ในวันส่งท้ายปีเก่า พระราชวังได้รับการประดับประดาด้วยผ้าและโคมไฟสวยงาม เต็มไปด้วยความครื้นเครง
งานเลี้ยงของครอบครัวจัดขึ้นในตำหนักคังหนิงของไท่เฮา เป็อย่างที่แม่นมจ้าวพูด มันเป็เพียงการทานอาหารค่ำมื้อหนึ่งในวันส่งท้ายปีเก่า ทุกคนนั่งรอบโต๊ะกลม ไม่มีรายการพิเศษใดๆ
อย่างไรก็ตาม แค่อาหารและสุราบนโต๊ะ คนไม่กี่คนที่อ้าปากพูดขึ้นมาก็สามารถสร้างเื่ต่างๆ ได้มากมาย
หาได้ยากที่ไท่เฮาและอี้ไท่เฟยจะนั่งด้วยกัน ฮ่องเต้เทียนฮุยและหลงเฟยเยี่ยอยู่ทางด้านซ้ายของไท่เฮา ตามด้วยไท่จื่อและองค์ชายองค์อื่นๆ ฮองเฮาและหานอวิ๋นซีก็อยู่ทางด้านขวาของอี้ไท่เฟย
หานอวิ๋นซีที่ยังอายุไม่มากนัก แต่ในที่นี้ จู่ๆ นางก็ตระหนักถึงความาุโของตนเอง ด้วยเพราะเดิมทีนางรุ่นเดียวกับฮองเฮา
ตวนมู่เหยานั่งถัดจากหานอวิ๋นซี งานเลี้ยงได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ผ่านมานานก็ยังไม่เห็นองค์หญิงฉางผิงมา
มามาบอกว่านางอยู่ในห้องข้างๆ เตรียมมอบของขวัญวันปีใหม่ให้ไท่เฮา ซึ่งเป็ของขวัญที่ทำให้ประหลาดใจซึ่งคาดไม่ถึง
“ฉางผิงผู้นี้ ชักช้าเสียเวลาเหลือเกิน” ฮองเฮาตำหนิด้วยความหงุดหงิด
“ไปตามนางมาเถอะ ข้ายังรอเื่ที่น่าตื่นเต้นของนางอยู่” ไท่เฮาพูดด้วยรอยยิ้ม
อี้ไท่เฟยยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน คีบอาหารเงียบๆ ไม่เปิดปากพูดคุยใดๆ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เื่สักเท่าไรที่จะเอาเื่งานเลี้ยงเหมยฮวามาพูดคุยบนโต๊ะจัดเลี้ยงนี้ ไหนจะเื่มู่หรงหว่านหรูที่น่าอับอายอีก
หลี่กงกงถูกฮองเฮาปะาชีวิตในข้อหาละทิ้งหน้าที่ ซึ่งถือได้ว่าเป็การเตือนต่ออี้ไท่เฟย
หลงเฟยเยี่ยและฮ่องเต้เทียนฮุยที่กำลังกระซิบกันอยู่ข้างๆ ทุกคนก็ต่างมองไป แต่ถึงจะอยากรู้อยากเห็นมากแค่ไหนก็ไม่กล้าที่จะรบกวน อย่างไรก็ตามสิ่งที่สองพี่น้องพูดกันเป็การส่วนตัวนั้น ก็ไม่ใช่เื่เล็กๆ เลย
งานเลี้ยงของครอบครัวไม่มีอะไรมากไปกว่าการรวมตัวกันของครอบครัว ผู้าุโห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นใหม่ก็ถามไถ่สุขภาพของผู้าุโ
ไท่เฮาที่มีหลานเต็มไปหมด นางถามโน่นถามนี่ ยิ้มอย่างมีความสุข อารมณ์ดีและคุยกับอี้ไท่เฟยบ้างเป็ครั้งคราว ตอนนี้อี้ไท่เฟยยังไม่มีหลานให้อุ้ม แม้ว่านางจะตอบด้วยรอยยิ้ม แต่ก็ไม่ใช่รอยยิ้มที่จริงใจ
ในไม่ช้า ความสนใจของไท่เฮาก็ตกอยู่ที่องค์หญิงหรงเล่อ อันที่จริง ทั้งไท่เฮาและฮองเฮาต่างก็ปรารถนาให้องค์หญิงหรงเล่ออภิเษกกับหลงเทียนโม่ แต่น่าเสียดายที่ความคิดขององค์หญิงหรงเล่ออยู่ที่ฉินอ๋องเท่านั้น
การอภิเษกไม่ใช่เื่เล่นๆ และไม่ใช่เื่ของสองครอบครัว แต่เป็เื่สำคัญระหว่างทั้งสองอาณาจักร ซึ่งเกี่ยวข้องกับความร่วมมือเชิงลึกระหว่างอาณาจักรเทียนหนิงและซีโจว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไว้วางใจในา
ดังนั้นแม้ว่าไท่เฮาและฮองเฮาจะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งมากนัก จากมุมมองของฮ่องเต้เทียนฮุย ก็ยังคงหวังว่าฉินอ๋องจะเห็นด้วยกับการอภิเษกครั้งนี้
“องค์หญิงหรงเล่อ ไม่ต้องเกรงใจหรอก ทำไมยังไม่รีบรินสุราให้องค์หญิงหรงเล่ออีก?”
