อย่าว่าแต่ไป๋เซียงจู๋เลย หากมีใครคิดชิงปิ่นนี้ เ้าของก็คงปกป้องอย่างสุดชีวิตกันทั้งนั้น นี่คือของพระราชทานอันล้ำค่า มู่จื่อรั่วนี่เสียสติไปแล้วหรือไร ถึงได้กล้าแย่งของแบบนี้
และยิ่งไปกว่านั้น นางเองก็อีกชิ้นหนึ่งมิใช่หรือ
เอ๋? มู่จื่อรั่วที่นอนสลบไสลอยู่ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง มวยผมเละเทะ เช่นเดียวกับดอกไม้ผ้าและพู่ประดับ ทว่าสิ่งเดียวที่หายไปคือปิ่นปักผมบนศีรษะนาง
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
“ปิ่นบนหัวมู่จื่อรั่วหายไปไหนเสียแล้วล่ะ”
“ใช่ ตอนชมดอกไม้ข้ายังเห็นนางปักมันอยู่เลย”
“หายไปได้อย่างไรนะ หรือว่า...”
เหล่าสตรีสูงศักดิ์ที่ตามมามุงดูเริ่มสนทนากันไปต่างๆ นานาทันที บ้างก็คาดเดา บ้างก็ใ หรือแม้แต่ยินดีปรีดา
ตอนมู่จื่อรั่วปักปิ่นนี้ยกหางตัวน้อยเสียที่ไหน หากมันหายไปก็สมน้ำหน้าแล้ว
เสียงสนทนาของหญิงสาวเ่าั้ลุกลามมากขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง เยียนหยวนจิ่นจึงยิ่งแน่ใจว่าปิ่นบนศีรษะของไป๋เซียงจู๋เป็ของมู่จื่อรั่ว
“โจรไร้ยางอาย บังอาจขโมยของพระราชทาน มาลากตัวไป๋เซียงจู๋ออกไปโบยจนกว่าจะตาย!” เยียนหยวนจิ่นตวาดอย่างดุดัน ในขณะที่ทุกคนยังไม่มีปฏิกิริยาใดกับเหตุการณ์ตรงหน้า นางกลับแผดเสียงดังเหี้ยมเกรียม
โบยจนกว่าจะตาย! นางเอาแต่ออกคำสั่งโบยคนอื่นข้ามหน้าข้ามตาพระสนมเสียนเฟย การกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่เคารพพระสนมเสียนเฟยเกินไปแล้ว
“องค์หญิงโปรดอย่าพูดจาส่งเดชนะเพคะ ปิ่นของคุณหนูมู่น่ะอยู่กับท่านต่างหาก จะเป็หม่อมฉันขโมยไปได้อย่างไร” ไป๋เซียงจู๋ยิ้มบางๆ สายตาจ้องเขม็งไปที่เยียนหยวนจิ่น รอยยิ้มนั่นน่าขนลุกเหลือเกิน ราวกับิญญาอาฆาตที่จะมาเอาชีวิต
“เ้าเหลวไหล อะไร... อะไรอยู่กับข้า...”
ยังไม่ทันขาดคำก็ได้ยินเสียงดังตุบ ปิ่นปักผมโชกเืร่วงออกมาจากแขนเสื้อของเยียนหยวนจิ่น
ปิ่นดอกเหมยแปดสหายทองคำงามระยับเปื้อนเืชิ้นนั้นนอนนิ่งอยู่บนพื้น ทำเอาทุกคนหน้าเปลี่ยนสีในบัดดล
“ปะ… ปิ่นนี่มาอยู่กับข้าได้อย่างไร” ดวงหน้าของเยียนหยวนจิ่นซีดเผือด พึมพำกับตนเองอย่างไม่เชื่อ
ทุกคนเห็นดังนี้แล้วก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที แววตาที่มองเยียนหยวนจิ่นทวีความเหยียดหยาม
“หากองค์หญิงทรงลืมไปแล้ว หม่อมฉันจะช่วยเรียบเรียงเองเพคะ” ไป๋เซียงจู๋บอกเล่าอย่างค่อยเป็ค่อยไป เสียงกังวานรื่นหูชวนฟัง “เื่ราวเป็มาเช่นนี้ องค์หญิงเห็นว่าปิ่นบนศีรษะคุณหนูมู่สวยดี จึงข่มขู่คุณหนูมู่ให้มอบให้องค์หญิง คุณหนูมู่ไม่ยอม แต่จะชิงปิ่นไห่ถังแปดสหายบนศีรษะหม่อมฉันแทน บังคับขู่เข็ญว่าจะนำมันไปให้ท่าน หม่อมฉันโดนคุณหนูมู่กรีดแขนเพราะ้าปกป้องปิ่นของตนเอง ส่วนองค์หญิงก็ฉวยโอกาสใส่ปิ่นไว้ในแขนเสื้อขณะพวกเรากำลังวุ่นวาย