จูชิงไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับมหาทวีปชางอู๋หลิง ดังนั้นมันไม่มีประโยชน์ที่จะไปหาข้อมูลจากสำนักเล็กๆ หากอยากรู้จักมหาทวีปชางอู๋หลิงให้มากขึ้น ไปหาขุมพลังอำนาจใหญ่ย่อมดีกว่า!
หอสุราลัยเป็หนึ่งในขุมพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของลัทธิเต๋า นอกจากนี้ยังเป็ขุมพลังอำนาจอันดับต้นๆ ของมหาทวีปชางอู๋หลิง
จูชิงไม่จำเป็ต้องกังวลว่าจะไม่มีสิ่งที่เขา้าในหอสุราลัย สิ่งที่ต้องกังวลก็คือเขาจะเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่เป็โทสะของหอสุราลัยได้หรือไม่
เขาทำลายกระบี่ัเหิน ศัสตราวุธคู่กายของเฉินเต้า ทั้งยังเล่นงานเฉินเซียนเหมือนกับหมูเหมือนกับหมา กระทั่งการตายของจ้าวจิ้งก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา เพลานี้จูชิงเป็ศัตรูคู่อาฆาตของลัทธิเต๋า คนหอสุราลัยเกลียดชังจูชิงหาใดเปรียบ
หากเป็ก่อนที่จะเข้าไปแดนสุสานอัมพร จูชิงคงต้องคิดครวญให้ถ้วนถี่เสียก่อน อย่างไรเสียการยั่วยุลัทธิเต๋าซึ่งเป็ขุมพลังอำนาจใหญ่ก็ไม่ใช่เื่สนุก ถ้าไม่ระวังอาจถูกจอมยุทธ์ลัทธิเต๋าฆ่าเอาได้
ทว่าตอนนี้เขามีทหารศพคุ้มกันแล้วจะต้องกลัวหอสุราลัยด้วยหรือ ตอนนั้นเฒ่าปีศาจคนเดียวยังทำลายสามขุมพลังอำนาจจนย่อยยับ แม้ว่าทหารศพจะไม่ได้เก่งกาจเท่าเฒ่าปีศาจ แต่ก็ปกป้องจูชิงจากจอมยุทธ์หอสุราลัยได้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
อีกทั้งจูชิงยังสามารถยืมพลังของเฒ่าปีศาจได้ในยามวิกฤติ เพียงฝ่าเท้าเดียวหอสุราลัยก็ราบเป็หน้ากลอง
หอสุราลัยอาจมีขั้น์ปฐีหรือขั้นนิพพาน ทว่าส่วนใหญ่พวกเขาจะผนึกตัวเองเอาไว้ เว้นแต่หายนะจะมาเยือนหอสุราลัย ไม่เช่นนั้นพวกเขาไม่มีทางปรากฏกายออกมาง่ายๆ
หอสุราลัยตั้งอยู่บนเขาชางอู๋
ใจกลางมหาทวีปชางอู๋หลิง สถานที่นั้นมีลมปราณฟ้าดินหนาแน่น
ซึ่งเป็หนึ่งในสถานที่ล้ำค่าของลัทธิเต๋า
สิ่งเดียวที่ทำให้เขาชางอู๋ยังคงอยู่ในของลัทธิเต๋าคงไม่พ้นหอเทวาลัย
“มีดินแดนล้ำค่าเช่นนี้ด้วยงั้นรึ ไม่น่าแปลกใจเหตุใดหอสุราลัยถึงได้มีอัจฉริยะมากมาย” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
ใบหน้าของจอมยุทธ์ทั้งสามแสดงความภาคภูมิใจออกมา แม้ว่าพวกเขาจะถูกจูชิงกดดันอยู่ก็ตาม หากแต่พอได้ยินคำชมก็อดรู้สึกเป็ปีติอย่างอดไม่ได้
เพียงแต่พวกเขารู้สึกฉงนสงสัยเล็กน้อย ถึงพลังของจูชิงจะแข็งแกร่งมากสำหรับพวกเขา ทว่าหอสุราลัยมีผู้เยี่ยมยุทธ์อยู่มากมาย ผู้าุโขั้นเหินนภาคนเดียวก็สามารถสังหารจูชิงในเวลาไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ แล้วเขาใจกล้ามาจากไหนถึงได้กล้ามุ่งหน้าไปที่หอสุราลัย
เขาชางอู๋โดดเด่นยิ่งกว่าูเาลูกอื่นๆ อารามอาบแสงอาทิตย์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาก็คือหอสุราลัย
รอบอารามมีเมืองรายล้อมบริเวณเชิงเขากับไหล่เขา มีคนหลายสิบล้านคนอาศัยอยู่ที่นี่
