ไป๋เฉินพยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ ก่อนจะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโม่เฉิงไปตลอดทั้งเส้นทาง
จนได้ข้อสรุปว่าโม่เฉิงผู้นั้นอาจจะอยู่เื้ัของการเปิดอาณาจักรลับในครั้งนี้
ในที่สุดเขาก็ได้ไขข้อสงสัยว่าอาณาจักรลับถูกเปิดออกด้วยจุดประสงค์ใดและการประโคมข่าวมีไว้เพื่อสิ่งใด
และการปรากฏขึ้นของอาณาจักรลับมิใช่การต้อนรับการกลับมาของมารเก้าเนตรแต่อย่างใด หากแต่้าล่อให้มารเก้าเนตรเข้ามาและโม่เฉิงจะได้มีโอกาสในการกระทำบางอย่างราวกับว่าเขาเป็ลูกเจี๊ยบในกำมือ
และอีกอย่างเหล่าจตุรมารที่ซึ่งเป็บริวารของมารเก้าเนตรก็ยังมีชีวิตอยู่เพียงเพราะมารเก้าเนตรได้สละชีวิตเพื่อปิดผนึกอาณาจักรลับ และเมื่อมารเก้าเนตรตายไป ในบรรดาเผ่ามารทั้งหมดโม่เฉิงนับว่ามีความแข็งแกร่งสูงสุดรองลงมาจากมารเก้าเนตรเอง
นั่นเป็เหตุผลที่อาณาจักรลับถูกควบคุมโดยโม่เฉิงทั้งหมด!
ไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า "แผนการช่างไร้ที่ติจริงๆ ชี้โพรงให้กระรอกและทำให้เ้ากับข้าเข้ามาติดกับเข้าอย่างจัง"
แม้นในขณะบ่นพึมพำ แต่เขาก็มีความตื่นเต้นที่ฉายชัดในรูม่านตา
ในที่สุดนี่เป็ครั้งแรกที่เขาถูกหลอกล่อให้เข้ามาติดกับโดยไม่ได้สมัครใจ สำหรับเขาแล้วนี่เป็การเปิดประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง
[ในที่สุดก็มีใครบางคนหลอกข้าได้สำเร็จ ฮ่าๆๆๆ!]
แต่ทันใดนั้นในขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้าที่ซึ่งเป็เส้นทางที่มีแสงส่อง กลับมีเสียงฝีเท้าดังกึกก้องราวกับอยู่ในถ้ำวิ่งตรงมาล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง จนทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
หากจะให้ฟังจากเสียงแล้วอย่างน้อยบุคคลที่มาถึงนั้นมีประมาณ 10-12 คน
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามาพร้อมกับเงาที่ตกกระทบจากแสงไฟสลัวจากปลายถ้ำ
จู่ๆพลันปรากฏกลุ่มคนประมาณ 12 คนในชุดสีดำทมึน นำมาด้วยชายวัยกลางคนใบหน้าเหลี่ยมและมีกลิ่นอายน่าขนลุกวนเวียน มันเผยรอยยิ้มลึกลับและกล่าวอย่างสนุกสนาน "ในที่สุดเหยื่อก็มาถึงเสียที"
"พรึ่บ!"
"พรึ่บ!"
"พรึ่บ!"
"พรึ่บ!"
ชายชุดดำทั้ง 12 คนเข้าล้อมไป๋เฉินจากทุกทิศทางพร้อมกับพลังปราณเ็าแผ่ซ่านปิดล้อมไว้
ก่อนที่ชายวัยกลางคนที่ซึ่งเป็ผู้นำก็พลันก้าวออกมาหยุดลงตรงหน้าไป๋เฉินเพียงแค่สิบก้าว "เผ่ามนุษย์โสโครก จุดจบของเ้ามาถึงแล้ว ฮ่าๆๆๆ!"
