บทที่ 8 กวาดเกลี้ยง! ไม่เหลือแม้แต่ฝาหม้อ
กลิ่นคาวเืข้นคลั่กคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศภายในกระท่อมร้าง ผสมปนเปกับกลิ่นอายบุรุษเพศที่ร้อนระอุจากร่างสูงใหญ่ที่ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนไหล่บอบบางของหลินซี
"ตัวหนักอย่างกับหมีควาย"
หลินซีบ่นอุบอิบพลางกัดฟันเกร็งกำลังแขนที่เพิ่งฟื้นฟู ประคองร่างของชายแปลกหน้าที่เธอเพิ่งรู้ชื่อจากป้ายชื่อโลหะที่ห้อยคอว่า กู้เหยียนเซิง ให้ค่อยๆ เอนกายลงนอนบนแคร่ไม้ไผ่เก่าๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่น
แม้ปากจะบ่น แต่สายตาของเธอกลับไม่สามารถละไปจากเรือนร่างที่นอนทอดกายอยู่เบื้องหน้าได้
แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางรอยแตกของหลังคา ทำหน้าที่เป็ไฟสปอตไลท์ธรรมชาติฉายให้เห็นรายละเอียดของบุรุษผู้นี้อย่างชัดเจน
หลินซีไม่รอช้า เธอหยิบกรรไกรแพทย์จากมิติออกมา ฉับ! ฉับ! ตัดเสื้อยืดสีดำที่ชุ่มไปด้วยเืของเขาออกอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสีทองแดง
"โอ้โห..."
หลินซีเผลอผิวปากหวือในลำคอ
นี่มันงานศิลปะชั้นครูชัดๆ! กล้ามเนื้อหน้าอกแน่นตึงได้รูป ไหล่กว้างลาดผาย กล้ามท้องขึ้นเป็ลอนสวยงามแปดลูกเรียงตัวกันดั่งเทือกเขาที่แข็งแกร่ง ผิวพรรณแม้จะหยาบกร้านจากการตรากตรำฝึกฝน แต่กลับดูเซ็กซี่อย่างน่าประหลาด เต็มไปด้วยรอยแผลเป็จางๆ ที่เป็ดั่งเหรียญตราแห่งเกียรติยศของลูกผู้ชาย
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดในตอนนี้กลับเป็ รูโหว่สีแดงฉาน ที่สีข้างด้านซ้าย เืสีสดกำลังไหลทะลักออกมาไม่หยุด ตัดกับผิวสีเข้มอย่างน่ากลัว
"ะุฝังใน โชคดีที่ไม่โดนอวัยวะสำคัญ แต่ถ้าปล่อยไว้คงเสียเืตายก่อนไก่ขันแน่"
ิญญาแพทย์สนามในตัวหลินซีตื่นขึ้น
เธอเรียกอุปกรณ์จากมิติออกมาวางเรียงราย: แอลกอฮอล์ล้างแผล ยาชาเฉพาะจุด มีดผ่าตัด คีมคีบะุ และเข็มเย็บแผลพร้อมไหมละลาย
"ทนหน่อยนะพ่อคุณ ยุคนี้ยาชามันแพง ฉันจะฉีดให้นิดเดียวพอ"
เธอพูดเองเออเองกับคนหมดสติ ก่อนจะลงมือด้วยความชำนาญ
ฉึก! เข็มฉีดยาปักลงรอบปากแผล
แคว่ก! เธอใช้มีดกรีดเปิดปากแผลให้กว้างขึ้น เืสาดกระเซ็นเปื้อนมือขาวผ่องของเธอ แต่หลินซีไม่แม้แต่จะกระพริบตา นิ้วมือเรียวยาวของเธอทำงานประสานกันอย่างคล่องแคล่ว แข็งขัน แต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวล
เมื่อคีมเหล็กกระทบเข้ากับหัวะุ กู้เหยียนเซิงที่สลบไสลส่งเสียงคำรามในลำคอด้วยความเ็ป ร่างกายกระตุกเกร็งจนกล้ามเนื้อทุกส่วนปูดโปนขึ้นมา เหงื่อกาฬไหลพรากผ่านลอนกล้ามท้องลงไปสู่ขอบกางเกงที่ต่ำลง
หลินซีใช้มือข้างหนึ่งกดหน้าอกเขาไว้ ััถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงและความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมา
"ชู่ว เด็กดี อยู่นิ่งๆ"
เธอกระซิบเสียงพร่า ขณะที่สายตาแอบชำเลืองมองต่ำลงไปที่หน้าท้องแกร่งที่กำลังกระเพื่อมไหว
‘ให้ตายสิ ขนาดเจ็บเจียนตายยังเซ็กซี่ขนาดนี้ ถ้าหายดีแล้วจะขนาดไหน’
กริ๊ก!
