ฉินอวี่ขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกได้ถึงอารมณ์แปลกๆ ที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของสวี่กวนเซิง ซึ่งบอกไว้ว่ามีความอิจฉาปะปนอยู่อย่างแน่นอน แต่ก็ดูเหมือนจะมีความไม่เต็มใจอยู่บ้าง ราวกับว่าผู้เฒ่าร้องไห้ควรจะเลือกเขา แต่กลับมาเลือกตนเองแทนอย่างไรอย่างนั้น
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ฉินอวี่ก็พูดอย่างเฉยเมย “ข้าตอบคำถามของผู้เฒ่าร้องไห้ได้ เขาจึงยอมรับข้าเป็ศิษย์”
สวี่กวนเซิงที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมสีดำ ใบหน้าที่เหี่ยวแห้งเต็มไปด้วยความดุร้าย ดวงตาทั้งสองดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น เขาพูดขึ้นมาทันที “เ้าตอบคำถามเขาไปอย่างไร?”
ฉินอวี่ขมวดคิ้วแน่นกว่าเก่า ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็าลง “หากเ้า้าจะรู้ ก็ต้องยอมแพ้เสียก่อน หากเสร็จสิ้นการท้าประลองข้าจะเล่าเื่ผู้เฒ่าร้องไห้ให้เ้าฟัง เป็อย่างไร?”
ฉินอวี่รู้สึกเอือมระอากับสายตาที่เหมือนกำลังจ้องมองคนตายของสวี่กวนเซิงยิ่งนัก แม้ว่าสวี่กวนเซิงจะมีพลังปราณที่ทำให้ตนเองต้องใ และสามารถจะหลอมแต่งพยนต์มรณะขึ้นมาได้ แต่หากต่อสู้กันจริงๆ ฉินอวี่ก็ไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย สวี่กวนเซิงมีพยนต์มรณะของเขา แต่ตนเองก็มีหัวใจเพลิงมรณะ อสุนี์ประจำตัว และยังมีสภาวะปีศาจคลั่ง หากเข้าสู่สภาวะปีศาจคลั่ง ฉินอวี่ก็มีความมั่นใจว่าจะสามารถสังหารสวี่กวนเซิงได้อย่างแน่นอน
“บอกข้ามา เ้าตอบไปว่าอย่างไร ข้าอาจไว้ชีวิตเ้า!” สวี่กวนเซิงพูดอย่างเฉยเมย
“เหอๆ มาลองดูก่อนดีกว่าว่าเ้ามีพละกำลังเช่นนั้นจริงหรือไม่” ฉินอวี่ี้เีเกินกว่าจะพูดจาอะไรไร้สาระ และโจมตีออกไปทันที จากนั้นอสุนี์ที่สะสมไว้ก็ฟาดลงมาจากฟากฟ้า มุ่งตรงไปทางสวี่กวนเซิง
ในขณะที่อสุนี์ปรากฏขึ้น ดวงตาที่มืดมนของสวี่กวนเซิงปรากฏเป็แสงสีเทา แสงสีเทานี้เริ่มกระจายไปทั่วดวงตาของเขาทันที ทำให้ดวงตาของเขาดูลึกลับและแปลกประหลาดเป็พิเศษ ริมฝีปากของเขาเผยอขึ้นเล็กน้อย และอุทานชึ้นเบาๆ “ออกมา!”
“หึ่ง หึ่ง!”
อากาศสั่นะเืขึ้นทันที เงาร่างขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของสวี่กวนเซิง จากนั้นอสุนี์ที่กำลังฟาดลงมาก็ถูกมืออันแก่ชรามือหนึ่งคว้าเอาไว้ทันที
“ตูม!”
