สวี่หรงที่ปลอมตัวเป็ชายชี้ดาบมาทางเขาด้วยท่าทางดุดัน “ิเยี่ย! เ้าตอบข้ามาเดี๋ยวนี้! ข้าอัปลักษณ์หรือนิสัยไม่ดีอย่างไร เ้าถึงได้รังเกียจข้า! ั้แ่เกิดมาข้าไม่เคยเห็นผู้หญิงคนใดต้องวิ่งตามผู้ชายขนาดนี้มาก่อน! เมืองหลวง สำนักศึกษากลาง ชื่อเสียงของเ้าช่างยิ่งใหญ่นัก ข้ารู้ว่าที่เมืองหลวงมีสตรีสูงศักดิ์มากมาย หากเ้าได้คู่ครองใหม่ที่ดีกว่า ก็พูดออกมาตามตรง เราสองคนมิได้มีใจต่อกัน แยกทางกันไปไม่ดีกว่าหรือ หรือว่าตระกูลสวี่ของข้าจะขัดขวางอนาคตเ้า? ในเมื่อเ้าไม่ยอมแต่งงาน ก็ควรปฏิเสธให้ชัดเจน เหตุใดต้องบ่ายเบี่ยงไม่ยอมกลับมา ทำให้ข้าเสื่อมเสียชื่อเสียง?”
“ข้า... ข้า... ข้า... ข้าจะกล้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร” ิเยี่ยเหงื่อตก รีบอธิบายกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว ิหยวนก้มหน้าก้มตา แสร้งทำเป็ไม่เห็นสิ่งใด
“ใช่ เ้าไม่เคยพูด แต่ท่าทีของตระกูลเ้าไม่ต่างอันใดกับการประกาศให้ใต้หล้ารู้! เราสองหมั้นหมายกันนมนาม แต่พวกเ้ากลับบ่ายเบี่ยง แสดงว่าข้ามีปัญหา หากมิใช่กิริยามารยาทไม่งาม ก็ต้องหน้าตาอัปลักษณ์ หรือไม่ก็มีคนในตระกูลของข้าทำเื่น่าอับอาย ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าสู่ขอ!” สวี่หรงก้าวเท้าเข้ามาหา ปลายดาบยิ่งใกล้เข้าไปอีก ิเยี่ยก็ยิ่งถอยหลัง “ไม่ต้องให้เ้าเอ่ยปาก ผู้คนมากมายก็พร้อมจะใช้วาจาฆ่าข้าแทนเ้า!”
“ข้า... ข้า... ข้า... ข้าไม่ได้... ”
ิหยวนเห็นท่าไม่ดี จึงตัดสินใจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ “คุณหนูสวี่ เื่นี้ต้องมีสิ่งที่เข้าใจผิด เป็เื่ส่วนตัวของพวกเ้า ค่อยไปคุยกันให้รู้เื่ได้หรือไม่ ตอนนี้ห้ามขัดขวางการเดินทางของกองทัพ”
“เขาคือิเยี่ย เช่นนั้นเ้าก็คือิหยวน?”
“ขอรับ”
“คำพูดของเ้าสามารถยุติา ช่างยิ่งใหญ่นัก” สวี่หรงจ้องิหยวน “ข้าว่าพวกเ้าพวกเดียวกัน!”
“ขอรับ... คุณหนูสอนถูกแล้ว” คราวนี้ถึงตาิหยวนต้องเช็ดเหงื่อ ิเยี่ยแอบยิ้มมุมปาก จึงถูกอีกฝ่ายจ้องมองอย่างไม่พอใจ ทั้งหมดเป็เพราะเ้า
ในที่สุดิหยวนกับโหวฟางก็เกลี้ยกล่อมให้สวี่หรงยอมวางดาบลงได้ ระหว่างทางิหยวนจึงถือโอกาสถามโหวฟาง “นางมาบีบคั้นเื่แต่งงาน? แล้วเ้าออกมาเพื่อเหตุใด?”
“นางทิ้งจดหมายไว้ให้ข้า ข้าจะปล่อยให้นางขี่ม้าเป็พันลี้เพื่อมาฆ่า ‘คนใจร้าย’ ได้อย่างไร” ไม่ได้เจอกันสองปี น้ำเสียงของโหวฟางยังคงไพเราะเสนาะหู ิหยวนได้แต่ถอนหายใจ “ข้าย่อมต้องออกมาตามนาง นี่เป็จดหมายจากท่านพ่อ แล้วข้าก็มีบางเื่อยากถามเ้า”
“เื่อันใด?”
