บทที่ 324 เมล็ดพันธุ์และเทพธิดา
ในเขตแดนิญญาโบราณ พลังแห่งความโกลาหลปกคลุมไปทั่ว หมอกเซียนลอยฟุ้ง ชวนฝันและสวยงาม
ที่นี่ไม่มีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หรือดวงดาว และไม่มีโลกบนท้องฟ้า มีเพียงทุ่งนาที่เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ ตั้งโดดเด่นอยู่ในความว่างเปล่า เงียบสงัด ไร้ผู้คนแล
ประตูขนาดใหญ่นี้ยังคงเป็ดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมาั้แ่สมัยโบราณ ลอยอยู่อย่างเงียบๆ ข้างทุ่งนา ทั้งสองอยู่เคียงข้างกัน พึ่งพาซึ่งกันและกัน ดูโบราณเก่าแก่
“ตึง--”
ทันใดนั้น ประตูบานใหญ่ก็เปิดออก สถานที่แห่งนั้นเปล่งประกายด้วยความมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“ว้าว! ดูเหมือนว่าเขตแดนิญญาโบราณจะมีบางอย่างเปลี่ยนไปนะ!” ฉู่อวิ๋นถือเมล็ดสีน้ำตาลเข้มเล็กๆ ไว้ในมือ จิตสำนึกิญญาของฉู่อวิ๋นเข้ามาที่นี่อีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นมองและพบว่ามีบางอย่างแตกต่างไปจากเดิม
พลังปฐมิญญายังคงอุดมสมบูรณ์ บริสุทธิ์ ไหลเอ่อออกมาอย่างท่วมท้น
แต่ดินศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมนั้นกลับกว้างใหญ่กว่าเมื่อก่อนมาก มองดูผ่านๆ มันไม่ใช่ทุ่งนาผืนเล็กอีกต่อไป แต่เป็ทุ่งโคลนขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ขนาดมหึมา
“ซ่า ซ่า ซ่า”
ทันใดนั้น เสียงน้ำไหลก็ดังขึ้น สดชื่นและไพเราะ เป็ผลให้ฉู่อวิ๋นประหลาดใจอีกครั้ง หรือว่าในโลกใบนี้ปรากฏน้ำขึ้นมาแล้ว?
ทันใดนั้น เขาก็เดินค้นหารอบๆ ทันที และแน่นอน เขาพบลำธารสีใสที่บริเวณชายขอบของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
มองเห็นสายน้ำใสสะอาด สะท้อนประกายแสงคล้ายดาวดวงเล็กๆ ใสสว่าง โปร่งแสง
หากฉู่อวิ๋นไม่มีสติพอ เขาคงจะก้มลงไปดื่มน้ำแล้ว เพราะบนโลกมนุษย์ เขาไม่เคยพบน้ำจากแหล่งน้ำใดที่ใสสะอาดได้เช่นนี้
สิ่งนี้เมื่อเทียบกับผลไม้หอมหวาน เทียบกับสุราเทพเซียน น่าดึงดูดและบริสุทธิ์กว่ามาก
“ดูเหมือนเมล็ดพันธุ์แห่งโลกาจะเติบโตได้ดีเลย มีสายน้ำขึ้นมาแล้ว ต่อไปก็จะมีป่าไม้ เหมืองแร่ ูเา และทะเลใช่หรือไม่?”
เมื่อมองไปรอบๆ พื้นที่สีเทา พลังแห่งความโกลาหลกระทบใบหน้า พร้อมด้วยเสียงศักดิ์สิทธิ์ที่เนิบนาบ สิ่งนี้ทำให้จิตใจของฉู่อวิ๋นสั่นเทา ตะลึงงันไปชั่วขณะ
เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า แคว้นเทียนเฉินที่ยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต เกิดมาจากเมล็ดพันธุ์แห่งโลกาสักเมล็ดด้วยหรือเปล่า?
