ชื่อเสียงของเหลยต้งไม่ได้ด้อยไปกว่าเหลยป้าเทียน เขาสามารถอยู่ในสถานที่อย่างหุบเขาสุขาวดีได้อย่างอิสระราวกับปลาได้น้ำ จะยังเป็คนธรรมดาได้ที่ไหนกัน
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เหลยต้งและเหลยป้าเทียนมีสัมพันธ์ทางสายเือีกด้วย
เหลยต้งเป็คนตระกูลเหลย เป็น้องชายต่างแม่ของเหลยป้าเทียน เพราะเขามีพร์และเฉลียวฉลาดมาั้แ่เด็ก ตระกูลเหลย้าแทรกซึมอำนาจในหุบเขาสุขาวดีอย่างเร่งด่วน จึงส่งเหลยต้งไปยังหุบเขาสุขาวดีั้แ่เด็ก การผูกมิตรกับประมุขสำนักาุโแห่งสำนักตี้หยินเป็แผนการของคนตระกูลเหลยทั้งสิ้น
ต่อมาตอนที่เหลยต้งสังหารประมุขสำนักาุโแห่งสำนักตี้หยินตายไป ตระกูลเหลยก็เคยเข้าร่วมด้วยเช่นกัน
กล่าวได้ว่าเหลยต้งเป็หูเป็ตาให้ตระกูลเหลยในหุบเขาสุขาวดี เพียงแต่ว่าหลายปีมานี้เหลยต้งหลีกเลี่ยงที่จะติดต่อกับตระกูลเหลยอยู่ตลอด เขาไม่อยากอยู่ใต้อำนาจตระกูลเหลยไปทั้งชีวิต ด้วยจิตใจทะเยอทะยานของเขาทำให้เขาคิดอยากเป็อิสระมานานแล้ว
่สามปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยติดต่อตระกูลเหลยเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ตอนนี้กลับปรากฏตัวขึ้นที่นี่แล้ว
เหลยป้าเทียนมองเหลยต้งด้วยความใระคนดีใจ เขายังคิดอยู่ว่าเสิ่นเสวียนจะมีผู้ช่วยอะไรอีก ที่แท้ก็เป็คนตระกูลเหลยนี่เอง แม้แต่ที่พึ่งยังไม่มี อีกฝ่ายจะเอาอะไรมาสู้เขาได้
เพียงแต่หลังจากที่เขาะโเรียกเหลยต้งออกไปด้วยความดีใจแล้ว เหลยต้งไม่สนใจเขาเลย และพี่ใหญ่เผ่าอนธการยังยืนอยู่ไม่ไกลจากเสิ่นเสวียนมากนัก เหลยป้าเทียนสังเกตเห็นว่าแววตาของพวกเขาเหม่อลอย สีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าไอพลังกลับแข็งแกร่งมาก และพลังบนร่างยังคล้ายคลึงกับเหลยป้าเทียนอยู่บางส่วนด้วย
“เ้าไปอยู่ตรงนั้นทำไม รีบมาตรงนี้เร็ว อีกเดี๋ยวพวกเราพี่น้องจะได้ไปสังสรรค์กัน”
เหลยป้าเทียนเรียกเหลยต้งอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น เพียงแต่สิ่งที่ตอบกลับเขามายังคงเป็ท่าทางเหม่อลอยและสีหน้าไร้อารมณ์
“ดูเหมือนพวกท่านน่าจะรู้จักกัน ข้าน่าจะคิดออกนานแล้ว เพราะพวกท่านแซ่เหลยเหมือนกัน”
เสิ่นเสวียนมองเหลยป้าเทียนอย่างเข้าใจได้พลางกล่าว ที่แท้อีกฝ่ายมีสายสัมพันธ์กันถึงระดับนี้
เริ่นเสี้ยวเทียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ในตอนนี้กำลังถลึงตามองพี่ใหญ่เผ่าอนธการตาโต แล้วเขาก็ค่อยๆ ตั้งสติกลับมา เขาประเมินเสิ่นเสวียนต่ำเกินไป ที่แท้นี่ต่างหากคือไม้ตายของเสิ่นเสวียน
พี่ใหญ่เผ่าอนธการผู้นี้มีชื่อเสียงมากในเผ่าอนธการ อยู่ในอันดับเจ็ดของผู้พิทักษ์เผ่าอนธการ พลังของเขาถึงขั้นราชันระดับกลางแล้ว ไม่ได้ด้อยไปกว่าเหลยป้าเทียนเลย
“เ้าทำอะไรกับเขา”
เหลยป้าเทียนสังเกตเห็นถึงความผิดปกติจึงถามเสิ่นเสวียนอย่างระแวดระวัง นักสร้างศาสตราวุธชั้นสูงบางคนมีความสามารถเหนือกว่าคนปกติทั่วไป เหลยต้งและพี่ใหญ่เผ่าอนธการในตอนนี้มีแววตาเหม่อลอยผิดปกติ
“นับว่าท่านฉลาดอยู่เหมือนกัน บอกให้ท่านรู้คงไม่เป็ไร เขาตายไปแล้ว ตอนนี้เขาเป็เพียงหุ่นเชิดของข้าเท่านั้น พอใจหรือไม่”
“เ้า... เ้าฆ่าเขา!”
