หลี่อันหรานเผยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข “ตกลง อีกสามวันข้าจะมาส่งให้อีกสามโถ”
นางเตรียมตัวจะจากไปเมื่อพูดจบ แต่เมื่อออกจากภัตตาคารกลับได้พบกับหลี่เยวี่ยซืออีกครั้ง ทว่ายามนี้หลี่เยวี่ยซืออยู่เพียงลำพัง ไม่มีสหายหญิงข้างกายอีกต่อไป
หลี่อันหรานไม่คิดจะสนใจหลี่เยวี่ยซือมาั้แ่ต้น นางกลอกตามองบนใส่อีกฝ่ายแล้วเตรียมจะหันตัวจากไป ตอนแรกหลี่เยวี่ยซือเองก็ไม่ได้สนใจนางเช่นกัน แต่แล้วต่อมาเหมือนนางจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบไล่ตามมา “หลี่อันหราน เ้าหยุดนะ”
หลี่อันหรานยังคงเดินต่อไปโดยไม่สนใจ หลี่เยวี่ยซือจึงเร่งฝีเท้าไล่ตามมาขวาง “เ้าหยุดนะ ได้ยินหรือไม่? หูหนวกหรืออย่างไร”
“เหตุใดข้าต้องฟังเ้าด้วย เ้าสั่งให้หยุดก็ต้องหยุด คิดว่าตัวเองเป็ผู้ใดกัน”
หลี่เยวี่ยซือถลึงตาใส่นางทันที “ข้ามีเื่อยากถามเ้า เ้าต้องตอบตามความจริง”
“เหตุใดข้าต้องตอบด้วย? หลบไป สุนัขดีไม่ขวางทาง [1] ” หลี่อันหรานตั้งใจจะเดินต่อแต่กลับถูกหลี่เยวี่ยซือขวางไว้อีกครั้ง
พอเห็นหลี่อันหรานไม่ยอมหยุด หลี่เยวี่ยซือจึงใช้แขนผลักนางถอยไปสองก้าว ส่งผลให้หลี่อันหรานจ้องนางตาขวาง “อะไร อยากมีเื่หรือ?”
หลี่อันหรานถกแขนเสื้อเตรียมลงไม้ลงมือทันที ทว่าเดิมทีนางอายุน้อยกว่าหลี่เยวี่ยซือสองสามปี ซ้ำร้ายยังตัวผอมเล็กกว่า
หลี่เยวี่ยซือพลันหัวเราะลั่น “แหมๆ คิดจะลงมือกับข้า? เ้าจะสู้ผู้ใดได้กัน? ถามนิดถามหน่อยจะตายเชียวหรือ”
หลี่อันหรานเม้มริมฝีปากแน่น “มีอะไรก็รีบถามมา ข้ายังมีธุระ” นางยังต้องกลับบ้านไปทำน้ำพริกอีก
หลี่เยวี่ยซือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เ้ากับท่านพี่ฉางมีความสัมพันธ์อะไรกัน?”
ครั้นได้ยินคำถาม หลี่อันหรานได้แต่ตะลึงงัน นางนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะถามเื่นี้ “ข้ามีความสัมพันธ์อะไรแล้วเกี่ยวอะไรกับเ้า?”
หลี่อันหรานพยายามจะเดินหนี แต่กลับถูกหลี่เยวี่ยซือกระชากผมกลับมาอย่างแรง “ข้ายังพูดไม่จบ ผู้ใดอนุญาตให้เ้าไป”
สีหน้าหลี่อันหรานบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป “ปล่อยข้านะ”
“เ้าตอบข้ามาก่อนค่อยไป ตอบตามความจริงแล้วข้าจะยอมปล่อย ข้าไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย เหตุใดต้องทำนิสัยเช่นนี้ด้วย”
หลี่อันหรานแค่นเสียงเย็นเยียบ นางเอื้อมแขนไปตีหลังมือหลี่เยวี่ยซือ อีกฝ่ายจึงยอมปล่อยในที่สุด
“ข้าถามว่าเ้าคิดอะไรกับท่านพี่ฉางหรือไม่?”
“คิดอะไรในความหมายของเ้าหมายถึงอะไร?” หลี่อันหรานลูบผมตัวเองที่ถูกกระชากจนเจ็บไปหมด
“หมายถึงว่าเ้าชอบท่านพี่ฉางใช่หรือไม่?”
