เงื่อนไขสองข้อ!
อวี่เยว่ฟาง
ป้ายร้านเดิม "จ้าวเจียเสี่ยวอวี๋กัวเทีย" ถูกปลดออกไปนานแล้ว และถูกแทนที่ด้วยป้ายไม้แกะสลักใหม่เอี่ยม สลักตัวอักษรตัวโตว่า "อวี่เยว่ฟาง" ลายเส้นพริ้วไหวดูคลาสสิก แฝงไปด้วยกลิ่นอายเรียบง่ายตามแบบฉบับหมู่บ้านริมน้ำเจียงหนาน
นับั้แ่รับโอนกิจการมา หลิวหยูถงสั่งให้เปลี่ยนป้ายร้านทันที แม้ชื่อจะเปลี่ยนไป แต่เมนูเด็ดอย่าง "เสี่ยวอวี๋กัวเทีย" (ปลาเล็กทอดแนบกระทะแผ่นแป้ง) ซึ่งเป็ของโปรดของคนท้องถิ่นยังคงอยู่
ตอนเซ็นสัญญาโอน หลิวหยูถงไม่ลืมกำชับให้จ้าวเทียนอีจัดการเื่ "สูตรลับ" ของเมนูนี้ให้เบ็ดเสร็จ ถึงแม้เชฟเดิมจะทำเป็อยู่แล้ว แต่การมีสูตรลายลักษณ์อักษรไว้ในมือย่อมปลอดภัยกว่า เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ไม่เสียหลาย
หลังจากเข้าบริหารร้านที่เคยรุ่งเรืองแห่งนี้ นอกจากเปลี่ยนชื่อแล้ว หลิวหยูถงยังสั่งให้อวิ๋นเฉิงจัดการเื่ "สวัสดิการพนักงาน" และ "มาตรฐานสุขอนามัย" ในห้องครัวใหม่ทั้งหมด
แม้รสชาติอาหารจะดีอยู่แล้ว แต่สภาพแวดล้อมหลังร้านก่อนหน้านี้ยังไม่ค่อยน่าประทับใจนัก เธอจึงสั่งสังคายนาครั้งใหญ่
พนักงานเสิร์ฟถูกเปลี่ยนเป็คนของเธอเกือบทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่คือเด็กจบใหม่จากโรงเรียนอาชีวะที่รับเข้ามา ชุดยูนิฟอร์มถูกสั่งตัดใหม่เป็เสื้อเชิ้ตสีแดงพับแขน แมตช์กับผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินเข้ม ติดเข็มกลัดรูปปลาเล็กๆ ที่หน้าอก ดูสะอาดสะอ้านและคล่องแคล่ว
นอกจากนี้ เธอยังให้เชฟตั้ง "ศูนย์วิจัยรสชาติอาหาร" ขึ้นภายในร้าน ่เวลาที่ลูกค้าไม่เยอะ เชฟต้องคิดค้นและพัฒนาเมนูอื่นๆ นอกเหนือจากเมนูชูโรงให้ดียิ่งขึ้น โดยมีกฎว่าพนักงานทุกคนต้องร่วมชิม หากไม่ผ่านเกณฑ์ความพึงพอใจ 90% เมนูนั้นจะไม่มีสิทธิ์บรรจุลงในเมนูหลัก
แม้ข้อกำหนดจะสูงขึ้น แต่ค่าตอบแทนก็สูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อบริการดีขึ้นและคุณภาพอาหารคงเส้นคงวา ประสบการณ์การทานอาหารของลูกค้าจึงยอดเยี่ยมกว่าเดิม ส่งผลให้ธุรกิจรุ่งเรืองยิ่งกว่าตอนเ้าของเก่าบริหารเสียอีก
แต่แน่นอน... เมื่อร้านเด่น ย่อมหนีไม่พ้นสายตาของพวกประสงค์ร้าย
ในเวลาที่ควรจะเป็่พีคของร้าน กลับกลายเป็ว่าบรรยากาศดูเงียบเหงาพิกล
ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง นำกลุ่มนักเลงหัวไม้นับสิบคนมานั่งจองโต๊ะเต็มโถงกลางร้าน พวกลูกกระจ๊อกแต่งตัวตามใจชอบ บางคนแหวกอกเสื้อโชว์รอยสักน่ากลัว ในมือถือไม้กระบองและอาวุธครบมือ ท่าทางหาเื่เต็มที่
“เถ้าแก่ร้านนี้ตายไปแล้วเหรอ? ทำไมยังไม่โผล่หัวมาอีก!”