“ขอบพระคุณไท่เฮาเพคะ เหยาเหยาทำเองจะดีกว่า”
ไท่เฮาดูแลตวนมู่เหยาเป็อย่างดี ตวนมู่เหยาได้ยินมานานแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างอี้ไท่เฟยและไท่เฮาค่อนข้างตึงเครียด ดังนั้นนางจึงไม่กล้าเข้าใกล้ไท่เฮาต่อหน้าอี้ไท่เฟย แต่ก็ไม่หยาบคายและทำตัวไม่เหมาะสม
“มานี่เหยาเหยา กินให้เยอะๆ นะ”
“ไท่เฟย เหยาเหยารับไม่ได้หรอกเพคะ ควรจะเป็หน้าที่ของเหยาเหยามากกว่าที่คีบอาหารมาให้ท่าน”
อี้ไท่เฟยคีบอาหารให้ตวนมู่เหยาด้วยตัวเอง ส่วนตวนมู่เหยาก็ตักน้ำแกงให้อี้ไท่เฟย ทั้งสองคนยังไม่ได้เป็แม่สามีกับลูกสะใภ้กัน แต่ดูเหมือนแม่ลูกอย่างมาก
โดยปกติแล้ว งานเลี้ยงครอบครัวในวันสิ้นปีนี้ หานอวิ๋นซีที่เป็ผู้มาใหม่ในราชวงศ์ก็ควรจะเป็ที่สนใจ แต่หานอวิ๋นซีกลับถูกละเลยั้แ่เริ่มงานเลี้ยง ราวกับว่าความตื่นเต้นที่โต๊ะนี้ไม่ได้เป็ของนาง
นางเองก็อยู่ได้อย่างสบายใจ ทานอาหารเงียบๆ และฟังการสนทนาของพวกนางอย่างเงียบๆ นางสามารถได้ยินความจริงและความเท็จในคำพูดได้ค่อนข้างชัดเจน
ไท่เฮาเหลือบมองมาที่นางโดยไม่ตั้งใจ และในที่สุดก็อ้าปากพูดว่า “อวิ๋นซี มีข่าวคราวอะไรบ้างหรือไม่?”
ข่าวคราว?
หานอวิ๋นซีเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงง ข่าวอะไร?
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของอี้ไท่เฟยที่อยู่ด้านข้างมืดลงทันที
“เสด็จแม่ ดูท่าทางแล้วเหมือนว่าจะไม่มี จากปฏิกิริยาของนาง เกรงว่าคงยังไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านถามนะเพคะ? อภิเษกแล้วแต่ก็ยังดูเหมือนสาวน้อย” ฮองเฮาพูดอย่างติดตลก
หานอวิ๋นซีไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมจู่ๆ ถึงได้ถามว่านางมีข่าวอะไรบ้างหรือไม่? ข่าวอะไรกันล่ะ?
เมื่อเห็นการแสดงออกของนาง ไท่เฮาก็หัวเราะออกมาทันที นางหันศีรษะไปมองอี้ไท่เฟย “น้องหญิง สาวน้อยของเ้า...นางแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจหรือว่านางไม่เข้าใจจริงๆ? เ้าไม่ได้สอนหรือ?”
อี้ไท่เฟยถอนหายใจเบาๆ และพูดด้วยอารมณ์ว่า “อภิเษกกันมานานกว่าครึ่งปีแล้ว ฉินอ๋องก็ยุ่งตลอดทั้งวัน ได้เจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง จะไปมีข่าวดีเร็วขนาดนั้นได้อย่างไรกัน?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา หานอวิ๋นซีก็เข้าใจว่า “ข่าว” หมายถึงอะไร
ไท่เฮากำลังถามว่าท้องหรือไม่สินะ!