หอสุราลัยไม่ได้แค่บำเพ็ญเพียรวิถียุทธ์ หากยังเป็อารามศักดิ์สิทธิ์ มีผู้ศรัทธาหลายร้อยล้านคนในมหาทวีปชางอู๋หลิง
หอสุราลัยจะคัดเลือกอนุชนที่มีความสามารถด้านวิชายุทธ์จากบรรดาผู้ศรัทธาเหล่านี้ทุกปีและส่งพวกเขาเข้าไปฝึกในหอสุราลัย ทั้งนี้ ผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นจะถูกหอสุราลัยเลือกรับเป็ศิษย์
คนธรรมดาทั่วไปเองต่างก็ต้องพึ่งพาหอสุราลัย ไม่ว่าจะเป็การรักษาาแ ขับไล่ิญญา หรือถ่ายทอดวิชายุทธ์ ซึ่งสิ่งที่พวกเขาต้องทำเป็การตอบแทนก็คือทำทุกสิ่งทุกอย่างให้กับหอสุราลัย!
ความสัมพันธ์อยู่ร่วมกันเช่นนี้มีมานานนับพันปีแล้ว ั้แ่ยุคดึกดำบรรพ์จนมาถึงปัจจุบัน ถ้าไม่มีอะไรไม่คาดฝัน มันก็จะยังเป็เช่นนี้อีกต่อไปในอนาคต
หอสุราลัยเป็ขุมพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่น่าพรั่นพรึงแสนพรรณนา แม้ว่าจูชิงจะอยู่ขุนเขากระบี่เทียนหยวน่หนึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อเทียบกัน แล้วระหว่างขุนเขากระบี่เทียนหยวนกับหอสุราลัยยังต่างชั้นกันมาก แล้วนับประสาอะไรกับขุมพลังอำนาจอื่นๆ ที่อยู่ในอาณัติของลัทธิเต๋า
ถ้าไม่ใช่เพราะขุนเขากระบี่เทียนหยวนกินบุญเก่า ได้เกาะหลัวโหวจากบรรพบุรุษ เกรงว่าคงดับสิ้นมลายสูญไปแล้ว ไม่มีทางอยู่มาได้ถึงขนาดนี้
คนขุนเขากระบี่เทียนหยวนบางคนยังรู้สึกได้ว่าหากขุนเขากระบี่เทียนหยวนไม่ทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ พวกเขาจะต้องถูกล้ำหน้าไปในไม่ช้า ถึงมีเกาะหลัวโหวก็ไม่ช่วยอะไร ในทางกลับกันอาจกลายเป็ชนวนแห่งหายนะของขุนเขากระบี่เทียนหยวน
เมื่อจูชิงเข้าไปในเมืองที่ตั้งอยู่บนเชิงเขา จอมยุทธ์หอสุราลัยทั้งสามก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่นี่เป็เขตอิทธิพลของหอสุราลัย พวกเขาที่เป็ศิษย์ เพียงแค่ะโออกไปคำเดียว คนในเมืองนับหมื่นย่อมทำทุกทางเพื่อช่วยเหลือพวกเขาอย่างแน่นอน
อันที่จริงแล้วจูชิงไม่ได้คิดจะทำอะไรทั้งสิ้น เขาไม่ได้จะมาก่อเื่ แค่อยากถามเื่บางอย่างจากหอสุราลัยเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็ความคิดของจูชิง ทว่าหอสุราลัยย่อมไม่มีทางเชื่อว่าจูชิงจะคิดเช่นนั้น
เขาชางอู๋สมกับที่เป็สัญลักษณ์ของมหาทวีปชางอู๋หลิง ถึงจะมีคนหลายสิบล้านอาศัยอยู่ ทว่ากลับไม่รู้สึกแออัดเลยแม้แต่น้อย
พอเดินมาบนถนน ฝูงชนเบียดเสียดแยกจูชิงออกจากจอมยุทธ์ทั้งสามคนของหอสุราลัย
จูชิงไม่ได้สนใจอะไรเพราะเขามาถึงเชิงเขาแล้ว หอสุราลัยอยู่บนเขาชางอู๋ ไม่ได้หนีไปไหนได้เสียหน่อย ไม่จำเป็ต้องรีบร้อน
ถึงเขาไม่รีบร้อน ทว่าศิษย์หอสุราลัยสามคนนั้นร้อนใจยิ่งยวด รีบมุ่งหน้าไปที่หอสุราลัยโดยไม่รอช้า
“แฮ่ก มะ…มีคนบุก…แฮ่ก…!” ศิษย์ขั้นสร้างลมปราณแปดชั้นฟ้าหอบหายใจหนักหน่วง ถึงเป็ขั้นสร้างลมปราณแปดชั้นฟ้า ทว่าก็ต้องใช้พลังงานอย่างมากในการปีนเขาเขาชางอู๋
ชายวัยกลางคนในหอสุราลัยคนหนึ่งขมวดคิ้ว “เป็อะไร เหตุใดถึงมีสภาพเช่นนั้นล่ะ?”
