ความเงียบนั้นยืดยาวจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังฟังดูชัดเจนผิดปกติ จางเหวินยืนอยู่เบื้องหน้า สายตาภายใต้หน้ากากสีดำกวาดมองทุกคนอย่างสงบนิ่ง ราวกับกำลังตรวจสอบบางสิ่งที่ลึกล้ำกว่าคำพูดหรือท่าทาง
ค่าความชอบที่ลอยอยู่ในสายตาของเขาแทบไม่มีความผันผวน ิหยวนยังคงอยู่ที่หนึ่งร้อยเต็มโดยไม่ขยับแม้แต่น้อย คังห่าวก็เช่นเดียวกัน
หลงหยานเทียนเพิ่งแตะระดับหนึ่งร้อยอย่างสมบูรณ์ ขณะที่หลินไท่จี๋หยุดอยู่ที่เก้าสิบเก้า ส่วนหลิวหลงพุ่งขึ้นมาเกือบแปดสิบ และกุ่ยอิงซึ่งเริ่มต้นต่ำกว่าใครกำลังเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ทีละเล็กทีละน้อย
จางเหวินรู้ดีว่าตัวเลขเ่าั้ไม่ได้เกิดจากความชื่นชอบเป็สาเหตุหลัก แต่มันคือความหวาดกลัว
หลังจากปล่อยให้ความเงียบกดทับอยู่นานพอ เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เอาละ ข้าเห็นมามากพอแล้ว”
สายตาของบางคนสั่นไหวเล็กน้อย
“ขั้นตอนสุดท้าย…พวกเ้าจะลองเอาชนะมันดู”
ร่มแยก์ปรากฏขึ้นในมือของจางเหวินในทันที อากาศรอบด้านบิดเบี้ยวราวกับมิติถูกฉีกออก แรงดึงที่ไม่อาจขัดขืนได้ปะทุขึ้น ร่างของทั้งหกคนถูกกลืนหายไปโดยไม่มีใครต่อต้าน โลกทั้งใบดับวูบลง เหลือเพียงความมืดที่ไร้ขอบเขต
และในเสี้ยววินาทีถัดมา พวกเขาแต่ละคนก็ร่วงหล่นลงมายังพื้นที่แห่งหนึ่ง
หลินไท่จี๋พลิกตัวกลางอากาศทันที สายลมคำรามผ่านข้างหู เมื่อนางมองลงไปเบื้องล่าง หัวใจพลันเย็นวาบ ทะเลขนาดมหึมากางออกสุดสายตา ไม่มีแผ่นดิน ไม่มีเกาะ ไม่มีแม้แต่เส้นขอบฟ้าที่ชัดเจน ราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงมหาสมุทรอันไร้ที่สิ้นสุด
นางหันมองรอบด้าน แต่ไม่พบใครเลย และในวินาทีนั้นเองนางก็รับรู้ได้ว่าพลังบ่มเพาะของตนถูกกดลงเหลือเพียงระดับนักบุญขั้นที่หนึ่ง
ตูมมมมมม!!!
ทะเลเบื้องล่างะเิออกอย่างรุนแรง มวลน้ำมหาศาลพุ่งขึ้นฟ้าราวกับทะเละเิ คลื่นั์พุ่งเข้าหานางอย่างจงใจ หลินไท่จี๋รีบบินถอยโดยสัญชาตญาณ
กึก!
