และด้วยอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอมั่นใจว่าเ้านายตัวน้อยของเธอจะได้งานแน่ถ้าหากโรงแรมนั้นเปิดรับ นั่นก็เพราะว่าลำพังคนต่างจังหวัดน้อยนักที่จะมีคนพูดได้หลายภาษาเหมือนกับเ้านายตัวน้อยของเธอและนี่อาจจะเป็ข้อได้เปรียบของเ้านายตัวน้อยที่จะมาสู้ในการหางานได้
“อยากทำค่ะเพราะอย่างน้อยงานนี่ก็น่าจะเป็งานที่ดูมั่นคง อีกอย่างลูกจันตั้งใจว่าถ้าหากพอจะตกลงกับเขาได้ลูกจันก็อยากจะขอเขาเข้าประจำ่สาย ๆ ดูค่ะ เผื่อว่า่เช้าจะได้อยู่ดูแลคุณพ่อด้วยและเผื่อว่าจะช่วยหยิบจับอะไรได้บ้างถ้าพี่นิดอยากจะค้าขายหน้าบ้าน เอาจริงนี่ลูกจันเองก็รบกวนพี่นิดมานานแล้วเหมือนกันเงินเดือนก็ไม่ได้ให้เลยบอกตามตรงลูกจันเกรงใจค่ะ”
น้ำเสียงเศร้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดถูกเอื้อนเอ่ยออกไปอย่างที่เ้าของของมันรู้สึกไม่ต่างกัน
“โธ่...คุณลูกจันพี่บอกแล้วไงคะว่าพี่เต็มใจ คุณลูกจันไม่ต้องคิดมากเลย แล้วอีกอย่างคุณลูกจันจะไหวหรอคะไหนจะช่วยดูคุณพ่อตอนกลางวันแล้วยังจะอาสาช่วยพี่อีกแถมไหนจะต้องไปทำงานอีกด้วย”
นิดมองหญิงสาวด้วยความเอ็นดู...เพราะความใจดีและใสซื่ออีกทั้งยังไม่เคยทำงานหนักมาก่อนของหญิงสาวเธอไม่แน่ใจว่าเ้าตัวจะรับมันไหวไหม
“คงต้องลองดูสักตั้งค่ะ ลูกจันอยากหาเงินได้เยอะ ๆ ลูกจันอยากหานักกายภาพมาให้คุณพ่อค่ะคุณพ่อจะได้หายไว ๆ” (^-^)
สายตาสุกสกาวที่เต็มไปด้วยความหวังยามพูดถึงหนทางในการรักษาอาการป่วยของผู้เป็บิดาฉายออกมาจนคนมองยังรับรู้ได้
“ถ้างั้นพี่ตามใจคุณลูกจันเลยค่ะ ส่วนขายของหน้าบ้านเอาเป็ว่าพี่จะทำเองตามกำลังของตัวเองพอค่ะคุณลูกจันไม่ต้องเป็ห่วงตรงนี้เลยนะคะพี่ทำคนเดียวได้ และในส่วนของเื่ผลกำไรที่ได้พี่จะแบ่งให้ด้วยถือว่าช่วย ๆ กันเพื่อรักษาคุณท่านให้หายนะคะ เพราะพี่เองก็เชื่อว่าคุณท่านจะต้องกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้งอย่างแน่นอนค่ะถ้าได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อีกอย่างเห็นอย่างนี้แต่ใจคุณท่านก็สู้มากเลยนะคะ” (^-^)
