แสงตะวันยามสายไม่อาจสาดส่องทะลุเรือนยอดไม้ที่หนาทึบราวกับกำแพงั์ได้ ป่าดิบชื้นรอบนอกหลุมยุบเมืองบาดาลปกคลุมไปด้วยความมืดสลัวและเสียงกระซิบของสายลมที่ชวนให้ขนลุก
เซียวหลัน หลี่หยาง และเสี่ยวชุนเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ปรากฏบนแผนที่หนังสัตว์ ยิ่งเดินลึกเข้าไปอากาศก็ยิ่งเย็นะเืและชื้นแฉะ ต้นไม้รอบด้านมีรูปร่างบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติราวกับกำลังเอื้อมมือมาคว้าตัวผู้บุกรุก
"อากาศเปลี่ยนกะทันหัน..." เซียวหลันสังเกตละอองน้ำที่เกาะตามใบไม้ "เรากำลังเข้าใกล้เขตหลุมยุบแล้ว สภาพแวดล้อมแบบปิดทำให้เกิดภูมิอากาศเฉพาะถิ่น ความชื้นไม่ระเหยออกไปไหน ทำให้เกิดหมอกหนาทึบ ทุกคนใส่หน้ากากป้องกันเดี๋ยวนี้!"
ทุกคนรีบดึงหน้ากากผ้าบุผงถ่านขึ้นมาปิดจมูกและปาก
เมื่อก้าวพ้นดงเถาวัลย์ั์ พวกเขาก็พบกับม่านหมอกสีขาวอมม่วงลอยเรี่ยพื้น หมอกนี้ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนกรดกำมะถันแต่กลับมีกลิ่นหอมหวานเย็นๆ คล้ายดอกไม้ป่า
"กลิ่นหอมแปลกๆ" เสี่ยวชุนพึมพำ
เซียวหลันขมวดคิ้ว "อย่าสูดดมลึก! กลิ่นหอมในป่าลึกมักเป็เหยื่อล่อของพืชมีพิษ!"
แต่ดูเหมือนคำเตือนจะช้าไปนิด หรืออาจจะเป็เพราะพิษนี้ไม่ได้ซึมผ่านแค่การหายใจแต่ซึมผ่านทางิัและเยื่อบุตาแทน
จู่ๆ หลี่หยางก็หยุดชะงัก ร่างกายสูงใหญ่ของเขาแข็งทื่อ มือที่จับด้ามดาบสั่นเทาอย่างรุนแรง ั์ตาสีดำสนิทเบิกกว้างและเต็มไปด้วยเส้นเืฝอยสีแดง
"หลี่หยาง? เ้าเป็อะไร?" เซียวหลันหันไปถาม แตะแขนเขาเบาๆ
พรึ่บ!
หลี่หยางสะบัดแขนนางออกอย่างแรง ชักดาบอ่อนออกมาตวัดชี้หน้าเซียวหลัน
"อย่าเข้ามานะไอ้พวกฏ! ข้าจะฆ่าพวกแกให้หมด! คืนชีวิตท่านพ่อข้ามา!" เสียงของเขาแหบพร่าและดุดันราวกับสัตว์ป่าที่าเ็ แววตาของเขามองเซียวหลัน แต่ภาพที่เขาสะท้อนเห็นในสมองกลับเป็ทหารพรรคหมื่นพิษที่กำลังลงดาบสังหารครอบครัวเขา
"คุณหนู! ท่านหลี่โดนผีเข้า!" เสี่ยวชุนร้องเสียงหลงพลางถอยกรูดไปหลบหลังต้นไม้
"ไม่ใช่ผี!" เซียวหลันหลบคมดาบที่แกว่งไปมาอย่างหวุดหวิด สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว “เขาโดนสารหลอนประสาท หมอกพวกนี้มีละอองเกสรของดอกลำโพงผสมกับเห็ดเมา มันไปกระตุ้นสารเคมีในสมอง ดึงเอาความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดออกมาสร้างเป็ภาพหลอน!"
"ตายซะ!" หลี่หยางพุ่งเข้ามาฟาดดาบใส่ก้อนหินข้างตัวเซียวหลันจนหินแตกกระจาย เขาไม่กล้าฟันผู้หญิงตรงหน้าแม้ในภาพหลอน แต่ความบ้าคลั่งทำให้เขาเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้
"ข้าต้องเรียกสติเขากลับมา!" เซียวหลันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ายา หยิบหลอดแก้วขนาดเล็กเท่าปลายนิ้วออกมาหลอดหนึ่งภายในบรรจุของเหลวใส
นางกะจังหวะที่หลี่หยางฟาดดาบลงมาแล้วเสียหลักพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างกล้าหาญ
นางบีบหลอดแก้วในมือจนแตกแล้วประกบมือที่มีเศษผ้าซับของเหลวนั้นเข้าที่จมูกของหลี่หยางเต็มแรง
"สูดเข้าไปลึกๆ ไอ้คนบ้า!"