"เมื่อเ้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ พลังปราณของพวกเ้าจะมิอาจใช้งานได้อีกต่อไป บัดนี้เ้าเป็เพียงลูกไก่ในกำมือของข้าเท่านั้น!" ชายวัยกลางคนยิ้มเยาะอย่างน่าขนลุก พร้อมทั้งยกมือขึ้น
"จับตัวมันไป!"
สิ้นสุดคำสั่งเหล่าชายชุดดำพุ่งเข้าหาไป๋เฉินและะเิปราณสีดำอย่างบ้าคลั่ง!
ไป๋เฉินไม่รอช้าพลันสะบัดข้อมือก่อนที่กริชสีดำจะปรากฏขึ้นบนสองมือ กระแสปราณจางๆแผ่ซ่านพร้อมกับร่างของเขาที่หายไปอย่างฉับพลัน
"พรึ่บ!"
แต่จู่ๆชายวัยกลางคนแสดงสีหน้าตะลึงงันเพราะมันมิอาจััได้ถึงรัศมีของไป๋เฉินได้
เมื่อมันรู้สึกตัวมันจึงรีบะโเสียงดัง "ระวัง!"
ในเสี้ยววินาทีและเวลาเดียวกันกับเสียงะโ ร่างของไป๋เฉินก็ปรากฏด้านหลังของสมาชิกเผ่ามารผู้หนึ่งโดยมีกริชสีดำแทงทะลุเส้นเืใหญ่ที่คอไปแล้ว!
จู่ๆก็มีเสียงกระแสลมบ้าคลั่งดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หางตาของชายวัยกลางคนสังเกตเห็นเหตุการณ์อย่างเลือนราง ก่อนที่เสียงคำรามของมันดังกึกก้อง พร้อมทั้งหันหลังกลับไปด้วยกำปั้นปราณที่บ้าคลั่ง!
แต่เมื่อหันกลับไปมันก็ต้องตกตะลึง เพราะกลุ่มคนที่มันนำมาทั้ง 11 คนนั้นกลับถูกของมีคมแทงทะลุคอและนอนแผ่ราบเป็ร่างไร้ิญญาอยู่บนพื้น โดยมีเืสีดำไหลนองกองใหญ่!
"เป็ไปได้อย่าง-"
ไม่ทันที่ชายวัยกลางคนจะได้กล่าวจบ กลับมีเสียง "ฉัวะ!" เมื่อมันตระหนักได้ถึงความรู้สึกด้านชาที่กะโหลกด้านหลังมาพร้อมกับกระแสลมเย็นๆพัดผ่าน
เมื่อมันเหล่ตามองไปยังลมเย็นๆ ภาพที่ปรากฏคือกริชสีดำที่แทงลึกลงไปในก้านสมองจากด้านหลัง ซึ่งกริช 6.9 นิ้วกลับเหลือภายนอกไม่ถึง 0.9 นิ้วเท่านั้น!
ดวงตาสีเืส่องประกายในความมืดมิด เขายกยิ้มมุมปากจางๆ "ช้าเกินไป"
ไป๋เฉินกระซวกพลันดึงกริชกลับคืนก่อนจะปล่อยให้ร่างของชายวัยกลางคนทรุดตัวลงด้วยดวงตาเบิกกว้าง
เขาสะบัดเืออกจากกริชก่อนจะเก็บไว้ข้างเอว พร้อมทั้งเหยียบย่ำซากศพของคนทั้งสิบสองไปยังเส้นทางที่มีแสงสลัวๆทอดมาด้วยเสียงพึมพำอย่างเบื่อหน่าย
"อ่อนแอเกินไป..."
.
.
.