จู่ๆ นางก็รู้สึกอายขึ้นมาทันที ก้มศีรษะลง แก้มทั้งสองข้างแดงเล็กน้อย หลงเฟยเยี่ยและนางอภิเษกกันในนาม แม้แต่รอยแดงในคืนวันอภิเษกในห้องเ้าสาวก็เป็ของปลอม แล้วจะให้นางท้องได้อย่างไรกัน?
“จริงหรือที่ยังไม่มีข่าว?” ไท่เฮาถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว ทั้งยังถามด้วยท่าทางจริงจัง
อี้ไท่เฟยไม่อยากตอบ นางมองหานอวิ๋นซีด้วยสายตาเ็าและส่งสัญญาณให้นางจัดการเอง
“ข่าว” กับ “ผ้าตกสีแดง” นี้ ความจริงคือสิ่งเดียวกัน ไม่ถามถึงขั้นตอน ถามแค่ผลลัพธ์เท่านั้น แม้ว่าเื่แบบนี้ต้องใช้ความพยายามของทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าไม่เกิดผล ความรับผิดชอบก็จะตกเป็ของสตรีโดยเฉพาะในราชวงศ์ หากเป็เช่นนี้ชายหนุ่มในราชวงศ์จะไม่ตกเป็ที่สงสัย!
อี้ไท่เฟยหยุดพูด นอกจากฮ่องเต้เทียนฮุยและหลงเฟยเยี่ยที่กำลังก้มหัวกระซิบกัน ทุกคนที่โต๊ะมองไปที่หานอวิ๋นซี หญิงสาวผู้หนึ่งที่ไม่มีอะไรที่จะตั้งหลักได้อย่างมั่นคงในครอบครัว นอกจากมีลูกเท่านั้น!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบุตรสาวสามัญชนอย่างหานอวิ๋นซีที่อภิเษกกับตระกูลขุนนาง ลูกจึงมีความสำคัญต่อนางมาก
หากไม่มี นั่นคือหนึ่งในเจ็ดของกฎการหย่าร้าง
ท่ามกลางความเงียบสงบ แม้แต่นางสนมที่นั่งข้างๆ ก็เหลียวมองทีละคน และค่อยๆ มีเสียงพูดคุยกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะหน้าแดงเล็กน้อย แต่นางก็พูดอย่างใจเย็นว่า “ยังไม่มีเพคะ”
เื่แบบนี้ นอกจากใจเย็นแล้ว นางจะทำอะไรได้อีก?
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา เสียงหัวเราะก็มาจากทั่วทุกมุม ที่นั่งด้านหลังหานอวิ๋นซี เซียวกุ้ยเฟยที่อยู่โต๊ะถัดไปก็เข้ามาและพูดด้วยเสียงเบาๆ ว่า “ผ่านมาครึ่งปีกว่าแล้ว ฉินอ๋องยุ่งอยู่ตลอด ดังนั้นคงไม่เพียงพอที่จะ... อวิ๋นซีอ่า ลองไปหาหมอหลวงเซวียดูสิ หมอหลวงเซวียเขาเชี่ยวชาญมากในด้านนี้”
แม้ว่ามันจะเป็เสียงที่เบา แต่ก็มีหลายคนได้ยินและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้งทันที หานอวิ๋นซีรู้สึกเพียงว่านางกลายเป็เป้าหมายการวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณะอีกครั้ง แต่เื่นี้นางไม่ได้มีอำนาจใดๆ และไม่มีที่ว่างสำหรับคำอธิบายเช่นกัน
แน่นอน หัวข้อแบบนี้ไม่เหมาะสำหรับการสนทนาเชิงลึกในงานเลี้ยงครอบครัว เมื่อไท่เฮาเหลือบไปเห็นสีหน้าที่ไม่ดีของอี้ไท่เฟย ก็รู้สึกพึงพอใจเป็อย่างมาก
นางยอมรับทันทีที่เห็นมัน และมอบมันให้กับหานอวิ๋นซีอย่างใจดี “ฉินอ๋อง นี่เป็ความผิดของเ้านะ ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน เ้าจะละเลยอวิ๋นซีไม่ได้ เข้าใจหรือไม่?”
