ก๊อก ๆ ๆ “มีใครอยู่หรือไม่ ท่านอาหลิ่วขอรับข้าลู่เวินมีเื่มาหารือกับท่านขอรับ”
ลู่เวินพาบุตรสาวมาถึงบ้านท่านอาหลิ่วอาน ที่เป็หัวหน้าหมู่บ้านก็เคาะประตูเรียกเ้าของบ้าน รอไม่นานก็มีคนมาเปิดประตู
“หืม อาเวินเองรึข้าก็นึกว่าผู้ใด เข้ามานั่งด้านในก่อนเถิดค่อยพูดคุยกัน”
“ขอบคุณขอรับ”
“ชิงเอ๋อร์ก็มาด้วยหรือ ว่าแต่พวกเ้ามีเื่อะไรถึงมาหาข้าในยามนี้เล่า”
“ข้ากับบุตรสาวมีเื่อยากจะหารือกับท่าน ถ้าครอบครัวข้าอยากจะหาอาชีพเสริม มาให้ชาวบ้านทำเพื่อให้มีรายได้เพิ่ม ท่านอาหลิ่วคิดเห็นว่าอย่างไรขอรับ” เมื่อเข้ามานั่งด้านในบ้านแล้วลู่เวินก็พูดขึ้นทันที
“อาชีพเสริมเช่นนั้นรึ ถ้ามันช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มข้าย่อมสนับสนุน หมู่บ้านของเราใช่ว่าจะมีฐานะร่ำรวย ยามเกิดภัยแล้งภัยหนาวล้วนลำบากทั้งนั้น กว่าทางการจะให้การช่วยเหลือ ผู้คนก็ล้มป่วยหรือตายจากญาติพี่น้องก็มี พวกเ้าลองอธิบายให้ข้าฟังสักหน่อย หากเป็งานที่ไม่ยากเกินไป ข้าจะได้เรียกทุกคนมาประชุมหารือร่วมกันทันที” เขาเป็หัวหน้าหมู่บ้าน ย่อมไม่อยากเห็นลูกบ้านของตนอยู่อย่างยากลำบากเกินไป เมื่อมีลู่ทางหาเงินเขาจะไม่สนับสนุนได้เช่นไร
“เื่นี้ข้าจะให้บุตรสาวเป็คนอธิบายให้ท่านอาหลิ่วฟังก็แล้วกันขอรับ เพราะเื่นี้เป็นางที่คิดขึ้นมาได้” ลู่เวินยกความชอบให้กับบุตรสาวของตน
“งานที่จะให้ชาวบ้านได้ทำมีทั้งหมดสามอย่างเ้าค่ะ เป็งานที่ทำจากไม้ไผ่ที่ขึ้นอยู่มากมาย แถวเชิงเขาหลังหมู่บ้าน รายได้ก็ขึ้นอยู่กับความขยันของทุกคนเอง อย่างแรกแก้วน้ำแบบมีฝาปิดจากกระบอกไม้ไผ่ อย่างที่สองเป็กระติ๊บไว้ใส่ข้าวเหนียว และอย่างที่สามเป็ถาดสานขนาดเท่ากับจานใส่อาหารเ้าค่ะ สำหรับราคาที่ครอบครัวของเรารับซื้อ แก้วน้ำไม้ไผ่จะอยู่ที่ใบละสองอีแปะ ส่วนกระติ๊บและถาดสานจะอยู่ที่ชิ้นละสามอีแปะเ้าคะ” ลู่ชิงอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ๆ
“ชาวบ้านทำเพียงลงแรงเท่านั้นก็จะมีรายได้แล้ว นี่มันเป็เื่ที่ดีมาก ๆ เชียวล่ะ แล้วพวกเ้ามีตัวอย่างมาให้ชาวบ้านได้ดูหรือไม่” หลิ่วอานที่ได้ฟังลู่ชิงอธิบายก็รู้ได้ทันทีว่า เื่นี้ย่อมดีสำหรับชาวบ้าน