เสียงหัวะุหล่นลงในถาดสแตนเลส
หลินซีถอนหายใจยาว รีบทำความสะอาดแผลและเริ่มลงมือเย็บ
เข็มโค้งแทงทะลุิัดึงรั้งเนื้อเยื่อเข้าหากัน เธอเย็บแผลสดๆ ด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง ฝีเข็มละเอียดถี่ยิบสวยงามราวกับงานปักผ้าไหม ไม่ใช่การเย็บเนื้อคน
"เรียบร้อย ฝีมือระดับนี้ นายต้องจ่ายค่าหมอแพงหน่อยนะคุณทหาร"
เธอใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดคราบเืตามตัวเขาออก ััของผ้านุ่มๆ ที่ลากผ่านผิวเนื้อแกร่งทำให้บรรยากาศในห้องร้างดูร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด หลินซีไล้ผ้าผ่านลอนหน้าท้อง แกล้งกดหนักๆ เล็กน้อย แล้วเลื่อนต่ำลงไปเช็ดคราบเืที่เกรอะกรังอยู่บริเวณขอบกางเกงทหารสีเขียวขี้ม้า
ทว่าในขณะที่มือกำลังเคลื่อนไหวอย่างซุกซนนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของหลินซี
‘นี่ฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่? เพิ่งทะลุมิติมาไม่กี่วัน ก็กลายเป็สาวหื่นลวนลามผู้ชายแปลกหน้าไปซะแล้ว?’
หลินซีชะงักมือเล็กน้อย มองดูใบหน้าคมคายที่หลับสนิทของกู้เหยียนเซิง แล้วแค่นหัวเราะกับตัวเองในใจ
ในสายตาคนยุค 80 การกระทำของเธออาจดูไร้ยางอายและบ้าบิ่น แต่สำหรับหลินซี ผู้ผ่านสมรภูมิเืและเห็นความตายมานับไม่ถ้วนในโลกอนาคต ความเขินอายเป็เื่ไร้สาระสิ้นดี
ในชีวิตก่อน เธอต้องใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้าย เพื่อนร่วมรบตายจากไปทีละคนโดยไม่ทันได้มีความรัก ไม่ทันได้เสพสุข วันนี้มีชีวิต พรุ่งนี้อาจกลายเป็ศพ บทเรียนเ่าั้หล่อหลอมให้เธอกลายเป็คน กล้าได้กล้าเสีย และตักตวงความสุขตรงหน้าอย่างไม่รีรอ
"ชีวิตมันสั้น เจอของดีอยู่ตรงหน้า ถ้ามัวแต่เหนียมอายเล่นบทกุลสตรีผ้าพับไว้ ก็มีแต่จะเสียของเปล่าๆ"
อีกอย่าง การแสดงออกว่าสนใจในเรือนร่าง ของเขาอย่างเปิดเผย ยังเป็เกราะป้องกันชั้นดี
ผู้ชายที่เป็ทหารระดับสูงอย่างเขา ย่อมระแวงคนที่เข้ามาใกล้ แต่ถ้าเขาเห็นว่าเธอเป็เพียงผู้หญิงที่หลงใหลในรูปลักษณ์ของเขา ความระแวงนั้นจะลดลง และเปลี่ยนเป็ความประหม่าแทน
มันคือจิตวิทยาการควบคุมเหยื่อรูปแบบหนึ่ง ทำให้เขาคิดว่าเธอเป็แค่ ยัยตัวแสบจอมหื่นดีกว่าให้เขาสงสัยว่าเธอเป็นักฆ่าเืเย็นที่มาจากอนาคต
"ถือซะว่าเป็กำไรชีวิตของหลินซีคนใหม่ก็แล้วกันนะ"
เมื่อหาเหตุผลรองรับความ้าของตัวเองได้แล้ว รอยยิ้มเ้าเล่ห์ก็กลับมาประดับบนมุมปากของเธออีกครั้ง
หลินซีเลื่อนมือต่ำลงไปเช็ดคราบเืที่เกรอะกรังอยู่บริเวณขอบกางเกงทหารสีเขียวขี้ม้า
