เซียวหนิงหลงสั่งการเื่นี้กับตันเจียง เพื่อจะได้ให้เจียวมิ่งเตรียมตัวให้พร้อม ว่าจะต้องมาทำหน้าที่เกี่ยวกับอะไรที่ตำบลหย่งฝูแห่งนี้
“ขอรับ ข้าน้อยจะส่งจดหมายถึงเจียวมิ่ง ให้เตรียมตัวพร้อมออกเดินทาง” ตันเจียงแอบคิดในใจว่า เขาจะเขียนเื่คุณหนูลู่ชิงไปด้วยนิดหน่อย ให้เจียวมิ่งเอาไปเล่าให้ท่านอ๋องกับพระชายาฟัง คงจะใจนคาดไม่ถึงเป็แน่
“พวกเ้าเตรียมตัวไว้ให้พร้อมคืนนี้เข้ายามจื่อ พวกเราจะเริ่มลงมือเพื่อสะกดรอยตามคนพวกนั้น” เขาจะต้องติดตามและจับเป็สายลับกลับเมืองหลวงให้ได้ หากชักช้าย่อมไม่เป็ผลดีกับชาวบ้านแถบชายแดน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง ว่าจะเกิดาขึ้นมายามใด
นายช่างหานที่เดินสำรวจและวัดพื้นที่ทั้งหมดของบ้านตระกูลสวี ก็แจ้งกับลู่เวินว่าต้องใช้เวลาในการสร้างบ้าน และสร้างกำแพงรอบบ้านนั้นประมาณสามเดือน เขาคิดราคารวมทั้งหมดแล้วเป็เงินห้าร้อยเจ็ดสิบตำลึงทอง เพราะต้องใช้วัสดุอย่างดีและค่าจ้างคนงานที่ต้องจ้างมาเพิ่ม เมื่อตกลงและทำสัญญาเรียบร้อย นายช่างหานก็ได้ลิ้มลองอาหารรสชาติอร่อยที่เขาไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ถึงกับเอ่ยปากชมลู่ชิงไม่หยุด แม้กระทั่งตอนจะกลับยังบอกอีกว่า จะรอไปเป็ลูกค้าที่ร้านอาหารแน่นอน
ลู่เวินและบุตรชายทั้งสองเอง ก็ชื่นชอบรสชาติของอาหารใหม่เช่นกัน ยังพูดคุยกันว่าถ้าลูกค้าได้กิน คงจะชื่นชอบเหมือนพวกเขาเป็แน่
“น้องเล็ก อาหารที่เ้าทำถูกใจพี่ใหญ่มาก พรุ่งนี้คงจะขายดีอีกแล้วล่ะ เ้าคิดเช่นเดียวกันหรือไม่”
“พ่อก็คิดเช่นเดียวกันกับพี่ใหญ่ของเ้านะ แล้วชิงเอ๋อร์จะทำไว้ตอนไหนเล่า พวกเราจะได้ช่วยกันเตรียมของไว้ให้เรียบร้อย” ลู่เวินถามบุตรสาวเพราะเขาอยากช่วยงานอย่างอื่นบ้าง
“ดีใจที่พี่ใหญ่ชอบอาหารที่ข้าทำเ้าค่ะ ส่วนอาหารทั้งสองอย่างจะเริ่มทำ หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จนะเ้าคะ พวกเราเข้าไปทำในมิติจะได้ไม่ต้องเร่งรีบมากเกินไปเ้าค่ะ” ลู่ชิงบอกกับทุกคนว่าเข้าไปทำในมิติ ดีกว่าขนออกมาทำด้านนอก
“ตอนนี้ทุกคนก็แยกย้ายไปพักผ่อนเถิด ประเดี๋ยวปลายยามเซินค่อยไปช่วยกันดูแปลงผักที่เพิ่งปลูกกัน” ลู่เวินบอกให้ลูก ๆ ของตนไปนอนพักเอาแรงกันเสียหน่อย เพราะตื่นมาทำงานแต่เช้ากันทุกวัน
