ใจของชูผิงหนักอึ้งไปด้วยความรู้สึกผิด เขาพยายามจะเอ่ยคำพูดมากมายที่อัดอั้นอยู่ข้างใน แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแ่เบาเหลือเกิน
"ชิงชิง... ลูกพ่อโตเป็สาวแล้วจริงๆ"
ที่ผ่านมา เขาหลงผิดทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานหนักให้ตระกูลชูจนลืมใส่ใจครอบครัวตัวเอง เขาผิดไปแล้วจริงๆ ถ้าลูกสาวไม่พูดเตือนสติในวันนี้ เขาคงจะจมปลักอยู่กับความกตัญญูแบบโง่เขลาต่อไปไม่สิ้นสุด
หลี่ไหลฮวาโอบกอดชูชิงไว้แน่น ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร สิบกว่าปีที่ผ่านมา เธอทนทำงานเยี่ยงทาส ยอมให้ย่ากดขี่ข่มเหงเพราะเห็นแก่สามี แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้รับคือความว่างเปล่า วันนี้เมื่อตัดสินใจแตกหัก น้ำตาทุกหยดคือการชะล้างความเ็ปที่สะสมมานาน
ชูชิงปล่อยให้แม่ร้องไห้จนพอใจ สิบกว่านาทีผ่านไป เมื่อเห็นว่าแม่เริ่มตาบวมเป่งและอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เธอจึงเอ่ยปลอบโยนเบาๆ
"แม่คะ... พอเถอะค่ะ ร้องไห้มากไปจะเสียสุขภาพนะคะ เพื่อหนูกับน้องเฉียนเฉียน แม่ต้องเข้มแข็งนะคะ"
คำว่า 'ลูก' เปรียบเสมือนยาวิเศษ หลี่ไหลฮวากลั้นสะอื้นทันที ใช่... เธอต้องเข้มแข็งเพื่อลูกสาวทั้งสอง
เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของแม่เริ่มคงที่ ชูชิงจึงขอตัวลงไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล
...
10:00 น.
จางชุนฮวากลับมาถึงหมู่บ้านหนานซินด้วยรถม้า นางมุ่งหน้าตรงไปที่ทุ่งนาของตัวเองทันที เห็นชูฮุยกับชูต้าจงกำลังก้มหน้าก้มตาเกี่ยวข้าวอยู่ นางรีบวิ่งเข้าไปดึงแขนลูกชายคนรอง แล้วกระซิบถามเสียงเครียด
"ไอ้ฮุย เอ็งกับนังหลินฟาง... ได้เสียกันแล้วใช่ไหม?"
ชูฮุยทำท่าอึกอัก "อะไรกันแม่? พูดเป็เล่น ผมชอบน้องฟางจริง แต่ผมเป็สุภาพบุรุษนะครับ ยังไม่แต่งงาน ผมจะ..."