“พวกเราได้เอาตัวอย่างมาให้ดู ผลิตภัณฑ์ทั้งสามอย่างเป็แบบนี้เ้าค่ะ มันอาจจะดูง่ายแต่คนทำต้องมีฝีมือในระดับหนึ่งเช่นกัน ท่านลุงดูแล้วคิดว่าชาวบ้านทำได้หรือไม่เ้าคะ” ลู่ชิงหยิบตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ทั้งสามออกมาให้หลิ่วอานดู ซึ่งนางเตรียมใส่กระเป๋าผ้าที่สะพายอยู่กับตัว
“โอ้ เป็งานที่ต้องเก็บรายละเอียดให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นคงจะนำไปใส่ของกินไม่ได้เป็แน่ แต่ข้าคิดว่าชาวบ้านน่าจะทำได้ หากพวกเขาได้เห็นตัวอย่างและลองฝึกทำดูก่อน ค่อยนำมาเทียบกับตัวอย่างอีกที หากทำได้ค่อยให้พวกเขานำไปขายให้กับพวกเ้าดีหรือไม่” เพราะงานแบบนี้ต้องอาศัยฝีมืออยู่ไม่น้อย
“ได้ขอรับท่านอาหลิ่วเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา รบกวนท่านเรียกชาวบ้านมาประชุมจะได้รู้ว่า มีคนสนใจงานนี้มากหรือน้อยขอรับ” เขาอยากจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อย เพราะมีเื่อื่นรอให้กลับไปทำอยู่อีกหลายอย่าง
หลิ่วอานไม่รอช้ารีบเคาะไม้ สำหรับเรียกชาวบ้านประชุม ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงนี้ดังขึ้นจึงวางงานในมือ และพากันเดินไปทางบ้านของหลิ่วอานทันที ไม่ถึงหนึ่งเค่อทุกคนก็มาพร้อมกันยังลานอเนกประสงค์ของหมู่บ้าน “ป๊อก ๆ ๆ ๆ”
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเรียกพวกเรามาประชุม มีเื่สำคัญจากทางการหรือขอรับ”
“ที่ข้าเรียกพวกเ้าทุกคนมาประชุมในตอนนี้ ไม่ได้มีเื่จากทางการหรอก แต่เป็เื่ที่จะช่วยให้พวกเ้ามีชีวิตที่ดีขึ้นต่างหาก” หลิ่วอานตอบคำถามของชาวบ้านคนหนึ่ง ที่ยกมือถามกับตนเองและคำตอบก็ทำให้ชาวบ้านยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี
“นี่ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน มีเื่อะไรก็รีบพูดให้พวกเราฟังเสียที อย่ามัวแต่ทำเป็มีลับลมคมในอยู่เลย มันจะมีเื่ดีอันใดที่ทำให้พวกเรามีชีวิตที่ดีขึ้นเช่นนั้นกัน” นางหม่าผู้ที่ชอบนินทา และอิจฉาคนที่ได้ดีกว่าตนเป็คนพูดขึ้น
“ข้ากำลังจะพูดอยู่นี่อย่างไรแล้วเ้าจะขัดขึ้นมาทำไม ช่างเถอะ พวกเ้าทุกคนฟังให้ดีเื่ที่จะพูดก็คือ ทางครอบครัวสวีมีงานมาให้ทำ เนื่องจากตอนนี้เป็่เวลาที่ทุกคนว่างเว้นจากการทำนา ครอบครัวสวีอยากให้พวกเ้ามีรายได้เพิ่ม โดยไม่ต้องไปหางานทำในเมืองพวกเ้ามีผู้ใดอยากทำหรือไม่” หลิ่วอานพูดจบไม่ทันไรก็มีเสียงของคนที่ยืนอยู่กับนางหม่าพูดแทรกเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
