“หากชำระเงินที่เหลือจนหมดภายในสองปี ให้ดอกเบี้ยกับฉันแค่สามสิบหยวนก็พอ หากชำระหนี้คืนภายในห้าปี ส่วนที่ยังไม่ได้ชำระคืนจะคิดดอกเบี้ยร้อยละห้าหยวน หากชำระหนี้คืนภายในสิบปี ดอกเบี้ยจะเป็ร้อยละยี่สิบหยวน”
สวีหว่านหนิงมองสองคนที่กำลังทำสีหน้าใ
“พวกเธอไม่มีความเห็นอะไรใช่ไหม?”
“แน่นอนว่า...”
“แน่นอนว่าไม่มีอยู่แล้ว!”
หลี่เชี่ยนเชี่ยนจับตัวกู้จวิ้นที่กำลังจะพ่นคำด่า แล้วฝืนฉีกยิ้มให้สวีหว่านหนิง
“หว่านหนิงเธอวางใจได้ พวกเราจะรีบคืนเงินให้เร็วที่สุด”
สวีหว่านหนิงพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็ระบุเื่ดอกเบี้ยเอาไว้ในสัญญาสิ”
ทั้งสองคนจำเป็ต้องปฏิบัติตาม
หลังได้สัญญากู้ยืมมา สวีหว่านหนิงก็ตรวจทานอย่างละเอียดแล้วจึงพับเก็บอย่างดี เธอใช้กระเป๋าเสื้อเป็ทางผ่านเพื่อเก็บสัญญากู้ยืมเอาไว้ในช่องมิติ
“มีหลายคนเป็พยานเช่นนี้ หวังว่าพวกเธอสองคนคงจะไม่เบี้ยวหนี้นะ แน่นอนละ ต่อให้พวกเธออยากเบี้ยวหนี้ก็ไม่เป็ไร อย่างมากฉันก็แค่เอาสัญญาฉบับนี้ไปทวงหนี้ถึงที่บ้านของพวกเธอ พวกเรารู้จักกันมานานหลายปี บ้านของพวกเธออยู่ที่ไหน ฉันรู้ดี”
“สวีหว่านหนิง คอยดูเถอะ!”
กู้จวิ้นจ้องหน้าสวีหว่านหนิงอย่างเคียดแค้นพร้อมข่มขู่เธอด้วยความสิ้นคิด เขาสะบัดมือหลี่เชี่ยนเชี่ยนออก แล้วกลับเข้าไปด้านใน
หลี่เชี่ยนเชี่ยนวิ่งเหยาะๆ ตามไป
สวีหว่านหนิงยักไหล่อย่างไม่แยแส เธอมองกล่องพัสดุขนาดใหญ่สองใบบนพื้นแล้วเกิดความคิดบางอย่าง
“คุณลุงคุณป้าทุกท่านคงเห็นแล้วว่า ฉัน กู้จวิ้น และหลี่เชี่ยนเชี่ยนแตกหักกันแล้ว พวกเขาเคยใช้ของพวกนี้แล้ว หากฉันเก็บเอาไว้คงรู้สึกไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากถามทุกท่านว่า มีใครถูกใจของชิ้นไหนไหมคะ ฉันอยากขอแลกของด้วยค่ะ!”
สิ้นคำ ราวกับมีฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในฝูงชน
“สวีจือชิง เธอพูดจริงหรือ สิ่งของคุณภาพดีขนาดนี้ เธอทำใจทิ้งมันลงหรือ?”
“ไม่ใช่ทิ้งค่ะ แต่ฉันอยากขอแลกของบางอย่างกับทุกคน พี่สะใภ้หยาง พี่ถูกใจของชิ้นไหนบ้างไหมคะ”
สะใภ้หยางเพิ่งคลอดหลานชายคนโตให้กับตระกูลหยางเมื่อสองเดือนก่อน ตอนนี้เธอมีสถานะสูงมากในตระกูลหยาง เมื่อได้ยินคำถามของสวีหว่านหนิง เธอก็ไม่เกรงใจ ก่อนจะชี้ไปยังรองเท้าหนังเสริมส้นสีดำคู่หนึ่ง “รองเท้าคู่นี้เธออยากแลกกับอะไร”
“รองเท้าคู่นี้หลี่เชี่ยนเชี่ยนใส่มานานแล้ว แลกกับแม่ไก่หนึ่งตัวและไข่ไก่อีกยี่สิบฟองเป็ยังไงคะ”
ปัจจุบันนโยบายรัฐมีการเปลี่ยนแปลง กอปรกับความพิเศษทางด้านภูมิประเทศและตำแหน่งที่ตั้งของหมู่บ้านต้าเจียง แต่ละครัวเรือนจึงได้รับอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์จำพวกเป็ดไก่เพื่อเป็อาหาร ขอแค่ส่งมอบพวกมันตามจำนวนที่ทางรัฐกำหนดไว้ใน่สิ้นปีก็พอ
หมู่บ้านต้าเจียงแต่ละครัวเรือนเลี้ยงไก่ไว้อย่างน้อยสิบกว่าตัว เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายอยากขอแลกกับไก่หนึ่งตัวและไข่ไก่อีกยี่สิบฟองก็รู้สึกว่าแพงไปหน่อย แต่พอคิดให้ละเอียดกลับรู้สึกว่าช่างคุ้มค่า
เพราะนั่นคือรองเท้าหนัง!
