ท่ามกลางความเงียบนั้น เสียงของจางเหวินดังขึ้นทันที ดวงตาใต้หน้ากากดำจับจ้องกุ่ยอิง
“เื่ความทรงจำปลอมที่ข้ามอบให้เ้าทางสมาคมหนูท่อตอบสนองอย่างไงบ้าง”
กุ่ยอิงที่ร่างกายนิ่งค้างไปแล้วแต่เมื่อเสียงของจางเหวินดังขึ้นร่างกายนางเหมือนโดนน้ำเย็นสาดใส่ ความหนาวเย็นแล่นวาบจากต้นคอลงไปถึงปลายนิ้วเท้า นางรีบตั้งสติ ก่อนจะคำนับจางเหวิน
“ทางสาขาหลักตอนแรกมีคำถามเ้าค่ะ แต่เมื่อข้าเปิดความทรงจำที่ท่านสร้างให้ พวกเขาก็หมดคำถามทันที แล้วแจ้งเตือนไปยังสาขาอื่นๆ เื่หญ้าิญญา์ให้ระวังการใช้งาน ทุกอย่างเรียบร้อยดีพร้อมพวกเขายังมีค่าชดเชยให้ข้าด้วยเ้าค่ะ”
เมื่อพูดจบกุ่ยอิงไม่ลังเล นางยกมือขึ้น นิ้วเรียวยาวแตะกลางอากาศ นางรู้ตัวดีว่าเพียงแค่คำพูดนั้นไม่เพียงพอสำหรับคนตรงหน้านี้แน่ๆ
ทันใดนั้น ความทรงจำถูกคลี่ออกมาเป็ภาพแสง
ฉากพูดคุยระหว่างนางและคนจากสมาคมหนูท่อสาขาหลัก ในการสนทนาเต็มไปด้วยความอึดอัด คนจากสมาคมจ้องมองนางด้วยสายตาแข็งกร้าวผ่านภาพฉายแสง คำถามมากมายถูกถามใส่กุ่ยอิง
แต่เมื่อภาพความทรงจำที่ถูกปลอมแปลง ปรากฏขึ้นเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางทุกอย่างก็เปลี่ยนไป สีหน้าพวกเขาแ่เบาลง จากความสงสัยกลายเป็ความเชื่อ จากระวังกลายเป็คำขอโทษ ทุกประโยคที่กุ่ยอิงตอบครอบคลุมเหตุผลหลายด้าน ทุกหลักฐานเรียบสนิทไม่มีที่ว่างให้ความสงสัยแม้แต่น้อย
จางเหวินตรวจสอบภาพความทรงจำว่าเป็ของปลอมหรือไม่ก่อนที่จะพยักหน้า หลังจากนั้นเขาดึงร่มแยก์ออกมา ปลายนิ้วสะบัดเบา ๆ
ในเสี้ยวลมหายใจ แรงดูดมหาศาลบิดอากาศ ทุกคนในที่นั้นถูกดึงเข้าไปในร่มพร้อมกัน ความรู้สึกเหมือนร่างกายถูกบีบให้กลายเป็เส้นแสง แล้วถูกโยนข้ามระยะทางที่ไม่มีปลายทาง
พริบตาเดียว ทุกคนก็ได้เหยียบเท้าลงบนสนามหญ้าสีม่วง
ธรรมชาติงดงามตระการตาเกินจริง ผืนหญ้าพลิ้วไหวราวคลื่นทะเล ละอองแสงสีเงินลอยเหนือพื้นดิน กลิ่นหอมจาง ๆ คล้ายดอกไม้ที่ไม่เคยมีอยู่ในโลกมนุษย์แทรกซึมเข้าปอดให้รู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด
กุ่ยอิงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วถึงกับนิ่งไป การบ่มเพาะของนางเหมือนถูกชโลมด้วยสายน้ำอุ่น มันค่อยๆ ก้าวหน้าเองอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ราวกับสถานที่แห่งนี้บังคับให้เส้นลมปราณต้องไหลลื่น ไม่มีทางเลือกอื่น
หลินไท่จี๋หันมองซ้ายมองขวา ดวงตานางสั่นไหวอย่างระแวง ความสวยงามนี่ทำให้รู้สึกขนลุกมากกว่าสบายใจ เหมือนยืนอยู่ในสวนที่ปลูกขึ้นอย่างงดงามเพื่อซ่อนอะไรบางอย่าง
จางเหวินยืนอยู่กลางผืนหญ้า เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมพูดขึ้น
“ทางด้านหอการค้าัขาวเป็อย่างไรบ้าง”
ิหยวนก้าวออกมาหนึ่งก้าว คำนับแล้วรายงานอย่างคล่องแคล่ว
“ตอนนี้พวกเราได้กลืนกินทรัพยากรทั้งหมดจากหอการค้าอื่น ๆ และดึงดูดพนักงานที่มีคุณภาพเข้ามาเรียบร้อย”
