ปัง!!!
“หุบปากเพื่อข้าาาา!!!!”
“…”
“…”
ด้วยเสียงตะคอกของจักรพรรดิ ทุกคนก็ก้มหน้ากลับเข้าทีเดิมไม่กล้าฮึกเหิมเถียงกันอีก
ทำเอาจักรพรรดิถอนหายใจและรู้สึกพูดไม่ออกนิดหน่อย ขนาดไอ้เด็กคนนั้นยังไม่ถูกนำตัวมาในศาล ก็ยังทำให้ขุนนางทั้งสองฝั่งทะเลาะกันได้
เขาที่เป็ลุงจึงเริ่มไม่แน่ใจ ว่าหากในอนาคตเอาตัวอัปมงคลคนนี้เข้ามาทำงานในวัง มันจะเป็เื่ดีหรือเื่ร้าย หรืออาจจะกลายเป็หายนะมากกว่าเดิมที่เคยเป็
คิดดูสิ
ขนาดเ้าตัวยังไม่มีความผิดแล้วยกขึ้นมาพูดนิดหน่อยยังทำให้ขุนนางทะเลาะกันได้
หากเอาจิ้งหยวนเข้ามาช่วยทำงานในฐานะโหว เขาก็กลัวจริงๆ ว่าขุนนางทั้งสองฝั่งจะต้องมีการวางมวยกันเกิดขึ้น แล้วก็จะถูกกรมอักษรผู้มีหน้าที่จดซึ่งประวัติศาสตร์บันทึกเอาไว้ ว่าในสมัยจักรพรรดิอู่เิหลี่ที่ 2 แห่งต้าชวี
ครั้งหนึ่งในท้องพระโรงอันศักดิ์สิทธิ์ มีการทะเลาะกันระหว่างขุนนางถึงขั้นตบตีเกิดขึ้นที่ใจกลางท้องพระโรง
ซึ่งหากปล่อยให้เกิดขึ้นจริง เขาในฐานะจักรพรรดิคงถูกคนรุ่นหลังหัวเราะใส่อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
“ฮึ่ม เงียบเสียงลงสักที”
“ข้าจะได้พูดออกมาบ้าง”
การทะเลาะของขุนนางไม่ต่างอะไรจากการละเล่นของเด็กน้อย จนทำเอาจักรพรรดิเช่นเขาต้องเหนื่อยใจกับพวกตาแก่เหล่านี้ไม่หยุดหย่อน ก่อนที่จักรพรรดิอู่เิหลี่จะหันหน้าไปถามฮัวเหยาจินต่อ ว่าสิ่งใดกันแน่ถึงทำให้จิ้งหยวนขายพัดเหล่านี้ด้วยราคาที่แพงเกินจริง
“ทูลฝ่าา จิ้งหยวนมีคำกล่าว เขาบอกว่าของไร้ประโยชน์ต่อคนหมู่มากนั้นมีค่าและราคาแพง ในขณะที่ของที่มีประโยชน์ในสายตาของคนส่วนใหญ่กลับมีราคาถูก นั้นจึงเป็เหตุผลที่ทำให้ราคาของพัดขายสูงกว่าปกติ”
อึศักดิ์สิทธิ์!!
ตรรกะบ้าบออันใดกัน?
นี่มันจะเป็เื่ไร้สาระเกินไปแล้ว
“...”
ไม่ใช่แค่จักรพรรดิอู่เิหลี่เท่านั้นที่สาปแช่งออกมา แต่เหล่าเสนาบดีและขุนนางมากมายก็สาปแช่งออกมาเหมือนกันจนหมด ที่จิ้งหยวนกล้าเอาเื่ไร้สาระเ่าั้มาเป็ข้ออ้างในการขึ้นราคา
“ฝ่าา จิ้งหยวนเป็นักต้มตุ๋น เราต้องหยุดการกระทำของเขาพ่ะย่ะค่ะ” เป็เหว่ยเจิ้งคนเดิมที่ก้าวขาออกมาพูด แต่ใครจะไปคิด ว่าคนต่อไปที่ก้าวขาออกมาสนับสนุนจิ้งหยวนในคราวนี้ จะเป็เสนาบดีใหญ่ชางชุนของพวกเขาเองที่เอ่ยออกมา
“ทูลฝ่าา กระหม่อมคิดว่าสิ่งที่จิ้งหยวนพูดนั้นอาจมีบางอย่างแอบซ่อนอยู่?”
