เป็เวลาหกคืนแล้วที่หลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีหายตัวไป กู้ชีฉ่าวค้นหาทั่วทั้งเมืองยาแต่ไม่พบเบาะแสใดๆ ในตอนที่เขากำลังจะยอมแพ้ หลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีก็ปรากฏตัวขึ้น
ทันทีที่ทั้งสองเข้าไปในห้องรับแขกและกำลังจะปิดประตู กู้ชีฉ่าวก็ปรากฏตัวออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ใช้มือข้างหนึ่งขวางประตู พร้อมกับหรี่ตาที่เรียวยาวลงเล็กน้อย ยิ้มอย่างเ็าด้วยรัศมีที่ชั่วร้ายและอันตรายออกมา
หานอวิ๋นซียักไหล่และเปิดประตูอย่างเปิดเผย เชิญให้เขาเข้ามา
กู้ชีฉ่าวไม่ได้กล่าวโทษนางแต่อย่างใด เพียงแค่ส่งรอยยิ้มที่สดใสให้กับนางเท่านั้น
หานอวิ๋นซียกยิ้ม กู้ชีฉ่าวมองไปที่หลงเฟยเยี่ย พร้อมกับการเยาะเย้ยที่ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปาก “ฉินอ๋อง นี่เป็เวลาหกวันแล้ว ไปสอบถามข่าวคราวหกวันเลยหรือไร คงได้ความลับมาไม่น้อยเลยสิท่า?”
หลงเฟยเยี่ยไม่สนใจเขา นั่งลงและชงชา ทั้งยังเทให้หานอวิ๋นซีและเรียกนางให้มานั่งลง
ขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังเดินเข้าไป กู้ชีฉ่าวก็แย่งที่นั่งนั้น หยิบชาขึ้นมาอย่างสบายใจและดื่มหมดในอึกเดียว “ได้ยินมาว่าโรคระบาดในเมืองหลวงเทียนหนิงถูกควบคุมใกล้จะหมดแล้ว จนถึงตอนนี้ฉินอ๋องก็ยังไม่ทำตามสัญญา เช่นนั้นข้าคงต้องเก็บดอกเบี้ยด้วยแล้วล่ะ”
หลงเฟยเยี่ยที่นั่งอยู่สูงกว่า ไม่พูดอะไรสักคำและไม่แม้แต่จะมองกู้ชีฉ่าวเลยด้วยซ้ำ
คราวนี้ กู้ชีฉ่าวเองก็เงียบและค่อยๆ เก็บรอยยิ้มในดวงตา แทนที่ด้วยรัศมีที่น่ากลัว ในห้องเต็มไปด้วยความเงียบ บรรยากาศก็เริ่มไม่ชอบมาพากลขึ้นเรื่อยๆ หานอวิ๋นซีที่ดูอยู่ด้านข้าง ก็ไม่กล้าที่จะส่งเสียงออกมา
หลงเฟยเยี่ยไม่ใช่คนที่จะผิดสัญญา แต่หานอวิ๋นซีก็สงสัยว่าทำไมเขาถึงเพิกเฉย
ในที่สุด กู้ชีฉ่าวก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แววตาเย้ยหยันของเขาฉายแววเจตนาฆ่า แต่ใครจะรู้ ในเวลานี้ ฉู่ซีเฟิงเข้ามา “ท่านอ๋อง สิ่งที่ท่าน้าส่งมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เห็นว่าฉู่ซีเฟิงถือกล่องผ้าสี่เหลี่ยมกล่องหนึ่งอยู่ในมือ ซึ่งดูเหมือนกล่องสมบัติ หานอวิ๋นซีก็เดินเข้าไปด้วยความสงสัยและนั่งลงข้างๆ หลงเฟยเยี่ย
“เปิด ให้เขาตรวจสอบ” ในที่สุดหลงเฟยเยี่ยก็เปิดปาก
ตรวจสอบ?
เป็ไปได้หรือไม่ว่านี่คือ...
หานอวิ๋นซีไม่อยากจะเชื่อ กู้ชีฉ่าวเหล่ตาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย และจ้องไปที่กล่องผ้าอย่างไม่วางตา
ฉู่ซีเฟิงวางกล่องผ้าลงบนโต๊ะ และค่อยๆ เปิดออก เช่นนั้นจึงจะเห็นว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในแท้จริงแล้วคือต้นอ่อนชาสมุนไพร โดยมีดินติดอยู่ที่รากและมีต้นอ่อนสีเขียวอ่อนงอกขึ้นตามกิ่งก้านและใบ
“นี่...นี่มันต้นอ่อนชาสมุนไพร!”