"เหอะ" จางชุนฮวาแค่นเสียง "เอ็งเลิกตอแหลแม่ได้แล้ว ปกติเวลาเอ็งโกหก เอ็งจะชอบพูดว่า 'อะไรกัน' ถ้ายังไม่ยอมพูดความจริง ระวังเถอะ... ข้าจะไม่ไปขอเมียให้เอ็ง ปล่อยให้เอ็งขึ้นคานตายไปซะ"
ได้ยินคำขู่เื่เมีย ชูฮุยก็ยอมคายความลับ "โอเคแม่... ผมยอมรับ ผมกับน้องฟาง... เรียบร้อยกันแล้วครับ"
เมื่อได้คำยืนยันที่้า จางชุนฮวาก็สะบัดหน้าหนี วิ่งแจ้นไปที่ทุ่งนาของบ้านตระกูลหลินทันที แต่โชคไม่เข้าข้าง พ่อแม่ของหลินฟางอยู่ แต่ตัวหลินฟางกลับไม่อยู่
สอบถามได้ความว่าหลินฟางไม่สบาย นอนซมอยู่ที่บ้าน จางชุนฮวาหูผึ่ง รีบวิ่งกลับบ้านตัวเอง ไปรื้อตู้เอาขวดมอลต์สกัดกับขนมทาร์ตพีชใส่ย่าม แล้วเดินจ้ำอ้าวไปที่บ้านหลินฟาง
เมื่อไปถึงบ้านหลิน ประตูรั้วเปิดแง้มอยู่ จางชุนฮวายังไม่ทันจะเคาะ ก็ได้ยินเสียงโอ๊กอ๊ากดังลั่นมาจากในลานบ้าน นางถือวิสาสะผลักประตูเข้าไป ภาพที่เห็นคือหลินฟางกำลังนั่งยองๆ อยู่ใต้ต้นหม่อน อาเจียนจนตัวโยน หน้าซีดเผือก น้ำหูน้ำตาไหลพราก
พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นแขก หลินฟางก็ทักทายเสียงแหบแห้ง "ป้าจาง... มาทำไมเหรอคะ? เชิญนั่งก่อน... ่นี้หนูไม่ค่อยสบาย ท้องไส้ปั่นป่วน อ้วกจะแตกตายอยู่แล้วเนี่ย"
จางชุนฮวาปรี่เข้าไปประคอง "โถๆ... หนูฟาง ป้าเอาของดีมาฝาก นี่มอลต์สกัดกับขนมทาร์ตพีช กินหน่อยสิ จะได้มีแรง"
พอได้ยินคำว่า 'มอลต์สกัด' หลินฟางก็กลืนน้ำลายเอื๊อก อาการแพ้ท้องทำให้เธออยากกินของหวานๆ มันๆ แบบนี้เหลือเกิน เธอลืมความเกรงใจ พยักหน้าหงึกหงักแล้วพาว่าที่แม่ผัวเข้าครัวไปชงดื่ม
หลินฟางซดมอลต์สกัดร้อนๆ จนเกลี้ยงถ้วย กลิ่นหอมหวานช่วยให้อาการคลื่นไส้ทุเลาลงทันตา
"ขอบคุณมากนะคะป้าจาง มอลต์สกัดนี่ช่วยได้เยอะเลย หายพะอืดพะอมเป็ปลิดทิ้ง"
จางชุนฮวามองหลินฟางด้วยสายตาเป็ประกาย ประสบการณ์ความเป็แม่บอกนางว่า อาการอยากกินของหวานๆ นมๆ แบบนี้... ได้ลูกชายชัวร์
"หนูฟาง... ประจำเดือนไม่มาสองเดือนแล้วใช่ไหมลูก?"
หลินฟางพยักหน้าซื่อๆ "ใช่ค่ะ... ดีเหมือนกัน ประหยัดค่าผ้าอนามัย ไม่ต้องใส่ให้อึดอัด"
จางชุนฮวาคว้าหมับเข้าที่มือหลินฟาง หัวใจเต้นแรงด้วยความดีใจ
"หนูฟางเอ๊ย... หนูไม่รู้เหรอว่าเมนส์ไม่มา แปลว่าท้อง"
"ฮะ? ท้องเหรอคะ?" หลินฟางทำตาโต "หนู... หนูท้องเหรอคะ? ทำไมท้องได้ล่ะคะ?"
จางชุนฮวาแกล้งถามลองเชิง "เอ็งกับเ้าฮุย... เคยไปทำอะไรกันในพุ่มไม้หลังเขาใช่ไหม?"