เมื่อได้ยินคำของเสิ่นเสวียน เหลยป้าเทียนพลันสีหน้าเปลี่ยนไป นี่คืออำนาจยิ่งใหญ่อีกหนึ่งอำนาจของพวกเขาตระกูลเหลย กลับโดนเสิ่นเสวียนทำลายไปแล้ว!
“ช่างเถอะ เสียเวลามากพอแล้ว พวกเ้าไปฆ่าเขา”
เสิ่นเสวียนกล่าวกับพี่ใหญ่เผ่าอนธการและเหลยต้ง
หลังจากได้ยินคำของเสิ่นเสวียน สายตาของทั้งสองคนพลันมองตรงไปยังเหลยป้าเทียน จากนั้นก็กลายเป็ร่างเงาสองร่างกระโจนเข้าใส่เหลยป้าเทียน
เหลยป้าเทียนเห็นดังนั้นจึงรีบแสดงไอพลังต่อสู้ออกมาสร้างม่านพลังป้องกันตัว ในขณะเดียวกันสองหมัดของเขาเริ่มรวบรวมพลังเอาไว้ พลันโจมตีออกไปปะทะกับทั้งสองคนที่กระโจนเข้าหาเขา
ตูม!!!
เสียงะเิดังก้องเมื่อหมัดของทั้งสามคนเข้าปะทะกัน พลังแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง เสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนแสดงไอพลังต่อสู้ออกมาป้องกันตัว หลบหลีกคลื่นพลังไปได้
ด้วยแรงะเิทำให้สามคนนั้นถอยหลังไปคนละสามก้าว
“แค่กๆ!”
เหลยป้าเทียนกุมหน้าอกไว้ เขาไอออกมาไม่หยุด มุมปากยังมีเืไหลออกมาอีกด้วย การปะทะกันเมื่อครู่ทำให้เขาได้รับาเ็จนถึงรากฐาน แต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เขาได้รับาเ็หนัก อีกฝ่ายต้องาเ็ยิ่งกว่า
แต่ในตอนที่เขาหันมองอีกฝ่าย ทั้งสองคนยังคงลอยอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แม้คลื่นพลังจะยังรุนแรงอยู่ แต่เหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบร้ายแรงอะไร!
