แก้แค้นคนพาล!
ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนที่ดู "เก๋า" กว่าพวกเขาทุกระเบียบนิ้ว จู่ๆ ก็มารวมตัวกันอยู่ข้างหลังหลิวหยูถงด้วยท่าทางคุกคาม
หลิวฮ่าว เ้าพ่อคุมถิ่นย่านร้านเน็ตถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่
เดี๋ยวนะ คนพวกนี้มาจากไหนวะ!
ที่น่าใที่สุดคือ คนพวกนี้เรียกยัยเด็กนี่ว่า "คุณหนู" อย่างงั้นเหรอ?
จ้าวซูเองก็อึ้งไปเหมือนกัน เธอเริ่มสงสัยว่าตัวเองหูฝาด หรือว่าโดนหลิวฮ่าวซ้อมจนสมองเบลอไปแล้ว
มันจะเป็ไปได้ยังไง!
หลิวหยูถงจะเป็คุณหนูมาจากไหน?
นี่มันต้องเป็เื่เก๊ เป็ภาพลวงตาแน่ๆ!
“พี่ฮ่าว ยัยนี่มันต้องจ้างนักแสดงมาแน่ๆ พื้นเพมันเป็ยังไงหนูรู้หมด ของปลอมทั้งนั้นแหละ!!”
“เร็วเข้าพี่ฮ่าว จัดการมันเลย มันขี้ขลาดจะตาย ที่เห็นเนี่ยมันแกล้งทำชัวร์! ไอ้พวกนี้ก็แค่นักแสดงตัวประกอบที่มันจ้างมา!”
หลิวฮ่าวฟาดฝ่ามือใส่หน้าจ้าวซูอีกฉาดใหญ่ “หุบปาก!”
จากนั้นเขาก็หันไปทางกลุ่มชายฉกรรจ์ ประสานมือถามตามมารยาทนักเลง “พี่น้องทั้งหลาย ไม่ทราบว่ามาจากสังกัดไหน? พอจะบอกทางสว่างให้ได้ไหมครับ!”
เขารู้ดีว่าตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามคนเยอะกว่า ถ้าขืนบุ่มบ่ามสู้ไปมีแต่จะเสียเปรียบ และเขามั่นใจมากว่าคนพวกนี้คือนักเลงของจริง เพราะ "กลิ่นอาย" ความเหี้ยมมันปิดกันไม่มิด
ทว่า คนกลุ่มนั้นกลับไม่มีใครสนใจเขาเลย ทุกคนต่างยืนนิ่งรอคำสั่งจากหลิวหยูถงเพียงคนเดียว
หลิวหยูถงหยิบห่อมันฝรั่งทอดที่ยังไม่ได้แกะ ยื่นให้อวิ๋นเฉิงที่อยู่ข้างๆ
อวิ๋นเฉิงฉีกซองออกอย่างเ็าแล้วยื่นคืนให้เธอ
ท่ามกลางสายตาทุกคู่ หลิวหยูถงหยิบมันฝรั่งขึ้นมาหนึ่งแผ่นแล้วเอาเข้าปากอย่างสง่างาม
“ก่อนที่ฉันจะกินมันฝรั่งห่อนี้หมด ฉันหวังว่าพวกคุณจะแสดงต่อให้จบนะ ฉันชอบกินขนมไปดูละครไปน่ะค่ะ”
จ้าวซูได้ยินดังนั้นหัวใจก็หล่นวูบ เธอเริ่มกลัวขึ้นมาจริงๆ แล้ว
ถ้าโดนซ้อมอีกรอบ มีหวังได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลแน่ๆ
“พี่ฮ่าว... พี่ อย่าไปฟังมันนะ มันจงใจปั่นหัวพวกเรา!”
สีหน้าของหลิวฮ่าวเริ่มถมึงทึง “แก้าอะไรกันแน่? อย่าคิดว่าคนเยอะกว่าแล้วจะข่มกันได้นะเว้ย ข้าจะบอกให้ว่าลูกน้องข้าก็มีไม่น้อยเหมือนกัน!”
