เสี่ยวเม่ยเงื้อกรรไกรจะจิ้มลงบนเนื้อผ้าไหมราคาแพง หย่าลี่ที่รอจังหวะอยู่แล้วลุกขึ้นยืนฉับพลัน เธอไม่ได้แย่งกรรไกรคืน แต่กลับคว้าข้อมือของเสี่ยวเม่ยไว้แล้วบิดเพียงเล็กน้อยจนกรรไกรร่วงหล่นลงพื้น
เคร้ง!
"โอ๊ย! แม่คะ มันทำร้ายหนู!" เสี่ยวเม่ยร้องลั่น
นางหลิวเห็นลูกสาวเจ็บก็โกรธจนหน้ามืด คว้าเอาเศษผ้าอื่นๆ ที่หย่าลี่เตรียมไว้เย็บมาฉีกกระชาก "แกมันนังลูกอกตัญญู! ชอบเย็บผ้านักใช่ไหม? ชอบทำตัวเป็ดีไซเนอร์นักใช่ไหม? ฉันจะทำลายมันให้หมด!"
เศษผ้าสีสวยปลิวว่อนไปทั่วห้อง ต้าหรงและชิงชิงที่เพิ่งเดินกลับมาจากหลังบ้านเห็นเหตุการณ์ก็รีบวิ่งเข้ามาปกป้องแม่
"อย่าทำแม่นะ! ยายแก่ใจร้าย!" ต้าหรงะโพลางเอาตัวเข้าบังหย่าลี่
"นังเด็กเปรต! แกด่าใคร!" นางหลิวเงื้อมือจะตบต้อนหน้าเด็กชาย แต่ครั้งนี้มือของนางถูกหยุดไว้กลางอากาศด้วยฝ่ามือที่แข็งแกร่งของหย่าลี่
หย่าลี่จ้องหน้าแม่เลี้ยงด้วยดวงตาที่ลุกโชนด้วยไฟโทสะ "ตบสิ... ถ้าคุณตบลูกฉันแม้แต่นิดเดียว ฉันจะไปที่กองพลทหารตอนนี้ แล้วประกาศให้ทุกคนรู้ว่าคุณโกงเงินำาญที่พ่อทิ้งไว้ให้ฉันไปเท่าไหร่ หลักฐานทุกอย่างที่พ่อเคยเขียนไว้ในสมุดบันทึก ฉันซ่อนมันไว้ในที่ที่พวกคุณหาไม่เจอแน่!"
นางหลิวชะงัก หน้าซีดลงทันตา "แก... แกขู่ฉันเหรอ?"
"ฉันไม่ได้ขู่ ฉันเตือน" หย่าลี่ผลักมือนางหลิวออกอย่างแรงจนนางเสียหลักไปชนกับโต๊ะ "ผ้าที่พวกคุณทำลายไป... ฉันจะคิดมูลค่ามันเป็เงิน แล้วหักออกจากหนี้บุญคุณจอมปลอมนั่นให้หมด ส่วนผ้าไหมชิ้นนี้..."
หย่าลี่ก้มลงหยิบผ้าไหมสีชมพูขึ้นมาปัดฝุ่นอย่างทะนุถนอม "มันคืออนาคตของฉันและลูกๆ ถ้าใครกล้ามาแตะต้องมันอีกแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะไม่ใช่แค่ป้องกันตัว แต่ฉันจะทำลายชีวิตพวกคุณให้พังพินาศยิ่งกว่าเศษผ้าพวกนี้!"
"แก... แกเปลี่ยนไป นังหย่าลี่ แกไม่ใช่คนเดิม!" เสี่ยวเม่ยสั่นเทิ้มด้วยความกลัวผสมความแค้น
"ใช่ ฉันไม่ใช่คนเดิมที่ยอมให้พวกคุณจูงจมูกอีกต่อไป" หย่าลี่ก้าวเข้าไปหาทั้งคู่ทีละก้าว "ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะเรียกทหารยามหน้าค่ายมาลากคอพวกคุณไปข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สินเมียนายทหาร!"