เกิดเสียงดังสนั่น ใบหน้าของฉินอวี่เคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขาถอยหลังออกไปหลายก้าว ดวงตาทั้งสองจ้องตรงไปยังเงาร่างขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า
เงาร่างนี้มีความสูงราวสามจ้าง มีรูปร่างอย่างเสือมีขนเหมือนสุนัข หน้าเป็เสือ เท้าเป็เสือ ปากและเขี้ยวเหมือนหมูป่า หางยาวห้าฉื่อ ซึ่งมีความหนาและเต็มไปด้วยพลัง
“เถาอู้!” ดวงตาของฉินอวี่เบิกโพลง ในใจของเขาตกตะลึงเป็อย่างยิ่ง อสูรร้ายตัวนี้มีความคล้ายกับหนึ่งในสี่อสูรร้ายในตำนานที่ชื่อเถาอู้เป็อย่างมาก แต่น่าจะเป็สายเืของมัน ไม่ใช่เถาอู้ที่บริสุทธิ์ เป็เพราะใบหน้ายังเป็ลักษณะของเสือ แต่เถาอู้ที่แท้จริงนั้นจะมีหน้าเป็มนุษย์ตัวเป็เสือ ขาเป็เสือ
ฉินอวี่นึกไม่ถึงว่าสวี่กวนเซิงจะสามารถหลอมอสูรร้ายเถาอู้ขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็หนึ่งในอสูรที่ดุร้ายที่สุดในตำนาน แม้ว่าฉินอวี่จะเคยได้ยินมาไม่มากนักในยุคของสำนักเทียนฉีในอดีต และเมื่อเกิดใหม่ก็ได้ยินว่าสยงท่าเทียนเคยบอกว่าในกำปั้นยุทธ์ของเขามีเถาอู้อยู่หนึ่งตัว
เดี๋ยวก่อน!
ขณะที่ฉินอวี่กำลังขยับร่างกายถอยร่นไปข้างหลังอีกสองสามก้าวนั้น เขาก็ตั้งใจมองไปยังศีรษะของเถาอู้ สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยคือ บนศีรษะของเถาอู้ตัวนี้มีเงาร่างเงาหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนนั้น
เป็ร่างชายชราที่ผอมเหลือแต่กระดูก นั่งนิ่งอยู่ราวกับโครงกระดูกที่ตั้งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาผอมแห้งอย่างมาก ดวงตาปิดสนิท สิ่งที่ทำให้ต้องใคือ แม้ว่าเสื้อผ้าของชายชราผู้นี้จะขาดวิ่น แต่ก็ยังดูออกว่าเสื้อผ้าของเขานั้นดูเก่าแก่มาก จนอาจเทียบได้ว่าเป็่ยุคไท่กู่ในอดีต
หรืออาจบอกได้ว่า ผู้าุโคนนี้อาจเป็ผู้แข็งแกร่งในยุคสมัยไท่กู่? และอาจเป็ผู้แข็งแกร่งขั้นเขตแดนเต๋า!
เมื่อแหงนมองไปยังมือขวาอันผอมแห้งที่อยู่บนฟ้านั้น ในใจก็สั่นสะท้านจนไม่อาจหยุดนิ่งได้ มิน่าล่ะ ที่พยนต์มรณะใน่ยุคหงหวงตอนปลายนั้นจะมีอายุสั้น และท้ายที่สุดก็จะสูญสลายไปตามสายน้ำแห่งกาลเวลา สายชีพจรที่น่ากลัวเช่นนี้ หากไม่ถูกสังหารเสียก่อนก็เป็เื่แปลก หากปล่อยเวลาให้กับพยนต์มรณะ เมื่อเวลานานไป ก็คงจะแข็งแกร่งพอที่จะโลกใบนี้!