เดิมทีไท่เฮาคิดว่าฉินอ๋องจะไม่ฟังและแค่พยักหน้าส่งๆ ไปเท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกลับเงยหน้าขึ้นมอง ทั้งยังรู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น และพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ที่ไท่เฮาสอนมาเป็สิ่งที่ถูกต้อง ข้าจะพยายามให้ดีต่อไป”
นี่มัน…
เกิดความโกลาหลในหมู่ผู้ชมอยู่พักหนึ่ง ใครจะไปคิดกันว่าฉินอ๋องจะมีท่าทีเช่นนี้?
ตวนมู่เหยาถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้างราวกับว่าถูกโจมตีอย่างหนัก ต้องรู้ว่าศิษย์พี่ที่อยู่ในหัวใจของนาง เป็เหมือนกับเทพเ้า สูงส่งและไม่สามารถสบประมาทได้ นางนึกไม่ถึงว่าคำพูดเช่นนี้จะออกมาจากปากของศิษย์พี่
สตรีหลายคนต่างหน้าแดง ใบหน้าของหานอวิ๋นซีเองก็แดงอย่างมาก
“พยายามทำให้ดีต่อไป” คำเหล่านี้ทำให้ผู้คนต่างจินตนาการไม่สิ้นสุดจริงๆ!
เขาจะพยายามทำให้ดีอย่างไรกัน?
นางคิดมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว แต่โชคดีที่ดึงสติกลับมาได้ทัน นางอดไม่ได้ที่จะแอบเงยหน้าขึ้น มองไปที่เทพเ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ตรงข้าม แต่ก็เห็นว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังมองมาที่นางด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง หานอวิ๋นซีหลบสายตาของเขาทันที โดยพลาดรอยยิ้มขี้เล่นในแววตาของหลงเฟยเยี่ยไป
ไท่เฮากระตุกมุมปาก ไม่รู้ว่าจะตอบรับคำตอบนี้อย่างไรอยู่ครู่หนึ่ง
อี้ไท่เฟยในฐานะมารดาเองก็ยากที่จะเชื่อเช่นกัน นางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงผ้าตกสีแดงผืนนั้นในตอนแรก เฟยเยี่ยพูดมาขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขากำลังปกป้องหานอวิ๋นซีอยู่
หากวันนี้เขาไม่เอ่ยปากพูด ประเด็นของ “ข่าว” ในภายภาคหน้าจะต้องสร้างปัญหาให้กับหานอวิ๋นซีอย่างแน่นอน และถ้าเขาพูดแบบนี้ อย่างน้อยหลายคนที่อยู่ในที่นี้ก็จะยับยั้งตัวเองได้
ด้วยนิสัยของบุตรชายนาง จะไปเต็มใจช่วยหานอวิ๋นซีเช่นนี้ได้อย่างไร? อี้ไท่เฟยรู้สึกว่าตัวเองยิ่งมองบุตรชายไม่ออกมากขึ้นเรื่อยๆ
ฮ่องเต้เทียนฮุยเหลือบมองหานอวิ๋นซีเล็กน้อย ในแววตาเต็มไปด้วยความสับสน นอกจากนี้เขายังเปิดปากพูดอย่างติดตลกว่า “ฉินอ๋อง จวนของเ้ามีหวังเฟยแค่คนเดียวเ้าก็ยังละเลย หลังจากปีใหม่แล้ว หากมีคนใหม่เข้าไป เ้าคงไม่ทำแบบนี้อีกใช่หรือไม่?”
คนใหม่เข้ามาหลังปีใหม่ นี่กำลังพูดเื่อภิเษกอยู่ไม่ใช่หรือไร? ผู้มาใหม่ที่กำลังพูดถึงก็คือตวนมู่เหยาไม่ใช่หรือ?
นี่คงเป็ครั้งแรกที่ฮ่องเต้เทียนฮุยกล่าวถึงเื่การอภิเษกในที่สาธารณะต่อหน้าทุกๆ คน แม้ว่าจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็เข้าใจ
ไหนจะตวนมู่เหยาที่มางานเลี้ยงครอบครัว ไหนจะฮ่องเต้เทียนฮุยที่พูดแบบนี้อีก ดูเหมือนว่าข่าวลือเมื่อเร็วๆ นี้จะเป็ความจริง และการอภิเษกก็ดูน่าจะเป็ไปได้
หลงเทียนโม่หยิบจอกสุราขึ้นมาและดื่มจนหมด คนอื่นๆ มองไม่ออก แต่เขากลับมองมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
อี้ไท่เฟยพาตวนมู่เหยามาที่งานเลี้ยงครอบครัว และคำถามของเสด็จพ่อในที่สาธารณะ คือการที่ทั้งสองคนทำงานร่วมกันเพื่อกดดันฉินอ๋อง ทำให้ฉินอ๋องไม่มีที่ว่างให้ปฏิเสธไม่ใช่หรือไร?