หือ
เกิดอะไรขึ้นกับโลก?
ทำไมอัครเสนาบดีใหญ่ของพวกเขาถึงไปเข้าข้างจิ้งหยวน?
“...”
ไม่เพียงแต่เหล่าขุนนางฝ่ายซ้ายเท่านั้นที่ใ เพราะแม้แต่จักรพรรดิอู่เิหลี่ก็ไม่เคยคิดว่าเสนาดีใหญ่ชางชุนจะเป็คนออกมาเพื่อไกล่เกลี่ย
“เหตุใดถึงทำให้เ้าคิดอย่างนั้น?” จักรพรรดิอู่เิหลี่ก็ถามอย่างสนใจ
“ฝ่าา คำกล่าวนี้เป็สิ่งที่ขุนพลฮัวฟังผ่านจากผู้อื่นต่อมาเท่านั้น จะดีกว่าหากเราเรียกจิ้งหยวนมาถาม ไม่ก็เรียกทหารที่ได้ยินคำพูดนั้นมากับหูเพื่อเป็การยืนยันและตัดสินในตอนท้าย”
คำกล่าวของเสนาบดีใหญ่มีเหตุมีผล สำหรับการเรียกจิ้งหยวนมานั้น คงต้องเสียเวลาแต่งขบวนและไม่เหมาะที่จะใช้องครักษ์ต้องห้ามอีก ตัวเลือกที่เหมาะจึงทำการเรียกนายทหารที่ซื้อพัดและได้ยินคำกล่าวของจิ้งหยวนมายืนยันในท้องพระโรงแทน
ก่อนที่ทหารหนุ่มที่ถูกนำตัวมา ภายใต้การบอกและแนะนำตัว จะรู้ในภายหลังว่าทหารหนุ่มที่ซื้อพัด เป็บุตรชายของนายกองคนหนึ่ง ที่บังเอิญอยู่ในโรงน้ำชาแล้วได้ยินและอยู่ในเหตุการณ์นั้นเข้าพอดี
“ทูลฝ่าา สิ่งที่ท่านโหวพูด เขาบอกว่าเนื้อ ฟืน เสื้อผ้าและข้าวล้วนแต่มีประโยชน์ต่อชีวิตและคนหมู่มาก แต่ด้วยที่คนกินและใช้ทุกวันจึงไม่ค่อยจะเห็นค่าจนกลายเป็ของราคาถูกในสายตาของผู้คน”
“ตรงกันข้าม ของโบราณอย่างภาพเขียน อักษร กำไลหยก และเครื่องปั่น สิ่งเหล่านี้กินก็ไม่ได้ ใส่มากก็ไม่เหมาะ จัดได้ว่าไม่มีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ ท่านโหวบอกว่ามันกลับเป็สิ่งที่มีค่าที่ใครๆ ต่างก็อยากจะ นั้นจึงเป็สาเหตุที่พัดของเขาถูกขายในราคาสูงตามเหตุตามผล”
“แท้จริงตัวพัดมีราคาไม่กี่ร้อยอีแปะ แต่ที่ราคามันแพงเป็เพราะกวีและภาพวาดที่อยู่ในนั้น นี่คือปัจจัยแก่นหลักที่ท่านโหว้าจะกล่าว ว่าของมีประโยชน์นั้นไร้ค่า แต่ของที่มีราคาดันเป็ของที่ไม่มีประโยชน์พ่ะย่ะค่ะ”
ว้าว
นี่คือเต๋า?
เด็กคนนั้นรู้จักอะไรที่ลึกซึ้งเป็ด้วยรึ?