ใบหน้าสวยอ่อนหวานแย้มยิ้มอย่างอบอุ่นหลังพูดจบจนเผยความจริงใจให้ฉายผ่านออกมาอย่างปิดไม่มิด และด้วยความจริงใจของอดีตแม่บ้านอย่างพี่นิดที่มีให้กันมาเสมอนั้นมันก็อดไม่ได้ที่จะทำให้ฉันตื้นตันจนโผเข้ากอดพี่นิดแน่น
“ฮึก...ฮึก...พี่นิดค่ะ ขอบคุณนะคะขอบคุณพี่นิดมาก ๆ เลย ครอบครัวลูกจันโชคดีจังที่ได้เจอพี่นิด”
น้ำตาที่ห้ามไม่อยู่พลันไหลอาบแก้มออกมา คำพูดที่ไม่มีส่วนไหนเกินจริงไปเลยสักนิดยามคิดถึงความดีของคนตรงหน้ายิ่งทำให้ฉันมีพลังที่จะทำให้พวกเรามีชีวิตที่ดีขึ้น
จากนั้นฉันที่จมอยู่ในอ้อมกอดของพี่นิดสักพักก็ค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออก ก่อนจะบอกเล่าถึงสิ่งที่ฉันวางแผนเอาไว้ให้พี่นิดได้ฟังต่อ
“เื่ขายของพี่นิดพร้อมเมื่อไรบอกลูกจันได้เลยนะคะ ส่วนเงินลงทุนก็เอาจากลูกจันนี่แหละค่ะ”
“ได้ยังไงคะ...!! ที่ผ่านมาคุณลูกจันก็ให้พี่มาตั้งเยอะแล้ว แถมพี่ยังไม่เคยต้องควักออกอะไรอีกด้วย...ไม่ได้ค่ะไม่ได้...เดี๋ยวเื่ขายของพี่เป็คนลงทุนเอง”
พี่นิดออกปากค้านหัวชนฝาทันทีโดยที่ฉันยังไม่ทันได้พูดจบ
“ไม่เป็ไรเลยค่ะ...ลูกจันเต็มใจแค่พี่นิดอยู่ตรงนี้กับลูกจันกับคุณพ่อ ลูกจันก็ไม่รู้แล้วว่าลูกจันจะตอบแทนพี่นิดยังไงหมด”
“เอาอีกแล้วนะคะ พี่บอกแล้วไงว่าพี่เต็มใจ”
“ถ้าอย่างนั้นเอาเป็ว่าครั้งนี้ลูกจันขอร้องนะคะ ขอให้ลูกจันเป็คนลงทุนให้พี่นิดเถอะนะคะ”
“แต่ว่า...”
“อย่าปฏิเสธลูกจันเลยนะคะ ขอให้ลูกจันได้ทำเพื่อให้ตัวเองสบายใจได้ไหมคะ”
เสียงออดอ้อนพร้อมกับสายตาที่อ้อนวอนทำให้นิดที่แม้จะลำบากใจก็ยากที่จะปฏิเสธได้ลง
“เฮ้อออออ ~~ คุณลูกจันนี่น๊าาาา เอางั้นก็ได้ค่ะเพื่อความสบายใจของคุณลูกจัน แต่ว่าลงทุนให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะคะโอเคไหม”
พี่นิดที่อดไม่ได้ที่จะต่อรองเอ่ยบอกโดยที่ดวงตามีประกายยิ้ม
“ได้เลยค่ะ...” (^-^)
หลายวันต่อมา...