“แล้วพวกเรายังได้เข้าควบคุมหอการค้าทั้งหมดแล้วเปลี่ยนให้เป็สาขาย่อยของหอการค้าัขาวทั้งหมด และจากเหตุการณ์ก่อนหน้าชื่อเสียงของหอการค้าัขาวภายในเมืองดาบ์โด่งดังสุดขีด และอีกไม่นานน่าจะแพร่กระจายไปสู่เมืองต่าง ๆ ในไม่กี่วันข้างหน้า”
จางเหวินกางร่มแยก์ออกครึ่งหนึ่ง ปลายร่มชี้ไปยังพื้นหญ้าเพื่อวาดแผนที่ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้น
“เมืองดาบ์เป็เพียงจุดเริ่มต้น เราจะทำให้หอการค้าัขาวเป็มาตรฐานของทั้งภูมิภาค แล้วค่อยเป็มาตรฐานของทั้งทวีป ต่อไปนี้ข้า้าทำให้คนซื้อเพราะจำเป็ ไม่ใช่ซื้อเพราะเพียงความชื่นชม”
เขาเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่เร่งรีบ
“ทรัพยากรทั้งหมดที่เก็บได้จากเมืองดาบ์…มีประมาณเท่าไหร่”
ิหยวนก้าวออกมาหนึ่งก้าว สูดลมหายใจลึก ก่อนเริ่มรายงานอย่างเป็ระบบ
“ในส่วนของหินิญญา จากทรัพย์สินของตระกูลกู่ ตระกูลมู่และจากครอบครัวต่างในเมือง ถูกหน่วยลับอีกาดำชิงมาแล้วทั้งหมด ส่วนคนจากตระกูลทั้ง 2 นั้นยังคงอยู่ในมือของลุงคังห่าว เมื่อรวมกับหอการค้า 9 อันดับแรก ที่ยังไม่ได้นับรวมหอการค้านกยูง 7 สี”
เขาหยุดเล็กน้อยเพื่อจัดลำดับความคิด
“หินิญญาระดับกลาง 300 ล้านก้อน”
“หินิญญาระดับสูง 80 ล้านก้อน”
“หินิญญาระดับสูงสุด 8 ล้านก้อน”
เพียงตัวเลขแรก คังห่าวก็เบิกตากว้างแล้ว
ิหยวนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“อาวุธระดับปฐี 8,252 ชิ้น”
“อาวุธระดับ์ 642 ชิ้น”
“อาวุธระดับนักบุญ 14 ชิ้น”
“สมุนไพรระดับปฐี 35,258 ต้น”
“สมุนไพรระดับ์ 4,311 ต้น”
“สมุนไพรระดับนักบุญ 21 ต้น”
“ต่อไปจะเป็ในส่วนของพวกโอสถต่างๆ”
“โอสถระดับปฐี 24,981 เม็ด”
“โอสถระดับ์ 9,648 เม็ด”
“โอสถระดับนักบุญ 27 เม็ด”
“ในส่วนของคัมภีร์วิชาฝึกตนหรือวิชาต่อสู้ด้านต่างๆ”
“คัมภีร์ระดับปฐี 2,409 เล่ม”
“คัมภีร์ระดับ์ 522 เล่ม”
“คัมภีร์ระดับนักบุญ 11 เล่ม”
“โดยทั้งหมดนี้ยังไม่รวมทรัพยากรที่มีระดับต่ำกว่าระดับปฐี และสิ่งของพิเศษ เช่น ยันต์วาร์ป ยันต์ะเิ สัตว์อสูริญญาหายากอีกจำนวนหนึ่ง”
เมื่อิหยวนพูดจบ สนามหญ้าสีม่วงเงียบลงทันที
คังห่าวอ้าปากค้างเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดว่าเมืองดาบ์จะร่ำรวยขนาดนี้ และตัวเขาเองก็ไม่เคยเห็นสมบัติจำนวนมากขนาดนี้
ขณะเดียวกัน หลินไท่จี๋ยังคงยืนนิ่ง หลงหยานเทียนเฉยชา หลิวหลงไม่แม้แต่จะกะพริบตา กุ่ยอิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
พวกเขาในปัจจุบันแม้จะอยู่ภายใต้คำสั่งของจางเหวินแต่สถานะของพวกก็ยังคงอยู่ในกองกำลังระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เช่นเดิมไม่ได้เปลี่ยนไป ความมั่งคั่งระดับนี้แม้มันจะมากมายในสายตาคนอื่น แต่ยังไม่อาจทำให้หัวใจของพวกเขาสั่นไหวได้แม้แต่น้อย