ภายใต้คลื่นน้ำนั้นมีเขี้ยวขนาดมหึมาปิดกระแทกกันตรงตำแหน่งที่นางอยู่เมื่อครู่ เสียงกระแทกดังะเือากาศ ดวงตาของนางหดเล็กลงเมื่อเห็นร่างของปลาฉลามั์ที่โผล่ขึ้นมา ความยาวของมันเทียบได้กับเทือกเขาขนาดย่อม ิัเต็มไปด้วยรอยฉีกขาดเก่าแก่ ดวงตาขาวซีดไร้ชีวิตจ้องมาที่นางอย่างยั่วยุ
แต่สิ่งที่ทำให้หลินไท่จี๋รู้สึกสนใจจริงๆ ไม่ใช่ฉลามตรงหน้า
หากเป็สิ่งที่อยู่ด้านล่าง
ใต้ผิวน้ำสีดำสนิท เงาจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเคลื่อนไหว บางเงายาวเหมือนงูั์ บางเงากว้างราวูเา และบางสิ่งใหญ่เสียจนไม่อาจมองเห็นรูปร่างทั้งหมดได้ น้ำทะเลเริ่มหมุนวนช้า ๆ ราวกับกำลังปั่นป่วนเพราะการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตขนาดมหาศาล
หลินไท่จี๋เพ่งสายตาลงไป และทันใดนั้นนางก็รู้สึกเหมือนความตายกำลังจ้องมองมาที่นาง
เพราะใต้ผิวน้ำไม่ได้มีเพียงสัตว์อสูร มันกลับมีซากบางอย่างลอยอยู่
แขนมนุษย์ที่ซีดขาว ใบหน้าที่บิดเบี้ยว ร่างไร้ิญญาที่ลอยนิ่งเหมือนถูกแช่มานานนับไม่ถ้วน
พวกมันไม่ได้จม แต่ลอยอยู่ในระดับเดียวกันทั้งหมด ราวกับมีบางสิ่งควบคุมไม่ให้จมหายไป
ทันใดนั้น ซากศพหลายร่างค่อย ๆ หันศีรษะขึ้นพร้อมกัน
ดวงตาที่ควรไร้ชีวิตกลับเปิดกว้าง
หลินไท่จี๋รู้สึกหนังศีรษะด้านชา เพราะนางมั่นใจว่าพวกมันกำลังจะฆ่านาง
น้ำทะเลเริ่มสั่นะเือีกครั้ง ก่อนเงาขนาดมหึมาจะเคลื่อนผ่านใต้ร่างของนางอย่างเชื่องช้า ความใหญ่ของมันทำให้ฉลามั์เมื่อครู่ดูเล็กลงไปทันที และแม้เวลาจะผ่านไปหลายลมหายใจ เงานั้นก็ยังไม่สิ้นสุดราวกับสิ่งมีชีวิตทั้งตัวใหญ่กว่ามหาสมุทรส่วนหนึ่ง
แรงดันน้ำเพิ่มสูงขึ้น อากาศเริ่มหนาวเย็นจัดจนหายใจลำบาก ผิวน้ำค่อย ๆ ปูดนูนขึ้นเหมือนมีบางสิ่งกำลังลอยขึ้นมาจากความลึกที่ไม่มีใครควรไปถึง
ในขณะเดียวกัน อีกห้ามิติที่ถูกแยกออกจากกันโดยสมบูรณ์ก็ปรากฏภาพเดียวกันขึ้น
มหาสมุทรที่กว้างใหญ่ ไร้ขอบเขต และไม่มีแผ่นดินให้ยึดเกาะ
ิหยวน คังห่าว หลงหยานเทียน หลิวหลง และกุ่ยอิง ต่างถูกโยนลงสู่โลกแห่งน้ำลึกเช่นเดียวกับหลินไท่จี๋ เพียงแต่ว่าทุกคนอยู่คนละมิติ คนละทะเล คนละความน่าสะพรึงกลัว
เหนือศีรษะคือท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ใต้ฝ่าเท้าคือมหาสมุทรที่ดูเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด และลึกลงไปภายใต้ผิวน้ำนั้น สิ่งมีชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน
คังห่าวลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ สายตามองลงไปด้านล่างอย่างระวัง เขาไม่ได้แสดงความตื่นตระหนก แต่กล้ามเนื้อทั่วร่างกลับตึงเครียดโดยไม่รู้ตัว เงาขนาดมหึมาหลายสายกำลังวนอยู่ใต้ผิวน้ำราวกับกำลังประเมินเหยื่อ
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนพึมพำออกมา
“ข้าสาบานเลยชีวิตนี้จะไม่เอาเท้าไปแตะทะเลเด็ดขาด...”