หานอวิ๋นซีรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก นางจ้องมองไปที่หลงเฟยเยี่ยอย่างชื่นชม กู้ชีฉ่าวยังคงรออยู่ที่นี่อย่างโง่เขลา คิดไม่ถึงว่าชายผู้นี้จะได้มันมาจริงๆ เขาไปที่จวนตระกูลมู่ตั้งเมื่อไรกัน ทั้งยังไปโดยไม่รบกวนใครอีก
จากนั้นหลงเฟยเยี่ยก็มองตรงไปที่กู้ชีฉ่าวและพูดอย่างเ็าว่า “มาตรวจสอบดูสิ”
แม้ว่ากู้ชีฉ่าวจะไม่แสดงความประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่สามารถซ่อนความประหลาดใจในสายตาของเขาได้
เขาไม่จำเป็ต้องตรวจสอบ แค่มองแวบเดียวก็บอกได้ว่าเป็ของแท้ มันเป็ของแท้อย่างแน่นอน!
เพียงแต่...หลงเฟยเยี่ยได้สิ่งนี้มาได้อย่างไร ต้องรู้ว่าสิ่งนี้ไม่ได้เป็ของตระกูลมู่ แต่เป็ของตระกูลเซี่ย!
ที่เขาบอกไปว่าตระกูลมู่ มันเป็แค่กับดักเท่านั้น
เหตุผลที่เลือก “ต้นอ่อนชาสมุนไพร” เป็เพราะมีคนน้อยมากที่รู้เื่นี้ แล้วหลงเฟยเยี่ยรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งนี้อยู่ในจวนตระกูลเซี่ย?
นอกจากนี้ เขาไปขโมยโดยไม่มีใครสังเกตเห็น หลายวันที่ผ่านมาจวนตระกูลเซี่ยก็ไม่มีข่าวว่ามีสิ่งของสูญหายเลย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หลงเฟยเยี่ยเองก็รู้แผนการของเขาอย่างนั้นหรือ?
“ตรวจสอบเสร็จแล้วหรือยัง?” หลงเฟยเยี่ยใจร้อนเล็กน้อย
“อืม สิ่งนี้ถูกต้อง ฉินอ๋องรวดเร็วจริงๆ มีความสามารถเหลือเกิน!” กู้ชีฉ่าวไม่ลังเลที่จะชมเชย
ใครจะไปรู้ หลงเฟยเยี่ยกลับพูดอย่างเ็าว่า “เช่นนั้นก็เอาของไป แล้วออกไปเสีย”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ความเยือกเย็นที่น่ากลัวก็ฉายผ่านดวงตาของกู้ชีฉ่าว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาแพ้แล้ว หลงเฟยเยี่ยก็ดูถูกเขาอย่างมาก อย่างไรก็ตามเขาสามารถที่จะพ่ายแพ้ได้เสมอ รอยยิ้มของเขาสดใสขึ้นกว่าเดิม โค้งคำนับ “ถ้าอย่างนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วล่ะ ขอบคุณ!”
พูดจบ ก็นำสิ่งของออกไป
ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็ปกติ แต่ในขณะนี้หานอวิ๋นซีกลับกลั้นไว้ไม่ไหว และหลุดหัวเราะออกมา
แม้ว่ามันจะเป็การหัวเราะ แต่มันกลับเป็การประชดประชันมากกว่าใบหน้าเ็าของหลงเฟยเยี่ยเสียอีก!
สิ่งนี้ทำให้กู้ชีฉ่าวตระหนักว่าตนเองขายหน้าต่อหน้าหานอวิ๋นซีแล้ว
ในที่สุด กู้ชีฉ่าวก็ยอมแพ้ รอยยิ้มที่สดใสยังคงแข็งทื่ออยู่บนใบหน้าของเขา จนกระทั่งเขาเดินออกไปที่ประตู ใบหน้าที่มีเสน่ห์และสวยงามนั้นก็ยังคงแข็งค้างอยู่
หลงเฟยเยี่ย ครั้งนี้ถือว่าเ้าใจร้ายนะ!