หลังจากแยกย้ายกันแล้ว ลู่ชิงไม่รู้สึกง่วงจึงเข้าไปเดินดูเล่นในมิติ นางเดินตามช่องสินค้าต่าง ๆ จนมาถึงพวกร้านขายยาหลากหลายชนิด มีทั้งยาเม็ด ยาน้ำ แม้แต่อาหารเสริมบำรุงร่ายกาย และพวกครีมบำรุงผิวราคาแพง ลู่ชิงจึงคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ว่าควรนำจำพวกครีมบำรุงผิวหน้าและโลชั่นต่าง ๆ ออกมาใช้เสียบ้าง
จากนี้นางจะทำให้คนในครอบครัว กลับมาดูดีดังเช่นตอนที่อยู่ในเมืองหลวง หรือจะดูดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าก็เป็ได้ ลู่ชิงจึงเดินเข็นรถหยิบทุกอย่างที่คิดใส่ลงไป และออกมาจากมิติพร้อมรถเข็นที่ใส่ของมาจนเต็ม
ในตอนเย็นหลังจากทุกคนได้ทานอาหารกันเรียบร้อย ลู่ชิงจึงพาทุกคนเข้ามิติอีกครั้ง เพื่อทำข้าวผัดหมูและผัดกะเพรา สำหรับเอาไปขายในวันพรุ่งนี้ โดยไม่ลืมให้ทั้งสี่คน ได้ทดลองใช้ครีมบำรุงผิวที่ตนได้เตรียมเอาไว้
เช้ามืดวันต่อมาครอบครัวลู่ชิง ตื่นมาพร้อมกันในยามเหม่าเช่นทุกครั้ง ช่วยกันยกของขึ้นเกวียนเตรียมเดินทางเข้าตำบล เพื่อขายอาหารเช่นทุกวัน กิจการเล็ก ๆ ขายดีจนลูกค้าติดใจ พอจะถึงวันหยุดทีไรลูกค้าเป็ต้องบ่นให้ฟัง เพราะอยากให้ลู่ชิงมาขายอาหารทุกวันมากกว่า แม้จะพูดไปเช่นนั้นแต่พวกเขาย่อมเข้าใจว่า เมื่อทำงานหนักควรได้พักผ่อนบ้าง
ตอนที่มาถึงแผงประจำของนาง ก็มีลูกค้ามายืนรออีกเช่นเคย ยังคงเป็ลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารของร้านนี้ ลู่ชิงที่เห็นแบบนั้นก็บอกให้ทุกคนรอนางจัดร้านสักครู่ และยังบอกอีกว่าวันนี้มีอาหารใหม่มาเพิ่มอีกสองรายการ ลูกค้าที่ยืนตอแถวรอเมื่อได้ยินว่า มีอาหารรายการใหม่ก็อยากลองชิมเสียหน่อยว่า จะอร่อยเหมือนหมูทอดไก่ทอดหรือไม่
แต่กระนั้นไม่ต้องถามพวกเขาก็สามารถเดาได้ว่ามันต้องอร่อย เนื่องจากกลิ่นหอมของอาหารรายการใหม่ทั้งสอง มันล่องลอยในอากาศทันทีที่ลู่ชิงเปิดฝา ที่ปิดหม้อใส่อาหารไว้ออกมา
“สวัสดีลูกค้าทุกท่านเ้าค่ะ วันนี้ร้านของข้ามีอาหารใหม่มาเพิ่มสองรายการ รบกวนพวกท่านยืนต่อแถวกันสักครู่ ข้าจะตักใส่จานใบเล็กแล้วจะนำไปให้ลองชิมดูว่า อร่อยถูกใจในรสชาติหรือไม่ ถ้าคนไหนถูกใจก็ซื้อคนไหนไม่ถูกใจก็ไม่ต้องซื้อ ข้าไม่บังคับลูกค้าของตัวเองอยู่แล้ว
