“ดีมาก…าเ็หนักหรือเปล่า?” เมื่ออบรมเสร็จ ซุนเฟยก็เริ่มถามไถ่ถึงอาการาเ็ของลูกศิษย์ด้วยความเป็ห่วง
“ไม่หนักขอรับ มีเกราะป้องกันอยู่ข้างใน แค่เจ็บตรงปอดนิดหน่อย แต่ดื่มน้ำยาสีแดงเข้าไปก็หายแล้ว” สีหน้าเ็าของอินซากีเผยรอยยิ้มขี้อายออกมาเหมือนในอดีต
ซุนเฟยพยักหน้า
จากนั้นเขาก็หันไปถอดชุดเกราะหนังจิ้งจอกสีฟ้าออกมาจากตัวศพ ซุนเฟยสังเกตมานานแล้วว่านี่เป็เกราะหนังที่ดีมาก ตัวเกราะหนังแฝงไปด้วยกลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งจางๆ นอกจากจะทนทานแล้วยังสามารถเพิ่มพลังให้กับนักรบธาตุน้ำแข็งได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าด้านหลังของชุดจะมีรูเล็กๆ ที่เกิดจากกริชของอินซากี แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ชุดเกราะตัวนี้ดูด้อยค่าลงแต่อย่างใด
ซุนเฟยเก็บมันเข้าไปในแหวนเก็บของ
“เอ๊ะ? นี่มัน…รีบถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป ให้ท่านอาแลมพาร์ดและคนอื่นๆ ชะลอการสังหารพวกมันไว้ ยืดเวลาให้ข้าที ข้ายังมีบางเื่ที่ต้องไปจัดการ” ทันใดนั้นซุนเฟยก็เหมือนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยในขณะที่พูด
“ขอรับท่านอาจารย์” อินซากีรับคำอย่างหนักแน่นก่อนจะพลิ้วร่างหายไปในความมืดและทะเลไฟ
ซุนเฟยหลับตาลงเพื่อสำรวจความรู้สึกเมื่อสักครู่อย่างละเอียด เมื่อแน่ใจในทิศทางแล้ว เขาก็รีบทะยานร่างเข้าไปในกองเพลิงทันที ซุนเฟยพุ่งเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่พังลงเกือบจะทั้งหลัง แล้วก้าวเท้าไปยังห้องโถงเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง
……
“กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต…จบสิ้นแล้ว!”
บนยอดหอคอยที่ห่างไกล ดวงตาของชายหนุ่มที่ยืนมองอย่างเงียบๆ ก็เปล่งประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจออกมา ท่าทางของเขาดูลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวะโลงมาจากยอดหอคอยสูงแล้วทะยานหายไปในความมืด
“กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตก็ถูกทำลายลงไปแล้ว ถึงเวลาเก็บเกี่ยว!”
……
“าาแซมบอร์ดทำไมถึงยังไม่ปรากฏตัวออกมาอีก? หรือว่า…”
ภายใต้การคุ้มกันของเหล่าทหารหัวกะทิจาก ‘ค่ายวีรบุรุษเหล็ก’ องค์ชายอาร์ชาวินที่ยืนกวาดสายตามองหาาาแซมบอร์ดมาั้แ่ต้นจนจบก็เริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมา
“นักเวทหน้ากากดำคนนั้นเป็ใครกันแน่นะ? เป็ถึงนักเวทระดับหกดาวก็ไม่น่าไม่มีใครไม่รู้จัก แล้วทำไมในรายงานถึงไม่มีบอกเลยว่าคนคนนี้ได้ปรากฏตัวขึ้นมาในราชอาณาจักรเซนิท?”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จิตใจของ ‘เทพาแห่งเซนิท’ ก็วุ่นวายขึ้นมา ราวกับว่ามีม่านบางๆ ชั้นหนึ่งห้อยลงมาปิดบังความจริงทุกอย่างตรงหน้าของเขา
“รีบตรวจสอบ!” อาร์ชาวินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า
“ขอรับ ฝ่าา” อัศวินที่อยู่ข้างๆ คุกเข่าลงเพื่อรับคำสั่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นมาหันหลังจากไป
ในฐานะที่เป็องค์ชายใหญ่อาร์ชาวินถูกปลูกฝังมาให้มีนิสัยรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็เื่อะไรก็แล้วแต่ต้องไม่ประมาท! อัศวินกลุ่มนี้ติดตาม ‘เทพาแห่งเซนิท’ มาตลอด ผ่านสมรภูมิรบมาด้วยกันนับร้อยๆ ครั้ง รบเคียงบ่าเคียงไหล่เป็ตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน ไม่เพียงจะมีความจงรักภักดี แต่ยังมีสายสัมพันธ์ของนายบ่าวที่ลึกซึ้งถึงขนาดที่ว่ามองตาก็รู้ใจ แค่พูดคำว่า ‘รีบตรวจสอบ’ อัศวินทุกนายที่อยู่ที่นี่ก็เข้าใจความหมายแฝงขององค์ชายในทันที แน่นอนว่าพวกเขาต่างรู้ดีว่าองค์ชายทรงอยากให้ตรวจสอบเื่อะไร
……
ท่ามกลางความมืด
“สหาย! ตกลงเ้าดูออกไหม? ว่าเ้าหนุ่มที่สวมหน้ากากสีดำน่ะ เป็าาแซมบอร์ดจริงๆ หรือเปล่า?” มาเตรัซซี่หันมาถาม
“ไม่” ชายร่างผอมตอบกลับมาทันควัน
“เ้าดูไม่ออก?”
“อือ”
“ฮ่าๆๆๆ ยังมีเื่ที่เทพนักรบผู้พิทักษ์คราซิก ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งาาอาณาจักรเซนิทดูไม่ออกด้วยหรือ? เ้าคงไม่คิดจะปิดบังอะไรหรอกนะ?”
“กลิ่นอายพวกเขาไม่เหมือนกัน…ข้าไม่แน่ใจ”
“พระเ้า? ในที่สุดเ้าก็พูดมากกว่าสามคำสักที วะฮะฮ่า ไม่น่าเชื่อว่าจะมีวันนี้! เ้าพูดตั้งสิบเอ็ดคำเชียว ทำลายสถิติของเ้าได้เลยนะเนี่ย ฮ่าๆๆ!” มาเตรัซซี่ นักพเนจรอันดับหนึ่งแห่งราชอาณาจักรเซนิทเบิกตากว้าง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
เทพนักรบ “…”
มาเตรัซซี่ “มา! เ้าลองพูดอีกครั้งซิ รู้ไหม ถ้าเ้าพูดมากกว่านี้อีกสักนิด พวกศัตรูคงกลัวเ้ามากกว่าเดิมถึงสิบเท่า!”
เทพนักรบ “แล้วเ้ารู้ไหม ถ้าเ้าพูดน้อยลงกว่านี้อีกสักนิด จะมีคนรักเ้าเพิ่มขึ้นเป็พันเท่า”
มาเตรัซซี่ “…”
มาเตรัซซี่ “เ้าอยากให้ข้าลงไปทำลายหน้ากากของเ้าเด็กหนุ่มนั่นให้ดูไหม?”
เทพนักรบ “อย่า!”
มาเตรัซซี่ “พูดให้มากกว่านี้เ้าจะตายไหม?”