“กินข้าวอยู่ดีๆ เจอเส้นผมเนี่ย พวกแกจะไม่รับผิดชอบหน่อยเหรอ?”
“แถมยังเป็ผมหยิกด้วยนะโว้ย! ทุเรศสิ้นดี!”
“ฉันบอกไว้ก่อนนะ ถ้าไม่ยอมจัดการเื่นี้ให้จบ ฉันจะทำให้ร้านแกเปิดต่อไปไม่ได้! ไม่ใช่แค่จะพาคนมาป่วนทุกวัน แต่ฉันจะไปร้องเรียนกรมควบคุมตลาดให้สั่งปิดร้านพวกแกให้หมด!”
ชายคนนี้หน้าตาหล่อเหลาดูมีความรู้ แต่การกระทำกลับตรงกันข้ามเหมือนกุ๊ยข้างถนนไม่มีผิด
“คุณบอกว่าเจอผมก็คือเจอผมงั้นเหรอ? แล้วจะพิสูจน์ยังไงว่าผมเส้นนั้นมาจากร้านเรา?” พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งเหลืออด เดินเข้าไปเถียง “คุณดูพนักงานร้านเราสิ มีใครผมหยิกบ้างไหม?”
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้พวกเขามีจำนวนคนน้อยกว่า และคุณหนูย้ำหนักย้ำหนาว่าห้ามก่อเื่ในร้าน ป่านนี้พวกเขาคงซัดหมอบไปนานแล้ว
เติ้งเจ๋อเยี่ยน เริ่มเสียอาการเมื่อโดนย้อน แต่ยังทำใจดีสู้เสือ “ใครจะไปรู้ อาจจะเป็เชฟหลังร้านที่ทำหลุดลงมาตอนทำอาหารก็ได้!”
สิ้นคำพูดนั้น…
ประตูห้องครัวก็เปิดโครม! เชฟสี่ห้าคนเดินหน้าถมึงทึงออกมา
“แกนี่มันไม่ให้เกียรติกันเลยนะ จะโยนขี้ให้พวกข้าให้ได้เลยใช่ไหม?”
เถ้าแก่ใหม่ตั้งกฎไว้ว่า ถ้าอาหารไม่มีปัญหา สุขอนามัยผ่านเกณฑ์ ทุกเดือนจะมีโบนัสพิเศษ แต่ถ้ามีปัญหาเื่ความสะอาดขึ้นมาเมื่อไหร่ โบนัสก้อนโตนั้นจะมลายหายไปทันที
พอได้ยินคนมาใส่ความเื่ความสะอาด มีหรือที่พวกเขาจะทนไหว
เติ้งเจ๋อเยี่ยน “ใครใส่ความ? ถึงพวกแกจะสวมหมวก แต่ผมมันก็หลุดออกมาได้ หรือไม่แกก็เพิ่งจะใส่หมวกตอนเดินออกมานี่แหละ!”
ทันทีที่เขาพูดจบ…
เหล่าเชฟก็พร้อมใจกันถอดหมวกออก... เผยให้เห็นศีรษะที่ล้านเลี่ยนเตียนโล่งสะท้อนแสงไฟ!
“ไอ้บ้า! พวกข้าหัวล้านกันหมดขนาดนี้ แกจะหาผมจากไหนอีก!”
“ข้าว่าแกตั้งใจมาหาเื่ชัดๆ แน่จริงก็อยู่นี่อย่าหนีนะโว้ย รอเถ้าแก่ข้ามาก่อนเถอะ ดูซิว่าแกจะโดนจัดหนักขนาดไหน!”