หลี่อันหรานงุนงงก่อนจะเข้าใจในทันที นางหรี่ตามองหลี่เยวี่ยซือ “หรือว่าเ้าชอบเขา?”
“ถูกต้อง ข้าชอบเขา มีปัญหาหรือ? ข้าจะบอกให้นะ เ้าอย่าได้คิดจะแย่งท่านพี่ฉางกับข้า วันนั้นเขามาหาข้าและบอกข้าเองกับปากว่าที่เขายังอยู่ต่อเพราะเ้าช่วยชีวิตเขาไว้ก็เท่านั้น เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเ้า ที่สำคัญคือ เ้าหน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนี้ ผู้ใดจะอยากแต่งงานกับเ้ากัน? ท่านพี่ฉางทั้งรูปงามทั้งแข็งแรงกำยำ พวกเ้าสองคนไม่มีทางลงเอยด้วยกัน”
หลี่อันหรานเห็นหลี่เยวี่ยซือมีท่าทีหึงหวงจึงกอดอกชายตามองนาง “เลิกชมเขาว่าดีอย่างนู้นอย่างนี้ได้หรือไม่? ในหัวใจเขาไม่มีเ้าด้วยซ้ำ” พูดจบแล้วก็หันหลังเดินจากไปทันที
หลี่เยวี่ยซือได้แต่กระทืบเท้าด้วยความโมโห นางกลัวเหลือเกินว่าระหว่างหลี่อันหรานกับเจียงเฉิงจะมีความสัมพันธ์อะไรกัน เพราะอย่าลืมว่าทั้งสองคนอาศัยใต้ชายคาเดียวกัน “ข้าบอกให้ก็ได้ ท่านพี่ฉางรู้เื่ที่เ้าถูกคนข่มเหง เขารู้นานแล้วว่าเ้าไม่บริสุทธิ์ บุรุษเช่นท่านพี่ฉางจะไปชอบสตรีเช่นเ้าได้อย่างไร? เ้าด่างพร้อยไปนานแล้ว ไม่สะอาดบริสุทธิ์ เข้าใจหรือไม่?”
“ท่านพี่ฉางบอกว่าอยากช่วยเ้าตามหาคนที่ข่มเหงเ้า จากนั้นตอบแทนบุญคุณเ้าจบแล้วจะได้ไปจากเ้าเสียที เขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับเ้าทั้งนั้น เ้าอย่าคิดเพ้อฝันจะดีกว่า”
หลี่อันหรานชะงักฝีเท้ากึก และหันกลับมามองหลี่เยวี่ยซือทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่
ท่าทีของนางทำให้หลี่เยวี่ยซือเผลอใกลัวจนต้องถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนที่หลี่อันหรานจะปรี่มาถามใกล้ๆ “เมื่อครู่เ้าว่ากระไรนะ บอกข้ามาอีกรอบ”
หลี่เยวี่ยซือกลัวแล้วจริงๆ เพราะตอนนี้หลี่อันหรานดูจะจริงจังมาก ดวงตาราวกับมีเปลวไฟลุกโชน “สิ่งที่ข้าพูดเมื่อครู่ออกมาจากปากของท่านพี่ฉางเอง เขาบอกว่าเขารังเกียจที่เ้าสกปรก เขาเพียงแต่อยากช่วยเ้าหาตัวคนร้ายและตอบแทนบุญคุณก็เท่านั้น เขาไม่มีทางรู้สึกอะไรกับเ้า”
หลี่อันหรานหรี่ั์ตา “นี่เขารังเกียจว่าข้าสกปรกงั้นหรือ”
“ใช่ เขาพูดเองกับปาก บุรุษเช่นท่านพี่ฉางไม่มีทางแต่งงานกับหญิงแพศยาเช่นเ้าแน่นอน เ้าไม่ได้บริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว ผิดกับข้าที่บริสุทธิ์ผุดผ่องและเป็กุลสตรี เหมาะสมกับท่านพี่ฉางที่สุด เ้าตัดใจเสียเถอะ”
หลี่อันหรานไม่ได้สนใจคำพูดตอนท้ายของหลี่เยวี่ยซือ นางเดินจากไปด้วยความเดือดดาลก่อนแล้ว
หลี่อันหรานไม่ได้ยินว่าหลี่เยวี่ยซือะโอะไรด้านหลัง ตอนนี้นางคิดแต่จะกลับไปถามฉางควนกับปากว่าเขาคิดเช่นนี้กับนางจริงหรือไม่?