หลิวหยูถงหยิบมันฝรั่งอีกแผ่นยื่นให้อวิ๋นเฉิง
อวิ๋นเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรับมาเข้าปากด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“เวลาของพวกคุณเหลือไม่มากแล้วนะ ความอดทนของฉันมีจำกัด”
หม่าต๋าและพรรคพวกขยับวงล้อมเข้าหาพวกหลิวฮ่าวทันที แต่ละคนหักนิ้วดังกร๊อบๆ เตรียมลงมือ
หลิวฮ่าวกลืนน้ำลายข่มความกลัว “แน่จริงก็ให้ข้าเรียกพวกสิ! หมาหมู่รุมคนน้อยกว่ามันจะไปแน่ตรงไหน!”
ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนอาชีวะ ลูกน้องที่เขาพามาก็มีเด็กอาชีวะอยู่ด้วย ถ้าปล่อยให้ไปตามพวกละก็ ขนมาสักยี่สิบสามสิบคนไม่ใช่เื่ยาก
“ได้สิ งั้นคุณก็ไปเรียกมา” หลิวหยูถงตอบตกลงง่ายๆ
หลิวฮ่าวแทบไม่เชื่อหู “หือ? แกยอมให้ข้าเรียกคนจริงๆ เหรอ?”
หลิวหยูถงพยักหน้า “ฉันพูดคำไหนคำนั้น อวิ๋นเฉิง ปล่อยให้คนของเขาออกไปเรียกพวกมาคนหนึ่ง”
อวิ๋นเฉิง “ครับคุณหนู!”
หลิวฮ่าวคิดจะไปเองแต่ฝ่ายตรงข้ามไม่มีทางปล่อยตัวลูกพี่อย่างเขาไปแน่ เขาเลยกระซิบสั่งลูกน้องเด็กอาชีวะคนหนึ่ง ยัยเด็กนั่นรีบวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปทันที
แถมตอนวิ่งยังหันมาะโ: “พี่ฮ่าว อั้นไว้ก่อนนะพี่! อย่าให้พวกมันโยนพี่ลงแม่น้ำนะ เดี๋ยวหาศพยาก!”
หลิวฮ่าว "........."
หลิวหยูถง: “ในเมื่อลูกน้องคุณไปตามพวกแล้ว ฉันก็นั่งดูพวกคุณแสดงต่อได้แล้วใช่ไหม?”
จ้าวซูและลูกน้องรังแกเธอมานับครั้งไม่ถ้วน เธอไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ แน่
แต่เธอไม่อยากลงมือเองให้เสียประวัติ ให้พวกมัน "หมาฟัดหมา" กันเองน่ะดีที่สุด
หลิวหยูถงยื่นมันฝรั่งให้อวิ๋นเฉิงอีกแผ่น
อวิ๋นเฉิงก็รับไปกินหน้าตายเหมือนเดิม
ท่าทางธรรมดาๆ นี้กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้พวกหลิวฮ่าว
พวกเขารู้ดีว่าถ้ามันฝรั่งหมดซองเมื่อไหร่ ฝ่ายตรงข้ามลงมือแน่
ลูกน้องสาวสองคนของจ้าวซูถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปคุกเข่าทันที
“หลิวหยูถง... ไม่ใช่สิ พี่ถง! พวกหนูตาไม่มีแววเองที่ไปล่วงเกินพี่ ยกโทษให้พวกหนูด้วยเถอะนะคะ!”
“จ้าวซูเป็คนสั่งพวกหนูทั้งนั้น ยัยนั่นแหละคือตัวบงการ!”
“ใช่ๆ จ้าวซูสั่งทุกอย่างเลย!”
“.........”
เพื่อเอาตัวรอด ลูกน้องสองคนรีบโยนขี้ให้จ้าวซูทันที
จ้าวซูโกรธจนหน้าเขียว “พวกแก... นังพวกคนทรยศ!”
หลิวหยูถงยังคงนิ่งเงียบ เธอหยิบมันฝรั่งอีกแผ่นยื่นให้อวิ๋นเฉิง
เขาก็รับไปกินอีกครั้ง
หม่าต๋าที่อยู่ข้างๆ แอบกลืนน้ำลายอึกๆ
โธ่คุณหนู ผมก็นั่งอยู่ข้างๆ นะ ทำไมไม่แบ่งให้ผมสักแผ่นล่ะครับ? ผมก็อยากกินนะ!
