รัตติกาล จันทร์กระจ่างลอยกลางฟ้า นภากว้างไกลไร้เมฆา
ในลานเรือนมีเงาร่างสองสายร่ายรำกระบี่ คมกระบี่เปล่งประกายเย็นเยียบ หนาวเหน็บเสียดกระดูก
หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี รำกระบี่ใต้แสงจันทร์ สอดประสานกันได้ยอดเยี่ยม
คนทั้งสองคือเซียวเฉินและเสิ่นเล่ย
หลังจากใกล้ชิดสนิทสนมกันครั้งก่อน คนทั้งสองกลับมุ่งมั่นตั้งใจแทน ในไม่ช้าเสิ่นเล่ยก็เข้าใจจุดสำคัญในคัมภีร์ บวกกับเดิมนางเชี่ยวชาญมรรคากระบี่ และยึดกุมเจตจำนงกระบี่ได้ ดังนั้น นางจึงใช้คัมภีร์กระบี่ทัณฑ์์ได้ดังใจปรารถนา แค่คืนเดียวก็ชำนาญกระบวนท่าแรก
รวดเร็วกว่าเซียวเฉินในตอนแรกเสียอีก
เห็นเสิ่นเล่ยคุ้นเคยกับวิชากระบี่มากขึ้น เซียวเฉินก็พยักหน้า
วิ้งวิ้ง!
คัมภีร์กระบี่ทัณฑ์์ผสานเจตจำนงกระบี่เปล่งพลังทบทวี อานุภาพน่ากลัวเช่นนี้ แม้แต่เขตแดนของเซียวเฉินก็ใกล้สลาย แทบทานทนไม่ไหว เื่นี้ยิ่งทำให้สีหน้าของเซียวเฉินจริงจัง คิดไม่ถึงว่าเจตจำนงกระบี่ของเสิ่นเล่ยจะแข็งแกร่งขนาดนี้ รังสีกระบี่แทบกลายเป็ของจริง
พร์ด้านมรรคากระบี่เช่นนี้ เรียกได้ว่าเป็หนึ่งในหมื่น
ส่วนเสิ่นเล่ยก็หลุดพ้นจากการแนบชิดชี้แนะของเซียวเฉิน นางใช้คัมภีร์กระบี่ทัณฑ์์ตามลำพัง
คัมภีร์กระบี่ทัณฑ์์ที่เซียวเฉินใช้ดุดันทรงพลัง ส่วนเสิ่นเล่ยกลับทะนงตนซ่อนเจตนาสังหาร
แม้รูปแบบแตกต่างแต่ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเช่นกัน
“ฮู่ว...”
เสิ่นเล่ยถอนหายใจยาว เนื่องจากฝึกวิชาแข่งกับเวลา ใบหน้าเล็กๆ เหน็ดเหนื่อยจนแดงก่ำออกสีเรื่อ น่ารักน่าชังถึงขีดสุด
นิ้วงามเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก หันหน้ามามองเซียวเฉินด้วยแววตาขัดเขิน
“ขอบคุณนะ เซียวเฉิน”
เสิ่นเล่ยเอ่ยเสียงเบา อ่อนโยนน่าฟัง แฝงความเกียจคร้าน ทำให้เซียวเฉินหัวใจหนึบชา
จากนั้นเอ่ยว่า “เ้าเหมาะกับเคล็ดวิชากระบี่ชุดนี้มาก”
คนทั้งสองเงียบอยู่นาน สุดท้ายยิ้มให้แก่กัน
เวลานี้ ท้องนภามีริ้วสีขาวเหมือนเกล็ดท้องปลา คนทั้งสองฝึกวิชาจนฟ้าสาง
เซียวเฉินสลายเขตแดน คนทั้งสองเดินออกมาด้วยกัน ฝึกวิชาหนึ่งวัน สิ้นเปลืองแรงกายแรงใจไปไม่น้อย ทั้งสองรู้สึกเหนื่อยล้าสุดขีดเหมือนใช้พลังจนหมดสิ้น จึงต่างคนต่างกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตนเอง
ฝึกวิชาหนึ่งวันทำให้เสิ่นเล่ยรู้สึกสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
หลังกลับถึงห้อง เสิ่นเล่ยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนบนเตียง แต่เมื่อหลับตา ภาพในคืนนั้นก็ปรากฏขึ้น ใบหน้าแดงนิดๆ ตนจูบกับเซียวเฉินจริงๆ
แม้นางรู้ว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็ความจริง
เสิ่นเล่ยคิดๆ แล้วก็รู้สึกอาย แต่มุมปากกลับโค้งขึ้น
“เป็เ้าทึ่มจริงๆ...”