ในตอนนี้ ฉินอวี่จึงเพิ่งได้เข้าใจสาเหตุของเสียงเยาะเย้ยจากเหล่าอสูรธรณีเมื่อ่ก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสวี่กวนเซิง ตนเองก็เริ่มรู้สึกว่าโอกาสรอดมีไม่สูงมากนัก
ต้องบอกเลยว่า สวี่กวนเซิงผู้นี้แข็งแกร่งและรับมือยากกว่าที่คิดไว้มาก
“พูดมา เ้าตอบคำถามผู้เฒ่าร้องไห้ไปว่าอย่างไร!” สวี่กวนเซิงะโขึ้นไปในอากาศ และลอยเคว้งอยู่บนฟ้า จ้องมองตรงมายังฉินอวี่พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้ความเป็ความตายของฉินอวี่อยู่ในการควบคุมเขาแล้ว อย่างน้อยที่สุด สวี่กวนเซิงก็คิดเช่นนี้ และอสูรธรณีที่กำลังเฝ่าดูอยู่ต่างคิดเช่นนี้เหมือนกัน
ในเวลาเดียวกัน
บนยอดเขาที่จุดศูนย์กลาง ชายหนุ่มที่ดูแน่วแน่ได้จ้องตรงมายังสวี่กวนเซิงที่อยู่บนลานประลอง และขมวดคิ้วแน่น ก่อนพึมพำกับตนเอง “เถาอู้? คนแก่? สวี่กวนเซิงมีพยนต์มรณะอยู่เท่าไรกันแน่? หรือว่านี่จะเป็พละกำลังที่แท้จริงของสวี่กวนเซิง? แต่... หลี่โหย่วฉายอยู่ในขั้นกุมารทิพย์ระดับกลาง ทำไมสวี่กวนเซิงจึงต้องเรียกพยนต์มรณะที่แข็งแกร่งเช่นนี้ออกมาด้วย?”
ชายหนุ่มที่ดูแน่วแน่คนนี้มีนามว่าหลัวป้าอวี่ ซึ่งเป็ผู้นำของเจ็ดสิบสองอสูรธรณี!
หลัวป้าอวี่รู้จักพละกำลังของสวี่กวนเซิงเป็อย่างดี แต่สิ่งที่เขานึกไม่ถึงเลยคือ สวี่กวนเซิงยังมีสิ่งปิดบัง หลายปีมานี้ หลัวป้าอวี่ยังไม่เคยเห็นพยนต์มรณะที่สวี่กวนเซิงเรียกออกมาในตอนนี้เลย ทั้งเถาอู้ และชายชรา... แต่ชายชราผู้นี้ อย่างน้อยคงจะอยู่ในขั้นระดับเขตแดนเต๋า!
“ดูเหมือนว่าผู้นำเจ็ดสิบสองอสูรธรณีอย่างข้าจะไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเสียแล้ว!” หลัวป้าอวี่รู้สึกขมขื่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลัวป้าอวี่คิดมาเสมอว่าแม้สวี่กวนเซิงจะแข็งแกร่ง แต่หากใช้พละกำลังของตนเองเข้าสู้กับสวี่กวนเซิง แม้จะไม่ชนะแต่ก็น่าจะเสมอกันได้ แต่ดูจากตอนนี้...
“หวังว่าจะได้เห็นพละกำลังที่แท้จริงของเ้า!” หลัวป้าอวี่พึมพำกับตนเอง แต้ในใจกลับมีความหวังเล็กน้อย หากไม่มีอะไรผิดคาด วันนี้คงจะไม่สามารถได้เห็นพละกำลังที่แท้จริงของสวี่กวนเซิง เพราะเกรงว่าหลี่โหย่วฉายคงจะต้านทานได้ไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น?
บนยอดเขาอีกลูกหนึ่ง
“น่าเสียดาย!” สีหน้าของหลัวชิงเยว่นิ่งทื่อ พึมพำอยู่ในใจ ในใจของนางไม่สบายใจยิ่งนัก ทำได้เพียงต้องเผชิญหน้ากับมัน จากนั้นเมื่อมองไปยังพยนต์มรณะของสวี่กวนเซิง สีหน้าของหลัวชิงเยว่ก็ตกตะลึง และพึมพำกับตนเอง “เหตุใดสวี่กวนเซิงต้องเรียกพยนต์มรณะที่แข็งแกร่งเช่นนี้ออกมาด้วย? ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยทำเช่นนี้เลย... หรือว่า...?”