ความจริงแล้ว หลังจากร้านเปลี่ยนมือ เชฟบางคนเคยคิดจะลาออก เพราะเถ้าแก่เก่าเคยชวนให้ตามไปทำงานที่อื่น
แต่พอมีชายร่างท้วมพาพรรคพวกผมทองนับสิบคนมา "ทักทาย" ถึงบ้าน ความคิดที่จะลาออกก็หายวับไปกับตา... การย้ายงานเป็เื่เล็ก แต่การถูกเอาสอบคลุมหัวแล้วตื้บเป็เื่ใหญ่!
ที่สำคัญ เถ้าแก่ใหม่เลี้ยงดูพวกเขาอย่างดี นอกจากขึ้นเงินเดือนแล้ว ยังให้ความหวังว่าในอนาคตจะขยายสาขา
หากฝีมือถึงขั้น พวกเขามีโอกาสจะได้เป็ "เฮดเชฟ" ของสาขาใหม่ ซึ่งสำหรับเชฟร้านอาหารตามสั่งบ้านๆ การได้ตำแหน่งเท่ๆ แบบนั้นคือความฝันอันสูงสุดเลยทีเดียว
เติ้งเจ๋อเยี่ยนไม่ได้ใส่ใจคำขู่เ่าั้เลย
“ฉันไม่สน! วันนี้เถ้าแก่พวกแกต้องออกมาเคลียร์เื่นี้กับฉัน!”
เขาเสียเงินจ้างคนสืบมาแล้วว่า เ้าของร้านตัวจริงเป็แค่เด็กผู้หญิงเมื่อวานซืนคนหนึ่ง แม้เขาจะยอมรับว่ายัยเด็กนั่นมีกึ๋นและสายตาแหลมคมที่ชิงร้านนี้ไปได้ แต่ยังไงก็เป็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่น่ากลัวอะไร
พอคิดถึงข้อมูลที่ได้มา เติ้งเจ๋อเยี่ยนก็กัดฟันกรอดด้วยความแค้น
เขากลับมาจากมหาวิทยาลัยใน่ปิดเทอม ก็ได้รับข่าวร้ายจากบ้านป้าว่า จ้าวซู ลูกพี่ลูกน้องของเขาโดนจับเข้าคุกก่อนสอบมหาวิทยาลัย
นอกจากจะเสียอนาคตทางการศึกษาแล้ว ยังเสี่ยงติดคุกอีกหลายปี ที่สำคัญที่สุดคือร้านอาหารของครอบครัวป้าต้องยอมโอนให้คนอื่นไป
จริงๆ แล้วเติ้งเจ๋อเยี่ยนเป็คนค่อนข้างเ็า เขาไม่ได้สนิทกับจ้าวซูเท่าไหร่นัก แม้ภายนอกจะดูเป็ห่วงเป็ใย แต่ลึกๆ แล้วเขาคิดว่าใครทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบเอาเอง สิ่งเดียวที่เขาสนใจจริงๆ คือ "ร้านอาหาร" แห่งนั้น
ร้านของป้าเขาขายดีถล่มทลาย แต่กลับไม่เคยคิดจะขยายแฟรนไชส์เลย ซึ่งมันทำให้คนที่มีหัวการค้าและทะเยอทะยานอย่างเขาหงุดหงิดมาก
ในชาติก่อน... เติ้งเจ๋อเยี่ยนทำสำเร็จ
เขาเริ่มสร้างอาณาจักรธุรกิจจากการขอซื้อสูตรลับและแฟรนไชส์ร้านของป้าจนได้ทุนก้อนแรกมา จากนั้นก็ใช้อุบายและเสน่ห์ล่อลวงผู้หญิงหลายคนเพื่อถีบตัวเองขึ้นไปเป็มหาเศรษฐีระดับพันล้าน
ในชาตินี้ เขากลับมาพร้อมความตั้งใจจะขอสูตรลับเพื่อเริ่มแผนการเดิม แต่กลายเป็ว่าร้านถูกเปลี่ยนมือไปเสียก่อน แถมลุงยังยื่นเงื่อนไขให้เขามาสองข้อว่า ถ้าอยากร่วมหุ้นเปิดร้านด้วยกัน
เขาต้องหาทางพาลูกสาวออกจากคุกให้ได้
หรือไม่ก็ต้อง "พัง" ร้านอวี่เยว่ฟางทิ้งซะ!