“…”
“…”
เมื่อเหล่าเสนาบดีได้ยินแบบนี้ พวกเขาก็พากันตะลึงจนพูดไม่ออก แม้แต่จักรพรรดิอู่เิหลี่ยังทึ่งกับความเ้าเล่ห์เต็มไปด้วยเหลี่ยม
หากลงโทษเพราะมีราคาแพง งั้นก็หมายความว่าเขาในฐานะจักรพรรดิไม่เห็นด้วยกับเื่ดังกล่าว และหากกลุ่มขุนนางฝ่ายซ้ายที่เก่งทางบุ๋นยังโต้แย้งด้านนี้ มันก็เหมือนกับว่าพวกเขากำลังตบหน้าตัวเอง
เพราะใครๆ ก็ล้วนแต่รู้ดี ว่าเื่การอักษร ภาพวาดและศาสตร์แขนงเหล่านี้ ก็เป็ขุนนางฝ่ายพลเรือนอย่างพวกเขาเองที่สนับสนุนมันมากับมือ
จะกล่าวหาเพื่อลงโทษก็พูดไม่ออก คล้ายๆ กับมีก้างปลาติดในคอ กลืนลงก็เจ็บจะคายมันก็ไม่ออก ได้แต่ต้องนั่งทน ฝืนอยู่กับความทรมานนี้จนกว่าพวกเขาจะชินเอง
“เป็เช่นนี้เองรึ?” จักรพรรดิประหลาดใจกับเหตุผลที่จิ้งหยวนยกอ้าง ก่อนที่จะหันไปทางขุนพลฮัวให้กาวขาออกมาเพื่อรับคำสั่ง
“ฮัวเหยาจิน”
“กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ” เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิเรียก ขุนพลฮัวก็รีบเดินไปข้างหน้าและคุกเข่า ก่อนที่จักรพรรดิจะกระซิบสองสามคำที่หู เพื่อให้เขาไปทำตาม ทำเอาฮัวเหยาจินประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็โค้งคำนับแล้วออกจากวังเพื่อไปทำตามพระบัญชา
ณ จวนสกุลจิ้ง
ตอนนี้ จิ้งหยวนก็กลับมาพร้อมเกวียนที่เต็มไปด้วยหีบตำลึงกับเหรียญอีแปะ ทำเอาทุกคนที่วิ่งมารับต่างพากันแตกตื่นเข้ามาหาด้วยความใ
ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าสิ่งเรียบง่ายที่คุณชายทำจะสามารถสร้างเงินได้จริงๆ
“หยุนเอ๋อ”
“ไปเรียกแม่เฒ่าเหยียนมาหาข้าที”
“เ้าค่ะ”
จิ้วหยวนโบกมือไปทางหยุนเอ๋อแล้วพูดขึ้น ตอนนี้ต้าเซี่ยนน่าจะยุ้งกับการค้าขายแชมพูและผลิตภัณฑ์ เขาจึงไม่น่าจะว่างอะไรในเร็วๆ นี้ ส่วนเงินจากการขายพัด แม้จะไม่ใช่เงินที่มากนัก แต่ประโยชน์ที่ตามมาในภายหลังก็ไม่ใช่สิ่งที่เงินจะสามารถซื้อขายมัน
มีธุรกิจมากมายที่สร้างกำไรอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่การลบชื่อเสียงเก่าๆ มันเป็อะไรที่ยากและต้องใช้เวลา ซึ่งอย่างน้อยด้วยพัดเหล่านี้ ก็จะทำให้คนหนุ่มสาวจากตระกูลอื่นๆ ไม่ได้มองมาที่เขาว่าเป็คนที่เข้าถึงยากและโหดร้ายอะไรอีก
หากอยากของบางสิ่งก็ต้องกล้าเสี่ยงเข้ามา และพอรู้ว่าเขาสามารถเข้าถึงได้ง่าย มันก็จะเป็ประตูบานแรกๆ ที่จะช่วยเปิดใจให้กับคนอื่นมีความกล้าที่จะยอมรับธุรกิจชิ้นต่อๆ ไปของเขาที่เอามาขาย
อย่างเช่นแชมพู มันไม่ได้ะเิการขายั้แ่วันแรก แต่มันเป็การค้าขายที่เหล่าคุณนายแอบมาติดต่อชอบทำอย่างลับๆ
ซึ่งก็ช่วยไม่ได้ เพราะในสายตาของพวกนางแชมพูเป็อะไรมีค่าและหายากยิ่งกว่าทองคำ นิสัยพื้นเพเดิมที่กลัวว่าจะมีคนหรือโจรมาดักปล้นกลางทาง
ทำเอาจิ้งหยวนทึ่งและพูดไม่ออก ไม่คิดว่าวัฒนธรรมการขายของมีค่าของโลกนี้ จะพิสดารจนแม้แต่จิ้งหยวนก็ไม่สามารถปรับตัวกับมัน
เป็แค่การขายและซื้อของตามปกติสำหรับจิ้งหยวนเท่านั้น แต่คนในโลกนี้กลับทำตัวลับๆ ล่อๆ หวาดกลัวตำรวจเหมือนกลุ่มเอเจนต์ที่มาติดต่อเพื่อซื้อยา