จางเหวินยกมือขึ้น แหวนมิติวงหนึ่งถูกโยนออกไปอย่างไม่ใส่ใจ ิหยวนรับไว้โดยสัญชาตญาณ
“นี้คือทรัพยากรที่ข้าเก็บรวบรวมมาระหว่างทาง เ้าลองตรวจสอบดูเพราะข้ายังไม่ได้นับพวกสมบัติที่มีระดับต่ำกว่าปฐีให้ละเอียด”
จางเหวินกล่าวเรียบ ๆ
“ในนั้นมีหินิญญาระดับกลาง 1,300 ล้านก้อน”
“หินิญญาระดับสูง 420 ล้านก้อน”
“หินิญญาระดับสูงสุด 45 ล้านก้อน”
เพียงประโยคแรก คังห่าวถึงกับก้าวถอยหลังครึ่งก้าว ิหยวนมือสั่นเล็กน้อยเมื่อส่งจิตััเข้าไปตรวจสอบ ทุกสายไม่ว่าจะเป็ใครต่างจับจ้องไปที่แหวนในมือของิหยวนด้วยความแปลกใจ
เสียงของจางเหวินยังคงดังขึ้นต่อ
“สมุนไพรระดับปฐี 114,228 ต้น”
“สมุนไพรระดับ์ 30,398 ต้น”
“สมุนไพรระดับนักบุญ 1,269 ต้น”
“สมุนไพรระดับจักรพรรดิ 1 ต้น”
อากาศที่สดชื่นสบายๆ เมื่อครู่นี้ อยู่ๆ มันก็หนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว เสียงของจางเหวินดังขึ้นต่อ
“อาวุธระดับปฐี 58,228 ชิ้น”
“อาวุธระดับ์ 12,648 ชิ้น”
“อาวุธระดับนักบุญ 154 ชิ้น”
“โอสถระดับปฐี 130,257 เม็ด”
“โอสถระดับ์ 28,846 เม็ด”
“โอสถระดับนักบุญ 1,494 เม็ด”
“โอสถระดับจักรพรรดิ 2 เม็ด”
“ในส่วนของคัมภีร์ต่างทั้งการฝึกตนและการต่อสู้”
“ระดับปฐี 15,287 เล่ม”
“ระดับ์ 1,401 เล่ม”
“ระดับนักบุญ 372 เล่ม”
“ระดับจักรพรรดิ 1 เล่ม”
“แล้วก็ยังคงมีสมบัติอื่นๆ อีกมากมายเ้าลองเอาไปตรวจสอบดูก่อน แต่ว่าในส่วนของพวกของระดับจักรพรรดิข้าจะเก็บไว้ใช้เอง”
คำสุดท้ายตกลงช้า ๆ ลมหายใจทุกคนเหมือนถูกหยุดนิ่งไม่ว่าใครก็ตามบรรยากาศกดดันจนเสียงไม่สามารถหลุดออกมาจากปากได้
หลินไท่จี๋หันหน้าไปมองจางเหวินเล็กน้อย นางพอจะเดาได้ถึงที่มาของทรัพยากรจำนวนมหาศาลขนาดนี้
นิกายภูผากระบี่…
นางรู้พวกเขาเป็กองกำลังระดับกึ่งจักรพรรดิที่ค่อนข้างเหนือกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปมาก พวกเขาเป็กองกำลังที่มีต้นกำเนิดมาก่อนที่นางจะเข้าร่วมกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์สระหยกเสียอีก และยังมีกึ่งจักรพรรดิถึง 4 คนในนิกายที่สามารถควบคุมกฎแห่งดาบได้ แต่นางก็ไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะสะสมทรัพย์สมบัติได้มากถึงขนาดนี้
หลงหยานเทียนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเป็คนทำลายความเงียบที่หนักอึ้งนั้นลง
“นิกายภูผากระบี่…พวกเขายอมจำนนต่อท่านงั้นเหรอ… หรือว่า…”
คำถามนั้นทำให้ทุกสายตาหันไปที่จางเหวิน
จางเหวินเงียบ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงธรรมดา
“เปล่า… พวกเขาจากไปหมดแล้ว”
คำว่า จากไป ถูกกล่าวถึงราวกับการจากลาหรือเดินทางแยกตัวออกไปยังสถานที่ที่ห่างไกล แต่ทว่าทุกคนในที่นี้ล้วนรู้ว่าความหมายที่แท้จริงของมันว่าคืออะไร
หลิวหลงกลืนน้ำลายพร้อมพูดขึ้น
“ทรัพยากรทั้งหมดนี้ได้จากนิกายภูผากระบี่ทั้งหมดเลยเหรอ?”