รายการแรกที่พวกท่านจะได้ชิมคือข้าวผัดหมู อาหารชนิดนี้เด็ก ๆ ที่มีฟันขึ้นแล้วสามารถทานได้ รายการที่สองผัดกะเพราหมูสับ รสชาติจะออกเผ็ดร้อนเหมาะสำหรับคนที่ชอบอาหารรสจัดจ้านเ้าค่ะ” ลู่ชิงอธิบายเกี่ยวกับอาหารทั้งสองอย่าง ก่อนจะให้ลูกค้าที่มาต่อแถวแรก ๆ ได้ทดลองชิมก่อนเป็คนแรก
“ข้าอยากจะลองชิมอาหารรายการใหม่ของเ้าเร็ว ๆ แล้วเถ้าแก่ตัวน้อย”
“ป้าเองก็อยากจะชิมเหมือนกัน แต่คิดว่าอย่างไรมันต้องอร่อยอย่างแน่นอน”
“ข้าเห็นด้วยกับท่านป้า เถ้าแก่ตัวน้อยคิดรายการอาหารใหม่ ต้องผ่านการชิมของคนในครอบครัวมาก่อน จึงได้นำออกมาขายเช่นนี้ นั่นย่อมเป็การยืนยันแล้วว่าเป็อาหารที่อร่อยโดยไม่ต้องเดา”
ลูกค้าประจำหลาย ๆ คน ต่างพูดคุยกันและเห็นด้วยกับคำพูดของลูกค้าแต่ละคน ที่อยากจะชิมอาหารของลู่ชิง จนแทบจะทนไม่ไหวกันอยู่แล้วยิ่งยืนรอและได้กลิ่นหอม ก็ยิ่งทำให้ท้องของพวกเขาร้องแข่งกันจนกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้
“ขอบคุณทุกท่านที่เอ่ยชมเ้าค่ะ ข้าจะเปิดอาหารรายการใหม่ให้พวกท่านได้ชิมตอนนี้เลย ยืนรอประจำที่นะเ้าคะเดี๋ยวข้าจะเดินไปแจกเองเ้าค่ะ” ลู่ชิงย้ำเื่การยืนต่อแถวเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย
“หืม พวกเ้าได้กลิ่นหอมนั่นหรือไม่ มีส่วนผสมทั้งไข่ไก่และเนื้ออีกด้วย”
“ใช่ ๆ ๆ กลิ่นหอมน่ากินมากเลย ข้าต้องซื้อกลับไปฝากลูกกับเมียที่บ้านหลาย ๆ ห่อเสียหน่อยแล้ว”
“ข้าก็คิดเหมือนเ้าต้องซื้อไปฝากคนที่บ้าน มีใครจะกล้าขายอาหารที่มีทั้งข้าว ไข่ไก่และเนื้อรวมอยู่ในอาหารแบบนี้ได้ เช่นครอบครัวนี้อีกเล่า”
“นั่นสิ แถมพวกเขาก็ขายราคาไม่แพง จนพวกเราที่ทำงานรับจ้างสามารถซื้อกินจนอิ่มท้องได้เช่นนี้ ข้านับถือใจพวกเขาจากใจจริง ๆ”
ลู่ชิงเมื่อประกาศบอกกับลูกค้า ก็หันมาตักอาหารทั้งสองอย่างใส่จานใบเล็ก เพื่อที่ลูกค้าจะได้ชิมและตัดสินใจว่า ชื่นชอบมากพอจนอยากซื้อหรือไม่
“มาแล้ว ๆ พวกท่านลองชิมได้เลยนะเ้าคะ ข้าตักอาหารทั้งสองอย่างแบ่งคนละฝั่งในจานใบเดียวกัน เพื่อประหยัดเวลาของคนซื้อและคนขายไปในตัวเ้าค่ะ” ลู่ชิงเดินถือถาดใส่จานข้าวใบเล็ก ไปแจกลูกค้าที่ต่อแถวได้ชิมรสชาติอาหารรายการใหม่
“อื้ม ๆ อร่อย!! อร่อยมากเถ้าแก่ตัวน้อย รสชาติอาหารทั้งสองแตกต่างและอร่อยไปคนละแบบจริง ๆ”