พอคุณหนูมู่เห็นเลยเข้าตะลุมบอนกับท่าน องค์หญิงทนถูกคุณหนูมู่ทุบตีไม่ได้ก็เริ่มเอาคืน แต่องค์หญิงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณหนูมู่โดยสิ้นเชิง สุดท้ายจึงโดนนางทำร้ายจนหมดสติ และเมื่อหม่อมฉันเห็นองค์หญิงสลบไปก็จำต้องลงไม้ลงมือ ด้วยสถานการณ์คับขัน หม่อมฉันมีแต่ต้องชกคุณหนูมู่ให้สลบ” ไป๋เซียงจู๋เล่าพลางกัดริมฝีปากแน่น ริมฝีปากที่เคยงามอวบอิ่มขาวซีดไร้เืฝาด แลดูน่าสงสารยิ่งนัก
ถึงกระนั้นนางก็ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วแสดงอาการใดสักครั้ง ไป๋เซียงจู๋สังเกตสีหน้าท่าทางของทุกคนในที่นี้ แววตาของนางเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
นางไม่ได้กรีดแขนให้เป็แผลเพื่อเรียกร้องความเวทนา และไม่ใช่เพื่อความหวาดกลัว สถานะในตอนนี้ของนางมีเงื่อนไขที่พิเศษ แม้นางล่วงรู้ว่าในอนาคตตนจะเป็ธิดาเอกของเหิงชินอ๋อง พี่ชายนางจะเป็แม่ทัพใหญ่แห่งเจิ้นหนาน น้าสามของนางก็จะเป็ยอดขุนนางที่สร้างความดีความชอบพิทักษ์ฮ่องเต้ แต่ในตอนนี้ นอกจากสถานะทายาทตระกูลพ่อค้าวาณิชคนหนึ่ง นางก็มีแค่ปิ่นดอกไห่ถังที่ไทเฮาประทานให้ยายของนางชิ้นนี้ ฉะนั้นนางย่อมรู้ดีว่าควรทำอย่างไรในการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่อำนวยประโยชน์ต่อตนแล้วเอาชนะได้อย่างงดงาม
หารู้ไม่ว่าท่าทีที่ทำให้ทุกคนเชื่อว่านางจำใจเลือกใช้วิธีอันไม่ชาญฉลาดเพื่อปกป้ององค์หญิงเช่นนี้กลับเปิดเผยให้เห็นความน่ารังเกียจและความร้ายกาจของมู่จื่อรั่ว ซ้ำยังเปิดเผยความน่าชัง มักได้ และฟุ้งเฟ้อขององค์หญิงสูงศักดิ์เยียนหยวนจิ่นผู้นี้ ในภายภาคหน้ายังจะมีใครกล้าสมรสกับนางเล่า
ดังนั้นไป๋เซียงจู๋จึงจำเป็ต้องทำร้ายตนเอง อีกทั้งต้องทำให้าแสะดุดตา ทุกคนคาดเดาได้ั้แ่แรกเห็น มู่จื่อรั่วแค่หมดสติ แค่าเ็ภายนอกเล็กน้อย นอกจากนี้ยังเป็เพราะนางหาเื่ใส่ตนเอง และาแพวกนี้ก็ไม่ได้เกิดจากฝีมือของไป๋เซียงจู๋ด้วย อาจเป็ฝีมือขององค์หญิงหยวนจิ่นผู้ละโมบโลภมาก ไร้ซึ่งสามัญสำนึกใดๆ และยังเกเรดื้อด้านผู้นี้ต่างหาก
ส่วนแผลของไป๋เซียงจู๋นี้มีเืไหลซึมออกมาไม่หยุด และาแก็ลึกมาก เห็นได้ชัดว่าผู้กระทำเกลียดชังเหลือแสน ไม่คิดเลยว่าเยียนหยวนจิ่นจะร้ายถึงเพียงนี้ ใจทรามไม่ด้อยไปกว่ามู่จื่อรั่วจริงๆ
ไป๋เซียงจู๋หรี่ตามองอย่างผู้ชนะ มู่จื่อรั่ว ในเมื่อพวกเ้าคิดจะกลั่นแกล้งข้า ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับการแก้แค้นของข้า
คนเหล่านี้โดนไป๋เซียงจู๋ลวงด้วยสถานการณ์ที่นางตั้งใจสร้างขึ้นมาจนสับสน มีเพียงสองคนที่เข้าใจเื่นี้ทะลุปรุโปร่ง เฟิ่งเจาเกอกับเหยียนอี้เลี่ย บัดนี้ภายในใจพวกเขารู้สึกปั่นป่วนอย่างรุนแรง คนอื่นๆ อาจงงงวย ทว่าพวกเขานึกถึงเพียงคำเดียวเท่านั้น—ร้ายกาจ!