เทพนักรบ “…”
……
……
ห้องโถงชั้นหนึ่งของสำนักงานใหญ่ของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตใหญ่โตและกว้างขวางมาก มีขนาดเท่ากับสนามหญ้าขนาดย่อยก็ไม่ปาน ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเต็มไปด้วยเปลวไฟที่ลุกไหม้เพราะถูก ‘ะุเพลิง’ ของซุนเฟยถล่มใส่ในระหว่างการต่อสู้ แต่สภาพภายในส่วนใหญ่ของห้องโถงก็ยังคงเหมือนเดิม
ซุนเฟยกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเรียกคทาในเซ็ตของ ‘ทักษพของอาร์แคนน่า’ ออกมาถือไว้ในมือ ซุนเฟยค่อยๆ เดินทีละก้าวอย่างระมัดระวังไปทางบัลลังก์สัตว์อสูรสิงโตั์ที่อยู่ตรงกลางห้องโถง
“หัวกองกำลังทหารรับจ้างเล็กๆ คนหนึ่งถึงกับกล้านั่งบนบัลลังก์สิงโตที่เป็บัลลังก์ของาาเชียวหรือ? กองกำลังทหารรับจ้างโลหิตช่างใจกล้านัก”
ซุนเฟยแค่นเสียงหัวเราะอย่างเ็าในขณะที่กำไม้คทาแน่น
ฟิ้วๆๆๆ!
เสียงฝ่าอากาศที่แหลมคมดังขึ้นมา ‘ะุเพลิง’ ถูกยิงออกไปอย่างต่อเนื่องถึงสี่ครั้ง ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปชนกับบัลลังก์สิงโตตรงหน้าจนะเิ เศษหินปลิวว่อนไปทั่วทุกสารทิศ
ก้อนหินจำนวนมากค่อยๆ หล่นลงกับพื้นอย่างช้าๆ
ด้านหลังของบัลลังก์สิงโตปรากฏเส้นทางลับที่มีขนาดสำหรับให้คนคนเดียวเข้าออกได้ให้เห็น เส้นทางนั้นทอดยาวลึกเข้าไปและไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดอยู่ที่ไหน
บนผนังทั้งสองข้างต่างแกะสลักด้วยลายเส้นลึกลับสีเงิน นี่เป็รูปแบบเวทมนตร์ที่แปลกมาก ไม่ว่าจะเป็ส่วนโค้งด้านนอกสุดหรือวงเวทภายในก็ดูจะแตกต่างจากรูปแบบเวทมนตร์แบบปกติที่เขาแกะสลักกัน ซุนเฟยค่อยๆ เข้าไปสังเกตใกล้ๆ ก่อนจะพบว่าประตูโค้งนี้ดูเหมือนจะถูกแกะสลักมาจากก้อนหินขนาดใหญ่ จากนั้นก็นำมันมาฝังไว้ที่ปากทางเข้าเส้นทางลึกลับแห่งนี้ ประตูโค้งนี้ได้แผ่กระจายกลิ่นอายโบราณที่ไม่เข้ากับเส้นทางลึกลับนี้ออกมา
ลวดลายเวทมนตร์บนประตูโค้งทำให้ซุนเฟยรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
แต่มีบางอย่างกระซิบบอกซุนเฟยว่า ประตูโค้งบานนี้จะต้องเป็ของดีแน่ๆ
“อย่างไรก็ลองเก็บไปก่อนก็แล้วกัน...” ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ในอนาคตข้างหน้าก็อาจจะพบเจอคำตอบก็ได้ ซุนเฟยกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องโถง เมื่อเห็นว่าปลอดคนก็รีบเปลี่ยนเป็ ‘โหมดคนเถื่อน’ จากนั้นก็ใช้พละกำลังของคนเถื่อน ‘แงะ’ ประตูโค้งหินนี้ออกมาเก็บใส่แหวนเก็บของ
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เขาก็เดินเข้าไปในเส้นทางลึกลับนั่น
ก่อนหน้านี้ซุนเฟยรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายแปลกๆ ที่เชิญชวนให้เขาเดินเข้ามายังเส้นทางลับ
เส้นทางแคบมาก สามารถเดินเข้าไปได้แค่คนเดียว ขั้นบันไดค่อยๆ ทอดยาวลึกเข้าไปเรื่อยๆ เมื่อเดินไปได้ประมาณห้าสิบกว่าเมตร เส้นทางลับเริ่มกลายเป็พื้นที่กว้างขวาง ด้านหน้ามีแสงสว่างขึ้นมาจางๆ มันเป็แสงสว่างที่มาจากสมบัติกองโตที่กำลังเปล่งแสงสว่างพร่างพราว
ถ้าคนทั่วไปเดินอยู่ในอุโมงค์แคบมาเป็เวลานาน แล้วจู่ๆ ก็พบสมบัติกองโตส่องแสงอยู่ตรงหน้า เขาวิ่งเข้าหาทันทีแบบไม่คิด
แต่ซุนเฟยกลับต่างออกไป เขายืนนิ่งอยู่กับที่
เพราะเขารู้สึกว่าหลังจากที่เส้นทางลับแคบๆ กลายเป็พื้นที่กว้างขวาง ผนังหินทั้งสองด้านและก้อนหินด้านหน้าก็ดูเหมือนจะผิดปกติ อีกทั้งกลิ่นอายอันตรายบางอย่างที่มองไม่เห็นก็หมุนเวียนอยู่ในนี้ และกลิ่นอายเช่นนี้ก็ทำให้ซุนเฟยรู้สึกประหลาดใจ
“กับดักเวทมนตร์?”