“หากให้เ้าแต่งงานกับข้า เ้ายินยอมหรือไม่?”
“ห้ะ???” ิหยวนใ เื่แต่งงานเป็เื่ใหญ่ ต้องให้พ่อแม่เป็คนตัดสินใจ ไม่เคยมีคุณหนูตระกูลผู้ดีคนใดมาถามเช่นนี้ หรือว่าเกิดเื่อันใดขึ้น? ิหยวนไม่กล้าตอบตกลง จึงได้แต่อ้ำอึ้ง “ศิษย์น้องพูดเื่อันใด? พวกเราเติบโตมาด้วยกัน ข้าเห็นเ้าเป็เหมือนน้องสาวคนหนึ่ง จู่ๆ เ้ามาพูดเื่แต่งงานเช่นนี้ เื่นี้มัน...”
“หึ” โหวฟางยิ้มเยาะ “การขนเสบียงครั้งนี้สำคัญเสียจนเ้าตอบข้าไม่ได้เชียวหรือ?”
หญิงสาวยิ้มกว้าง “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าไม่ยินยอม เ้าไม่แต่ง ข้าก็ไม่แต่ง”
“อันใดนะ? ข้ายังไม่ได้พูด...”
โหวฟางมองบน รำคาญที่อีกฝ่ายพูดจาไม่รู้เื่ “ข้าตัดสินใจแล้ว คนที่จะแต่งงานด้วย ต้องเป็คนที่รักและภักดีต่อข้าเท่านั้น ไม่ว่าเขาจะเป็คนเก่งกาจ หรือชาวบ้านธรรมดา เพียงสองใจผูกพัน ครองรักกันจนแก่เฒ่า ข้าก็ยินดี”
ิหยวนมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังควบม้าออกไป ก่อนจะพึมพำเสียงเบา “ไม่เห็นต้องทำเป็พูด อยากได้แบบท่านอาจารย์ก็บอกมาเถิด”
“เ้าพูดว่าอย่างไรนะ!”
อยู่ไกลเพียงนี้ยังได้ยินอีกหรือ?!
“เปล่า ไม่ได้พูดสิ่งใด!”
เมื่อมองไม่เห็นแผ่นหลังของอีกฝ่ายแล้ว ิหยวนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก คลี่จดหมายของโหวอิงออก ไม่คิดว่าโหวอิงจะยอมชมเขา คำพูดของเขาบนเวทีวันนั้น สร้างอิทธิพลอย่างมาก ไม่เพียงแต่แพร่กระจายในหมู่ศิษย์สำนักศึกษาหลวงเท่านั้น ยังแพร่หลายไปถึงขุนนางและราษฎรในเมืองหลวงด้วย เื่คำกล่าวที่น่าตกตะลึงของเขาก็เื่หนึ่ง เื่ที่จ้าวอ๋องป่าวประกาศชื่อพระราชทานจากโอรส์ของิหยวนก็อีกเื่หนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุดคือก่อนเกิดา เขาเคยกล่าวทำนายไว้ว่า “แดนเหนือและแดนใต้ต้องมีา” ไม่คิดว่าคำพูดนั้นจะเป็จริง นี่ทำให้เขากลายเป็บุคคลในตำนาน
โหวอิงยังบอกให้ิหยวนไม่ต้องกังวล ทุกอย่างที่บ้านเรียบร้อยดี ่เข้าหนาวบิดาของเขาไอเป็บางครั้ง แต่ก็ไม่ได้เป็อันใดมาก เมื่อไม่นานมานี้พี่เขยคนที่สองถูกเกณฑ์ทหาร จึงตัดสินใจปีนกำแพงหนี แต่พลาดท่าตกจนขาหัก สุดท้ายก็เสียชีวิต ตอนนี้พี่สาวคนรองกลับมาอยู่บ้านแล้ว ิหยวนรู้สึกเศร้าใจ แต่เอาจริงๆ แล้ว เขาแทบไม่เคยเห็นหน้าพี่เขยเลยสักครั้ง ในยุคสมัยที่ผู้คนล้มตายเป็ใบไม้ร่วงโรยเช่นนี้ การที่ครอบครัวของเขายังปลอดภัยดี เขาก็ไม่ควรเรียกร้องสิ่งใดอีกแล้ว
สุดท้ายโหวอิงก็พูดถึงเผยซูเยี่ยและเซี่ยโหวเจี๋ย บอกให้ิหยวนรู้จักประมาณตน เื่ราวในอดีตเมื่อยี่สิบปีก่อนไม่ใช่เื่เล็กๆ อย่าได้สืบหาความจริงโดยเด็ดขาด ให้ใช้เื่นี้เป็บทเรียน ไม่ว่าจะเป็เพื่อนหรือญาติ ก็อย่าได้ไว้ใจใครง่ายๆ
ิหยวนใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ หรือว่าคนที่ทำร้ายท่านอาเซี่ยในอดีต จะเป็คนในกลุ่มสหายพวกเขา?