เมื่อเห็นหานอวิ๋นซียิ้ม รอยยิ้มที่พึงพอใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของหลงเฟยเยี่ยแต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว
“ฉู่ซีเฟิง เตรียมรถม้า กลับไปเมืองหลวง” เขาสั่งเบาๆ
“จะกลับแล้วหรือ?” หานอวิ๋นซีถามอย่างร้อนรน
“เ้ามีอะไรหรือไม่?” หลงเฟยเยี่ยถามกลับ
“ค่อยกลับตอนกลางคืนได้หรือไม่? ข้ายังมีสมุนไพรบางอย่างยังไม่ได้ซื้อเลย” ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะได้เดินทางมาเมืองยา หานอวิ๋นซียัง้าหาสมุนไพรเพิ่มเติมอีกสักหน่อย
หลงเฟยเยี่ยไม่ตอบและครุ่นคิด
เมื่อเห็นเช่นนี้ หานอวิ๋นซีก็รีบพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ท่านอ๋องกลับไปก่อนก็ได้ ข้ากลับไปคนเดียวได้”
แต่หลงเฟยเยี่ยกลับพูดว่า “ข้าจะพาเ้าไปที่หนึ่ง ไปกันเถอะ”
เมื่อเห็นคำว่า “ชมรมยาสมุนไพร” ทำเอาหานอวิ๋นซีใไม่น้อย นางคาดไม่ถึงเลยว่าหลงเฟยเยี่ยจะพานางมาที่แห่งนี้
นางเคยได้ยินเกี่ยวกับสถานที่นี้ตอนที่อยู่ในสนามประมูล วัตถุดิบยาคุณภาพสูงทั้งหมดถูกซื้อและขายที่นี่ หากไม่ได้เป็สมาชิกก็จะไม่สามารถเข้าไปได้เลย ว่ากันว่าค่าใช้จ่ายที่นี่ไม่น้อยไปกว่าสนามประมูล
อันที่จริงหานอวิ๋นซีแค่้าไปตลาดยาเล็กๆ และหาสินค้าราคาถูก เพราะนางไม่มีเงินติดตัวมากนัก
ในสนามประมูล นางได้ “หลอก” ฉู่ซีเฟิงไปแล้ว แม้ว่าจะหลอกฉู่ซีเฟิง แต่คนที่จ่ายเงินจริงๆ ก็คือหลงเฟยเยี่ย ซึ่งห้าหกหมื่นทองไม่ใช่เงินจำนวนเล็กน้อย นางเองก็รู้ดี
ใครจะไปรู้ เมื่อมาถึงทางเข้า หลงเฟยเยี่ยก็ยื่นบัตรทองให้นาง “นี่คือบัตรผ่านประตู เ้าต้องใช้บัตรนี้สำหรับการซื้อขายทั้งหมดที่นี่ รับไปเสีย หลังพระอาทิตย์ตกดิน ข้าจะรอเ้าที่หน้าประตู”
นี่คือท่านประธานจอมเผด็จการในตำนานใช่หรือไม่?
ถ้านางไม่้า เขาจะบังคับนางอยู่ดีใช่หรือไม่?
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หานอวิ๋นซีจะได้ปฏิเสธ หลงเฟยเยี่ยก็วางบัตรทองไว้ในมือของนางจริงๆ พูดอีกครั้งว่า “หลังพระอาทิตย์ตกดินมารอที่นี่ อย่าลืมล่ะ”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันหลังกลับและเดินออกไป หานอวิ๋นซีไม่มีที่ว่างที่จะปฏิเสธได้ ทันใดนั้นก็พบว่าแม้แต่การหันหลังกลับของชายผู้นี้ก็หล่อมาก!