นางหลิวและเสี่ยวเม่ยเห็นท่าไม่ดี ประกอบกับสายตาของหย่าลี่ที่ดูราวกับนางมารร้ายที่พร้อมจะแล่เนื้อพวกนางออกเป็ชิ้นๆ ทั้งสองจึงจำต้องล่าถอย
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังหย่าลี่! แกอย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุข!" นางหลิวทิ้งท้ายด้วยเสียงโหยหวนก่อนจะพาลูกสาววิ่งหนีออกจากบ้านไป
เมื่อความเงียบกลับมาเยือน หย่าลี่ทรุดตัวลงนั่งมองเศษผ้าที่กระจัดกระจายบนพื้น ความรู้สึกเหนื่อยล้าแล่นเข้ามาจู่โจม แต่แล้วัันุ่มนิ่มจากมือน้อยๆ ของชิงชิงที่มาจับชายเสื้อเธอก็ทำให้ใจชื้นขึ้น
"แม่จ๋า... ผ้าพังหมดเลย หนูช่วยเก็บนะจ๊ะ" เด็กหญิงตัวน้อยก้มลงเก็บเศษผ้าด้วยความไร้เดียงสา
หย่าลี่น้ำตาคลอ เธอรวบลูกทั้งสองเข้ามากอด "ไม่เป็ไรลูก ผ้าพวกนี้พังได้ แต่มันจะกลายเป็บทเรียนที่แพงที่สุดที่แม่จะสอนพวกมัน"
ชูเฟินในร่างหย่าลี่มองกรรไกรบนพื้น เธอหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบความคม แววตาของดีไซเนอร์ผู้ทะเยอทะยานกลับมาอีกครั้ง เศษผ้าเหล่านี้คนอื่นอาจมองว่าไร้ค่า แต่สำหรับดีไซเนอร์ระดับโลกอย่างเธอ... 'เทคนิคการตัดต่อผ้า' กำลังจะกลายเป็แฟชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ และเธอจะใช้เศษซากความพ่ายแพ้เหล่านี้แหละ สร้างอาณาจักรแฟชั่นขึ้นมาให้ดู!
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบ้านพักทหารอีกครั้งหลังจากนางหลิวและเสี่ยวเม่ยวิ่งหนีออกไปอย่างทุลักทุเล แต่ชูเฟินรู้ดีว่าคนประเภทนี้ไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อ "บ่อเงินบ่อทอง" ที่เคยขูดรีดมาตลอดอย่างหย่าลี่ลุกขึ้นมาขัดขืน เธอจึงไม่เสียเวลาแม้แต่นาทีเดียวในการเริ่มแผนการตอกกลับขั้นเด็ดขาด
ชูเฟินนั่งลงที่โต๊ะไม้ พิจารณาเศษผ้าที่ถูกแม่เลี้ยงฉีกทึ้งเมื่อครู่อย่างละเอียด แววตาของเธอสงบและเยือกเย็นจนน่ากลัว
"ต้าหรง ชิงชิง" เธอเรียกลูกๆ "ไปหยิบสมุดเก่าๆ ของคุณตาที่แม่ซ่อนไว้ในกล่องไม้ใต้เตียงมาให้แม่ที"
เด็กชายตัวน้อยรีบทำตามคำสั่ง เขาคลานเข้าไปใต้เตียงและลากกล่องไม้ใบเล็กออกมา ภายในนั้นมีเอกสารเก่าและสมุดบันทึกของบิดาหย่าลี่ ซึ่งเป็ทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไป ชูเฟินเปิดดูและยิ้มที่มุมปาก เมื่อพบสิ่งที่้า มันคือ รายการทรัพย์สินและการมอบหมายำาญที่มีตราประทับทางราชการ
"เอาล่ะ... ในเมื่ออยากเล่นบทแม่ผู้มีพระคุณ ฉันจะจัดเวทีให้พวกคุณรำอย่างสวยงามเอง"
เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา นางหลิวที่ยังไม่หายแค้นได้กลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้มาแค่กับเสี่ยวเม่ย นางไปลากเอาป้าสะใภ้จ้าว เมียทหาราุโที่มีนิสัยชอบสอดรู้สอดเห็นและเป็คนกว้างขวางในเขตบ้านพักทหารมาด้วย หวังจะใช้แรงกดดันทางสังคมประณามหย่าลี่ว่าเป็ลูกอกตัญญู
"พี่สะใภ้จ้าว ดูเอาเถอะค่ะ!" นางหลิวแสร้งบีบน้ำตา "ฉันเลี้ยงมันมาเหมือนลูกในไส้ แต่วันนี้มันกลับคว้ากรรไกรจะไล่แทงฉันกับเสี่ยวเม่ย แถมยังจะฮุบเงินำาญของพ่อมันไว้คนเดียว ทั้งที่ฉันต้องใช้เลี้ยงดูครอบครัวและทำบุญให้สามีผู้ล่วงลับ!"
ป้าสะใภ้จ้าวมองเข้าไปในบ้านด้วยสายตาตำหนิ "หย่าลี่ ทำไมเธอทำแบบนี้ล่ะ? ความกตัญญูเป็เครื่องหมายของคนดีนะ"
ชูเฟินที่นั่งรออยู่แล้ว เดินออกมาที่หน้าประตูอย่างช้าๆ เธอไม่ได้สวมชุดโทรมๆ เหมือนทุกวัน แต่เลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เธอเพิ่งซ่อมแซมและรีดจนเรียบกริบ ผมที่เคยกระเซิงถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต เผยใบหน้าที่งดงามดั่งภาพวาด
"ป้าสะใภ้จ้าวมาพอดีเลยค่ะ" ชูเฟินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น "ฉันกำลังอยากจะเชิญป้ามาเป็พยานอยู่พอดี ว่าใครกันแน่ที่กำลัง 'อกตัญญู' ต่อดวงิญญาของคุณพ่อฉัน"
"แกหมายความว่ายังไงนังหย่าลี่!" นางหลิวชะงัก ลืมบีบน้ำตาไปชั่วขณะ