“เถ้าแก่ตัวน้อย ฝีมือทำอาหารของท่าน ทำข้าจำรสชาติอาหารที่เคยกินไม่ได้แล้วล่ะ หากพวกท่านไม่ทำมาขายอีก ข้าคงต้องซูบผอมเพราะไม่กล้ากินของไม่อร่อยเป็แน่”
“พวกข้าก็เช่นกัน ๆ ๆ”
ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติอาหารรายการใหม่ ต่างก็ชื่นชอบกันยกใหญ่ จนคนที่เดินผ่านไปมาด้อม ๆ มอง ๆ ต้องเข้ามาถามว่าอร่อยขนาดนั้นเชียวหรือ เมื่อได้รับการยืนยันจากคนที่ต่อแถวอยู่ จึงรีบมายืนต่อแถวเช่นคนอื่นทันที
“เถ้าแก่ตัวน้อย ข้าเอาทุกอย่าง ๆ ละสองห่อไปเลย”
“ข้าก็เอาทุกอย่างเช่นกันอย่างละสี่ห่อนะเถ้าแก่ตัวน้อย”
“พวกข้าก็เอาอย่างละสองห่อนะเถ้าแก่ตัวน้อย”
“ส่วนของข้าเอาอย่างละสิบห่อนะเถ้าแก่ตัวน้อย”
“ทุก ๆ ท่าน ใจเย็น ๆ นะเ้าคะ พวกเราจะทำวิธีการเดิมที่รู้กันดีอยู่แล้ว คือการลงชื่อสั่งจำนวนอาหารและจ่ายเงินมัดจำไว้ เมื่อทุกท่านไปเดินซื้อของอย่างอื่นเสร็จ ก็กลับมาแจ้งชื่อพร้อมจ่ายเงินที่เหลือ ส่วนคนไหนที่มาเพื่อซื้ออาหารร้านของข้า ก็ต่อแถวสั่งอาหารปกตินะเ้าคะ” ลู่ชิงรีบประกาศกฎการขายของร้าน เพื่อลดความวุ่นวายและนางจะได้ทำงานอย่างไม่กดดันอีกด้วย ทุกคนก็เข้าใจทำตามที่นางพูดเสมอ เวลามาซื้ออาหารที่ร้านของนาง
“เสี่ยวฮุย ไหนล่ะร้านหมูทอดไก่ทอดที่เ้าว่าอร่อย ข้ามองหาจนลูกตาจะหลุดออกมาจากเบ้าแล้วยังหาไม่เจอเลยนะ”
“พ่อบ้านไป๋เดินตรงไปข้างหน้าอีกไม่ไกล ก็ถึงร้านนั้นแล้วขอรับ ท่านลองสังเกตดูจะมีคนยืนต่อแถวกันเยอะ ๆ แต่เป็ระเบียบมากไม่มีการแทรกแถวกันเลยนะขอรับ” เสี่ยวฮุยผู้มาเจอของอร่อยจนท่านพ่อบ้านที่อยากจะหาอาหารอร่อยรสชาติแปลกใหม่ เพื่อนำไปขึ้นโต๊ะงานเลี้ยงพิธีปักปิ่นของคุณหนูเหมยฮวา ในอีกสองวันข้างหน้าเขาจึงรับอาสาพามาที่ร้านนี้
พ่อบ้านไป๋ทำงานดูแลจวนท่านเ้าเมืองหย่งจินมาหลายปี เมื่อวานนี้เขาได้รับคำสั่งมาว่า ให้ไปเสาะหาอาหารที่อร่อยและรสชาติไม่เหมือนที่เคยทาน นำมาขึ้นโต๊ะงานเลี้ยงวันปักปิ่นของคุณหนู บังเอิญเขาไปได้ยินพวกบ่าวพูดกันว่า ก่อนหน้านี้บ่าวที่ชื่อเสี่ยวฮุยมาทำธุระที่ตำบลหย่งฝูให้นายท่าน
ก่อนกลับเขาได้ซื้ออาหารที่เป็เนื้อทอดในตลาดตำบลหย่งฝูไปทาน และรสชาติอาหารก็อร่อยจนมีบ่าวบางคนผลัดกันอาสาตื่นแต่เช้า เพื่อมาต่อแถวซื้ออาหารถึงที่นี่ วันนี้เขาจึงเรียกเสี่ยวฮุยมาสอบถาม และให้พามาพบเ้าของอาหารอร่อยที่ตลาดด้วยตนเอง