ปลายนิ้วของเธอสะกิดผ่านขอบยางยืดกางเกงชั้นในชาย ััได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากจุดยุทธศาสตร์ ลากไล้ผ่านแนวกล้ามเนื้อท้องน้อยที่เป็รูปตัววี ชัดเจน ซึ่งหายเข้าไปในขอบกางเกงที่ิ่เหม่
กู้เหยียนเซิงกระตุกเกร็งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แม้สติจะดับวูบแต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อััอันรุกรานนั้น ลมหายใจของเขาเริ่มหอบกระเส่าหนักหน่วงขึ้น
"หึ ปฏิกิริยาไวดีนี่"
หลินซีกระตุกยิ้มเ้าเล่ห์ นึกอยากจะแกล้งคนเจ็บต่ออีกนิด แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้าที่ยังซีดเผือดจากการเสียเื เธอก็จำต้องยั้งมือไว้
"เอาเถอะ วันนี้จะปล่อยไปก่อน ถือว่าติดไว้บัญชีโปะ หายดีเมื่อไหร่ค่อยมาทวงต้นทบดอกทีหลัง"
เธอเช็ดตัวให้เขาจนสะอาดสะอ้าน ก่อนจะดึงผ้าห่มนวมผืนหนา (ที่แอบหยิบมาจากคลังสินค้าในมิติ แต่เลือกแบบสีทึบๆ ให้ดูไม่สะดุดตา) ขึ้นมาคลุมร่างกำยำนั้นจนถึงคอ
เมื่อไร้ซึ่งพิษสง กู้เหยียนเซิงในยามหลับใหลดูไร้เดียงสาราวกับเด็กชายตัวโต ขนตายาวงอนทาบทับลงบนแก้ม ลบภาพลักษณ์ทหารจอมโหดเมื่อครู่ไปจนสิ้น
"นอนซะนะพ่อรูปหล่อ เฝ้าบ้านให้ดีล่ะ ส่วนฉัน มีภารกิจเก็บกวาดขยะต้องไปทำ"
หลินซีผละออกจากแคร่ไม้ไผ่ เปลี่ยนแววตาจากความอ่อนโยนวูบไหวเมื่อครู่ กลับกลายเป็แววตาของนางโจรสาวผู้เหี้ยมเกรียม
คืนนี้ สกุลหลินจะต้องจดจำไปจนวันตาย!
รัตติกาลสงัดเงียบ หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในห้วงนิทรา มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงกรนเบาๆ ลอดออกมาจากบ้านเรือน
หลินซีในชุดสีดำรัดกุม (ชุดปฏิบัติการจากโลกอนาคต) เคลื่อนกายผ่านความมืดดุจภูตพราย ด้วยทักษะการแทรกซึมระดับสูง ทำให้ไม่มีหมาตัวไหนในหมู่บ้านเห่ากรรโชกแม้แต่ตัวเดียว
เธอมายืนหยุดอยู่ที่หน้ากำแพงบ้านสกุลหลิน บ้านที่เธอเพิ่งเดินจากมาเมื่อเย็น
"ระบบ เปิดโหมดสแกนสิ่งมีชีวิต"
[รับทราบ... ตรวจพบเป้าหมาย 4 ราย หลินต้าจื้อ จางชุ่ย หลินเจียว แม่เฒ่าหลินสถานะ: หลับลึก (ค่าความเหนื่อยล้าสูง)]
"เยี่ยม หลับให้สบายนะ เพราะตื่นมาพวกแกจะไม่มีเตียงให้นอน"
หลินซีะโข้ามกำแพงรั้วเข้าไปอย่างแ่เบา
เป้าหมายแรก: ห้องครัว
ในยุค 80 อาหารคือสิ่งล้ำค่าที่สุด จางชุ่ยหวงแหนเสบียงในครัวยิ่งกว่าชีวิต
หลินซีเปิดประตูครัวเข้าไป กวาดตามองรอบๆ แล้วแสยะยิ้ม
"ข้าวสาร แป้งสาลี น้ำมันหมู ไข่ไก่"
เธอแตะมือลงบนโอ่งข้าวสารขนาดใหญ่
วูบ!