เมื่อมองไปที่บัตรทองในมือ หานอวิ๋นซีก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะและร้องไห้ อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหลงเฟยเยี่ยใจกว้างขนาดนี้ เช่นนั้นนางก็จะไม่เกรงใจแล้ว ถือว่านางจะไม่คิดเงินกับเขาในการออกมาตรวจสอบพิษในครั้งนี้ก็แล้วกัน
นางกำบัตรทองล้ำค่าไว้ และรีบหายเข้าไปในชมรมยาสมุนไพร
การให้หานอวิ๋นซีอยู่ในชมรมสมุนไพร ทำให้หลงเฟยเยี่ยมั่นใจได้ว่าคนธรรมดาจะไม่สามารถเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ได้ แต่การที่สามารถเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้ ก็ไม่ใช่คนธรรมดาเช่นกัน ตราบใดที่หานอวิ๋นซีไม่เดินออกจากชมรมยา ชมรมสมุนไพรต้องรับผิดชอบในความปลอดภัยของนาง
ฉู่ซีเฟิงคิดว่าฉินอ๋องยังมีสิ่งอื่นที่ต้องทำ แต่ใครจะรู้ว่าฉินอ๋องไม่ได้ไปไหนไกล และเข้าไปในโรงน้ำชาที่อยู่ใกล้เคียง
ต้องรู้ว่าเวลาของฉินอ๋องมีค่าพอๆ กับชีวิต และเขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องจัดการ
นี่เป็อีกวิธีหนึ่งในการอยู่กับหญิงสาวอย่างนั้นหรือ? ฉู่ซีเฟิงไม่กล้าที่จินตนาการเลยจริงๆ
ขณะที่หลงเฟยเยี่ยดื่มชา เขาก็กำลังเล่นกับเครื่องลายครามที่เรียบง่าย ใบหน้าที่หล่อเหลาและเ็าของเขาปกคลุมไปด้วยความเศร้าหมอง
เมื่อฉู่ซีเฟิงเห็นเครื่องลายครามขนาดเล็ก เขาก็ใเล็กน้อย ท่านอ๋องไม่ได้นำสิ่งนี้ออกมาหลายปีแล้ว
ข้างในมียาพิษชนิดหนึ่งอยู่ในนั้น และมีชื่อว่า “หมีเตี๋ยเมิ่ง” และยาพิษนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของฉินอ๋อง แต่ฉินอ๋องกลับไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับยาพิษนี้
ปีที่แล้ว มีคนพบสิ่งที่คล้ายกันมากในพิษของสายลับของเป่ยลี่ แม้ว่ามันจะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็เพียงเบาะแสเดียว มิฉะนั้น ฉินอ๋องจะติดตามเื่สายลับของเป่ยลี่ได้นานขนาดนี้อย่างไร?
ต้องรู้ว่ายิ่งเป่ยลี่คุกคามเทียนหนิงมากเท่าไร ฮ่องเต้เทียนฮุยเองก็ยิ่งไม่กล้าที่จะทุ่มเทพลังของเขาในการจัดการกับฉินอ๋อง
หลงเฟยเยี่ยมองไปที่เครื่องลายครามขนาดเล็ก รู้สึกเหม่อลอยไปเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็มองไปที่ฉู่ซีเฟิงและพูดอย่างใจเย็นว่า “นางจะ...รู้จักพิษชนิดนี้หรือไม่?”
นางในที่นี้คือหานอวิ๋นซีอย่างไม่ต้องสงสัย
ฉู่ซีเฟิงใและรีบพูดว่า “ท่านอ๋อง โปรดคิดอีกครั้งเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
จนกระทั่งถึงวันนี้ หานอวิ๋นซียังคงเป็ปริศนาอยู่ แม้ว่านางจะเป็หญิงสาวที่ไร้ค่าในตระกูลหานจริงๆ แต่ก็ยังไม่ทราบที่มาที่ไปอย่างแน่ชัดของฮูหยินเทียนซินผู้เป็มารดาของนางเช่นกัน
ด้วยความสามารถด้านพิษของหานอวิ๋นซีที่เก่งกว่าคนทั่วไปแล้ว ของสำคัญเช่นนี้ยิ่งไม่ควรให้นางรู้เลยดีกว่า
หลงเฟยเยี่ยชำเลืองมองที่ฉู่ซีเฟิง รีบเก็บเครื่องลายครามโดยไม่พูดอะไรมาก
ฉู่ซีเฟิงไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับความคิดของเขา อยากจะเกลี้ยกล่อมเขา แต่ก็ลังเลอยู่พักหนึ่งและปิดปากไว้
หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน หลงเฟยเยี่ยก็มาพบหานอวิ๋นซีที่ประตูของชมรมยาสมุนไพรตามที่สัญญา หานอวิ๋นซีเป็หญิงสาวที่ฟุ่มเฟือยจริงๆ นางได้ซื้อสมุนไพรจำนวนมากจนต้องขนด้วยรถม้า
ฉู่ซีเฟิงดูตกตะลึงเล็กน้อย แต่หลงเฟยเยี่ยกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา เมื่อหานอวิ๋นซี้าจะคืนบัตรทองให้กับเขา เขาเพียงพูดแ่เบาว่า “เ้าเก็บมันไว้ก่อนเถอะ วันหลังหากข้า้ายาสมุนไพร จะได้มาหาเ้า”
“ไม่มีปัญหา ขอบพระทัยท่านอ๋อง” หานอวิ๋นซีรับมันมาอย่างตรงไปตรง อย่างไรก็ตาม นางไม่ชอบโต้เถียงกับชายหนุ่มเื่เงินอยู่แล้ว
ด้านข้าง ฉู่ซีเฟิงที่ดูตกตะลึงเล็กน้อย เขาคิดว่าเขาไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าท่านอ๋องจะใช้เงินเก็บที่มีมากมายขนาดนี้ได้หมดได้อย่างไร
หานอวิ๋นซีผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเดินทางมาเมืองยา หลงเฟยเยี่ยเองก็มาไม่เสียเปล่า ทั้งคู่อารมณ์ดีไม่น้อย หลังอาหารค่ำที่โรงเตี๊ยม ในที่สุดพวกเขาก็ออกเดินทางกลับเมืองหลวง
สำหรับกู้ชีฉ่าว เขาถูกตระกูลเซี่ยจับไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาดูแลพวกเขา
สำหรับสาเหตุที่หลงเฟยเยี่ยรู้ว่าต้นอ่อนที่เป็ยาอยู่ในมือของตระกูลเซี่ย นั่นคือความสามารถของเขา สำหรับสาเหตุที่คนในตระกูลเซี่ยรู้ว่าต้นอ่อนที่เป็ยาอยู่ในมือของกู้ชีฉ่าว ก็เพราะนี่เป็รายงานจากหลงเฟยเยี่ยชัดๆ
ตอนนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป กู้ชีฉ่าวสูญเสียไปมาก และหานอวิ๋นซีทำเงินได้มากที่สุด!
หลังจากมาถึงเมืองหลวง โรคระบาดก็ผ่านไปแล้ว หลังจากทำความสะอาดอย่างละเอียด เมืองทั้งเมืองกำลังได้รับการทำความสะอาดไม่น้อย แม้แต่อากาศก็ดูเหมือนจะสดชื่น
หานอวิ๋นซีนำรังนกเืคุณภาพสูงสองกล่องมาให้อี้ไท่เฟย อี้ไท่เฟยรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เดิมทีนางคิดว่าเื่ขององค์หญิงหรงเล่อคงทำให้ในใจของหานอวิ๋นซีเ็ปไม่น้อย คิดไม่ถึงว่าหานอวิ๋นซีจะนำของขวัญมาให้นาง
ความกังวลของอี้ไท่เฟยหายไปทันที นางจับมือหานอวิ๋นซีและถามด้วยรอยยิ้ม “อวิ๋นซี ท้องของเ้า...คงต้องสู้อีกหน่อยแล้ว เมื่อไรจะนำความสุขมาให้จวนฉินอ๋อง”
หานอวิ๋นซียิ้มจางๆ รู้สึกจริงๆ ว่าการเปลี่ยนแปลงของอี้ไท่เฟยนั้นยิ่งใหญ่เกินไป นางไม่รู้ว่าเป็เพราะคำพูดไม่กี่คำของหลงเฟยเยี่ยในงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าของครอบครัว เหตุการณ์ต่อต้านคำสั่งได้แพร่กระจายออกไปทั้งหมด ฉินหวังเฟยอย่างนางกลายเป็คนโปรดของฉินอ๋อง!
หลังจากพูดไม่กี่คำ หานอวิ๋นซีก็รีบออกไป
อย่างไรก็ตาม ที่ด้านข้างของลานจวน มู่หรงหว่านหรูซึ่งไม่ได้ปรากฏตัวเป็เวลานาน กำลังจ้องมองที่ด้านหลังของนาง ดวงตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง!
หลายวันก่อนหน้านั้น ผิงเป่ยโฮ่วมาตามนัดในการแต่งงาน แม้ว่าหมู่เฟยจะปฏิเสธและเลื่อนวันออกไป แต่ถ้านางไม่แต่งงาน นางก็ไม่มีหน้าที่จะออกไปข้างนอก!
แม้แต่หมู่เฟยก็ยังยืนเคียงข้างหานอวิ๋นซี มู่หรงหว่านหรูรู้ว่าตนเองต้องหาผู้สนับสนุนคนอื่น แต่ในเวลานี้ใครจะช่วยนางได้บ้าง?