หน้าของหลินฟางแดงก่ำเป็ลูกตำลึงสุก ไม่กล้าปฏิเสธแต่ก็ไม่กล้ารับ
"เอาล่ะๆ ป้ารู้แล้ว" จางชุนฮวาตัดบท "หนูฟาง ฟังป้านะ ป้าจะรีบจัดงานแต่งให้หนูกับเ้าฮุยเร็วที่สุด พ่อแม่หนูรอได้ แต่หลานในท้องป้ารอไม่ได้ เดี๋ยววันนี้ป้าจะให้แม่สื่อมาคุยเื่สินสอด รับรองจัดเต็มไม่อั้น แต่หนูต้องไปคุยกับพ่อแม่หนูไว้ก่อนนะ"
"ค่ะ... เที่ยงนี้หนูจะบอกพ่อแม่ค่ะ" หลินฟางรับคำเสียงอ่อย ใจหนึ่งก็กลัวโดนพ่อแม่ตี แต่อีกใจก็ดีใจที่จะได้แต่งงาน
จางชุนฮวายัดห่อขนมทาร์ตพีชใส่มือว่าที่ลูกสะใภ้ "กินรองท้องไปก่อนนะ พอแต่งเข้าบ้านป้า อยากกินอะไรบอก ป้าจะหาให้กินจนพุงกางเลย จำไว้... แม่สื่อจะมาวันนี้ เตรียมตัวไว้ให้ดี"
พูดจบ จางชุนฮวาก็เดินยิ้มกริ่มออกมาอย่างมีความสุข แต่พอก้าวพ้นรั้วบ้าน รอยยิ้มก็หุบลงทันที... เพราะนึกขึ้นได้ว่าต้องเสียเงินสองร้อยหยวนให้ลูกชายคนโต
พอกลับถึงบ้าน นางรีบลงกลอนประตูห้องนอน แล้วลากกล่องเหล็กสมบัติออกมาจากใต้เตียง นับเงินในนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ทั้งหมด 930 หยวน
นางกัดฟันกรอด ยอมควักเงินออกมา 200 หยวน... เพื่อแลกกับการที่ลูกชายคนรองไม่ต้องติดคุก และเพื่อหลานชายคนแรกที่จะสืบสกุลตระกูลชู ส่วนที่เหลือเก็บใส่กล่องล็อกกุญแจอย่างแ่า
จางชุนฮวาหยิบปฏิทินออกมาดูฤกษ์ยาม วันที่ 8 สิงหาคม... วันดีเหมาะแก่การมงคล นางจึงหยิบขนมทาร์ตพีชอีกห่อ แล้วเดินไปที่บ้านของ 'หลิวเหมยโพ' แม่สื่อประจำหมู่บ้าน
หลังจากตกลงเื่ค่าตอบแทนและวานให้หลิวเหมยโพไปสู่ขอหลินฟางเรียบร้อย จางชุนฮวาก็นั่งรถม้าเข้าตัวอำเภอ มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลเพื่อเอาเงินไปให้ชูผิง
ระหว่างทาง นางวางแผนในใจอย่างรัดกุม เงินสองร้อยหยวนน่ะให้ได้... แต่เื่บ้านอย่าหวัง ลูกชายคนรองแต่งงานแล้วต้องใช้เรือนหอ ลูกสะใภ้คนโตมีปัญญาคลอดแต่ลูกสาว จะเอาบ้านไปทำไม
ถ้ายอมไม่ได้ ก็ใช้ข้ออ้างเื่ไม่มีลูกชายสืบสกุลมาอุดปากซะ
...
11:00 น.
จางชุนฮวาเดินอาดๆ เข้ามาในห้องผู้ป่วย ชูผิงและหลี่ไหลฮวากำลังนอนให้น้ำเกลือ โดยมีชูชิงนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง
ทันทีที่เห็นหน้าหลานสาว สายตาของจางชุนฮวาก็แข็งกร้าวราวกับจะกินเืกินเนื้อ ถ้าไม่ใช่เพราะความฉลาดแกมโกงของนังเด็กนี่ นางคงไม่ต้องเสียเงินเสียทองขนาดนี้
แต่ชูชิงไม่หวั่นเกรงสายตานั้นแม้แต่น้อย เธอยืดตัวตรง จ้องตากลับอย่างท้าทาย แววตาเด็ดเดี่ยวราวกับจะบอกว่า 'ลองดูสิ... ใครจะแน่กว่ากัน'
จางชุนฮวารู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่เป็หน้าร้อนแท้ๆ ทำไมถึงรู้สึกหนาวจับขั้วหัวใจแบบนี้?
นางสะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง... ก็แค่เด็กผู้หญิงตัวกระเปี๊ยกคนเดียว จะไปกลัวอะไร