สุดท้ายก็เป็ไปตามคาด หลิวหยูถงยื่นซองเปล่าให้เขา
หม่าต๋าก้มมองในซองแล้วถึงกับอึ้ง
อ้าว... เหลือแต่เศษผงแล้วนี่หว่า
แต่เขาก็ไม่รังเกียจ รีบยกซองเทเศษมันฝรั่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ “อื้ม ยังกรอบหอมดีครับ”
หลิวหยูถง "........."
เธอก็แค่ไม่ชอบทิ้งขยะไม่เป็ที่ เลยยื่นซองให้หม่าต๋าถือไว้เฉยๆ
แต่ช่างเถอะ เื่นั้นไม่สำคัญ
“ในเมื่อพวกคุณไม่ยอมแสดง งั้นฉันจะ...”
หลิวหยูถงกำลังจะสั่งการ หลิวฮ่าวก็รีบห้าม “เดี๋ยว!”
เขาตั้งใจจะถ่วงเวลาจนกว่าลูกน้องจะพาคนมาสมทบ แต่ตอนนี้ดูท่าจะถ่วงต่อไม่ไหวแล้ว
หลิวฮ่าวกัดฟันสั่งลูกน้องที่เหลืออีกสามคน “ลุย! ตบสั่งสอนมันซะ!”
พริบตานั้น ทั้งสามคนก็พุ่งเข้าหาจ้าวซูและลูกน้องสาว รุมทำร้ายทั้งหมัดทั้งเท้าอย่างไม่ยั้งมือ
จ้าวซูและพวกไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาเจอความรุนแรงเสียเอง แถมยังโดนคนที่หลิวฮ่าวพามาซ้อมอีก ไม่ว่าพวกเธอจะร้องขอชีวิตยังไง หลิวฮ่าวก็ไม่มีทีท่าจะหยุด หรือพูดให้ถูกคือเขาไม่กล้าหยุดต่างหาก
หลิวหยูถงดึงอวิ๋นเฉิงออกห่างจากจุดที่ชุลมุนเล็กน้อย พร้อมสั่งให้ลูกน้องแอบถ่ายคลิปเหตุการณ์นี้เก็บไว้
อวิ๋นเฉิงมองดูสภาพสะบักสะบอมของจ้าวซู ความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานานในใจเขาก็เริ่มทุเลาลง
เพราะเขาเคยดูคลิปที่คุณหนูถูกรังแกมาแล้ว ถ้าคุณหนูไม่สั่งห้ามไว้ เขาคงจัดหนักยัยเด็กพวกนี้ไปนานแล้ว
ในขณะที่ทุกคนกำลังยืนดูละครฉากเด็ด
หลิวหยูถงก็เอ่ยถามขึ้นมาดื้อๆ “พวกคุณสู้เก่งไหมคะ?”
หม่าต๋าและพวกพ้องแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหนูถามแบบนี้ แต่ทุกคนก็หันไปมองอวิ๋นเฉิงเป็ตาเดียว พร้อมกับพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ไม่ใช่แค่เก่งธรรมดานะครับ เรียกว่าเทพเลยล่ะ!”
ไม่ใช่เื่ตลก อวิ๋นเฉิงคนเดียวก็สามารถจัดการนักเลงกระจอกพวกนี้รวมถึงยัยเด็กสามคนนั่นได้ราบคาบภายในพริบตา
คนกลุ่มนี้เข้าสังกัดแก๊งอี้เหลียนมาพร้อมๆ กัน แต่อวิ๋นเฉิงเป็คนเดียวที่ลูกพี่ใหญ่ไว้ใจและให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะเขาสู้เก่งแบบหาตัวจับยาก
ถ้าวันที่ลูกพี่โดนลอบทำร้ายมีอวิ๋นเฉิงอยู่ด้วย ถึงจะสู้คนพวกนั้นไม่ได้หมด แต่อย่างน้อยก็น่าจะยื้อเวลาจนคนไปช่วยทัน
แม้หลิวหยูถงจะสงสัยว่าทำไมทุกคนต้องหันไปมองอวิ๋นเฉิงคนเดียว แต่เธอก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ
เธอสนแค่ว่า... สู้เก่งก็พอแล้ว
เพราะวันนี้ นอกจากเธอจะมาแก้แค้นจ้าวซูแล้ว เธอยังตั้งใจจะสอนให้พวกอวิ๋นเฉิงได้ซึ้งถึงคำว่า "กฎหมาย" อย่างถ่องแท้ด้วย