“มีคนบุกรุก!” ศิษย์ขั้นสร้างลมปราณแปดชั้นฟ้ากล่าว
“หืม?” ชายวัยกลางคนมองศิษย์ผู้นั้นด้วยความสนอกสนใจ
ปฏิกิริยาของชายวัยกลางคนเกินความคาดหมายของเขามาก เหตุใดชายวัยกลางถึงทำหน้าแบบนั้น?
ชายวัยกลางคนยิ้มเล็กน้อย “มีคนบุกรุกก็ปล่อยให้บุกรุกไป
ถ้าหอสุราลัยบุกรุกง่ายดายเฉกเช่นนั้นจะเป็ขุมพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของลัทธิเต๋าได้อย่างไร”
“แต่ว่าท่านผู้าุโ” ศิษย์ขั้นสร้างลมปราณแปดชั้นฟ้าคล้าย้าพูดอะไรต่อ แต่เพราะสายตาคมกล้าของชายวัยกลางคน เขารีบปิดปากเงียบทันใด
ชายวัยกลางคนผู้นี้เป็ผู้พิทักษ์เขาหอสุราลัย ว่ากันว่าอายุแปดสิบกว่าปีแล้ว ทว่ารูปลักษณ์กลับดูเหมือนคนอายุแค่สี่สิบหรือห้าสิบปีเท่านั้น
ลัทธิเต๋ามีความเชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งการบำรุงร่างกายและความงาม อายุขัยของจอมยุทธ์ลัทธิเต๋าจึงจะยืนยาวยิ่งกว่าจอมยุทธ์ขุมพลังอำนาจอื่นๆ
ผู้าุโพิทักษ์เขามีชื่อว่าเฉินเหวินเป็ลุงของเฉินเต้าเ้าแห่งหอสุราลัยคนปัจจุบัน ล่ำลือกันว่าทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นเหินนภาสูงสุดเมื่อยี่สิบปีก่อน ก้าวสู่ขั้น์ปฐีครึ่งก้าวแล้ว เขาสมัครใจรับหน้าที่เป็ผู้พิทักษ์ กลายเป็ผู้าุโผู้พิทักษ์หอสุราลัย
เฉินเหวินเป็ผู้พิทักษ์เขามานานยี่สิบปีแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเขาก้าวข้ามอุปสรรคสำเร็จลุล่วงด้วยดีหรือไม่
จากขั้นเหินนภาเป็ขั้น์ปฐีดูเหมือนเป็ก้าวเล็กๆ แต่มีหลายคนที่ก้าวข้ามมันไปไม่ได้ ถึงเป็หอสุราลัยขุมพลังอำนาจยิ่งใหญ่แห่งลัทธิเต๋าก็ยังไม่กล้ารับประกันว่าสามารถทำให้จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาสูงสุดสำเร็จเป็ขั้น์ปฐีได้
“ข้าอยากรู้เสียจริงว่าใครอาจหาญกล้าบุกรุกหอสุราลัย” ดวงตาของเฉินเหวินประกายแสงตื่นเต้น
เขาอยู่ที่ประตูเขามานานยี่สิบแล้ว ทำหน้าที่ยี่สิบปี ตระหนักรู้ยี่สิบปี รอคอยมายี่สิบปี แต่ก็ยังก้าวข้ามมันไปไม่ได้
เฉินเหวินหวังเป็อย่างยิ่งว่าจะมีจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่ง แข็งแกร่งมากพอที่จะต่อกรกับเขาโผล่มา ให้พวกเขาได้ต่อสู้กันโดยใช้ความตายเป็เดิมพัน บางทีถ้าทำเช่นนั้น มันอาจทำให้เขาก้าวข้ามอุปสรรคที่ติดอยู่มานานยี่สิบปี
เฉินเหวินมั่นใจมาก เขาเฝ้าประตูเขามายี่สิบปีแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้ก้าวสู่ขั้น์ปฐี ทว่าช่องว่างระหว่างขั้น์ปฐีก็เล็กมากเช่นกัน!
