คำตอบและน้ำเสียงหงานใสของนนวตราทำให้ภาคินรู้สึกโล่งใจบอกไม่ถูก เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้เกิดความรู้สึกแบบนั้น ทำไมต้องโล่งที่หล่อนยังไม่มีแฟน ยังไม่มีครอบครัวซึ่งมันไม่น่าเป็ไปได้ที่ผู้หญิงสวยน่ารักอย่างนี้จะครองตัวเป็โสดั้แ่เรียนจบ เขาเองก็เหลือบมองหล่อน ต่างคนต่างมองด้วยสายตาซ่อนนัยแต่เหมือนมีบางอย่างที่ทั้งเขาและหล่อนเข้าใจกันและกันอยู่ลึก ๆ นนวตรายิ้มกับเขา
“เอ้อ...แล้วลีจะแวะมาที่นี่บ้างหรือเปล่า”
“ลีไม่ค่อยมาที่นี่หรอก นาน ๆ มาที แต่แนนคงได้เจอลีแน่นอน กลับไปเดี๋ยวผมจะบอกลีนะว่าแนนมาทำงานเป็เลขาของผม”
“แนนอายลีจังเลยค่ะที่ต้องมาทำงานเป็เลขาของสามีเพื่อนสนิท มันดูเหมือนชีวิตของแนนไปไม่ถึงไหน”
“ไม่เห็นแปลกเลย แบบนี้ดีเสียอีก ได้ทำงานกับคนที่รู้จักและ...เอ้อ...ครั้งหนึ่งคุ้นเคยกันมันทำให้บรรยากาศการทำงานดีขึ้นมากรู้ไหม”
“คินคิดว่าอย่างนั้นเหรอคะ?”
“ใช่...ผมคิดว่าอย่างนั้น”
เขาตอบแต่สายตาของเขาที่จ้องมองเพื่อนของภรรยาดูเหมือนว่าเป็สายตาที่ไม่ปกติ และมันทำให้หัวใจของนนวตราเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เพราะหล่อนก็เป็แบบนี้ทุกครั้งที่ได้เจอภาคิน มันเป็มาั้แ่สมัยที่หล่อนเรียนหนังสือและได้เจอเขาบ่อย ๆ เพราะเวลานั้นภาคินเป็คนสนิทกับวลียาเพื่อนของหล่อน หญิงสาวเองก็มองตาเขาปริบ ๆ ต่างคนต่างมองจ้องกันอยู่ชั่วครู่แล้วเขาก็ทำหน้าเหมือนนึกอะไรได้
“อืม...วันนี้แนนจะเริ่มงานเลยหรือเปล่า เห็นแต่งตัวมาเรียบร้อยเหมือนตั้งใจมาทำงานแล้วนี่นะ”
“คินจะให้แนนเริ่มทำงานเลยเหรอคะ ก็โอเคนะคะ จะให้แนนทำอะไรบ้างบอกมาได้เลยค่ะ”
หล่อนรับคำด้วยสีหน้าแช่มชื่น แต่เหมือนมีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างเลขากับเ้านายที่ต่างก็เก็บความรู้สึกบางอย่างไว้ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยมิดชิดเท่าไหร่โดยเฉพาะนนวตราที่มีสีหน้าระเรื่อเวลาจ้องหน้าเ้านายของหล่อน แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติเพราะนนวตราเริ่มงานด้วยการช่วยจัดตารางเวลาประชุมและจัดเอกสารให้เ้านายของหล่อนอย่างกระตือรือร้น
เวลาผ่านไปเกือบสัปดาห์นนวตราก็ยังไม่เห็นว่าวลียาจะมาหาภาคินที่บริษัทของเขา หล่อนยังทำงานไปตามปกติถึงหลายครั้งจะรู้สึกแปลก ๆ บ้างก็ตาม บางทีหล่อนก็คิดว่าภาคินเป็คนรักครอบครัวเพราะบ่อยครั้งเหมือนกันที่หญิงสาวได้ยินเขาโทรศัพท์คุยกับวลียาเสียงอ่อนเสียงหวาน นนวตราอดที่จะอิจฉาเพื่อนของหล่อนไม่ได้เพราะวลียาโชคดีที่ได้ผู้ชายอย่างภาคิน เขาทั้งรูปหล่อ เสน่ห์แรงและตอนนี้เป็ถึงเ้าของบริษัทใหญ่ นึกไปนึกมาถ้าตอนนั้นหล่อนไม่ส่งเสริมให้เขาชอบวลียาแล้วชีวิตของหล่อนจะเป็ยังไงน๊า...