“เป็ไปได้อย่างไร”
เหลยป้าเทียนไม่อยากเชื่อเลย
“พวกเขาเป็เพียงหุ่นเชิด ไม่รู้จักเ็ปหรอก”
เสียงของเสิ่นเสวียนดังขึ้นข้างๆ เหยียดหยามอย่างชัดแจ้ง
ความแข็งแกร่งของหุ่นเชิด แม้จะไม่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ธรรมดา แต่พวกเขาจะเชื่อฟังคำสั่งของเสิ่นเสวียนเพียงผู้เดียว ไม่รู้จักความเ็ป นอกเสียจากว่าไม่มีพลังเข้ามาเติมเต็ม ซึ่งไม่ต่างอะไรกับศาสตราวุธทั่วไปเลย
เหลยป้าเทียนมองเหลยต้งที่กลายเป็หุ่นเชิดด้วยแววตาสับสน จากนั้นจึงหันมองเสิ่นเสวียน
การต่อสู้เมื่อครู่นี้เขารู้ได้ทันทีว่าตนเองหาใช่คู่ต่อสู้ของหุ่นเชิดสองคนนั้น หากต้องสู้กันจริงๆ เขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
แต่ถ้าควบคุมเสิ่นเสวียนได้ หุ่นเชิดสองคนนั้นจะหมดประโยชน์ทันที ไม่แน่ว่าอาจจะเก็บหุ่นเชิดทั้งสองมาเป็ของตนเองได้อีกด้วย
ยิ่งคิดได้ดังนี้ เหลยป้าเทียนจึงรวบรวมพลังของตนเองอีกครั้งแล้วโจมตีหุ่นเชิดทั้งสองคน
เสิ่นเสวียนก็ควบคุมหุ่นเชิดให้เข้าโจมตีเหลยป้าเทียนอีกครั้งเช่นกัน ทว่าในพริบตาที่อีกฝ่ายลงมือ เหลยป้าเทียนพลันเปลี่ยนทิศโจมตีใส่เสิ่นเสวียนแทน
นี่คือการคิดคำนวณอย่างยอดเยี่ยมของเขา ลงมือในขณะที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว เพื่อให้มิอาจหลบหลีกได้
“เฮอะ! เ้าไม่มีโอกาสแล้ว”
เหลยป้าเทียนส่งยิ้มให้เสิ่นเสวียนขณะโจมตีออกไป ว่ากันตามจริง ด้วยความเร็วและการตอบสนองของเขาแล้ว เสิ่นเสวียนไม่มีทางหลบหลีกได้เลย ส่วนเสิ่นเสวียนที่เพิ่งควบคุมหุ่นเชิดโจมตีออกไป หุ่นเชิดสองคนนั้นไม่มีทางกลับมาช่วยเขาได้ทันแน่นอน
ขอเพียงพลังสังหารจากปลายนิ้วของเขาพุ่งเข้าใส่เสิ่นเสวียนก็พอ
เสิ่นเสวียนต้องตายอย่างแน่นอน
“อย่างนั้นหรือ”
เสิ่นเสวียนมองเหลยป้าเทียน ใบหน้าของเขาค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มเย็นะเืขึ้นมา
เมื่อเห็นรอยยิ้มชวนหนาวสะท้านบนใบหน้าของเสิ่นเสวียน เหลยป้าเทียนที่กระโจนออกไปแล้วพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นเล็กน้อย
แล้วเขาก็มองเห็นเพียงเสิ่นเสวียนชี้นิ้วใส่เขา
เปรี้ยง!
เสียงดังสนั่นขึ้นระหว่างนิ้วมือ ทั่วทั้งโลกเหมือนเงียบกริบไปทันที
เหลยป้าเทียนอยู่ห่างจากเสิ่นเสวียนไปเพียงสามฉื่อ ใกล้มากจนสามารถมองเห็นรูขุมขนบนใบหน้าของเสิ่นเสวียนได้อย่างชัดเจน ในขณะนั้นเอง คลื่นพลังมิติปรากฏขึ้นระหว่างทั้งสองคน ร่างของเหลยต้งเข้ามาขวางหน้าเสิ่นเสวียนไว้อย่างแม่นยำ ปลายนิ้วที่ผสมผสานพลังน่ากลัวของเหลยป้าเทียนโจมตีทะลุไหล่ขวาของเหลยต้งไป
ฉัวะ!
แขนขวาของเหลยต้งขาดไปทั้งแขนเพราะพลังโจมตีของเหลยป้าเทียน หากเสิ่นเสวียนโดนพลังโจมตีนี้เข้าไปคงยากจะรอดพ้นจากความตายไปได้
“เฮือก!”