“แค่ครอบครัวพวกเขายังเอาตัวเองไม่รอด แต่จะหางานมาให้พวกเราทำเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ใครเชื่อก็โง่เต็มทีแล้ว” นางจูคู่ขาขี้นินทาของนางหม่าเอ่ยขึ้นอย่างดูแคลนครอบครัวของลู่ชิง
“นางจูนี่เ้าจะพูดมากเกินไปแล้วนะ!!!” หลิ่วอานขึ้นเสียงใส่นางจูไปหนึ่งที
“ท่านลุงหลิ่วเ้าคะ ในเมื่อท่านป้าทั้งสองไม่อยากทำงานของข้า เช่นนั้นขอตัดชื่อทั้งสองครอบครัวนี้ ออกจากงานที่จะให้ทำนะเ้าคะ สำหรับคนที่สนใจมาลงชื่อกับท่านพ่อได้ทางขวามือ และขอเตือนพวกท่านว่าอย่ารับฝากงานจากครอบครัวของท่านป้าทั้งสองคนนี้มาขายให้กับข้าเด็ดขาด มิเช่นนั้นข้าจะตัดสิทธิ์ของพวกท่านออกทันทีเ้าค่ะ” ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ พวกเ้าสองคนก็มองดูคนอื่น มีกินมีใช้ไม่ลำบากก็แล้วกัน
“ครอบครัวข้ายินดีรับทำงานนี้ขอรับ” เว่ยหลินยกมือพูดขึ้นและพาครอบครัวเดินไปลงชื่อกับลู่เวิน ที่ยืนรออยู่แล้วพร้อมสมุดจดรายชื่อ
“ครอบครัวข้าก็เช่นกันขอรับ” ครั้งนี้เป็ครอบครัวของกวงเหอที่เดินตามเว่ยหลินไปติด ๆ
“รวมครอบครัวของพวกข้าสองคนด้วยขอรับ” เป็ซุนอวี้และตงเจ๋อที่พาครอบครัวของพวกเขาไปลงชื่อ
คนอื่น ๆ ที่เห็นสี่ครอบครัวนี้ไปลงชื่อ พวกเขาก็ทยอยเดินตามไปเช่นกัน หากมีงานให้ทำและไม่ต้องไปหางานในเมือง ก็ย่อมดีกว่ามิใช่หรือ ชาวบ้านส่วนมากเดินไปลงชื่อเรียบร้อยแล้ว มีเพียงนางหม่ากับนางจูและครอบครัวที่เป็สหายของพวกนาง อีกสองครอบครัวที่ไม่ยอมลงชื่อ ลู่ชิงที่ได้รายชื่อคนทำงานมาครบแล้ว จึงได้รีบอธิบายลักษณะของงาน
ให้พวกเขาได้ฟังทันที
“ขอบคุณพวกท่านที่เชื่อใจในสิ่งที่ครอบครัวข้าคิดขึ้นมาเ้าค่ะ จากนี้จะเป็การบอกกับทุกคนว่าเป็งานอะไร ราคารับซื้อตั้งไว้ที่เท่าไหร่ และมีตัวอย่างให้ดูเพื่อให้ทุกท่านได้ทดลองฝึกจนชำนาญ เมื่อได้ออกมาคล้ายตัวอย่างแล้ว ค่อยนำมาขายให้กับครอบครัวของพวกเรา งานที่คิดขึ้นมามีอยู่สามอย่างเ้าค่ะ อย่างแรกเป็แก้วน้ำแบบมีฝาปิดทำจากกระบอกไม้ไผ่ ราคารับซื้อใบละสองอีแปะ อย่างที่สองกระติ๊บสำหรับใส่ข้าวเหนียว และอย่างที่สามถาดสานขนาดเท่าจาน
ใส่อาหาร ทั้งสองอย่างนี้จะรับซื้อราคาเท่ากัน คือชิ้นละสามอีแปะเ้าค่ะ มีใครสงสัยอะไรหรือไม่เ้าคะ” ลู่ชิงพูดจบลง แต่ชาวบ้านยังคงเงียบตกอยู่ในห้วงความคิดของแต่ละคน