“แนน...วันนี้ผมจะออกไปข้างนอกนะ”
ภาคินบอกเลขาของเขาตอนที่หล่อนนั่งก้มหน้าก้มตาทำเอกสารให้อย่างขะมักเขม้น นนวตราเงยหน้าแล้วยิ้มหวาน
“อ่า...ค่ะ...เดี๋ยวแนนจะอยู่คอยรับโทรศัพท์เผื่อใครโทรมานะคะ”
“คงไม่ต้องเพราะผมจะให้แนนออกไปข้างนอกกับผมด้วย”
“หืมม์?...แล้วงานบนโต๊ะนี่ล่ะคะ”
“วางไว้ก่อน วันนี้ไม่มีงานเร่งด่วน งานที่ผมต้องออกไปพบลูกค้าสำคัญกว่านะ”
“โอเคค่ะ...ก็ได้ค่ะ แล้วเราจะไปไหนกันคะ”
“ผมนัดลูกค้ากินอาหารญี่ปุ่นกัน แนนชอบทานอาหารญี่ปุ่นไหม”
“ทานได้ค่ะ ไม่เป็ปัญหา”
ทั้งที่หล่อนไม่ชอบพวกซูชิ วาซาบิอะไรนั่นสักนิดแต่ก็ต้องทำหน้าชื่นตาบานรับคำเ้านายเพราะเกรงอกเกรงใจภาคินที่เขาดีกับหล่อนทุกอย่าง รับหล่อนเข้ามาทำงานแล้วก็ไม่เคยว่าหรือพูดให้เสียใจทั้งที่บางครั้งหล่อนทำงานให้เขาไม่เรียบร้อยเพราะยังไม่เข้าใจระบบของบริษัทแต่เขาก็ไม่เคยแสดงออกว่ารำคาญเลยสักหน ตรงข้ามกลับช่วยเหลือและเวลาที่เขาช่วยหล่อน แนะนำสิ่งที่ต้องทำนั่นล่ะเป็เวลาที่นนวตรามีความสุข เพราะหล่อนได้เห็นหน้าเขา ได้ยินเสียงและ อืม...ได้อยู่ใกล้ชิดผู้ชายที่ทั้งหล่อและมีเสน่ห์อย่างภาคิน
ตายละ...นี่หล่อนกำลังคิดเื่อะไรอยู่ มันเป็เื่น่าอายจะตายไปที่หล่อนจะคิดแปลก ๆ กับสามีของเพื่อน แต่จะว่าไปนนวตราก็ยังไม่ได้พบหน้าวลียาเลยสักครั้ง เห็นแต่หน้าของสามีเพื่อนที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งทำให้หล่อนหวั่นไหวขนาดบางคืนเอาไปฝันถึง นี่หล่อนจะทำยังไงดีถึงจะไม่นึกเห็นหน้าภาคิน หน้าตาหล่อ ๆ หุ่นล่ำกำยำ ทำไม๊หล่อนถึงไม่สารภาพว่าชอบเขาั้แ่ตอนนั้น
มานึกได้อะไรเอาป่านนี้ฮะ...นนวตรา
ภาคินพาเลขาของเขาไปพบกับลูกค้าที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ทั้งโอ่โถงและบรรยากาศดีมากเพราะอยู่ในซอยลึกที่รถไม่พลุกพล่าน ตอนแรกนนวตราคิดว่าเ้านายจะพาหล่อนไปเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ แต่ที่ไหนได้มันเป็ร้านอาหารญี่ปุ่นแสนสบายและบริการแขกด้วยการจัดเลี้ยงในห้องส่วนตัวสำหรับแขกวีไอพีโดยเฉพาะ
