ผู้จัดการไช่ขับรถนำเข้าฮอนด้าซีดานสีดำ พอเห็นคังอิงมองรถของเขา เขาก็ยิ้มอย่างภูมิใจ “รถคันนี้ใช้เงินกองกลางจัดให้ครับ”
เลี้ยงอาหารด้วยเงินกองกลาง จัดหารถส่วนตัวด้วยกองกลาง สวัสดิการดีขนาดนี้ นี่คือข้อดีที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทเอกชนในยุคนี้!
คังอิงเคยอ่านข้อมูล เธอรู้ว่าเพื่อที่จะดึงดูดคนเก่งๆ ในตอนนี้ บริษัทเอกชนมักจะมีสวัสดิการมากมาย ยกตัวอย่างเช่น บางบริษัทสามารถเบิกค่ารถแท็กซี่ได้เกือบร้อยหยวนต่อวัน
พนักงานบางคนในบริษัทเอกชนไม่ได้ใช้เงินค่ารถมากขนาดนั้น พวกเขาจึงไปหาญาติพี่น้องเพื่อขอใบเสร็จค่าโดยสาร แล้วนำไปเบิกเงินจากบริษัท เงินเ่าั้ก็จะตกไปอยู่ในกระเป๋าของพวกเขา เป็รายได้เสริมอีกทางหนึ่ง
บริษัทใหญ่ๆ อย่างไห่โซงตี้ การจัดหารถยนต์ให้กับผู้รับผิดชอบทางนี้นับว่าเป็เื่ปกติ คังอิงรู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งของบริษัทในเวลานี้
มาตรฐานการครองชีพของผู้บริหารระดับสูงกับประชาชนทั่วไปในยุคปัจจุบัน นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ในสายตาของคนทั่วไป ชีวิตของผู้บริหารระดับสูงนั้นเป็สิ่งที่ใฝ่ฝันแต่ไม่อาจเอื้อมถึง พวกเขาเดินทางด้วยรถหรูหรา กินอาหารในโรงแรมราคาแพงมื้อละหลายร้อยหรือหลายพันหยวน
ทว่าแิของประชาชนส่วนใหญ่นั้นค่อนข้างอนุรักษ์นิยม หากพวกเขามีงานที่มั่นคงในหน่วยงานของรัฐบาล ใครบ้างจะยอมลาออกกัน?
คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในยุคสมัยนี้มักจะไม่รู้ว่า พวกเขาพลาดโอกาสอะไรไปบ้าง จนกระทั่งหันกลับมามองดูอีกครั้งถึงได้รู้ว่าตนเองพลาดโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตไป แต่ในตอนนั้นทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว
คังอิงและสือเจียงหย่วนขึ้นรถจี๊ปของพวกเขาแล้วขับตามรถของผู้จัดการไช่ไปยังโรงแรมการค้าต่างประเทศหัวเฉียว
คังอิงลงจากรถแล้วมองดูโรงแรมที่ตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่าตรงหน้า แม้ว่าสไตล์การตกแต่งจะดูเชยๆ ไปหน่อย แต่มันก็ไม่ด้อยไปกว่าโรงแรมระดับสี่ดาวในยุคสมัยหลังๆ คังอิงจึงรู้ว่าโรงแรมแห่งนี้น่าจะมีชื่อเสียงในท้องถิ่น
ผู้จัดการไช่แนะนำโรงแรมแห่งนี้ “ที่นี่เป็โรงแรมที่ดีที่สุดในฉวี่เจียง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็ที่พักสำหรับแขกต่างชาติ”
ขอแค่เป็ที่พักสำหรับแขกต่างชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องดีมากแน่นอน คังอิงเข้าใจเื่นี้เป็อย่างดี
คิดไม่ถึงเลยว่า ผู้จัดการไช่จะพาพวกเขามาที่หรูหราขนาดนี้ แค่กินข้าวด้วยกันมื้อหนึ่ง จำเป็ต้องลงทุนขนาดนี้เลยหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น ตามหลักการแล้วในฐานะที่เป็ตัวแทนจำหน่าย เธอน่าจะเป็คนเลี้ยงอาหารมื้อนี้แก่เขาไม่ใช่หรือ? ต่อให้ผู้จัดการไช่จะเป็คนเลี้ยงอาหารเอง เขาก็ไม่จำเป็ต้องเลี้ยงอาหารในที่หรูหราขนาดนี้กระมัง?
