ดูเหมือนว่าผลการประลองของอินซากีจะเริ่มชัดเจนขึ้น สีหน้าของซุนเฟยยังคงเรียบเฉย ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่
แต่สีหน้าของ 'สองอสุรกาย' ภูตตูดม้าโอเลเกร์ แปเตอร์ แช็คกับคนอื่นที่ยืนอยู่ข้างๆ ของซุนเฟยกลับเต็มไปด้วยความกังวลใจ พวกเขาต่างเป็ยอดฝีมือระดับสูง ดังนั้นพวกเขาจึงมองทิศทางของการประลองออก ถึงแม้ว่าลูกศิษย์ของฝ่าาจะพยายามโจมตีทุกรูปแบบแต่ก็ทำอะไรคู่ต่อสู้ไม่ได้อยู่ดี กลับกัน อินซากีเป็ฝ่ายได้รับาเ็หนักจากการโจมตีสวนกลับของคู่ต่อสู้อีกด้วย หากสถานการณ์ยังคงเป็แบบนี้ต่อไป ไม่ถึงสิบกระบวนท่า อินซากีคงพ่ายแพ้แน่ๆ
“ไอ้ลูกหมาที่อยู่บนสนามประลองดาบมันเป็ใครกันวะ? ถึงกดดันฟีลิปโปได้ขนาดนี้? ฮึ่ย รอให้การประลองจบลงก่อนเถอะ บิดาจะตบให้หัวหลุดเลยคอยดู…” เพียร์ซมองสถานการณ์้าอย่างร้อนใจ พลางชี้นิ้วไปทางคู่ต่อสู้ของอินซากีอย่างเหี้ยมโหด
“ดี! หลังการประลองจบ พวกเราไปจัดการมันกัน” ดร็อกบาลูบคางตัวเองด้วยท่าทางมาดหมาย
นอกจาก 'สองอสุรกาย' แล้ว เช็กและตอร์เรส รวมทั้งคนอื่นๆ ต่างมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไร
ผู้ชมที่อยู่รอบข้างได้ยินพวกเขาพูดแบบนั้นก็คิดจะหันมาเหน็บแนมตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อเห็นสีหน้าดุดันเหี้ยมโหดของพวกเขา บวกกับรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างพวกเขาจางๆ ทำให้แต่ละคนต่างยกมือปิดปากของตัวเองแทบไม่ทัน ได้แต่ซุบซิบนินทากันพลางชี้ไม้ชี้มือมาทางซุนเฟย เห็นได้ชัดว่าคงไม่ได้พูดในทางที่ดีแน่
“เฮ้ย...นั่นคือ 'นิ้วเดียวแตกสลาย ผมขาวดาบเร็ว หมัดพิฆาตผมดำ' ...และก็ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' าาแซมบอร์ด พวกเขาคือชาวแซมบอร์ด!” ทันใดนั้นก็มีบางคนจำได้ว่า คนป่าเถื่อนที่พูดจาหยาบคายเมื่อครู่เป็ใครก็หลุดพุดออกมาเสียงเบา
ทันทีที่พูดประโยคนี้จบ ผู้ชมที่กำลังซุบซิบนินทากันอย่างเมามันส์เมื่อครู่พากันสะดุ้งใจนหน้าซีดเผือด ไม่มีใครกล้าพูดออกมาแม้แต่คำเดียว
ซุนเฟยปรายตามองมาที่ 'สองอสุรกาย' อย่างเคร่งขรึม ทำให้ทั้งสองคนพากันรีบก้มหน้า เม้มปากปิดสนิทไม่กล้าพูดจาหยาบคายใดๆ ออกมาอีก
ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ฝ่าากำลังคิดอะไรอยู่
ภายใต้ปีกอันทรงพลังของซุนเฟย ทำให้เมืองแซมบอร์ดไม่ได้ลิ้มรสชาติของความพ่ายแพ้มานานแล้ว หลังจากที่ซุนเฟยกับคนอื่นได้เดินทางออกจากเมืองแซมบอร์ด พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่าอัศวินผู้ตัดสินและการรุกรานจากกองทัพพันธมิตรต่างๆ หลายต่อหลายครั้งที่เมืองแซมบอร์ดต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่พวกเขาก็ร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จนในที่สุดก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมาได้ ั้แ่นั้นเป็ต้นมา ชัยชนะได้ซึมลึกเข้ามาในทุกอณูเืของชาวแซมบอร์ด ความพ่ายแพ้กลายเป็สิ่งที่พวกเขายอมรับไม่ได้