แต่จูชิงไม่ได้มีเจตนาจะบุกรุก อีกทั้งยังไม่ได้คิดที่จะขึ้นเขา กลับพาจินหลิงเอ๋อร์ไปพักอาศัยที่เมืองในเชิงเขาแทน
ในเมืองนี้ใช้ทองคำกับเงินเป็หลัก ทว่าหินปราณเป็สิ่งที่จอมยุทธ์นิยมใช้กันมากกว่า หินปราณหนึ่งก้อนสามารถซื้อของได้เป็จำนวนไม่น้อย
ในเขาชางอู๋ เส้นกั้นระหว่างจอมยุทธ์กับคนสามัญคลุมเครือสุดแสน มีจอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาหลายคนทำงานอยู่ในร้านค้าของคนธรรมดาทั่วไป หรือบางทีก็มีจอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณเปิดร้านค้าขายของริมถนน
ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถบำเพ็ญเพียร ถึงพวกเขาจะมีพร์ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจบรรลุความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
มีศิษย์จำนวนไม่น้อยที่รู้ตัวว่าไม่มีหวังจึงเลือกออกจากหอสุราลัย กลับบ้านเกิดของตัวเอง แต่งงาน มีลูก หวังว่าจะมีอนุชนรุ่นหลังที่เป็อัจฉริยะสักวันหนึ่ง
หรือตระกูลยุทธ์บางตระกูลสืบทอดต่อกันมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว ทว่าความแข็งแกร่งกลับเทียบกับสำนักเล็กๆ ไม่ได้
ทุกๆ เมืองรอบๆ เขาชางอู๋จะมีแท่นศิลายุทธ์ตั้งไว้อยู่ ซึ่งบนศิลาจะมีวิชายุทธ์สลักเอาไว้ ใครๆ ก็สามารถเรียนได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
“《เคล็ดบำรุงปราณ》!” จูชิงมองวิชาที่สลักอยู่บนแผ่นศิลาแล้วยิ้มเล็กน้อย มันเป็วิชาระดับต่ำ ถึงจะฝึกสำเร็จก็ไม่มีประโยชน์อะไร
มันมีไว้เพื่อบำรุงลมปราณ ทว่าสำหรับผู้ที่เริ่มต้นศึกษา แค่วิชานี้ก็เพียงพอแล้ว
เพราะ《เคล็ดบำรุงปราณ》คนธรรมดาทั่วไปที่อาศัยอยู่ในเมืองจึงเริ่มเข้าสู่เส้นทางแห่งยุทธ์ มันอาจดูไร้ประโยชน์ใน่แรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนจอมยุทธ์ก็เพิ่มขึ้นเป็เท่าทวี เมื่อจำนวนเพิ่มมากขึ้น โอกาสที่จะมีอัจฉริยะเกิดขึ้นก็มากตามไปด้วย อดที่จะกล่าวไม่ได้ว่าหอสุราลัยฉลาดมาก แค่ใช้วิชายุทธ์พื้นฐานวิชาเดียวกลับทำให้หอสุราลัยแข็งแกร่งอย่างก้าวะโในเวลาเพียงหนึ่งร้อยปี
ในสายตาของขุมพลังอำนาจส่วนใหญ่ จอมยุทธ์คือผู้เหนืุ์ พวกเขาไม่้าคบค้ากับคนทั่วไป ทั้งนี้เพื่อรักษาเกียรติอันสูงศักดิ์ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่แพร่งพรายหรือถ่ายทอดวิชายุทธ์ใดให้กับปุถุชนสามัญ