ชาวบ้านต่างแปลกใจว่างานที่ลู่ชิงให้ทำเหตุใดถึงดูเป็งานที่ง่าย แต่ความสนใจกลับอยู่ที่ราคารับซื้อ หากขยันทำได้เยอะวันหนึ่งมิใช่มีรายได้ถึงหลักสิบอีแปะขึ้นหรอกรึ
“พวกเ้าอย่าเพิ่งตะลึงกับงานมาดูตัวอย่างของงานที่พวกเ้าต้องทำ แล้วพิจารณาให้ดีว่าตนเองนั้นถนัดแบบไหน อย่าทำสามอย่างเพียงคนเดียว ไม่เช่นนั้นงานที่ทำออกมาจะไม่มีคุณภาพได้ เอาล่ะลองมาดูตัวอย่างก่อนก็แล้วกัน” หลิ่วอานย้ำกับชาวบ้านอีกครั้ง ไม่อยากให้พวกเขาโลภอยากได้เงินมากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นงานไม่มีคุณภาพใครจะอยากรับซื้อกัน
“เชอะ เงินแค่ไม่กี่อีแปะวันนึงมันจะได้สักเท่าไหร่กันเชียว ไปกลับกันเถอะพวกเราปล่อยพวกโง่เหล่านี้ทำไปเถอะ” นางหม่าเอ่ยชวนสหายกลับบ้านแถมยังดูถูกงานนี้ทิ้งท้ายอีกด้วย
ทุกคนไม่มีใครสนใจนางหม่าสักคน สายตาพวกเขาต่างมองดูตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ต้องทำ และยังคิดไม่ตกว่าตนจะทำอันไหนดี
“ข้าขอถามได้หรือไม่ว่า ครอบครัวพวกเ้าจะนำของพวกนี้ไปทำอันใดรึ” เป็เสียงของนายพรานเถียนที่เอ่ยถามขึ้น เขาคิดว่าถ้าทำงานนี้หลังจากวางกับดักสัตว์แล้ว คงมีรายได้เพิ่มขึ้นและจะมีเงินพอ เพื่อซื้อเสบียงสำหรับฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้แน่นอน
“ขอกล่าวกับพวกท่านทุกคนตามตรง ตอนนี้ครอบครัวของข้าได้ทำอาหารไปขายในตำบลมาสักพักหนึ่งแล้ว และพวกเราพอมีเงินทุนจะเปิดร้านอีกประมาณยี่สิบวัน จึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่จะให้พวกท่านทำเหล่านี้ในร้านค้า” ลู่เวินเป็คนอธิบายให้นายพรานเถียนและทุกคนได้ฟัง
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะพยายามทำให้สุดฝีมือ เพื่อไม่ให้ลูกค้าตำหนิร้านของเ้าได้นะลู่เวิน” บิดาของเว่ยหลินพูดด้วยเสียงที่ดัง และหนักแน่น คนอื่น ๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย
“ถ้าอย่างไรพวกท่านสามารถไปตัดไม้ไผ่ ตรงเชิงเขาหลังหมู่บ้านที่มีมากมายมาทดลองดูก่อนนะเ้าคะ ข้ารับซื้อแน่นอนและในอนาคต หากคิดสิ่งใหม่ได้อีกจะมาแจ้งให้ทุกคนได้ทราบนะเ้าคะ”
ชาวบ้านพยักหน้าพร้อมกัน จากนี้ทุกคนจะมีเสบียงและมีเสื้อผ้าตัวใหม่ และที่นอนกับผ้าห่มอุ่น ๆ ได้นอนหลับสบายอย่างคนอื่นบ้างแล้ว