เสียงของเสิ่นเล่ยอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในดวงตามีรอยยิ้มจางๆ จากนั้น นางก็ค่อยๆ หลับตาเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์
ส่วนเซียวเฉินก็เช่นกัน เขามักจะหวนนึกถึงภาพในคืนวาน
มุมปากมีรอยยิ้มจางๆ แผ่ขยาย
เช่นนี้เอง ห้วงสมองของเซียวเฉินก็ประทับภาพเงาร่างของเสิ่นเล่ยเข้าสู่ห้วงฝัน
จนกระทั่งยามเช้า มีเสียงดังสนั่นปลุกทุกคนใตื่น
เวลานี้ นอกประตูมีคนกลุ่มหนึ่ง ผู้นำคือชายชราคนหนึ่ง แม้ผมขาวเต็มศีรษะ แต่สภาวะทั่วร่างน่าใยิ่ง เผยกลิ่นอายกดดันจางๆ ออกมา เสื้อผ้ากระพือตามแรงปราณโดยไร้ลม ดวงตาสาดประกายเย็นเยียบ กวาดตามองในเรือนด้วยสีหน้าอัปลักษณ์
คนผู้นี้คือ กู่อวี้ อาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาเทียนเฉิน
ความสามารถขั้นเสวียนเต๋าเก้าชั้นฟ้า
ผู้ฝึกวิชายุทธร่างกาย!
ยามนี้ สถานศึกษาเทียนเฉินมาอย่างเดือดดาลเพื่อจับตัวคนผู้หนึ่ง นั่นคือเซียวเฉิน!
“จั๋นอวี่ ออกมาคุยกับข้า!”
น้ำเสียงของกู่อวี้แหบห้าว แต่โทสะกลับเปี่ยมล้น เต็มไปด้วยพลังรุนแรง พริบตาก็ถ่ายทอดเสียงจนดังไปทั่วเรือน จากนั้น คนผู้หนึ่งเดินออกมา ก้าวย่างโดยไร้วิชาย่นระยะ มาถึงเบื้องหน้าของกู่อวี้ด้วยสีหน้าอัปลักษณ์
“ท่านมาที่พักสถานศึกษาชางหวงเราทำไม?”
จั๋นอวี่ถามอย่างอารมณ์เสีย มองกู่อวี้ด้วยสายตาเย็นเยียบ ไม่มีสีหน้าดีๆ ให้เช่นกัน
“เซียวเฉินอยู่ที่ใด?” กู่อวี้เอ่ยปากก็เข้าประเด็นทันที แต่เขายังไม่รู้เื่ที่เซียวเฉินฆ่าลี่โม่เฟิง จั๋นอวี่มองกู่อวี้ด้วยสีหน้าท่าทางเ็า เวลานี้ กู่อวี้มาอย่างเดือดดาล ต้องไม่มีเื่ดีงามแน่ ดังนั้น จั๋นอวี่จึงระแวงตามสัญชาตญาณ
“เซียวเฉินเป็คนของสถานศึกษาชางหวงเรา เกี่ยวอันใดกับเ้าด้วย?”
เมื่อคำพูดประโยคนี้ออกมา สีหน้าของกู่อวี้ยิ่งน่าเกลียดมากขึ้น แน่นอนว่าเป็คนสถานศึกษาชางหวงของเ้า...
“เรียกเขาออกมา เ้าก็จะรู้เอง”
ในเวลานี้เอง เงาร่างของเซียวเฉินก็มาถึงเบื้องหน้าฝูงชน ซูเหอที่อยู่ด้านหลังของกู่อวี้ก็เอ่ยว่า “เขาคือเซียวเฉิน เป็คนสังหารศิษย์พี่ลี่โม่เฟิง”
เซียวเฉินเห็นผู้มาก็คาดเดาได้
มุมปากโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มเย้ยหยันทันที
“คนของสถานศึกษาเทียนเฉินทุกคนแพ้ไม่เป็หรือ? แพ้แล้วยังมาหาเื่ถึงที่”
กู่อวี้มองเซียวเฉินด้วยสายตาเ็า แผ่รัศมีปราณทันควัน “เ้าสังหารลี่โม่เฟิง?” เซียวเฉินรู้สึกได้ว่ามีพลังอันไพศาลกดทับมา สีหน้าของเขาซีดขาว แต่ยังยืนตัวตรงดังเดิม เอ่ยอย่างหยิ่งทะนง “ข้าเป็ผู้สังหารเอง!”
เอ่ยจบ เซียวเฉินก็แค่นเสียงหนักๆ เขารู้สึกได้ว่าอานุภาพกดดันทบทวี
กดทับจนเขาหายใจไม่ออก
จั๋นอวี่โบกแขนเสื้อ สลายอานุภาพกดดันที่กู่อวี้แผ่ออกมาในพริบตา
และยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา
“กู่อวี้ เ้าอย่าทำเกินไป” สายตาของจั๋นอวี่จับจ้องกู่อวี้ แล้วเอ่ยด้วยเสียงเ็า
ทำร้ายศิษย์ของเขาต่อหน้าต่อตา เห็นเขาเป็คนตายหรือ!