โอ่งข้าวสารหายวับไปในพริบตา เข้าไปอยู่ในโกดังเก็บของในมิติ
ถัดมาคือไหใส่น้ำมันหมูเจียว ตะกร้าไข่ไก่ พวงพริกแห้ง กระเทียม และหัวหอมที่แขวนอยู่บนราาว
เก็บ! เก็บ! เก็บ!
หลินซีเก็บทุกอย่างเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เศษเปลือกกระเทียม
สายตาเหลือบไปเห็นกระทะเหล็กใบใหญ่ บนเตาไฟ และหม้อดินเผา
"กระทะใบนี้ผัดกับข้าวอร่อยดีนัก เอาไป!"
"หม้อใบนี้เอาไว้ตุ๋นยา เอาไป!"
แม้แต่ฝาหม้อไม้ และตะเกียบ ที่เสียบอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ เธอก็ไม่เว้น
เพียงชั่วพริบตา ห้องครัวที่เคยอุดมสมบูรณ์ของบ้านสกุลหลิน ก็กลายสภาพเป็ห้องว่างเปล่าที่เหลือเพียงเตาไฟเย็นชืดกับขี้เถ้า
เป้าหมายที่สอง: ห้องโถงกลาง
โต๊ะกินข้าวไม้สักตัวใหญ่... เก็บ!
เก้าอี้ไม้สี่ตัว... เก็บ!
แม้กระทั่งกรอบรูปบรรพบุรุษและแจกันดอกไม้พลาสติกราคาถูกที่จางชุ่ยชอบอวด เก็บเรียบ!
(เอาไปขายร้านของเก่าในมิติ หรือไม่ก็เอาไปเป็ฟืน ยังมีประโยชน์กว่าตั้งไว้ที่นี่)
เป้าหมายที่สาม: เล้าไก่หลังบ้าน
แม่ไก่ไข่ 5 ตัวที่จางชุ่ยรักยิ่งกว่าลูกในไส้ กำลังนอนหลับอยู่บนคอน
หลินซีไม่ฆ่า แต่เธอใช้ยาสลบแบบสเปรย์ฉีดฟุ้งเข้าไป
ไก่ทั้ง 5 ตัวคอพับคออ่อนหลับปุ๋ย หลินซีจับพวกมันยัดใส่กรงในมิติเลี้ยงสัตว์
"ไปอยู่กับฉันนะจ๊ะ ได้กินข้าวเปลือกเกรดพรีเมียม แถมไม่ต้องโดนยายแก่จางชุ่ยด่าเช้าด่าเย็น"
เป้าหมายสุดท้าย: ลานซักล้าง
กะละมังใบใหม่ สบู่ซักผ้า ไม้ทุบผ้า ไม่มีอะไรเล็ดลอดสายตาเธอไปได้
หลินซียืนมองผลงานของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ
บ้านสกุลหลินตอนนี้ โล่งเตียนยิ่งกว่าวัดร้าง ถ้าโจรขึ้นบ้านคงต้องร้องไห้แล้วเอาเงินวางไว้ให้ด้วยความสงสาร
"อ๊ะ เกือบลืมของสำคัญ"
เธอเดินไปที่หน้าประตูห้องนอนของจางชุ่ย ล้วงหยิบประทัดจีน (ที่ซื้อเตรียมไว้ฉลองตรุษจีนในมิติ) ออกมาพวงใหญ่
เธอนำมันไปผูกไว้กับลูกบิดประตูห้องนอนของหลินต้าจื้อและจางชุ่ย แล้วโยงชนวนยาวออกมาที่หน้าลานบ้านกะเวลาในการใหม้ให้พอดี
"ถือว่าเป็นาฬิกาปลุกยามเช้าแล้วกันนะ"
หลินซีจุดชนวนด้วยไฟแช็ก แล้วะโข้ามกำแพงหายตัวไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงตะวันเพิ่งจะจับขอบฟ้า
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับาโลกครั้งที่สามะเิกลางบ้านสกุลหลิน!