คังอิงเหลือบมองสือเจียงหย่วนที่อยู่ข้างๆ เธอพลันรู้สึกว่าตนเองเหมือนเป็ปลิงดูดเืเขา
โชคดีที่ผู้จัดการไช่เลี้ยงอาหารด้วยเงินของบริษัท คังอิงจึงไม่รู้สึกกดดันมากนัก
โรงแรมการค้าต่างประเทศหัวเฉียวมีอาหารหลากหลายเมนูจริงๆ และราคาก็แพงมาก ผู้จัดการไช่จึงสั่งไวน์ยี่ห้อ ‘บลูริบบอน’ ขวดหนึ่ง ก่อนที่อาหารจะมาเสิร์ฟ เขาบอกว่า ในโรงแรมแบบนี้ต้องดื่มไวน์ต่างชาติถึงจะเหมาะสม อย่าดื่มเหล้าขาวเลย
ตอนที่ผู้จัดการไช่กำลังจะรินไวน์ให้คังอิง สือเจียงหย่วนก็เอ่ยขึ้น “คุณคังไม่ดื่มเหล้าครับ สั่งเครื่องดื่มอื่นให้เธอเถอะครับ”
ผู้จัดการไช่เข้าใจในทันทีจึงกล่าวว่า “ได้ครับ” จากนั้นเขาก็ไม่รินไวน์ให้คังอิง แต่ให้พนักงานเสิร์ฟนำน้ำมะพร้าวมาให้เธอแทน
คังอิงดื่มเหล้าเป็ แต่ชาติที่แล้วเธอต้องเข้าสังคมโดยการดื่มเหล้าจนทำให้มีอาการปวดท้อง เธอไม่อยากจะทำเื่แบบเดิมๆ อีก พอเห็นสือเจียงหย่วนช่วยปฏิเสธไวน์แทนเธอ ในใจก็พลันรู้สึกดีขึ้นมา
ก็รู้อยู่ว่าถ้ามีผู้หญิงสวยๆ อยู่บนโต๊ะอาหาร ผู้ชายส่วนใหญ่จะร่วมมือกันเพื่อให้เธอเมาอย่างแน่นอน พวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เพียงแต่เป็นิสัยของพวกเขาเท่านั้น
คังอิงหยิบแก้วขึ้นมารินน้ำมะพร้าว ส่วนสือเจียงหย่วนก็มองเธอด้วยสายตาชื่นชม เขากลัวว่าคังอิงจะฝืนดื่มเหล้า พอเห็นว่าคังอิงเชื่อฟังขนาดนี้ เขาก็รู้สึกโล่งใจ
สถานการณ์ก่อนหน้าในการสังสรรค์ครั้งนี้ หลังจากที่สือเจียงหย่วนชี้แจงไว้ ผู้จัดการไช่จึงไม่กล้าสร้างความลำบากให้คังอิง ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็ต้องดื่มเหล้ากับเขา
เมื่อเห็นคังอิงไม่ได้ฝืนดื่มเหล้า สือเจียงหย่วนก็รู้สึกสบายใจอีกครั้ง เขาจึงรินไวน์บลูริบบอนใส่แก้วของตัวเองครึ่งแก้ว จากนั้นก็ใส่ก้อนน้ำแข็งลงไป เขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาแล้วยกให้ผู้จัดการไช่พลางกล่าวว่า “ขอให้พวกเราร่วมมือกันอย่างราบรื่นนะครับ พวกเรามาดื่มฉลองกันเถอะ!”
ผู้จัดการไช่รู้สึกเป็เกียรติเป็อย่างยิ่ง เขารีบยกแก้วขึ้นมาชนกับสือเจียงหย่วน
คังอิงที่นั่งอยู่ข้างๆ มองดูสถานการณ์นี้ก็เข้าใจ สือเจียงหย่วนนั่งอย่างสงบนิ่ง ส่วนผู้จัดการไช่กลับเป็ฝ่ายเข้าหา หากคนนอกมองเข้ามาโดยที่ไม่รู้เื่อะไร คงคิดว่าผู้จัดการไช่เป็ตัวแทนจำหน่ายที่กำลังวิ่งเต้นขอความช่วยเหลือจากสือเจียงหย่วน
คังอิงคิดในใจว่าดูท่าคนที่รู้จักกับสือเจียงหย่วนที่กระทรวงพาณิชย์คงเป็คนใหญ่คนโตแน่ๆ ไม่อย่างนั้นผู้จัดการไช่คงไม่แสดงท่าทีเช่นนี้หรอก
นึกถึงตอนแรกที่เธอพบกับผู้จัดการไช่ เขานิ่งเฉยมาก และยังบ่ายเบี่ยงใส่เธออยู่ตลอดเวลา แต่ท่าทางของเขาตอนนี้กลับแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
แต่ไม่ว่าอย่างไรในเมื่อเธอได้เป็ตัวแทนจำหน่ายของไห่โซงตี้แล้ว เธอก็ต้องเดินหน้าต่อ
การที่ได้เป็ตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ทำให้คังอิงมั่นใจมากขึ้น มื้อนี้ทั้งแขกและเ้าบ้านต่างกินอาหารอย่างมีความสุข
คังอิงไม่ใช่คนไร้มารยาท ระหว่างกินอาหารเธอยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นชนแทนแก้วไวน์เป็การขอบคุณผู้จัดการไช่
ด้วยไวน์เป็สื่อกลาง สือเจียงหย่วนกับผู้จัดการไช่ดื่มกันจนกระทั่งงานเลี้ยงเลิก จนแทบจะสาบานเป็พี่น้องกันอยู่แล้ว หลังจากกินอาหารเสร็จ พวกเขาก็เดินกอดคอกันเดินโซเซไปยังลานจอดรถ
คังอิงเอ่ยถามผู้จัดการไช่ด้วยความกังวล “คุณขับรถไหวไหม? แบบนี้ให้ใครที่บริษัทมารับคุณกลับไปดีไหมคะ?”