พวกมู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์รุดมา เห็นการปะทะกันตรงเบื้องหน้าก็มีสีหน้าอัปลักษณ์ ซูเฉินเทียนและเซียวหวงสืบเท้าออกมาประคองเซียวเฉินและถามอย่างห่วงใย “เ้าไม่เป็ไรนะ?”
เซียวเฉินส่ายศีรษะ
จากนั้นสบสายตากับกู่อวี้ แล้วกล่าวว่า “ข้ากับลี่โม่เฟิงมีสัญญากัน หากคนใดคนหนึ่งาเ็หรือตายก็ไม่ต้องสนใจ ผู้าุโกู่ทำเช่นนี้ไม่เสียมาดไปหน่อยหรือ”
“ฆ่าคนชดใช้ชีวิต เป็เื่ถูกต้องตามหลักเหตุผล” กู่อวี้เอ่ยชืดๆ
เซียวเฉินก็มีสีหน้าเ็า
เขาเรียกอีกฝ่ายว่าผู้าุโ นี่คือการไว้หน้า อย่าได้แตะต้องขีดจำกัดต่ำสุด แต่ในเมื่อกู่อวี้ใช้ความสามารถและความาุโกดดัน เซียวเฉินย่อมจะไม่ทำผิดต่อตนเอง
“ผู้าุโกู่ สถานศึกษาเทียนเฉินของพวกท่านเป็ฝ่ายล่วงเกินก่อน ข้าสังหารลี่โม่เฟิงมีอันใดไม่ได้?”
กู่อวี้มีสีหน้าอัปลักษณ์ “บังอาจ!”
“ฆ่าคนแล้วยังมีเหตุผลด้วยหรือ?” ว่าแล้วก็หันไปมองจั๋นอวี่ แค่นเสียงใส่ “จั๋นอวี่ เ้ามอบเซียวเฉินมาให้ข้า แล้วข้าจะเลิกราเท่านี้ ไม่เช่นนั้น...”
จั๋นอวี่เข้าใจทันที แต่เขารู้จักพร์ของเซียวเฉินดี จะยอมเห็นเซียวเฉินไปตายง่ายๆ ได้อย่างไร
“หากข้าไม่มอบให้เล่า?”
จั๋นอวี่กล่าวต่อไปว่า “ในเมื่อก่อนพวกเขาต่อสู้กันก็ตกลงว่าเป็หรือตายจะไม่เอาความ เ้ามีฐานะเป็อาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาเทียนเฉินและผู้เข้มแข็งขั้นเสวียนเต๋าแต่ใช้ความสามารถสูงกว่ารังแกความสามารถต่ำกว่า ข้าในฐานะอาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาชางหวงก็จำเป็ต้องปกป้องศิษย์ของข้า ไม่เช่นนั้น ข้าคงไม่ต้องดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่แล้ว”
สองตาของกู่อวี้สาดประกายโทสะ
แต่เขาขี่หลังเสือแล้วก็ยากจะลง ก่อนหน้านี้ซูเหอไม่ได้บอกว่าเซียวเฉินและลี่โม่เฟิงมีสัญญาต่อกัน แต่เขามีฐานะเป็อาจารย์ใหญ่ จะทนเห็นศิษย์ของตนเองตายโดยไม่ทำอะไรเลยได้อย่างไร แล้วเขาเป็อาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาเทียนเฉินไปจะมีความหมายใด?
ดังนั้น วันนี้เขาต้องจับตัวเซียวเฉินมาให้ได้
ไม่เช่นนั้น สถานศึกษาเทียนเฉินจะเสียหน้าเป็การใหญ่
“เช่นนั้น ก็ดูสิว่าวันนี้เ้าจะพาคนไปได้หรือไม่!”
ตูม!
เพิ่งสิ้นเสียง ความสามารถขั้นเสวียนเต๋าก็แผ่พุ่ง แสงเสวียนทะยานฟ้า พลานุภาพไร้ขีดจำกัด
จั๋นอวี่มีสีหน้าไม่น่าดู กู่อวี้พาคนมาหาเื่ถึงที่ก็ทำให้เขาไม่พอใจแล้ว บัดนี้ยังใช้กำลังมารังแกศิษย์ของเขาอีก ล่วงเกินความน่าเกรงขามของสถานศึกษาชางหวง จะให้เขาทนรับเื่นี้ได้อย่างไร ชั่วขณะก็ชักกระบี่ ะเิพลังเสวียนออกมาเผชิญหน้ากับกู่อวี้เช่นกัน
“เช่นนั้น ดูสิว่าเ้าจะรุกรับกับข้าได้สักกี่ครั้ง...”