เมื่อหลี่อันหรานกลับถึงบ้าน หลี่อันหลินกำลังนั่งคัดลายมืออยู่ที่โต๊ะในลานบ้าน เขากำลังคัดอักษรที่หลี่อันหรานสอนให้เมื่อสองสามวันก่อน หลี่อันหลินเห็นนางกลับมาก็หยิบกระดาษวิ่งเหยาะๆ มาหา “ท่านพี่ ท่านดูสิ ข้าเขียนคำนี้เป็แล้ว”
หลี่อันหรานเดินตรงเข้ามายังลานบ้าน ทว่านางไม่ได้สนใจมองหลี่อันหลิน นางปลดห่อผ้าจากร่างไปวางบนพื้น จากนั้นตรงไปทางห้องของเจียงเฉิง แต่เมื่อเข้าไปกลับพบว่าเขาไม่อยู่ จึงหันไปะโถามหลี่อันหลิน “ฉางควนเล่า? เขาอยู่ที่ใด?”
“พี่ชายฉางพาน้องสาวไปเก็บผลไม้ป่า บอกว่าจะกลับมาเย็นหน่อย พี่หญิงมีธุระอะไรกับเขาหรือขอรับ?”
หลี่อันหรานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางไม่ได้ตอบคำถามหลี่อันหลิน แต่เดินกลับไปที่ห้องตัวเอง ส่วนหลี่อันหลินก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
ในเวลาพลบค่ำ เจียงเฉิงพาหลี่อันอันเดินกลับบ้านไปด้วยคุยไปด้วยมาจากด้านนอก ทั้งสองคนถือตะกร้าคนละใบ ในนั้นมีผลไม้ป่าใส่อยู่จนเต็ม
เมื่อเจียงเฉิงเดินเข้ามา เขาต้องงุนงงเมื่อเห็นหลี่อันหรานนั่งโมโหเดือดดาลอยู่กลางลานบ้าน เขาสังหรณ์ว่าตัวเองจะทำเื่ที่ไม่สมควรทำให้นางโมโหอีกแล้ว
เขาคิดกับตัวเองว่าสองวันนี้ตัวเองได้ทำสิ่งใดให้นางไม่พอใจหรือไม่ แต่คิดดูแล้วเขาก็ไม่ได้นำเื่นางไปฟ้องผู้ใดหรือไปหาหลี่เยวี่ยซืออีก เช่นนั้นก็อาจจะไม่ได้โมโหเพราะเขาก็เป็ได้ เจียงเฉิงเดินไปหาหลี่อันหรานเมื่อคิดได้ดังนี้ “วันนี้เ้าเข้าไปในตัวเมืองมิใช่หรือ เหตุใดจึงกลับมาเร็วนัก?”
หลี่อันหรานหรี่ตา นางมองตะกร้าในมือพวกเขาทั้งสองคน จากนั้นหันมาพูดกับหลี่อันอัน “เ้าเอาผลไม้ไปให้ท่านแม่ที่ห้องครัว ส่วนท่าน…” หลี่อันหรานชี้เจียงเฉิง “ตามข้ามาที่ห้อง”
พูดจบแล้วก็เดินกลับเข้าห้องตัวเอง เจียงเฉิงยังคงสับสนงุนงง ก่อนที่หลี่อันอันจะดึงแขนเสื้อเขาเบาๆ “พี่ชายฉาง ท่านทำให้พี่หญิงไม่พอใจอีกแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ?”
เจียงเฉิงไม่สบายใจเท่าไรนัก หลี่อันหรานโมโหเื่อะไรกัน? เหตุใดนางจึงเอาแต่โมโหอยู่เรื่อยล่ะ?
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงปลอบใจหลี่อันอันเสียงนุ่ม “เ้าไปหาท่านแม่เ้าเถอะ เดี๋ยวข้าไปดูพี่หญิงของเ้าให้”
หลี่อันอันพยักหน้าหงึกๆ และเดินจากไปอย่างเชื่อฟัง เมื่อเจียงเฉิงเข้ามาในห้อง หลี่อันหรานกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง เจียงเฉิงเป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน “มีอะไรหรือ?”
เชิงอรรถ
[1] สุนัขดีไม่ขวางทาง หมายถึง สุนัขที่ฉลาดจะไม่กีดขวางการจราจร หากเป็บริบทที่นำไปใช้กับคนจะหมายถึงการที่เราไม่ควรขัดขวางผู้อื่น ควรรู้ว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร
