน้ำก็ไหวตัวมุดหนีหายไปหมดแล้ว แต่ก็เล่นเอาต้าหลงเหนื่อยจนหอบ
“พี่ใหญ่ปลาตัวใหญ่มากขอบรับ ได้ตรงสิบห้าตัวแหนะ”หยางหลงะโบอกพี่ใหญ่ ใบหน้าผอมๆยิ้มกว้างอย่างพอใจ เขาวิ่งเก็บปลากับน้องสามเอาไปรวมกันไว้ ให้ห่างฝั่ง โดยมีน้องเล็กนั่งทำตาปริบๆเฝ้าปลา ทั้งตื้นเต้นทั้งดีใจ จนลืมความเหนื่อยล้าไปเลย ตอนนี้ เมื่อเสร็จสิ้น เขาก็ได้แต่นั่งหอบอยู่ข้างกองปลา มองน้องเล็กที่เอาไม้เขี่ยปลาที่ดิ้นหนีออกจากลุ่มอย่างขำๆ
“น้องเล็กปลามันไม่กัดเ้าหรอก”หยางหลงอดแซวน้องสาวไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทางน่าขันของน้องสาว
“ตัวมันใหญ่นะพี่รอง ดูสิมันมองข้าตลอดเลย มันคงอยากจะกินข้าแน่เลย ”จิวจิว หน้าง้ำมองปลาที่ตัวใหญ่กว่าแขนเธอเสียอีก เธอไม่กล้าจับมันหรอก แค่คิดว่าเมื่อครู่เธอดึงแขนขึ้นมาไม่ทัน แขนเธออาจไปอยู่ในท้องปลาก็เป็ได้ คิดแล้วยังขยาดไม่หาย
“ฮ่าฮ่าฮ่า มีที่ไหน ปลากินคน ข้าไม่เคยได้ยินสักที”หยางหลงขำก๊าก เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของน้องสาว
“เ้ารอง อย่าหัวเราะน้อง เก็บปลาใส่กระบุงได้แล้ว อย่างน้อยวันนี้เราก็มีอาหารแล้ว”ต้าหลงดุน้องชาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่เย้าแหย่น้องสาวคนเล็ก
“ได้ๆ พี่ใหญ่”หยางหลงพยักหน้า รับกระบุงมา เริ่มเก็บปลาเข้ากระบุง โดยมีจิวจิวมองอยู่ข้างๆ ตอนที่หยางหลงทำปลาหลุดมือดิ้นไปทางฝั่งน้องสาว อีกฝ่ายถึงกับผงะ ใหน้าซีด วิ่งหนีไปทันที หยางหลงถึงกับหัวเราะลั่น
จิวจิวหันไปมองพี่รอง ที่หัวเราะไม่หยุดทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งเธอ ทำเอาโกรธจนแก้มป่อง สะบัดหน้าเดินไปหาพี่สาวอีกฝั่ง
“พี่สามทำอะไร”จิวจิวถาม เมื่อเห็นอีกฝ่าย เดินมองซ้ายขวาไปมาเหมือน้าหาอะไร
“พี่กำลังหาผัก ไปให้ท่านแม่ทำกับข้าวอย่างไรเล่า แต่ไม่มีผักอะไรที่กินได้เลย”เสี่ยวหลินถอนใจ ผักแถวนี้คงโดนชาวบ้านมาเก็บไปกินกันหมดแล้วแน่ๆ ถึงไม่เหลืออะไรให้นางเก็บเลย
จิวจิวทำหน้างุนงง แล้วที่อยู่ข้างๆ และที่พวกเธอกำลังเดินเหยียบอยู่นี่มันกินไม่ได้หรือไง มือเล็กก้มลงถอนผักใบยาวเรียว ขึ้นมาดูอย่างไม่แน่ใจ นี่ไม่ใช่ต้นหอมรึ นั่นก็กระเทียม แล้วนั่นผักบุ้ง กับผักฉินช่าย ไม่ใช่รึ แล้วทำไมบอกว่าไม่มีผักที่กินได้
“พี่สาม เก็บนี่ไปสิ มันน่าอร่อยนะ”จิวจิว เรียกอีกฝ่าย พร้อมกับชี้ไปยังต้นไม้ใบหญ้าข้างพี่สาว
“มันกินไม่ได้นะจิวเออร์”เสี่ยวหลินมองตามมือเล็กที่ชี้ไปยังหญ้าพวกนั้น ก่อนจะรีบบอกน้องสาว
“มันกินได้เ้าค่ะ เก็บไปเยอะเลย”จิวจิวไม่รอพี่สาว ลงมือดึงต้นกระเทียม ต้นหอม ฉินช่าย ออกมาทั้งต้น ดีที่พื้นดินชุ่มทำให้ดึงขึ้นง่าย เธอจำได้ว่าบ้านใหม่มีพื้นที่ว่าง เธอจะเอามันไปปลูกด้วย
เสี่ยวหลิน เห็นน้องสาวอยากได้ จึงช่วยอีกฝ่ายเก็บทันที แม้นางจะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะเอาไปทำอะไร แต่ด้วยความรักและตามใจน้อง จึงช่วยอีกฝ่ายเก็บ ไม่นาน ต้าหลงกับหยางหลงก็เดินเข้ามาเห็นสองสาวกำลังเก็บต้นหญ้ากันง่วน ก็รู้สึกสงสัย
“พี่ใหญ่พี่รอง ช่วยข้าเก็บนั่นหน่อย เอายอดสวยๆนะเ้าคะ เอาเยอะๆด้วย”จิวจิว ชี้ไม้ชี้มือบอกพี่ชาย แววตาออดอ้อน สองหนุ่มพยักหน้าตามใจน้องสาว ก่อนช่วยลงมือเก็บตามที่น้องสาวบอก ผ่านไปพักใหญ่ ของที่เก็บมาก็กองรวมกันมากมาย
“พี่ใหญ่ ข้าจะเอาปลาไปเก็บก่อน แล้วจะเอาตะกร้ากลับมาใส่หญ้าให้น้องสี่ นะขอรับ”หยางหลงที่เห็นว่าไม่สามารถหอบหญ้าพวกนี้กลับไปได้แน่ๆ หากไม่มีตะกร้าจึงเสนอความคิดทันที
“ได้ เ้ารีบไปรีบมา เอาปลาไปขังน้ำไว้ด้วย มันจะได้ไม่ตาย”พี่ชายสั่ง พร้อมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย หยางหลงจึงคว้ากระบุงปลายกเทินขึ้นหัว เดินกลับบ้านอย่างมีความสุข