หลังจากวันนั้นที่เราสองสาวต่างตกลงวางแผนอนาคตกันเสร็จ ฉันก็ได้เข้าเว็บไซต์ผ่านทางมือถือของพี่นิดเพื่อไปหาข้อมูลทันที ก่อนจะพบว่าทางโรงแรมหรูนั้นได้เปิดรับสมัครงานจริง ๆ เพียงแต่ตำแหน่งพนักงานต้อนรับที่ฉันอยากได้เขาดันเปิดรับเฉพาะผู้ชายและสะดวกที่จะเข้างานกะกลางคืนเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นฉันคงต้องไปลุยดูสักตั้งเพื่อที่ว่าทุกอย่างที่คิดมันจะทำให้ชีวิตของพวกเราดีขึ้น
“พี่นิดไปคนเดียวได้แน่นะคะ หรือว่าจะให้ลูกจันไปช่วยถือของก่อนดีกว่าไหมคะ แล้วลูกจันค่อยไปซื้อของใช้ตัวเองทีหลัง”
ฉันบอกพี่นิดหลังจากยื่นเงินให้พี่นิดไปอีกก้อนหนึ่งเพื่อให้พี่นิดไปซื้อของมาลงทุน โดยสิ่งที่พี่นิดตั้งใจเอาไว้นั่นก็คือพี่นิดตั้งใจจะทำหน้าบ้านให้เป็ร้านขายอาหารเล็ก ๆ เน้นขายแค่ที่ทำชุดแรกเท่านั้นไม่มีการเสริมระหว่างวันเพื่อที่จะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไปซึ่งความคิดนี้พี่นิดเป็คนเสนอมาเองและฉันเองก็เห็นด้วย
ส่วนฝีมือของพี่นิดนั้นเท่าที่ฉันเองเคยกินมาตลอดและเป็คนที่เคยผ่านอาหารอร่อยมาแล้วนับไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็มิชลินสตาร์หนึ่งดาว สองดาว หรือว่าสามดาว รสฝีมือของพี่นิดทำให้ฉันมั่นใจว่าไม่เป็สองรองใครอย่างแน่นอน และยิ่งมั่นใจอีกว่าร้านพี่นิดที่กำลังจะเปิดนี้จะต้องขายหมดั้แ่ยังไม่หัววันอย่างแน่นอนอีกด้วย
“ไม่เป็ไรค่ะ คุณลูกจันไปทำธุระของคุณลูกจันเถอะค่ะทางนี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพี่เอง คุณลูกจันไม่ต้องเป็กังวลเลยนะคะ” (^-^)
น้ำเสียงอีกทั้งสีหน้าที่ย้ำให้ฉันมั่นใจมากยิ่งขึ้นของพี่นิดทำฉันพูดเซ้าซี้ต่อไปอีกไม่ได้ ก่อนที่พี่นิดจะดุนหลังให้ฉันเดินไปเหมือนไม่้าให้ฉันเป็กังวลกับเธออีก
“แต่ว่าพี่นิดค่ะ...”
“ไม่ต้องเป็ห่วงพี่เลยค่ะ พี่เองก็จะรีบไปรีบกลับเหมือนกันเป็ห่วงคุณท่านค่ะท่านอยู่คนเดียว ส่วนคุณลูกจันไปเดินเลือกของให้เต็มที่เลยนะคะไม่ต้องรีบเลือกให้ดีที่สุดเลยนะคะ” (^-^)
พี่นิดแสดงความมีน้ำใจและเป็ห่วงเป็ใยจนทำให้ฉันยิ่งรู้สึกเกรงใจ เพราะถึงแม้จะโชคดีที่คุณพ่อของฉันท่านพอจะรู้เื่และเข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้นของเราอยู่บ้างแล้วถึงแม้จะยังพูดไม่ได้ก็ตาม แต่ทุกครั้งที่เราต้องออกมาทำธุระท่านก็ไม่เคยโวยวาย เรียกร้อง หรือแสดงท่าทีที่ต้องให้เราสองคนเป็ห่วงเลย
“ไปได้แล้วค่ะ...” (^-^)
พี่นิดท้วงอีกครั้งหลังจากเห็นฉันทำหน้าเศร้า และหลังจากที่เราสองสาวตกลงกันได้แล้วฉันเองก็แยกตัวออกไปเพื่อซื้อของใช้ตัวเองทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา โดยที่จุดมุ่งหมายแรกของสิ่งที่ฉันตั้งใจจะหาซื้อนั่นก็คือมือถือกับเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเพื่อสมัครงานยังโรงแรมหรูและมันต้องดูเหมาะสมเพื่อที่ฉันจะได้ไม่พลาดงานนี้...