“ว้ายยย! ะเิ! ช่วยด้วย!”
“อ๊ากกก! ยิงกันแล้ว!!”
หลินต้าจื้อกับจางชุ่ยสะดุ้งตื่นแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันแม้แต่จะลืมตาให้ครบทั้งสองข้าง ร่างทั้งคู่ก็พรวดพราดตกเตียงลงมาอย่างงามพัง
ตุบ! โครม!
จางชุ่ยกลิ้งไปสามตลบเหมือนลูกล้อรถ ก่อนไถลตัวพรวดเข้าไปซุกมุมห้องราวกับหนูใ นางยกมือปิดหัวตัวเองแน่น หน้าซุกเข้ากับผนังจนผมยุ่งเป็รังนก
หลินต้าจื้อเองก็ไม่น้อยหน้า
หลังจากตกเตียงลงมาอย่างน่าสมเพช เขาดันตัวลุกขึ้นยังไม่ทันตั้งหลัก
เสียง “ปัง!” รอบใหม่ก็ดังสนั่นอีกชุดหนึ่ง
ชายร่างใหญ่สะดุ้งเฮือก ก่อนกระโจนตามเมียไปแบบไม่คิดชีวิต
พลิกตัวหนึ่งรอบแล้วเ้ากรรม ไถลหัวคว่ำไปซุกอยู่ข้าง ๆ จางชุ่ยพอดีราวกับซ้อมกันมาก่อน!
ทั้งคู่ซ่อนตัวตัวสั่นเป็เ้าเข้า อยู่ในมุมห้องเดียวกันชนิดแก้มแนบกำแพง
ซึ่งถ้าใครมาเห็นคงคิดว่าเป็คู่ผีหนีเสียงปืน
ทั้งคู่รีบตะเกียกตะกายเปิดประตูห้องนอนออกมา
แต่ทันทีที่ก้าวเท้าออกมาสู่ห้องโถง พวกเขาก็ต้องยืนตะลึงตาค้าง
"นี่มัน..."
หลินต้าจื้อขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ห้องโถงที่เคยมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน บัดนี้ว่างเปล่าจนเสียงสะท้อนก้อง
"โต๊ะฉัน! เก้าอี้ฉัน! หายไปไหนหมด!"
จางชุ่ยหน้าซีดเผือด รีบวิ่งถลันไปที่ห้องครัว
"กรี๊ดดดดดด!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นไปสามบ้านแปดบ้าน
"ข้าวสาร! น้ำมันหมู! กระทะ! โอ๊ยยยย! แม้แต่ตะเกียบก็ไม่เหลือ!"
นางทรุดฮวบลงกับพื้นครัวที่ว่างเปล่า ตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่
"โจร! โจรปล้นบ้าน! หมดแล้ว หมดตัวแล้ว! พระเ้าช่วยลูกด้วย!"
เสียงไก่ขันเงียบกริบ เพราะไก่ไม่อยู่แล้ว
แม่เฒ่าหลินที่เดินกะเผลกออกมาจากห้อง เห็นสภาพบ้านที่เหมือนถูกพายุทอร์นาโดกวาดเรียบ ก็เป็ลมล้มพับไปทันที
ที่กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน
หลินซีตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสที่สุดในรอบปี เธอบิดี้เีอย่างมีความสุข สูดอากาศยามเช้าที่หอมสดชื่นเป็พิเศษ
ข้างกายเธอ บนแคร่ไม้ไผ่ กู้เหยียนเซิงยังคงหลับสนิท แต่สีหน้าดีขึ้นมากแล้ว
เธอหยิบไข่ไก่สดฟองโต (จากแม่ไก่ของจางชุ่ย) มาตอกลงกระทะ
"เช้านี้กินไข่ดาวดีกว่า ขอบคุณนะป้าจาง ไข่ไก่บ้านป้านี่ฟองใหญ่จริงๆ"
เสียงโวยวายและเสียงร้องไห้จากบ้านสกุลหลินแว่วมาตามสายลม
มันช่างเป็เสียงดนตรีประกอบมื้อเช้าที่ไพเราะเสนาะหูเสียจริง!