บนยอดเขาอีกลูกหนึ่ง
“นี่จึงจะเป็พละกำลังที่แท้จริงของสวี่กวนเซิง เดิมทีคิดว่าพยนต์มรณะของตัวเองจะพอๆ กับเขา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า... จะห่างชั้นกันมาก” ฉวีหย่งเซิงเผยใบหน้าที่ขมขื่นออกมาทันที เขาเปิดผนึกะแล้ว และมีพยนต์มรณะอยู่เช่นกัน แต่หากเปรียบเทียบกับพยนต์มรณะของสวี่กวนเซิงแล้ว ของที่เขามีนับว่าอ่อนแออย่างมาก
ส่วนฉินอวี่ ฉวีหย่งเซิงไม่ได้สนใจอะไรแล้ว ในมุมมองของเขา ฉินอวี่ก็ไม่ต่างไปจากคนที่ต้องตาย
“ซี้ด... นั่นมันเถาอู้ใช่หรือไม่? นั่นคือพยนต์มรณะที่แท้จริงของสวี่กวนเซิง? หลี่โหย่วฉายคงจะต้อง... ตายอยู่ที่นี่จริงๆ เสียแล้ว”
“แย่น่ะสิ หากหลี่โหย่วฉายตายขึ้นมาจริงๆ แล้วของที่วางเดิมพันไว้จะไปเอาได้จากใครกัน? หรือต้องไปหาผู้เฒ่าร้องไห้?”
“หลี่โหย่วฉายยอมแพ้เสียเถอะ ไม่เช่นนั้น เ้าตายแน่ๆ!”
“หลี่โหย่วฉาย เ้าจะตายไม่ได้นะ ถ้าอยากตายก็เอาของที่เดิมพันกันไว้ออกมาก่อน!”
อสูรธรณีจำนวนมากต่างส่งเสียงะโดัง ก่อนหน้านี้ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะฉีกฉินอวี่ออกเป็ชิ้นๆ แต่ตอนนี้กลับเป็กังวลว่าฉินอวี่จะถูกสังหาร!
บนลานประลอง ฉินอวี่ยืนอยู่อย่างภาคภูมิ มองไปยังสวี่กวนเซิงที่อยู่บนหลังของเถาอู้ ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น หากไม่ใช่เพราะจำเป็ต้องเป็อสูรธรณี ฉินอวี่คงยอมแพ้ไปแล้ว ไม่ใช่เพราะฉินอวี่อ่อนแอ แต่เป็เพราะพยนต์มรณะของสวี่กวนเซิงนั้นแข็งแกร่งเป็อย่างมาก อีกอย่าง ฉินอวี่ก็รู้สึกได้ว่านี่ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของสวี่กวนเซิง... และเป็ไปได้ว่า เขายังมีส่วนที่ปิดบังเอาไว้!
“ในเมื่อถอยกลับไม่ได้ ก็ไม่ต้องลังเลอีกแล้ว ต้องลองเดิมพันดูสักครั้ง!” ดวงตาของฉินอวี่เปล่งประกาย เขา้าจะเดิมพัน เดิมพันว่าสวี่กวนเซิงจะไม่สามารถปลุกพลังก่อนเสียชีวิตของพยนต์มรณะทั้งสองได้มากนัก ไม่เช่นนั้น ก็คงไม่มีทางสู้กับการต่อสู้ครั้งนี้ได้เลย!
ฉินอวี่ระงับความคิดภายในใจเอาไว้ และพูดอย่างเ็า “ก็ยังพูดเหมือนเดิม หากอยากรู้ ก็แสดงพละกำลังของเ้าออกมา!”
สวี่กวนเซิงขมวดคิ้ว ใบหน้าที่ซีดขาวนั้นดูไม่ได้อย่างยิ่ง ดวงตาที่บึ้งตึงจ้องตรงไปทางฉินอวี่ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้น “ในเมื่อเป็เช่นนี้ ก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน!”