ิหยวนอ่านจดหมายสองรอบ ก็ไม่พบข้อความที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงาน ศิษย์น้องเป็ผู้ถามขึ้นเอง? หรือว่าอาจารย์เคยพูดถึงเื่นี้ที่บ้าน? เด็กคนนี้คิดจะทำอันใดกันแน่? เนื่องจากในจดหมายไม่ได้เอ่ยชื่อท่านอาทั้งสอง ิหยวนจึงไม่ได้เผามันทิ้ง ในยามา จดหมายจากครอบครัวมีค่ามากกว่าทองคำเสียอีก เขาจึงเก็บมันไว้อย่างดี
ิหยวนอยากส่งคุณหนูทั้งสองกลับเมืองเจี้ยนคัง แต่ไม่มีคนคุ้มกันไปด้วย ทั้งยังเป็ห่วง อีกทั้งที่นั่นก็ไม่มีผู้ใดดูแล จึงได้แต่ปล่อยให้นางปลอมตัวเป็ชาย ติดตามกองทัพขนส่งเสบียงไปด้วยกัน รอจนเสร็จภารกิจแล้วค่อยพานางกลับ
ผ่านไปหลายวัน คุณหนูทั้งสองก็ทำให้ทุกคนประหลาดใจ พวกนางไม่เคยบ่นเหนื่อยแม้แต่ครั้งเดียว มีเพียงสวี่หรงที่คอยตามก่อกวนิเยี่ยทุกวัน ส่วนิเยี่ยก็เอาแต่หลบหน้านาง
รถม้าเดินทางโดยไม่หยุดพัก อีกทั้งยังต้องสังหารชาวบ้านที่เข้ามาแย่งชิงเสบียงอีกหลายคน ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงปากแม่น้ำกว้างใหญ่ ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก มองออกไปไกลๆ จะเห็นแม่น้ำแยงซีที่กว้างใหญ่ไพศาล สายน้ำไหลเชี่ยว กระทบฝั่งดังซู่ซ่า เมื่อไหลมาถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ กระแสน้ำก็ค่อยๆ ชะลอตัวลง ท่าเรือที่นี่ใหญ่กว่าท่าเรือที่เมืองเจี้ยนคังหลายเท่า เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่นับสิบลำจอดเรียงรายอยู่กลางแม่น้ำ รอขนส่งเสบียง ส่วนที่ท่าเรือยังมีเรือเปล่าจอดอยู่ ทุกคนต่างทาสีแดงสด ใช้ไม้ขนาดใหญ่สองคนโอบล้อมรอบเรือ ส่วนหัวเรือแกะสลักเป็รูปสัตว์ต่างๆ
เรือเหล่านี้ไม่ใช่เรือขนส่งสินค้าธรรมดา แต่เป็เรือรบขนาดใหญ่ เทียบกับเรือที่ิหยวนนั่งตอนเดินทางไปเมืองหลวงแล้ว เรือลำนั้นเทียบไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ ใบเรือขนาดใหญ่ถูกม้วนเก็บไว้ ดูเหมือนั์ที่กำลังหลับใหล รอคอยคำสั่งจากนายเหนือหัว
ผู้ดูแลการขนส่งครั้งนี้ออกมารออยู่ที่ริมฝั่งแล้ว เขาเป็คนรู้จักของิหยวน คือประมุขน้อยแห่งพรรคต้าเจียง เจียงเสี่ยวเจียงนั่นเอง
------
เชิงอรรถ
โหวฟาง 侯方/侯芳 และ สวี่หรง许容/许蓉 ในย่อหน้านี้แตกต่างกันด้วยอักษรจีนที่พ้องเสียง ซึ่งมีความหมายและการเขียนต่างกัน โดยคำหน้ามีความหมายเชิงเข้มเข็ง เด็ดเดี่ยว มักจะนำไปใช้ตั้งชื่อผู้ชาย ส่วนคำหลังจะมีความหมายอ่อนโยนกว่า มักจะนำไปใช้ตั้งชื่อสตรีมากกว่า