หากใช่ เช่นนั้นโลกใบนี้ก็ต้องมีขอบเขต แล้วสิ่งที่เรียกว่าจุดสิ้นสุดของโลก อยู่ที่ใด?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ แล้วนึกถึงความรู้สึกอันยิ่งใหญ่และสง่างามเมื่อประตูโบราณไท่ซวีปรากฏออกมา มันหนักอึ้ง กดดันจนหายใจไม่ออก ฉู่อวิ๋นใจสั่นขึ้นมาทันที
มนุษย์เมื่อเทียบกับโลกใบนี้แล้ว ยังเล็กเกินไปนัก
“นายท่านกระบี่”
ทันใดนั้น เมิ่งเมิ่งก็ปรากฏตัว ขัดจังหวะความคิดของฉู่อวิ๋น
ผมสีเงินปลิวไสว ดวงตาส่องสว่างสวยงาม คำนับเขาหนึ่งครั้ง “นายท่าน เพียงแค่ปลูกเมล็ดไว้ข้างลำธารก็ได้แล้วเ้าค่ะ นี่คือสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดในการเจริญเติบโต มันจะดูดซับสารอาหารและเติบโตด้วยตัวเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่อวิ๋นก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหายใจเข้าลึกๆ และทำตามที่เมิ่งเมิ่งบอก
เขาขุดดินออกมา วางเมล็ดสีน้ำตาลเข้มลงไป และสุดท้ายก็กลบฝังมันอีกครั้ง มือทั้งสองข้างกดดินให้แน่น
เื่ใหญ่สำเร็จแล้ว!
“ฮู่ว…” เมื่อมองดูดินศักดิ์สิทธิ์ริมลำธาร ฉู่อวิ๋นก็ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วถามว่า “เมิ่งเมิ่ง เมล็ดพันธุ์สีน้ำตาลเข้มนี้ เ้าบอกว่ามันเป็เมล็ดพันธุ์ของพืชโบราณ แต่สุดท้ายแล้วมันจะโตมาเป็อะไรหรือ?”
เมิ่งเมิ่งตอบกลับอย่างใจเย็น “ข้าไม่ทราบเ้าค่ะ ตอนนี้มันยังเล็กเกินไป ยังไม่งอกงาม ต้องรอจนถึงระยะต้นกล้าจึงจะดูออก”
“ก็ได้” ฉู่อวิ๋นยักไหล่ “เช่นนั้นเมื่อไหร่มันจะโต? คงไม่ใช่ว่าต้องใช้เวลาเป็พันปีถึงจะงอกกระมัง?”
“พืชพันธุ์โบราณมีวงจรชีวิตและวิถีการเจริญเติบโตเช่นไรมีชนิดพันธุ์เป็ผู้กำหนด เมิ่งเมิ่งก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าเมล็ดนี้จะงอกเมื่อใด”
“แต่ถ้าพวกมันอยู่ในเขตแดนิญญาโบราณ ความเร็วในการเติบโตของพวกมันจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าเ้าค่ะ”
“บางที หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง เมื่อนายท่านท่านกลับมาอีกครั้ง มันอาจจะกลายเป็ต้นไม้ั์ ถึงขั้นออกผลิญญาและโอสถศักดิ์สิทธิ์ออกมาก็ได้นะเ้าคะ”
“อัศจรรย์เช่นนั้นเลย?” ฉู่อวิ๋นเบิกตากว้าง มองลงไปตรงพื้นที่ปลูกเมล็ดไว้
ทันใดนั้น เขาเริ่มคิดเื่ไร้สาระ พูดติดตลก “ในเมื่อพืชโบราณมีหลายชนิด เช่นนี้มีชนิดที่โตมาเป็คน หรือโตมาเป็เทพธิดางดงามได้หรือไม่? ฮ่าๆๆ!”
ทว่าไม่คาดคิด เมิ่งเมิ่งกลับแสดงสีหน้าจริงจังออกมา
นางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
“หา?! มี... มีจริงหรือ?!” ฉู่อวิ๋นประหลาดใจ
“เื่ของสายพันธุ์ิญญาโบราณเช่นนี้ ข้าััได้เพียงเลือนราง แต่ก็มีอยู่จริงเ้าค่ะ” เมิ่งเมิ่งพูดอย่างสงบ น้ำเสียงเรียบนิ่ง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของฉู่อวิ๋นก็เบิกกว้าง จิตใจสั่นสะท้าน รู้สึกไม่คุ้นเคยกับโลกใบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ นี่ถึงกับมีเมล็ดพืชที่ปลูกแล้วโตขึ้นมาเป็คน? พวกพืชเ่าั้สูญพันธุ์ไปหรือยัง? มันยังมีอยู่ในโลกนี้หรือเปล่า?
ด้วยคำถามนับไม่ถ้วน เขาอดไม่ได้ที่จะจ้องมองกองดินเล็กๆ ที่นูนพะเนินอยู่ริมลำธาร
“เมล็ดสีน้ำตาลเข้มอันนี้ จะปลูกคนออกมาได้หรือ? ไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกกระมัง?”