ฉ่าาา!
กลิ่นฉุนกึกรุนแรงระดับทะลวงแก้วหูพุ่งปะทะจมูกและสมองของหลี่หยางอย่างจัง มันคือแอมโมเนียความเข้มข้นสูงที่เซียวหลันสกัดเตรียมไว้สำหรับแก้อาการสลบหรือเรียกสติคนไข้ช็อก
หลี่หยางสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกฟ้าผ่า ความฉุนของแอมโมเนียไปกระตุ้นเส้นประสาทรับกลิ่นอย่างรุนแรง ทำให้ระบบทางเดินหายใจเกิดกระตุ้นให้สูดอากาศอึกใหญ่ ภาพหลอนในหัวแตกสลายหายไปในพริบตา
เขาหอบหายใจรุนแรง น้ำตาไหลพรากเพราะความฉุน ดาบร่วงหลุดจากมือ
"เซียว... หลัน?" เขากะพริบตาปริบๆ มองสตรีที่ยืนกำคอเสื้อเขาอยู่
"เออ! ข้าเอง!" เซียวหลันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปล่อยมือจากคอเสื้อเขา "เ้าเกือบจะหั่นข้าเป็ชิ้นๆ แล้วรู้ตัวไหม!"
"ข้า... ข้าเห็นพวกมัน..." หลี่หยางทรุดลงคุกเข่า กุมขมับที่ยังปวดตุบๆ "หมอกนี่มันเล่นตลกกับสมองข้า"
"รีบเอาขี้ผึ้งการบูรผสมเมนทอลนี่ทาใต้จมูกและขมับซะ" เซียวหลันโยนตลับยาให้เขาและเสี่ยวชุน “มันจะช่วยปิดกั้นการรับกลิ่นและกระตุ้นประสาทให้ตื่นตัวตลอดเวลา เราต้องรีบออกจากดงหมอกนี่ให้เร็วที่สุด"
เมื่อทั้งสามคนเดินฝ่าหมอกหลอนประสาทมาได้ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงขอบหน้าผาหินที่ตัดดิ่งลงไปเบื้องล่าง
เบื้องหน้าคือหลุมยุบเมืองบาดาลขนาดมหึมา ความกว้างของปากหลุมน่าจะกินพื้นที่หลายสิบไร่ มันลึกดิ่งลงไปจนมองไม่เห็นก้นหลุม มีเพียงแสงสลัวๆ และเถาวัลย์ั์ที่ทิ้งตัวลงไปตามผนังหิน
"ทางลงมีแค่ทางเดียว คือไต่เถาวัลย์พวกนี้ลงไป" หลี่หยางดึงเถาวัลย์ขนาดเท่าท่อนแขนเพื่อทดสอบความเหนียว "ข้าจะลงไปก่อน เ้าคอยตามหลังข้ามา"
ทั้งสามเริ่มไต่ลงไปตามผนังหลุมยุบอย่างระมัดระวัง ยิ่งลงลึก แสงแดดก็ยิ่งส่องไม่ถึง อากาศเย็นชื้นและกลิ่นขี้ค้างคาวลอยคละคลุ้ง
ทันใดนั้นเซียวหลันสังเกตเห็นผีเสื้อกลางคืนสีแดงเืตัวหนึ่งบินโฉบผ่านหน้าพวกนางไป ก่อนที่มันจะส่งเสียงหวีดแหลมเล็กๆ ออกมา
กี้! กี้!
"ผีเสื้อส่งเสียงได้ด้วยหรือเ้าคะ?" เสี่ยวชุนถามเสียงสั่น
"นั่นไม่ใช่ผีเสื้อธรรมดา..." เซียวหลันหน้าตึง "มันคือสายลับที่ถูกเลี้ยงด้วยพิษกู่ และเสียงของมันคือสัญญาณเรียกพวก!"
ราวกับตอบรับคำพูดของนางเสียงกระพือปีกพรึ่บพรั่บนับพันนับหมื่นดังขึ้นจากซอกหลืบความมืดของผนังหลุมยุบ
ดวงตาสีแดงวาวโรจน์นับหมื่นคู่สว่างขึ้นในความมืด
"ค้างคาวดูดเืกลายพันธุ์!" หลี่หยางะโ "พวกมันถูกเลี้ยงด้วยกากสารเคมีของพรรคมาร ร่างกายพวกมันใหญ่กว่าปกติสองเท่า!"