เื่นี้ ดูเหมือนจะกำหนดบทสรุปไว้แล้ว!
เขาไม่ได้อภิเษกกับสตรีที่ชอบก็ไม่เป็ไร แต่คิดไม่ถึงว่าแม้แต่สตรีที่ตัวเองไม่ชอบ ก็ไม่สามารถอภิเษกด้วยได้เช่นกัน เมื่อคิดเช่นนี้ เขาก็รินสุราอีกจอกหนึ่ง
บทสรุปถูกกำหนดไว้แล้วก็จริง แต่ทุกคนยังคงหวังว่าฉินอ๋องจะตอบเื่นี้ด้วยตัวเอง
อารมณ์เศร้าโศกของตวนมู่เหยาเปลี่ยนเป็ประหม่า ใบหน้าเล็กแดงก่ำและรอให้หลงเฟยเยี่ยตอบเช่นกัน แต่ในเวลานี้ แก้มแดงของหานอวิ๋นซียังไม่จางหายไป และยังคงรออยู่
นางมองไปที่หลงเฟยเยี่ยอีกครั้ง ใครจะรู้ว่าจะเป็เหมือนก่อนหน้านี้ ที่นางได้เผชิญกับดวงตาที่ลึกล้ำของหลงเฟยเยี่ยอีกครั้ง และเขาก็มองมาที่นางอีกครั้ง
หานอวิ๋นซี้าหลีกเลี่ยงอีกครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม นางถึงไม่หลีกมัน ทำเพียงจ้องมองและรอ
ว่ากันว่าการสบตาคือเสียงพูดที่ไร้เสียง
หานอวิ๋นซีไม่มีอะไรจะพูดกับหลงเฟยเยี่ยจริงๆ นางแค่รอ แต่เมื่อหลงเฟยเยี่ยเห็นแววตาที่จริงจังของนาง ริมฝีปากของเขาก็โค้งขึ้นเล็กน้อย
ในขณะที่ทุกคนต่างรออยู่ในความเงียบ เขาก็พูดว่า “แค่หวังเฟยคนเดียวข้าก็ไม่มีเวลาดูแลแล้ว อย่ามีคนใหม่เลยจะดีกว่า”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ราวกับสายฟ้าฟาดลงที่โต๊ะงานเลี้ยง เขย่าหัวใจของทุกคนจนแทบหยุดเต้น!
หลงเฟยเยี่ย เขาพูดว่าอะไรนะ?
เหล่าผู้ชมเต็มไปด้วยความเงียบ ใบหน้าของฮ่องเต้เทียนฮุยเปลี่ยนไปทีละน้อย เป็ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมืดมนราวกับฝนห่าใหญ่กำลังจะมาเยือน ในขณะที่อี้ไท่เฟยจ้องมองไปอย่างดุร้าย ไท่เฮาและฮองเฮาเองก็ใมากจนไม่รู้จะทำอย่างไร
“หลงเฟยเยี่ย!”
ทันใดนั้น ตวนมู่เหยาก็ส่งเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว หันหลังกลับและวิ่งออกไป และเมื่อนางหันกลับมาก็กระแทกชามน้ำแกงบนโต๊ะจนหกไปทั่วร่างกายหานอวิ๋นซี
อี้ไท่เฟยรีบวิ่งตามไป “เหยาเหยา! เหยาเหยา เดี๋ยวก่อน!”
หานอวิ๋นซีที่ร่างกายเลอะไปด้วยน้ำแกง ทว่านางก็ไม่สนใจ กลับมองไปที่หลงเฟยเยี่ย พร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนนี้เวลานี้ นางอยากจะถามหลงเฟยเยี่ยว่า เขาจงใจหรือไม่ จงใจที่จะมาปฏิเสธในที่สาธารณะหรือไม่? มิฉะนั้น ทำไมเขาถึงเงียบไปหลายครั้งก่อนหน้านี้?
ชายผู้นี้ชั่วร้ายจริงๆ!