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ยอดฝีมือของเมืองแซมบอร์ดทุกคนต่างไม่อยากเห็นคนของเมืองแซมบอร์ดต้องมาพ่ายแพ้ท่ามกลางสายตาของผู้คนจากอาณาจักรอื่นๆ
เพราะคิดแบบนี้ ฟีลิปโปจึงพยายามยืนหยัดต่อสู้บนสนามประลองดาบต่อไป
เสียงหอบหายใจดังขึ้นถี่รัวและรุนแรงมากขึ้น
มือที่กุมกริช 'สายธารแห่งความตาย' เริ่มสั่นเทาเล็กน้อย คล้ายกับว่าเพียงขยับนิดเดียว กริชก็พร้อมที่จะร่วงลงสู่พื้น ฟีลิปโปรู้ดีว่า แม้ตัวจะตายแต่เขาจะไม่มีวันยอมปล่อยมือออกจากกริชอย่างแน่นอน
เพราะเขาได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งจากคนที่เขาเคารพนับถือมากที่สุด ในค่ำคืนแห่งการนองเืที่สำนักงานใหญ่ทหารรับจ้างในเมืองหลวง คนคนนั้นได้บอกกับเขาว่า “ในฐานะนักฆ่า อย่าให้อาวุธต้องหลุดออกจากมือเป็อันขาด ห้ามลังเลใจไม่ว่ากรณีใดๆ และหากเมื่อไรที่สู้ไม่ได้ก็จงถอยออกมา…”
นักฆ่า!
นักฆ่า!!!
ฟีลิปโปยกมือขึ้นมาเช็ดหยดเืที่ไหลออกมาจากหว่างคิ้วของเขา เืพวกนี้บดบังวิสัยทัศน์ของพวกเขา ความเ็ปที่รุนแรงนี้แทบทำให้เขาหายใจไม่ออก แต่เขารู้ว่าตัวดีว่าจะต้องมีสติเข้าไว้
ขาทั้งสองข้างแทบจะหักเพราะรอยฟันทั้งสิบเอ็ดแผล ไหนจะเืที่ค่อยๆ ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่ามีใครทำน้ำหกใส่ขาของเขา แล้วมันก็ค่อยๆ กระจายออกเป็วงกว้าง ทันใดนั้น ในหัวของเขาก็หวนคิดไปถึงลุงยอร์ก ทีน่ากับคนอื่นๆ นอกจากนี้เขายังรู้ว่า พี่น้องของเขาทั้งสี่คนกำลังเฝ้าดูการประลองของเขาอยู่ด้านล่างสนามประลองดาบ…ตอนนี้ ร่างกายผอมบางแบกรับความหวังไว้มากมาย ดังนั้นเขาจะล้มไม่ได้
ล้มลงตอนนี้ไม่ได้
ความเมื่อยล้าไม่มีที่สิ้นสุดราวกับสายน้ำที่กำลังถาโถมใส่ร่างของเขา ฟีลิปโปพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่เท้าของเขาจะขยับ ฉับพลันร่างของเขาดูเหมือนจะโปร่งแสงและหายไปจากที่เดิม
ความสามารถในการซ้อนเร้นอำพรางเป็พร์ของเขา
ความน่ากลัวของพร์นี้อยู่ที่ตอนที่ฟีลิปโปกำลังหลบซ่อนตัวอยู่นั้น คู่ต่อสู้ไม่อาจหาทางโจมตีเขาได้เลย เหมือนกับว่าเขาได้หลบไปซ่อนอีกมิติหนึ่ง แม้แต่เืที่ไหลไม่หยุดก็ยังหายไปอย่างไร้ร่องรอย
แต่ฟีลิปโปรู้ดีว่า ด้วยอาการาเ็สาหัสในตอนนี้ นี่คงเป็ครั้งสุดท้ายที่เขาจะคงสภาพร่างกายให้หายตัวแบบนี้ได้
ครั้งนี้จะต้องโจมตีให้สำเร็จ
ทางด้านคู่ต่อสู้ของฟีลิปโปยังคงสงวนท่าทีสงบเยือกเย็นไว้ได้ สายตาเรียวยาวหรี่ลงเล็กน้อย มุมหางตาเรียวยาวมีแสงสว่างกระพริบไม่หยุด แม้ร่างของเขาจะยืนนิ่งๆ อยู่กับที่ แต่กลับมีระลอกคลื่นโปร่งแสงกระจายออกมาจากร่างของเขา เรียกได้ว่าภายในรัศมีสิบเมตรจากร่างเขาเต็มไปด้วยระลอกคลื่นที่หนาแน่น