“นางคนชั้นต่ำ...”
“องค์หญิง โปรดระวังคำพูดด้วยเพคะ! แม้หม่อมฉันเป็แค่สามัญชนแต่ก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าตระกูลไป๋จะสร้างความดีความชอบอันใหญ่หลวงจนปลดปล่อยตนจากฐานะพ่อค้าวาณิชในสักวันหนึ่งไม่ได้...” น้ำเสียงของไป๋เซียงจู๋แฝงการเสียดสีตนเองและเ็าเกินคำพรรณนา เยียนหยวนจิ่นจะไปรู้อะไร ในอดีตชาติก็เป็เพราะน้าสามของนาง นางจึงได้รับความสนใจจากฝ่าา ได้รับความโปรดปรานชั่วครั้งคราวที่ทั้งน่าขันทั้งน่าเศร้าจากเหยียนอี้เลี่ย และเหิงชินอ๋องบิดาบังเกิดเกล้าของนางผู้นั้นจึงรับรู้ว่ามารดานางคือบุคคลที่เขาปรารถนาจะแต่งงานด้วยั้แ่แรกเริ่ม ในที่สุดก็ทำให้นางหวนคืนสู่สถานะธิดาเอกแห่งเหิงชินอ๋อง แต่เมื่อถึงเวลานั้นทุกอย่างกลับสายเกินไปเสียแล้ว นางไม่เพียงถูกเหยียนอี้เลี่ยใช้เป็เครื่องมือ เขี่ยทิ้งอย่างไร้ปรานีหลังใช้งาน สุดท้ายยังตายอนาถอยู่ในตำหนักเย็นอันหนาวเหน็บ และเกิดใหม่จากเถ้าถ่าน
บัดนี้ดูเหมือนสิ่งเ่าั้ไม่ได้น่าเศร้าสำหรับนาง ทว่าน่าชัง ชังตนเองที่หน้ามืดตามัว ชังตนเองที่ไม่แข็งแกร่งพอ ถึงได้มีจุดจบอันน่าเวทนาแบบนั้น กระทั่งลูกในท้องของตนเองยังปกป้องไว้ไม่ได้
“เ้า—” เยียนหยวนจิ่นตะลึงงันกับสีหน้าของไป๋เซียงจู๋ ความเย็นะเืที่แผ่ออกมาฉับพลันนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก
เฟิ่งเจาเกอเองก็อึ้งไปเล็กน้อย ไป๋เซียงจู๋ในตอนนี้ทำให้เขาปวดใจ แม้วันเวลาที่เขารู้จักนางไม่ได้มากมาย ทว่าทุกครั้งที่เขาเห็นนาง นางหลักแหลม หยิ่งทะนง ซ้ำยังโเี้ ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยเห็นนางแผ่รังสีเยือกเย็นและหม่นหมองเช่นนี้มาก่อน
แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ไป๋เซียงจู๋ก็สงวนท่าที รีบเรียกสติกลับคืนมา เมื่อครู่ตนลืมตัวไปหน่อย สีหน้านางคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้งทันที เพียงแต่ยังซีดเซียวอยู่บ้าง
เสียนกุ้ยเฟยหรี่ดวงตาหงส์มอง ไป๋เซียงจู๋นี่ร้ายกาจสุดฤทธิ์สุดเดชจริงๆ ! นางฉลาดเป็กรด คำนวณทุกขั้นตอนไว้อย่างชัดเจน ทั้งที่นางไม่มีอะไรเลยแท้ๆ ปิ่นนี้เดิมทีก็เป็สมบัติล้ำค่าหายาก ทว่านางกลับทำมันเปื้อนเือย่างไม่ลังเล ไม่มีโอกาสที่จะได้ปักมันอีกต่อไป มิหนำซ้ำยังใช้ตนเป็เหยื่อหลอกล่อ!
ผู้หญิงเช่นนี้ทำให้พวกเขารู้สึกประหลาดใจ และมากกว่านั้นคือทำให้พวกเขาเกิดความสงสาร...
ก้นบึ้งของจิตใจนางเก็บความเกลียดชังไว้มากขนาดไหน มีความเคียดแค้นมากเท่าไร ถึงใจเด็ดทำร้ายตนเองเช่นนี้ได้!
นอกจากนี้นางยังผลักตนเองไปถึงจุดวิกฤติอันดุเดือดทุกครั้ง ซึ่งนางมีโอกาสมอดม้วยมรณาเพราะสาเหตุดังกล่าวได้ทุกเมื่อ นี่นางกำลังเล่นกับชีวิตตนนะ