ส่วนลึกของดินแดนใต้พิภพรายล้อมไปด้วยสิ่งปลูกสร้างโบราณคลับคล้ายกับตำหนักเก่าแก่ที่ประกอบไปด้วยหินอ่อนที่มีตะไคร้น้ำเกาะกุม
ลานกว้างเบื้องหน้าสิ่งปลูกสร้างสูงชันปรากฏให้เห็นร่างสีฟ้าของฉินเหวินเทียนนั่งเท้าคางอยู่บนบัลลังก์สีดำที่รายล้อมไปด้วยกลุ่มคนชุดดำขนาบข้าง
และเบื้องหน้าของบัลลังก์ปรากฏร่างในชุดสีดำของฝูงชนจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยกำลังคุกเข่าให้แก่ฉินเหวินเทียนบนบัลลังก์ด้วยสีหน้าที่ยำเกรง
ฉินเหวินเทียนที่นั่งมือเท้าคางอย่างเบื่อหน่ายบนบัลลังก์เบือนสายตาไปยังชายชราในชุดสีดำทางขวาพร้อมกับมุบมิบปาก "เฒ่าลู่ ผู้ที่ลงมายังดินแดนใต้พิภพอยู่ที่ไหนกัน?"
ชายชราที่ถูกเรียกว่าเฒ่าลู่เงยหน้าขึ้นแม้นจะกำลังคุกเข่า ก่อนจะประสานมือรายงาน "ท่านโม่เฉิง ขณะนี้เผ่ามนุษย์ทั้งหมดที่ผ่านประตูนรกเข้ามาถูกควบคุมตัวอยู่ในวังแห่งความมืดทั้งหมดแล้ว"
"โอ้? ทำงานได้รวดเร็วดี" ฉินเหวินเทียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ มันมองไปยังกลุ่มลูกสมุนทั้งหมดด้วยรอยยิ้มเยาะ "อีกไม่นานเมื่อถึงสุริยคราสอีกครั้งพวกเราจะเริ่มพิธีกรรม!"
แต่จู่ๆก็กลับมีชายวัยกลางคนที่พุ่งทะยานมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกพร้อมกับคุกเข่าลงด้วยตัวที่สั่นสะท้าน "ท่านโม่เฉิง กลุ่มของเนี่ยตงที่ประจำการอยู่ที่ประตูนรกบานที่สามถูกสังหารลงแล้ว!"
"หืม?" คิ้วของฉินเหวินเทียนเลิกขึ้นอย่างเ็า
[เ้าเทียนโม๋ยังไม่ได้รับต้นกำเนิดแห่งความตายไปมิใช่หรอกหรือ?]
[มันจะสังหารกลุ่มของเนี่ยตงลงได้อย่างไร?]
ก่อนหน้าที่มันจะลงมามันได้ตรวจสอบแล้วว่าไป๋เฉินเป็เพียงผู้บำเพ็ญปราณลึกลับขั้นที่ 2 ซึ่งแตกต่างจากเนี่ยตงที่เป็ผู้บำเพ็ญปราณลึกลับขั้น 9
ซ้ำแล้วกลุ่มของเนี่ยตงยังมียอดฝีมืออีกมากมายที่รอดชีวิตจากาในอดีต
เนื่องจากว่าขณะนี้กลุ่มที่สนับสนุนมารเก้าเนตรในอดีตได้ถูกคุมขังในส่วนที่ลึกที่สุดไปโดยสมบูรณ์ และมันโม่เฉิงจะเข้ารับตำแหน่งจักรพรรดิมารแทนที่มารเก้าเนตรไปโดยปริยาย
และการคืนชีพของมันก็เป็อย่างที่มารเก้าเนตรสันนิษฐานไว้จริงๆ เพราะในอดีตมันถูกผนึกลงในแผ่นทองแดงที่อยู่ใต้คุกที่ลึกที่สุดเนื่องจากข้อหาฏพร้อมกันกับบริวารทั้งหลาย
แต่การมาถึงของจักรพรรดิเมฆาทำให้ช่องว่างมิติที่หลบซ่อนดินแดนของจักรพรรดิมารเกิดการแปรปรวนจนทำให้คุกใต้ดินถูกทำลายและได้ปลดปล่อยข้าบริวารของโม่เฉิงนับร้อยที่ถูกคุมขังออกมาให้เป็อิสระ
และตัวของโม่เฉิงที่อยู่ในแผ่นทองแดงเองก็ถูกปลดปล่อยออกมาด้วย หากแต่ตัวของมันเหลือเพียงเศษเสี้ยวของจิติญญา ดังนั้นมันจำเป็ต้องวางแผนกับลูกสมุนเพื่อนำมันไปวางไว้ในปราการด่านแรกเพื่อเฟ้นหาสถิตย์ร่างใหม่เพื่อจะให้มีกายหยาบเฉกเช่นเผ่ามารทั่วไป
แต่ถึงกระนั้นมันก็มิอาจค้นหาสถิตย์ร่างที่เหมาะสมได้เพราะจิติญญาของมันอ่อนแอเกินไป แต่มนุษย์โดยส่วนใหญ่มีจิติญญาที่เข้มแข็ง
จนกระทั่งได้พบเจอกับฉินเหวินเทียน!