“ท่านพ่อบ้านขอรับ ถึงร้านที่ข้ามาซื้ออาหารแล้วขอรับ” เสี่ยวฮุยชี้ไปยังแผงขายอาหาร ของครอบครัวลู่ชิงให้พ่อบ้านไป๋ดู
“โอ้ คนเยอะมากเลยนะดูท่าจะขายดีทีเดียว รอให้คนซาลงสักหน่อยค่อยเข้าไปสอบถามกับแม่ค้าก็แล้วกัน” ผ่านไปหนึ่งเค่อลูกค้าเริ่มซาลงไปบ้าง ลู่ชิงกำลังจะห่ออาหารให้ลูกค้า ที่สั่งจองไว้ก็มีเสียงเอ่ยถามนางขึ้นมาเสียก่อน จึงต้องหยุดมือที่กำลังง่วนกับงานไว้แค่นั้น
“แม่ค้า ข้าขอรบกวนเวลาเ้าสักครู่จะได้หรือไม่” พ่อบ้านไป๋เอ่ยทักลู่ชิงก่อนที่นางจะทำงานต่อ
“ท่านลุงอยากจะถามอันใดข้าหรือเ้าคะ?” ลู่ชิงเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ ก่อนจะถามคำถามกลับไปอีกครั้ง
“ข้าได้รับคำสั่งจากเ้านาย ให้หาอาหารรสชาติแปลกใหม่ ไปขึ้นโต๊ะอาหารงานเลี้ยงพิธีปักปิ่นของบุตรสาว ได้ยินจากบ่าวในจวนบอกว่าอาหารของเ้าอร่อยและรสชาติไม่เหมือนใคร ข้าจึงอยากจะขอสั่งอาหารของร้านเ้าจะได้หรือไม่” พ่อบ้านไป๋ไม่รอช้ารีบพูดเข้าประเด็น ที่ตนเองตั้งใจมาพบลู่ชิงในวันนี้ทันที
“ร้านของเรายินดีรับทำอาหารให้นะเ้าคะ ท่านลุงพอจะบอกจำนวนแขกที่มาในงานได้หรือไม่ ว่ามีทั้งหมดกี่คนทางเราจะได้ทำอาหารเผื่อไว้เ้าค่ะ” เงินวิ่งมาหาจะไม่รับได้อย่างไร
“ถ้ารวมแขกที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่แล้ว น่าจะอยู่ที่สามสิบคนเห็นจะได้นะ”
“เช่นนั้นทางเราจะทำอาหารเพิ่มให้ท่านลุงไปอีกสักหน่อย เผื่อว่ามีแขกมาทีหลังจะได้มีอาหารต้อนรับนะเ้าคะ ท่านลุงจะลองชิมอาหารรายการใหม่ ที่เพิ่งมาขายวันนี้ดูก่อนหรือไม่เ้าคะ”
“หืม นอกจากจำพวกเนื้อทอดแล้ว ยังมีอาหารใหม่มาเพิ่มด้วยรึ เช่นนั้นข้ารบกวนขอชิมดูสักหน่อย ถ้าอร่อยก็ทำเพิ่มไปด้วยเลย”
ลู่ชิงตักข้าวผัดและผัดกะเพรา ให้พ่อบ้านไป๋ได้ชิมก็มีอาการไม่ต่างกับคนอื่น ที่อึ้งตาค้างแต่ปากกลับเคี้ยวไม่หยุด
“นะ นะ นี่มัน!! อร่อยมาก ขนาดเหลาอาหารในเมืองหย่งจิน ก็คงทำไม่ได้รสชาติแบบนี้เป็แน่ แม่ค้าเ้าทำทั้งสองอย่างนี้เพิ่มไปได้เลย แล้วก็รบกวนห่อข้าวทุกอย่างให้ข้าอย่างละสองห่อ ข้าจะนำไปให้นายท่านกับฮูหยินได้ลองชิมด้วย”
เขาไม่แปลกใจแล้วว่าเหตุใดบ่าวพวกนั้น จึงยอมตื่นเช้าสลับกันเพื่อมาต่อแถวซื้ออาหารที่ร้านของนาง เพราะมันอร่อยแบบนี้นี่เอง