เหลยป้าเทียนที่โจมตีออกไปเมื่อครู่นี้รู้สึกถึงรสหวานในลำคอ แล้วเขาก็กระอักเืออกมาเต็มหน้าเหลยต้ง เขาค่อยๆ ก้มหน้าลงมองหน้าอกตนเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ฝ่ามือข้างหนึ่งทะลุผ่านหน้าอกของเขาไป เืไหลทะลักออกจากาแหยดลงพื้นไม่หยุด เกิดเป็เสียงน้ำหยดลงกระทบพื้นระรัว
พี่ใหญ่เผ่าอนธการยืนอยู่ด้านหลัง แขนข้างหนึ่งทะลวงผ่านลำตัวของเหลยป้าเทียน
“เป็ไปได้อย่างไร”
เหลยป้าเทียนเงยหน้ามองเสิ่นเสวียนอย่างเชื่องช้า เขาคิดวางแผนมากมายขนาดนี้กลับโดนอีกฝ่ายตลบหลังเสียได้ ความรู้สึกอัปยศผุดขึ้นในฉับพลัน
เสิ่นเสวียนมองอีกฝ่ายพลางกล่าวขึ้นเบาๆ
“เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนืุ์ยังมีมนุษย์”
“ได้! เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนืุ์ยังมีมนุษย์ใช่ไหม ข้าจะจดจำเ้าไว้”
พลังที่เหือดหายไปอย่างรวดเร็วทำให้เขาต้องหายใจหอบ จากนั้นพลังของเขาก็ทะลักออกมาราวสายน้ำหลาก
“ไสหัวไป!”
เหลยป้าเทียนะโเสียงดังก้อง พลังน่ากลัวพลุ่งออกมาจากร่างของเขากระแทกหุ่นเชิดทั้งสองคนกระเด็นออกไปในพริบตา คลื่นพลังรุนแรงนี้ยังกวาดทำลายไปถึงตัวเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนด้วย
ทั้งสองคนแสดงพลังป้องกันตัวในทันทีและเหาะถอยหลังไป
นี่คือพลังปะทุก่อนตายของอีกฝ่าย มิอาจดูถูกได้เลย รอให้พลังนั้นเบาบางลงแล้วค่อยกระโจนเข้าไปก็ยังไม่สาย
ตูม! ตูม!
หุ่นเชิดทั้งสองคนตกลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง พลังได้รับความเสียหายไปสามส่วน เสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนในตอนนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ต่างคนต่างได้รับาเ็ไม่น้อย
“แฮก! แฮก! พวกเ้าสองคน ข้าจะจำไว้ คอยดูเถอะ พวกเ้าจะต้องชดใช้อย่างสาสม!”
เหลยป้าเทียนลอยอยู่กลางอากาศ มองเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนที่ถอยหลังไปเรื่อยๆ พลางกล่าวข่มขู่
“ท่านไม่มีโอกาสแล้ว”
เสิ่นเสวียนมองอีกฝ่ายที่กำลังอ่อนแรงลง จากนั้นจึงเรียกหุ่นเชิดทั้งสองคนเข้าล้อมเหลยป้าเทียนเอาไว้
“ลำพังแค่เ้ายังคิดขวางข้าอีก ไร้เดียงสายิ่งนัก”
เหลยป้าเทียนปรายตามองหุ่นเชิดทั้งสองคน มือทั้งสองข้างฟาดออกไปในมิติเบื้องหน้า ทันใดนั้นมิติเกิดรอยแยกขึ้น ภายในนั้นดำมืดไม่รู้ว่าไปยังทิศทางใด
“ขวางเขาไว้!”
เสิ่นเสวียนเห็นดังนั้นจึงะโออกไป หุ่นเชิดทั้งสองคนเคลื่อนตัวตามไปทันทีแต่ก็ยังช้าเกินไป
“ข้าจะกลับมาอีก”
เสียงของเหลยป้าเทียนดังขึ้น จากนั้นเขาก็หนีเข้าไปในรอยแยกมิติ
เมื่อหุ่นเชิดทั้งสองไปถึงรอยแยกนั้น มิติก็กลับมาสมานกันเหมือนเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาหนีไปแล้ว!
เสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนเหาะไปยังจุดที่เกิดรอยแยกมิติขึ้นแล้วตรวจสอบรอบๆ แต่ก็ไม่เจออะไรเลย แสดงว่าเขาหนีไปแล้วจริงๆ
“ดูเหมือนข้าจะประเมินเขาต่ำเกินไป”
เสิ่นเสวียนยื่นมือออกไปลูบมิตินั้นเบาๆ พลางส่ายหัว
“นี่คือค่ายกลมิติที่เขาติดตั้งไว้ล่วงหน้า เ้าตามข้ามา ข้ารู้ว่ามันอยู่ที่ไหน”
เริ่นเสี้ยวเทียนปรายตามองแล้วเหาะออกไป