คาดไม่ถึงว่ากองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตจะซุกซ่อนสถานที่ลึกลับแบบนี้ไว้ใต้ดิน
ซุนเฟยลองคำนวนเวลาที่เหลือก็พบว่าเวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว เขาเปลี่ยนเป็ ‘โหมดมือสังหาร’ แล้วรีบเดินไปข้างหน้าทันที
ในโลก Diablo อาชีพมือสังหารสามารถควบคุมและยกเลิกกับดักเวทมนตร์ได้ ดังนั้น ตัวละครนี้จึงเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนี้ที่สุด
ด้วย ‘โหมดมือสังหาร’ ซุนเฟยรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าตรงผนังกำแพงหินและพื้นดินบางแห่งมีกับดักเวทมนตร์จำนวนมากฝังอยู่ในนั้น ถ้าคนที่ไม่มีความรู้หรือชำนาญในเื่กับดักเวทมนตร์เดินทะเล่อทะล่าเข้ามาล่ะก็ ต่อให้เป็นักรบระดับหกดาวก็มีสิทธิ์ตายได้
ความเร็วในการเดินของซุนเฟยเริ่มช้าลงๆ
เขายกเลิกกับดักเวทมนตร์ในระหว่างทางที่เดินทีละเล็กทีละน้อย แต่ไม่ได้ยกเลิกกับดักเวทมนตร์จนหมด ซุนเฟยได้สร้างเส้นทางแปลกใหม่ที่สามารถเดินผ่านได้เพียงคนเดียวขึ้นมา
“แปลก นี่เป็รูปแบบการวางกับดักเวทมนตร์ที่ฉลาดมาก แต่วิธีการติดตั้งกลับไม่ค่อยดีเท่าไร ดูเหมือนว่าคนที่ติดตั้งจะไม่ค่อยมีความรู้เื่กับดักเวทมนตร์ แค่วางตามรูปแบบเฉยๆ…” ไม่ช้าซุนเฟยก็ค้นพบเื่แปลกๆ เข้า บนพื้นเต็มไปด้วยกับดักเวทมนตร์มากมาย และเพราะมันมากเกินไป ทำให้อำนาจในการทำลายล้างของกับดักเวทมนตร์ถูกลดทอนลงไปมาก แถมมีกับดักบางอันที่ติดตั้งไม่สมบูรณ์อีกต่างหาก ราวกับว่าคงติดตั้งนำกับดักมาวางไว้แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ วางกองสุมๆ กันโดยไม่สนใจถึงความแตกต่างของกับดักเวทมนตร์
ทางเดินยาวประมาณห้าสิบเมตร ด้วย ‘โหมดมือสังหาร’ ทำให้ซุนเฟยเสียเวลาไปแค่สามสิบนาทีก็สามารถเดินผ่านพวกมันมาได้
ในระหว่างที่เดิน ซุนเฟยไม่ได้ััโดนกับดักเลยสักอัน แม้แต่รอยเท้าก็ไม่ทิ้งไว้เลยสักนิด เมื่อลองมองย้อนกลับไป มันเหมือนกับว่าไม่เคยมีใครผ่านมาทางนี้
-------------------------------