จางเหวินตอบโดยไม่อ้อมค้อม
“ส่วนใหญ่ใช่ ประมาณ 70 ส่วน มาจากนิกายภูผากระบี่ ส่วนอีก 30 ส่วน มาจากกองกำลังต่างๆ …”
เขามองตรงไปยังทุกคน ณ ที่แห่งนี้ด้วยความว่างเปล่า
“หลังจากที่ข้าได้ส่ง มู่หลิงที่เป็ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของนิกายภูผากระบี่เข้าไปกวาดล้างนิกายทั้งหมด จากนั้นข้าก็ได้ส่งร่างแยกไปถอนรากหรือกำจัดความเป็ไปได้ทั้งหมด ส่วนพวกทรัพยากรทั้งหมดจากกองกำลังของสมาชิกนิกายภูผากระบี่ก็เป็เพียงแค่ของที่ต้องเก็บมาอยู่แล้ว”
จางเหวินไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ทุกคนรับรู้ได้ว่ามันหมายถึงอะไร กุ่ยอิงพูดขึ้นต่อ
“หมายถึงกองกำลังของสมาชิกนิกายภูผากระบี่ทั้งหมดงั้นเหรอเ้าค่ะ”
จางเหวินตอบทันที เขายังคงกวาดสายตามองทุกคนอย่างใจเย็น
“ยกเว้นมู่หลิง ก็ทั้งหมด ทุกคนเลย”
คำพูดนั้นไม่ดัง แต่เหมือนสายฟ้าฟาดกลางจิตใจของทุกคนที่นั่นยกเว้นจางเหวิน
ตอนนี้ไม่มีใครใเพราะจำนวนตัวเลขของหินิญญา หรือจำนวนสมุนไพรต่างๆ อีกต่อไป
หัวใจของพวกเขาสั่นไหวเพราะสิ่งเดียว นั้นคือคำพูดของชายชุดขาวหน้ากากสีดำเบื้องหน้าตรงนี้
สนามหญ้าสีม่วงที่เคยงดงาม กลับดูเย็นะเืขึ้นในชั่วขณะ บรรยากาศที่เย็นสบายสดชื่นเมื่อครู่นี้ยังคงอยู่แต่ไม่มีใครััได้ถึงมันอีกต่อไปในตอนนี้
ทุกคนรู้ดีว่าเื่นี้ มันไม่มีทางเป็เื่โกหกหรือเื่ที่แต่งขึ้นมาเพื่ออวดเบ่งความแข็งแกร่งใดๆ เพราะคนที่พูดคือ ชายชุดขาวหน้ากากดำ
ถึงบางคนจะพึงทำงานด้วยกันไม่นานหรือบางคนพึ่งจะรู้จักกันด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นและได้ััใน่เวลาสั้นๆ นั้นมันทำให้พวกเขามั่นใจโดยสัญชาตญาณ
กุ่ยอิงรู้สึกปลายนิ้วชา แต่หัวใจของนางกลับตื่นเต้นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
คังห่าวยังคงยิ้มอย่างใจเย็น
ิหยวนมีสีหน้าที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆ
หลิวหลงมองจางเหวินด้วยสายตาแห่งความชื่นชม
หลินไท่จี๋นิ่งเงียบ นางรู้ว่าชายตรงหน้า้าจะทำอะไร
หลงหยานเทียนก็นิ่งสงบเช่นกัน
ในขณะที่บรรยากาศตึงเครียดสุดๆ จางเหวินจ้องมองทุกคนอย่างใจเย็น เขากำลังมองเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นในตอนนี้คือ ค่าความชอบ
หากมันลดลงในตอนนี้แสดงว่าเขากับคนคนนั้นจะไม่ได้เดินบนเส้นทางเดียวกันในอนาคตอีกต่อไป และเพื่อป้องกันความลับที่จะหลุดรอดออกไป คนคนนั้นจำเป็จะต้องหลับใหลอย่างสงบในพื้นที่แห่งนี้ตลอดไป