หลังจากออกมาจากเขตแดนิญญาโบราณ ฉู่อวิ๋นก็ผล็อยหลับไปทันที เขาวางแผนจะฝึกฝนต่อในวันพรุ่งนี้ อย่างไรเสีย วันเปิดสุสานกระบี่อู๋จี๋ก็ใกล้เข้ามาแล้ว
แต่คืนนั้น เขานอนหลับไม่ค่อยสนิทนัก ฝันถึงสถานการณ์อันเลวร้ายไม่หยุดหย่อน
มองเห็นเพียงกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง คดงอราวัเขา มีขนาดใหญ่มหึมา ทะลวงถึงท้องฟ้า ทิ่มแทงลงพื้นโลก ทอดยาวนับแสนลี้ ราวกับกำลังมองหาบางสิ่ง ก่อให้เกิดพายุฝนนองเื
ในทะเลที่มืดมิดราวกับทุบเหว พายุกระโชกแรง ฟ้าร้องสนั่นดัง เสียงศักดิ์สิทธิ์ดังก้องกังวาน บดขยี้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดให้ราบเป็หน้ากลอง
ฟ้าพลิกดินหมุน โลกเปลี่ยนไปในพริบตา
ความว่างเปล่าหายไป แตกสลายเหมือนแก้วเปราะบาง
พร้อมกับเสียงศักดิ์สิทธิ์ เสียงร้องของัและนกเฟิ่งหวง โลงศพพันโซ่ที่ถูกปิดผนึกไว้ก็ถูกโยนลงไปในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ ล่องลอยอยู่ในนั้นไปตลอดกาล...
หมอกบางๆ ลอยเลื่อน เมฆมงคลเกาะก้อน
ที่นี่คือดินศักดิ์สิทธิ์ผืนหนึ่ง ที่เพาะเมล็ดพันธุ์โบราณเอาไว้ แต่เวลานี้ดินตรงหน้ากลับสั่นไหว
“ควับ--”
โลกทั้งใบปั่นป่วน สายลมศักดิ์สิทธิ์โหมกระหน่ำ ทันใดนั้น พื้นดินก็ถูกผลักกระเด็นพร้อมด้วยเสียงฟ้าร้อง ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาจากดิน ดวงตาของเขาดุร้ายราวกับสัตว์ปีศาจ!
เป็ฉู่อวิ๋น!
“อ๊าก--!”
ด้วยเสียงคำรามดังลั่น ฉู่อวิ๋นกระโจนตัวไปข้างหน้า มือทั้งสองข้างยกลอยเคว้ง และลุกขึ้นนั่งกะทันหัน ทำให้เตียงไม้เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
“ฮู่วๆๆ... ที่แท้ก็แค่ฝันไป” หลังจากใอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็สูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด ร่างกายชุ่มเหงื่อ ความฝันเมื่อครู่นี้ สมจริงจนแทบจะหายใจไม่ออก
ไม่นาน ฉู่อวิ๋นก็ตั้งสติได้ นึกถึงฉากในความฝันนั้นอีกครั้ง เมล็ดพันธุ์นั่นปลูกคนขึ้นมาได้จริงๆ หรือ? แถมยังงอกออกมาเป็เขา? เขารีบกลับไปที่เขตแดนิญญาโบราณทันทีอย่างไม่ลังเล เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจ
ผลที่ได้รับกลับมา คือใจนแทบเป็ลม
ข้างลำธาร มองเห็นใบไม้สีเขียวโผล่ขึ้นมาจากดิน มันดูเล็กจ้อย เหมือนดั่งแขนป้อมๆ ของเด็กทารกที่ผุดขึ้นมาด้วยอยากสำรวจโลก
นี่คือเมล็ดพันธุ์โบราณที่ปลูกไว้ หลังจากได้รับการบำรุงจากดินศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิม ไม่ผิดแน่นอน
“เมิ่งเมิ่ง มันงอกแล้ว… งอกแล้ว!! เมล็ดพันธุ์นี้จะงอกขึ้นมาเป็อะไร? งอกอะไรขึ้นมากัน?!” ฉู่อวิ๋นตื่นเต้นมาก เมื่อนึกถึงฉากในฝันร้ายที่ตนโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน ความหวาดผวายังคงฝังลึกอยู่ในใจ
แต่เมิ่งเมิ่งกลับส่ายหัว ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ ขอให้ฉู่อวิ๋นอดทนรอหน่อย ดังนั้นเขาจึงต้องจำใจสงบสติอารมณ์
“เหตุใด่นี้ถึงรู้สึกเสียวหลังแวบๆ จังนะ? เหมือนโดนจับตามองอยู่เลย? แถมเมื่อคืนก็ฝันน่ากลัว ลางร้ายแน่แล้ว”
หลังจากที่จิตสำนึกิญญาของเขาออกมาจากเขตแดนิญญาโบราณ ฉู่อวิ๋นก็รู้สึกไม่สบายใจ
“เวิ้ง เวิ้ง——”
ทันใดนั้น ก็มีเสียงลึกลับดังขึ้น
นี่เป็สัญญาณว่ามีผู้มาเยือน ฉู่อวิ๋นงุนงง เช้าขนาดนี้ ด้านนอกเป็ใครกัน?
หลังจากนั้น เขาก็เปิดประตูลานบ้าน สายลมหอมพัดเข้าจมูกทันที กลิ่นหอมที่ว่ามีฤทธิ์คล้ายทำให้มึนเมา ทำให้เขาสั่นไปทั้งตัว
“เอ่อ... คือท่าน?” ดวงตาของฉู่อวิ๋นเบิกกว้าง ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง คนตรงหน้าคนนี้ เขาคุ้นเคยมาก และทุกส่วนในร่างกาย ล้วนคุ้นเคยอย่างยิ่ง
คนที่มา คือเทพธิดากูเยว่
“แปลกมากหรือ? เทพธิดาเช่นข้า... ข้าบอกแล้วว่าจะมาอีก” เยว่อู่ยกยิ้มเล็กๆ เผยให้เห็นท่าทีของสตรีที่เขินอายแวบหนึ่ง แต่มันก็ถูกปกปิดไว้อย่างรวดเร็ว แล้วกลับมาวางท่าเ็าอีกครั้ง
แต่การแต่งกายของนางในวันนี้ต่างไปจากเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด นางสวมชุดสีฟ้าอ่อนที่เรียบง่ายแต่สง่างาม ในกลิ่นอายเ็าสูงส่งกลับมีความอ่อนหวานอบอวลอยู่ บนหน้ายังคงสวมผ้าคลุมหน้า เต็มไปด้วยความลึกลับ
แน่นอนว่า ความรู้สึกลึกลับนี้มีไว้สำหรับผู้อื่น
แต่สำหรับฉู่อวิ๋นแล้ว พวกเขาทั้งสองได้พบกันอย่างเปิดเผย กอดกันอย่างเปิดเผย พูดคุยกันอย่าง... สรุปก็คือ ระหว่างพวกเขาไม่มีความลับใดๆ ทั้งนั้น ล้วนแล้วแต่ได้สำรวจร่างกายของกันและกันแล้ว
ครู่ต่อมา ในห้อง
“ทุกครั้งต้องให้แม่นางเยว่ลำบากมาให้อาหารเ้าตัวตะกละนี้ตลอดเลย ช่างน่าละอายนัก” ฉู่อวิ๋นพูดพลางยิ้มแหย
นี่เป็ครั้งที่สามแล้วที่เยว่อู่มาส่งโอสถวิเศษ สองครั้งแรกอยู่ข้างนอก แต่ไม่คาดคิดว่าคราวนี้จะบุกมาส่งถึงประตู
เยว่อู่ไม่นำพา กำลังเล่นกับกระต่ายน้อยที่ถือโสมพันปีอยู่ข้างเตียง พลางพูดเบาๆ “ข้าเคยบอกแล้วว่าข้าจะเลี้ยงกระต่ายน้อย รับผิดชอบต่อสิ่งที่จำเป็ในการเติบโตของมัน เ้าไม่ต้องพูดให้มากความ ดูแลมันให้ดีก็พอ”
“ขอรับ” ฉู่อวิ๋นพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ เขายังสลัดความฝันเมื่อคืนนี้ไม่ออก ยามนี้ยังคงฟุ้งซ่านอยู่เล็กน้อย
“ใช่แล้ว...” ในเวลานี้ เย่ว์หวู่หันกลับมา ผมสีทองอ่อนของนางปลิวไสว กลิ่นหอมกรุ่นฟุ้งกระจาย พูดเสียงเรียบ “พวกนี้คือโอสถวิเศษที่ช่วยรักษาเสถียรภาพและปรับปรุงการฝึกฝน ข้าเจอมันตอนทำความสะอาดห้อง”
“แต่โอสถพวกนี้มีผลเฉพาะกับขั้นพื้นพิภพเท่านั้น ไร้ผลกับข้า ถ้าเ้าไม่รังเกียจเก็บของเหลือ ก็รับเอาไว้เถอะ”
พูดจบ ไม่รอให้ฉู่อวิ๋นตอบตกลง เยว่อู่ก็วางขวดโอสถทุกขวดในมือไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างเรียบร้อย
ฉู่อวิ๋นอึ้งไปชั่วครู่ แต่ต่อมาก็ยกยิ้มบาง เริ่มคุ้นเคยกับนิสัย “ทิ้ง” โอสถวิเศษของเยว่อู่แล้ว
เขาตอบความจริง “โอสถพวกนี้ ข้าจะช่วยแม่นางเยว่กำจัดมันเอง ท่านวางใจเถอะ”