ร่างของฉินเหวินเทียนนั้นมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเข้าสิงสู่ได้อย่างสมบูรณ์ นั่นเป็เพราะจิตใจของฉินเหวินเทียนเปี่ยมไปด้วยความแค้น อารมณ์ด้านลบและความทะเยอทะยานกระหายในความแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้จิตใจมีช่องโหว่เพียงพอที่โม่เฉิงจะเข้าไปสิงสู่ร่างได้!
นั่นเป็เหตุผลที่มันเลือกจะทำตามแผนการที่วางไว้ก่อนที่จักรพรรดิมารเก้าเนตรจะได้เผชิญหน้ากับจักรพรรดิเมฆา
ซึ่งนั่นหมายถึงกองกำลังของโม่เฉิงเองก็เป็ฏที่รอเวลาการคืนชีพกลับมาของโม่เฉิงเอง!
ฉินเหวินเทียนบนบัลลังก์ลูบคางและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามเฒ่าลู่ "เฒ่าลู่ โม่หลินอยู่ที่ใด?"
เฒ่าลู่ประสานมือและตอบกลับอย่างนอบน้อม "ท่านโม่หลินกำลังเฝ้าคุกใต้ดินอยู่มิให้สกุลเทียนได้หลุดรอดออกมาได้"
หลังจากไตร่ตรองเพียงชั่วครู่ฉินเหวินเทียนก็เผยรอยยิ้มแสยะและสั่งการอย่างเด็ดขาด "ส่งคำสั่ง ส่งโม่หลินออกไปจัดการกับเทียนโม๋ หากเป็ไปได้ก็ให้จับเป็กลับมา!"
"และอีกอย่างย้ำเตือนเขาด้วยว่านั่นคือร่างใหม่ของท่านเทียนโม๋ แม้นว่าเขาจะอ่อนแอ แต่อย่าได้ประมาทเป็อันขาด" ฉินเหวินเทียนกล่าวทิ้งท้ายด้วยความเคร่งขรึม
"ขอรับ!" เมื่อรับคำสั่งเฒ่าลู่ประสานมือก่อนจะยืนขึ้นและพุ่งทะยานไปยังทิศตะวันออกของดินแดนใต้พิภพโดยทันที
ฉินเหวินเทียนหยิบจอกสุราออกมาเทก่อนจะกระดกเล็กน้อยด้วยสีหน้าเพลิดเพลิน "ท่านเทียนโม๋ มาดูกันว่าท่านจะกระเสือกกระสนได้สักกี่น้ำ!"
จากนั้นมันก็ยืนขึ้นและสั่งการด้วยเสียงคำรามดุจการกู่ร้องของั "เตรียมตัวให้พร้อม! เมื่อถึงเวลาข้าจะให้พวกเ้าสิงสู่ร่างของมนุษย์และข้าจะไปรับต้นกำเนิดปราณแห่งความตาย จากนั้นพวกเราจะออกจากที่แห่งนี้และยึดทวีปนี้มาเป็ของพวกเราเผ่ามาร!"