ระลอกคลื่นโปร่งแสงเหล่านี้คือกระแสสายลมที่หมุนวนอยู่รอบๆ กระแสลมที่วุ่นวายเหล่านี้อยู่ในการควบคุมของเขา ขอเพียงมีบางอย่างล่วงล้ำเข้ามาในสายลมนี้ ต่อให้เป็แค่เส้นขนเส้นเล็กๆ เขาก็รู้สึกถึงมันและตอบโต้กลับไปได้พริบตา
ก่อนหน้านี้ เขาก็อาศัยเทคนิคนี้ทำให้สามารถตรวจพบร่างของฟีลิปโปได้ทุกครั้งแบบเส้นยาแดงผ่าแปด และยังทำให้เขาสามารถโจมตีสวนกลับไปได้
“ทักษะการซ่อนเร้นของชาวแซมบอร์ดคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ แม้แต่นักรบระดับสี่หรือห้าดาวก็ยังไม่อาจตรวจพบร่องรอยของเขาได้ แต่น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของเขาคือข้า อีกอย่างดูเหมือนว่าเ้าเด็กคนนี้จะโง่ไปหน่อย ทั้งๆ ที่โจมตีล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังโจมตีแบบเดิมซ้ำๆ นี่เขาไม่รู้หรือว่า ในเมื่อข้าตรวจพบเขาได้แล้วครั้งหนึ่ง แล้วทำไมข้าจะพบเขาครั้งที่สองหรือสามไม่ได้!”
ในขณะที่คู่ต่อสู้มัวแต่คิดอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น ทันใดนั้นดาบยาวก็ถูกวาดตัดผ่านบางอย่างที่สูงขึ้นไปเหนือศีรษะของเขาสามนิ้วอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
วูบ!
ดาบที่วาดขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับสายลม ฟันเสื้อสีดำขาดเป็สองส่วน ก่อนจะถูกฟันอีกครั้งกลายเป็สี่ส่วน
ทันใดนั้น สีหน้าของนักรบคลื่นพลังธาตุลมก็เปลี่ยนไป เพราะดาบของเขาฟันได้แต่อากาศ ทั้งๆ ที่ในความคิดของเขา มันควรจะแทงเข้าไปที่เนื้อของเด็กคนนั้น หยาดโลหิตที่ควรจะไหลรินออกมาทั่วสนามประลองดาบก็ไม่มี อีกอย่าง สิ่งที่เขาฟันลงไปก็เป็เพียงเสื้อผ้าที่ถูกโยนทิ้งออกมาเท่านั้น
เขาตะลึงไปชั่วครู่ สีหน้าของนักรบคนนั้นแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนที่ดาบในมือของเขาจะรีบเปลี่ยนทิศทางดาบเป็ฟันลงมาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นจัด ประกายแสงคมกริบสีขาวส่องสว่างวูบวาบขึ้นมา
แต่ดาบของเขาในครั้งนี้ก็ยังคงฟันพลาดเหมือนเดิม เขาฟันได้แค่เศษเสื้อผืนหนึ่งเท่านั้น
ตอนนี้เอง การโจมตีที่แท้จริงก็เริ่มขึ้น ทันใดนั้นก็มีกริชสีดำสนิมจ้วงแทงเข้ามาจากด้านหน้าอย่างรวดเร็วราวกับเข็มพิษที่ถูกดีดเข้ามาอย่างเงียบๆ กริชสีดำนั่นแทงออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่าอย่างช้าๆ ไร้ซึ่งความผันผวนในอากาศ ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมถึงสามารถหลบหลีกจากสายลมที่หมุนวนอยู่ในอากาศได้
ด้ามกริชถูกสองมือผอมที่ซ้อนทับกันกุมแน่น
ตอนนี้เอง ด้วยสัญชาตญาณของนักรบมือฉมัง ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เขาเอนตัวเล็กน้อยเพื่อเบี่ยงศีรษะหลบให้พ้นวิถีของกริชที่แทงเข้ามา
วูบ!