“อืม...” เยว่อู่พยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาที่สดใสเป็ประกาย
จากนั้น ระหว่างที่เล่นกับกระต่ายนางก็คิดเื่หนึ่งไปด้วย แล้วจึงพูดออกมาอย่างใจเย็น “อีกเจ็ดวันก็เป็วันเปิดสุสานกระบี่อู๋จี๋แล้ว เ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อม แม้ว่าในนั้นจะมีอาวุธิญญาอยู่ทุกที่ แต่ก็มีด่านทดสอบตามธรรมชาติมากมาย หากไม่ระวังเพียงนิด นั่นอาจปลิดชีพเ้าได้”
“หืม? แม่นางเยว่ เหตุใดท่านถึงรู้เื่สุสานกระบี่ด้วย?” ฉู่อวิ๋นสับสน
“แม้ว่าสุสานกระบี่อู๋จี๋จะเป็ของวังเจี้ยนเฉิน แต่ศิษย์ที่โดดเด่นจากสำนักย่อยอื่นก็สามารถเข้าไปได้ กระบี่ในตอนนี้ของข้าก็ได้มาจากสุสานกระบี่” เยว่อู่อธิบาย
“เช่นนี้นี่เอง” ฉู่อวิ๋นพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็ตะลึงนิ่งอึ้งไป ยิ้มและพูดว่า “ขอบคุณแม่นางเยว่ที่เป็ห่วง ข้าจะต้องหาอาวุธคู่ชะตาของตัวเองในสุสานกระบี่พบแน่ขอรับ จะไม่เป็อะไรแน่นอน”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ใบหน้างดงามของเยว่อู่ก็แดงขึ้นเล็กน้อย ร่างกายบอบบางเกร็งแข็งขึ้นมา
จากนั้น นางก็สงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วและเอ่ยอย่างเ็าอีกครั้ง “เ้าอย่าดูเบาสุสานกระบี่ มันเป็สถานที่ที่อันตรายมาก ทุกปีคร่าชีวิตผู้เข้าร่วมไปไม่น้อย และเทพธิดาเช่นข้า... ไม่ได้เป็ห่วงเ้าสักหน่อย แค่ไม่อยากให้เ้ากระต่ายน้อยเสียเ้าของไปก็เท่านั้น มันคงน่าสงสารน่าดู”
เมื่อได้ยินคำพูดประชดประชันของเยว่อู่ ฉู่อวิ๋นก็รู้สึกอบอุ่นในใจ
แต่เขาไม่ได้บอกความจริง เพียงแค่พูดเป็นัย “แม่นางเยว่ ท่านไม่ต้องกังวล เพื่อกระต่ายน้อยแล้ว ข้าจะไม่ตาย จะออกมาอย่างปลอดภัย นี่คือคำสัญญา”
“ถ้าเช่นนี้... ย่อมดีที่สุด” น้ำเสียงของเยว่อู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย กายบางสั่นระริก แล้วก็ลูบเสี่ยวหวงไม่หยุด นี่ทำให้กระต่ายน้อยไม่เข้าใจ ขนของมันนุ่มขนาดนั้นเลยหรือ? เหตุใดปีศาจสาวถึงลูบมันไม่หยุดเลย?
“หือ? จี๊ด จี๊ด!”
ทันใดนั้น ดวงตาของกระต่ายน้อยก็เป็ประกาย นึกขึ้นมาได้ว่านายท่านฉู่อวิ๋นเคยบอกไว้ ต้องมีมารยาทกับผู้อื่น ตอนนี้ที่เยว่อู่ปฏิบัติต่อมันอย่างอ่อนโยน มันก็ต้องตอบแทน
ดวงตากลมโตของกระต่ายเป็ประกาย มองซ้าย มองขวา...
โอ๊ะ! มีแล้ว ของในตู้เสื้อผ้า ปีศาจสาวจะต้องชอบแน่นอน!
ดวงตากระต่ายตัวน้อยโค้งงอเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว อยากจะขอบคุณเยว่อู่ที่เอาของขวัญมาให้