“ไม่เป็ไรหรอก ผมหลับตาขับรถกลับฉวี่เจียงได้เลย” ผู้จัดการไช่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ เขาลดหน้าต่างรถลงแล้วพูดกับสือเจียงหย่วนว่า “พี่สือ ครั้งหน้ามาฉวี่เจียงก็มาหาผมนะครับ พวกเรามาดื่มกันให้หนำใจอีกครั้ง”
สือเจียงหย่วนหัวเราะอย่างร่าเริง “คราวหน้าคุณไปที่อำเภอหลี่ว์บ้างนะ เดี๋ยวพวกเราเลี้ยงคุณเอง”
“ได้เลย น้องชายคนนี้จะไปหาพี่แน่นอนครับ!” ผู้จัดการไช่รับปากทันที
ครั้นเห็นรถของผู้จัดการไช่ขับออกไปไกลแล้ว คังอิงก็เอ่ยกับสือเจียงหย่วนว่า “ผู้จัดการไช่จะเป็อะไรไหมคะ? เขาดื่มเยอะขนาดนั้น เอาอย่างนี้ดีไหม เดี๋ยวโทรไปถามที่บริษัทของเขาดูว่าเขากลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยหรือเปล่า คุณเองก็อย่าเพิ่งขับรถเลยนะคะ ดื่มเยอะขนาดนั้น ให้ฉันขับให้ก็แล้วกัน”
สือเจียงหย่วนยิ้มพลางกล่าวว่า “คุณไม่ต้องเป็ห่วงหมอนั่นหรอก เขาดื่มเก่งมาก เขาเคยเป็พนักงานขายมาก่อน แค่ไวน์บลูริบบอนทำอะไรเขาไม่ได้หรอก ผมเองก็ไม่เป็ไร ยังขับรถได้อยู่”
คังอิงเห็นสีหน้าของเขาดูสดใสขึ้น ไม่มีอาการลิ้นพันกันเหมือนเมื่อครู่ เธอจึงเหลือบมองเขาแล้วพูดว่า “ฉันรู้ คุณคงยังเมาไม่ถึงสองส่วนของคุณด้วยซ้ำ จริงไหม?”
สือเจียงหย่วนหัวเราะ ‘ฮ่าๆ’ แล้วบอกว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อวานผมดื่มเหล้าเหมาไถไปหลายแก้วล่ะก็ ตอนนี้คงไม่รู้สึกมึนหัวเลยสักนิด”
สือเจียงหย่วนปฏิเสธความหวังดีที่คังอิงจะขับรถให้เขา แต่พอเห็นว่าเธอกลับไปนั่งที่เบาะหลัง เขาก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย พอเมาแล้วเขาก็กล้าขึ้น จึงเอ่ยปากถาม
“ทำไมคุณไม่มานั่งข้างหน้าล่ะ? ข้างหน้ามองเห็นวิวได้ชัดกว่านะ แถมยังคุยกับผมได้ด้วย”
คังอิงยิ้มแล้วตอบว่า “เบาะหลังกว้างขวางกว่า”
ทั้งสองคนต่างก็มีเหตุผล บรรยากาศเงียบสงบลงชั่วขณะ สือเจียงหย่วนไม่ได้คะยั้นคะยออีก
“พวกเราไปคุยกับฉางหงกับว่านเป่าหลงกันต่อเถอะ” คังอิงเอ่ยทำลายความเงียบ
“รวดเร็วเฉียบขาดขนาดนี้เลยเหรอ? ดี ไปกัน” สือเจียงหย่วนกล่าวอย่างไม่ลังเลเช่นกัน
คังอิงเอ่ยถาม “คุณไหวใช่ไหม? ดื่มเหล้าแล้วไม่ง่วงหรือ? หรือว่าหาที่พักผ่อนสักหน่อยก่อนดี?”
“ไม่ต้องหรอก แค่เหล้าแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้” สือเจียงหย่วนเป็คนทำอะไรว่องไวคล่องแคล่วเช่นกัน เขาสตาร์ตรถแล้วมุ่งหน้าไปยังถนนเทียนฉิง ซึ่งเป็ที่ตั้งของบริษัทฉางหงทันที