ฝูงค้างคาวนับหมื่นพุ่งโฉบลงมาประดุจพายุสีดำหมายจะฉีกทึ้งผู้บุกรุกที่กำลังห้อยต่องแต่งอยู่บนเถาวัลย์
"หลี่หยาง! เราปัดป้องมันกลางอากาศแบบนี้ไม่ไหวแน่ เถาวัลย์จะขาด!" เซียวหลันะโแข่งกับเสียงปีก
"เ้ามีะเิอะไรเหลือไหม!" หลี่หยางตวัดดาบอ่อนด้วยมือข้างเดียว ฟันค้างคาวที่พุ่งเข้ามาขาดกระเด็น แต่จำนวนมันมากเกินไป
"มี! แต่ไม่ใช่ะเิทำลายล้าง!"
เซียวหลันใช้มือข้างหนึ่งเกาะเถาวัลย์ อีกมือล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบลูกบอลทรงกระบอกที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ออกมา
"ค้างคาวอาศัยอยู่ในที่มืดมิด ดวงตาของพวกมันไวต่อแสงมาก และพวกมันใช้คลื่นเสียงสะท้อนในการนำทาง"
นางใช้ฟันกัดดึงสลักชนวนออก "ถ้าตาบอดและหูหนวกพร้อมกัน พวกมันก็แค่หนูมีปีกโง่ๆ เท่านั้นแหละ”
“…”
"หลับตา! แล้วปิดหูแน่นๆ!"
เซียวหลันขว้างกระบอกไม้ไผ่ออกไปกลางฝูงค้างคาวมฤตยู
ภายในกระบอกนั้นคือผงแมกนีเซียมผสมกับ โพแทสเซียมคลอเรต
วาบบบบบบ!!!
แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาราวกับดวงอาทิตย์ะเิขึ้นกลางหลุมยุบมืดมิด แสงสีขาวสว่างวาบจนทะลุเปลือกตาพร้อมกับเสียงะเิกัมปนาทที่สร้างคลื่นเสียงความถี่สูงกระแทกโสตประสาท
กี้ดดดด!!!
ฝูงค้างคาวกรีดร้องอย่างเ็ป ดวงตาที่ชินกับความมืดถูกแสงสว่างระดับเผาไหม้เรตินาทำลายจนบอดสนิท คลื่นเสียงอัดกระแทกจนระบบนำทางของพวกมันรวนเร
ค้างคาวนับหมื่นตัวบินชนกันเอง ชนผนังหิน และร่วงหล่นลงสู่ก้นหลุมยุบราวกับสายฝนสีดำ
"รีบลงไปเร็ว! ก่อนที่พวกมันจะตั้งตัวได้!" เซียวหลันะโ
ทั้งสามรูดตัวลงตามเถาวัลย์ด้วยความเร็วสูงสุด จนกระทั่งเท้าแตะพื้นดินที่ชื้นแฉะเบื้องล่าง
เมื่อลืมตาขึ้นและฝุ่นควันจางลง ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้พวกเขาต้องกลั้นหายใจ
ก้นหลุมยุบไม่ได้มืดมิดอย่างที่คิด แต่กลับสว่างไสวด้วยแสงเรืองรองสีฟ้าอมเขียวจากมอสและเห็ดเรืองแสงที่ขึ้นปกคลุมไปทั่ว
และใจกลางทุ่งเห็ดเรืองแสงนั้นคือซากปรักหักพังของวิหารหินอ่อนสีดำขนาดั์ สถาปัตยกรรมโบราณที่ไม่เหมือนของยุคปัจจุบัน มันถูกสลักเสลาเป็รูปงูและแมงมุมที่ดูน่าเกรงขาม
“นครใต้พิภพ หรือเมืองบาดาล" หลี่หยางพึมพำ กระชับดาบในมือ
"ยินดีต้อนรับสู่สุสานของพวกเ้า..." เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังสะท้อนออกมาจากในวิหาร
เงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีทองอร่ามเดินก้าวออกมาจากเงามืด บนใบหน้าสวมหน้ากากทองคำรูปพระจันทร์เสี้ยวคู่
สัญลักษณ์แห่งราชวงศ์เก่า
"นายท่านพรรคหมื่นพิษ" เซียวหลันหรี่ตามอง "ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาเสียทีนะ ไอ้พวกขี้แพ้!"