ทันทีที่เส้นผมไม่กี่เส้นของเขาััเข้ากับใบกริชที่แหลมคม มันก็ขาดเป็สองส่วนทันที
แทบจะเป็การเผด็จศึกในครั้งเดียว
ใครๆ ต่างก็คาดไม่ถึงว่า เด็กหนุ่มที่ได้รับาเ็สาหัสจนแรงจะยืนแทบจะไม่มี จะคิดกลยุทธ์สุดท้ายออกมาเผด็จศึกศัตรูได้ขนาดนี้ เขาใช้เสื้อผ้าสองชิ้นมาดึงดูดความสนใจจากคู่ต่อสู้ ถึงแม้จะเป็แผนการที่เรียบง่ายและธรรมดามาก แต่กลับใช้ออกมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว เกือบจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ในพริบตา ทว่าช่องว่างของพลังไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้เฉกเช่นเดียวกับกลยุทธ์ ยิ่งไปกว่านั้น อาการาเ็ของอินซากีก็สาหัสมาก สิ่งที่เขาทำเรียกได้นั้น เรียกว่าเป็แรงเฮือกสุดท้ายก็ว่าได้
ยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมฉวยจังหวะนี้ฟันดาบลงที่พื้นจนแผ่นดินสั่นะเืขึ้นมา จากนั้นคลื่นสั่นะเืก็กระจายออกมาเป็วงกว้างกระทบร่างของอินซากี ทำให้าแน้อยใหญ่ตามเนื้อตัวของเขาปริแตกจนเืกระฉูดออกมา ร่างผอมบางของเด็กหนุ่มโงนเงนเล็กน้อย ยอดฝีมือคนนั้นอาศัย่ที่แรงสั่นะเืยังคงอยู่ ยกดาบยาวในมือของตัวเองขึ้นมาแล้วใช้สันดาบฟาดไปที่ร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นทันที
ปึก!
กร๊อบ!
สันดาบฟาดลงไปที่แขนของฟีลิปโปอย่างรุนแรง ในเวลาเดียวก็ได้ยินเสียงกระดูกที่แตกหักดังขึ้น
เห็นได้ชัดเลยว่า ตรงส่วนที่เป็ข้อต่อของข้อมือหักงอเก้าสิบองศาอย่างน่ากลัว ภายใต้การโจมตีด้วยสันดาบ ทำให้กระดูกของเด็กหนุ่มร่างผอมแตกหักในพริบตา
แต่ในสถาการณ์แบบนี้ ฟีลิปโปก็ยังคงกำกริช 'สายธารแห่งความตาย' ในมือแน่นไม่ยอมปล่อย
ราวกับว่าเขาไม่รู้สึกเ็ปอะไรเลย เด็กหนุ่มรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด กระโจนเข้าใส่คู่ต่อสู้แล้วแทงกริชในมือเข้าไปที่ไหล่ซ้าย
นี่เป็ครั้งแรกที่ฟีลิปโปโจมตีคู่ต่อสู้ได้สำเร็จ
แต่น่าเสียดายที่การโจมตีในครั้งนี้ไม่ได้ลดทอนประสิทธิภาพในการต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามได้เลย ร่างของยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมเอียงเล็กน้อยเพื่อลดอาการาเ็ของกริชที่แทงเข้ามา จากนั้นก็หมุนตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับหมุนดาบในมือฟันลงไปที่หลังหัวของฟีลิปโป
“ระวัง!”
“ฟีลิปโป…”
“หยุดมือ!”
เสียงร้องะโและเสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวดังขึ้นมาจากด้านล่างของสนามประลอง เป็เสียงของโอเลเกร์ แช็คและ 'สองอสุรกาย' แม้แต่ตอร์เรสยังยกคันธนูในมือของเขาขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว มือของเขาน้าวสายธนู พร้อมๆ กับลูกธนูที่แฝงไปด้วยพลังที่น่าเกรงขามเล็งไปทางสนามประลองดาบ และเตรียมจะยิงออกไปในทันที
แต่ตอนนี้เอง ซุนเฟยกลับสะบัดมือให้หยุดทุกอย่าง
เพราะผลการประลองได้ปรากฏขึ้นบนสนามประลองดาบแล้ว
ทันใดนั้น ปลายดาบของยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมคนนั้นได้หยุดห่างจากหลังศีรษะของฟีลิปโปเพียงหนึ่งนิ้ว อินซากีในตอนนี้ได้รับาเ็สาหัสและสูญเสียเืไปเป็จำนวนมาก ส่งผลให้เขาสลบไป แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกเหลือเชื่อก็คือ ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะสิ้นสติไปแล้ว ทว่าร่างของเขายังคงยืนตระหง่านราวกับรูปปั้น และสองเท้าของเขายังคงยืนหยัดอยู่บนพื้นดินอย่างมั่นคง ไม่มีทีท่าจะเอนล้มลงไปนอนกองกับพื้น
“เป็คู่ต่อสู้ที่น่านับถือคนหนึ่ง!”
ยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมมองอินซากีที่ถึงแม้จะสลบไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงยืนกำอาวุธในมือแน่นไม่ยอมปล่อย สุดท้ายหน้าของเขาก็เปลี่ยนสีไปเล็กน้อยก่อนจะเก็บดาบในมือ จากนั้นก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงอันดังว่า “ข้ามีสามเหตุผลที่จะไม่ฆ่าเขา ข้อที่หนึ่ง ได้ยินมาว่า ตลอดการแข่งขันการจัดอันดับ ยอดฝีมือเมืองแซมบอร์ดไม่มีใครสังหารคนในระหว่างการแข่งขันแม้แต่คนเดียว ดังนั้นวันนี้ข้าก็จะไม่ฆ่าเขา ข้อที่สอง ถึงแม้ว่าเด็กคนนี้จะแข็งแกร่งไม่เท่าข้า แต่ก็ยังอดทนพัวพันต่อสู้กับข้ามาได้ถึงหนึ่งชั่วโมง สุดท้ายก็โจมตีข้าได้สำเร็จ นับได้ว่าเขาเป็คู่ต่อสู้ที่ควรค่าแก่การนับถือ ข้อที่สาม นักฆ่าควรที่จะยืนอยู่ในเงามืด ไม่ใช่มาปรากฏตัวอยู่ที่สนามประลองแบบนี้ ดังนั้น ข้ายิ่งไม่ควรฆ่าเขา!”
ประโยคนี้เขาไม่ได้พูดกับอินซากี แต่เขากำลังพูดกับผู้ชมนับพันที่ล้อมรอบสนามประลองดาบแห่งนี้อยู่
ราวกับว่าพวกเขาได้ถูกจิตใจที่ซื่อตรงของยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมและความมุ่งมั่นในการต่อสู้ที่แน่วแน่ของเด็กหนุ่มที่สลบไปสร้างความะเืใจขึ้นมา หลังจากที่ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งสนามไปชั่วขณะ ก็มีเสียงโห่ร้องอย่างบ้าคลั่งและเสียงตบมือดังสนั่นราวกับพายุฝนดังขึ้นมาจากทั่วสนามประลองดาบหมายเลขแปด
“ผลการประลองคือ…เมืองแซมบอร์ดเป็ฝ่ายแพ้!”
ทันทีที่กรรมการผู้ตัดสินพูดจบ ก็มีเงาสายหนึ่งทะยานออกมาจากฝูงชนราวกับสายฟ้าแลบขึ้นมาบนสนามประลองดาบ ทันใดนั้นแสงสว่างสีฟ้าคล้ายกับม่านน้ำก็ทะยานขึ้นมา นี่คือ 'ม่านน้ำครอบฟ้า' เวทมนตร์อาณาเขตธาตุน้ำที่คอยปกป้องสนามประลองดาบแห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เวทมนตร์อาณาเขตนี้สามารถทนรับพลังโจมตีของนักรบที่มีระดับหกดาวลงไปเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับคนคนนี้ มันก็เหมือนกระดาษบางๆ แผ่นหนึ่งที่ถูกบุรุษคนนั้นใช้มือฉีกเบาๆ ก็ขาดออกจากกันทันที
เป็าาแซมบอร์ด!
ซุนเฟยปรากฏตัวขึ้นมาบนสนามประลองดาบ ก่อนจะเดินตรงมาประคองร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังสลบอยู่
ทั้งสนามประลองดาบพลันเงียบสงัด
าาแซมบอร์ดคิดจะทำอะไร? เขาจะระบายความโกรธแค้นแทนลูกศิษย์ของตัวเองด้วยการสังหารยอดฝีมือคลื่นพลังธาตุลมคนนี้หรือเปล่า?
---------------------------