ทันทีที่คำพูดจบลง ผิวน้ำทั้งหมดกลับยุบตัวลงเหมือนถูกบางสิ่งดูดเข้าไป ความมืดใต้ทะเลเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นรูปร่างมหึมาที่เคลื่อนผ่านด้านล่างเพียงเสี้ยวส่วนของร่างกายก็ใหญ่กว่าพื้นทะเล คลื่นแรงดันพุ่งขึ้นมาจนแม้แต่เขายังต้องถอยห่าง
อีกด้านหนึ่ง ิหยวนยืนลอยนิ่ง ดวงตาของเขาสงบนิ่งราวกับกระจกไร้คลื่น เขาไม่สนใจอสูรทะเลที่กำลังวนเวียนอยู่ด้านล่าง พร้อมกับเริ่มโจมตีทันที
ดวงดาวจำนวนมหาศาลกำลังร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
ดาวแต่ละดวงเผาไหม้ขณะตกลงสู่มหาสมุทร เสียงปะทะดังสนั่นเมื่อมันกระแทกผิวน้ำ แต่แทนที่ทะเลจะปั่นป่วน น้ำกลับเปิดออกและกลืนกินดวงดาวเ่าั้อย่างเงียบงัน ราวกับมันเคยกินสิ่งแบบนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ิหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย เพราะทุกครั้งที่ดาวตกลงไป เงาบางอย่างใต้ทะเลจะขยับเข้าใกล้ผิวน้ำมากขึ้น ราวกับกำลังถูกปลุกให้ตื่น
ในอีกมิติหนึ่ง หลงหยานเทียนแทบไม่ลังเลแม้แต่น้อย ร่างของเขาพุ่งดิ่งลงสู่ทะเลทันที คลื่นน้ำแตกกระจายเมื่อร่างทะลวงลงไป ความเย็นของน้ำลึกไม่อาจทำให้เขาหวั่นไหว เพราะสายเืของเขาคือผู้ปกครองท้องทะเลมาั้แ่โบราณ
แต่เพียงไม่กี่ลมหายใจหลังจมลงไป สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ดวงตาจำนวนมหาศาลในความมืดที่เปิดขึ้นพร้อมกัน พวกมันกำลังจ้องมองเขาเหมือนสิ่งแปลกปลอม หลงหยานเทียนมองไปที่ภาพเบื้องหน้าก่อนจะพูดขึ้น
“เริ่มน่ากลัวแล้วสิ…”
ในอีกมิติหนึ่ง กุ่ยอิงลอยนิ่งอยู่เหนือทะเลอีกแห่งหนึ่ง สีหน้าของนางยังคงสงบ พร้อมมองไปยังภาพเบื้องล่างด้วยความเ็า ทะเลทั้งผืนเป็สีแดงเข้มเหมือนโลหิต เศษเนื้อและกระดูกลอยกระจัดกระจายเต็มผิวน้ำ คลื่นทุกระลอกพัดพาเศษเนื้อที่ไม่สมบูรณ์ผ่านของสิ่งมีชีวิตอะไรที่นางไม่รู้จักไปอย่างช้า ๆ
และใต้ทะเลโลหิตนั้น บางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว มันไม่ใช่สัตว์อสูร
แต่เหมือนกองร่างจำนวนมหาศาลที่ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน กำลังคืบคลานอยู่ใต้ชั้นเืหนืด เสียงบดเคี้ยวดังแ่เบาลอยขึ้นมาจากด้านล่างอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่อีกมิติหนึ่ง หลิวหลงพุ่งลงสู่ทะเลโดยตรง เขาทะลวงผ่านผิวน้ำลงไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ แสงจาก้าค่อย ๆ หายไป ความมืดเข้าปกคลุมทุกทิศทาง
จนกระทั่งเขาหยุดนิ่ง ร่างทั้งร่างแข็งค้าง เบื้องหน้าเขาไม่ใช่ก้นทะเล ไม่มีพื้น ไม่มีทิศทาง
พื้นที่ใต้มหาสมุทรเปิดออกเป็ความว่างเปล่าขนาดมหึมา เหมือนโลกอีกใบที่กลับหัวอยู่ด้านล่าง และภายในความมืดนั้น มีสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจอธิบายรูปร่างได้กำลังเคลื่อนไหว
มันไม่มีรูปทรงแน่นอน ไม่มีขอบเขต บางส่วนเหมือนเนื้อ บางส่วนเหมือนหนวด บางส่วนเหมือนดวงตาที่เกิดและดับตลอดเวลา
สมองของหลิวหลงพยายามตีความสิ่งที่เห็น แต่ไม่สามารถสร้างคำอธิบายใดขึ้นมาได้
เขาไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ไม่เข้าใจว่ามันมีชีวิตหรือไม่ เขาไม่เข้าใจอะไรเลย เพียงแค่การมีอยู่ของมัน…ทำให้จิติญญาของเขาสั่นะเืราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่ควรถูกมองเห็น