มีแต่หญิงสาวในเมืองใหญ่เท่านั้น ถึงจะมีปัญญาซื้อรองเท้าหนังได้!
สะใภ้หยางลังเลเล็กน้อย แต่นึกไม่ถึงว่าแม่สามีของเธอจะพูดอย่างไม่ลังเล “ได้ พวกเราจะแลกด้วย!”
“สวีจือชิง ฉันจะเพิ่มไข่ไก่ให้อีกยี่สิบฟอง เธอแลกเสื้อผ้ากับสะใภ้ของฉันอีกสักชุดเถิด อีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว ฉันอยากให้เธอสวมเสื้อผ้าที่ดูดีหน่อย!”
“คุณป้าดีกับพี่สะใภ้หยางมากจริงๆ ค่ะ เห็นแก่ความสัมพันธ์ของคุณป้ากับพี่สะใภ้หยาง ฉันจะให้ผ้าพันคอกับพี่สะใภ้อีกหนึ่งผืนนะคะ!”
เพราะมีสะใภ้ตระกูลหยางเป็คนเริ่ม ทำให้คนอื่นๆ เริ่มเดินมาขอแลกของด้วย
ในหน่วยจือชิง จือชิงหญิงรูปร่างสูงใหญ่และผิวคล้ำสะกิดหยวนซิน แล้วถามด้วยเสียงที่ไม่ดังแต่ก็ไม่เบาว่า “หยวนซิน ก่อนหน้านี้เธอชอบเสื้อคลุมสีไข่ห่านตัวนั้นไม่ใช่หรือ เธอไปขอแลกกับหว่านหนิงด้วยสิ”
หยวนซินตอบเสียงเรียบ “ฉันไม่มีแม่ไก่กับไข่ไก่ ช่างเถอะ”
“ไม่เห็นจะเป็อะไร ทุกคนเป็จือชิงที่ถูกส่งมาชนบทเหมือนกัน แม้ตอนนี้สวีหว่านหนิงจะไม่ได้อยู่ที่หน่วยจือชิงแล้ว แต่ก็ยังมีมิตรภาพต่อกันอยู่ เธอแค่ไปขอแลกด้วยของอย่างอื่นก็พอ!”
หยวนซินค่อนข้างหวั่นไหว
แม้เธอจะเป็หญิงสาวที่มาจากในตัวเมือง ครอบครัวฐานะก็ไม่แย่ แต่เพราะที่บ้านมีลูกหลายคน สิ่งของที่ตกมาถึงเธอจึงมีไม่มาก เสื้อคลุมขนสัตว์สีแดงพุทราที่เธอใส่เมื่อวาน เธอต้องใช้เวลาเก็บเงินหลายปีถึงจะสามารถซื้อมันได้
เสื้อคลุมสีไข่ห่านตัวดังกล่าว ดูดีกว่าเสื้อคลุมตัวนั้นของเธอไม่รู้ตั้งกี่เท่า
ถ้ามันมาอยู่บนตัวเธอคงจะสวยมาก!
แต่นั่นเป็เสื้อผ้าของสวีหว่านหนิง ถ้าเธอเอ่ยปาก พี่หลินจะเข้าใจผิดหรือเปล่า?
สวีหว่านหนิงย่อมได้ยินบทสนทนาของพวกเขา เธอไม่ได้แสร้งทำเป็เมินเฉย แต่หยิบเสื้อคลุมตัวนั้นเดินไปหาทั้งสองคน
“หยวนจือชิง ถ้าเธอชอบเสื้อคลุมตัวนี้จริงๆ ฉันยกให้เธอได้ ถือเป็การตอบแทนที่เธอเอาพัสดุมาให้ฉันเมื่อวานนี้”
“ไม่ได้ๆ!” หยวนซินโบกมือปฏิเสธ “เมื่อวานฉันแค่ผ่านไปเลยหยิบมาให้ ฉันจะรับของราคาแพงขนาดนี้จากเธอได้ยังไง?”
“คนในหมู่บ้านชอบเสื้อผ้าสีเข้มเพราะมันสกปรกยาก เสื้อคลุมตัวนี้เลยไม่มีคนสนใจ เธอเป็คนผิวขาว มันเหมาะกับเธอที่สุด และที่สำคัญคือเสื้อคลุมตัวนี้เป็ของใหม่ หลี่เชี่ยนเชี่ยนไม่เคยใส่มาก่อน”
หยวนซินอดหวั่นไหวไม่ได้ แต่ว่าไม่อาจเกลี้ยกล่อมตัวเองให้ไม่ยื่นมือออกไปรับมันเอาไว้
สวีหว่านหนิงยัดเสื้อคลุมใส่มือเธอ “ฉันให้ก็รับไว้เถิด!”
“ถ้าอย่างนั้น...ขอบคุณเธอมากนะ”
สวีหว่านหนิงโบกมือแล้วเดินกลับไปหาพวกชาวบ้าน
“พี่ใหญ่เฉิน เสื้อตัวนี้ฉันซื้อมาจากร้านค้ามิตรภาพ [1] กู้จวิ้นเองยังทำใจใส่ได้แค่ไม่กี่ครั้ง ไก่หนึ่งตัวคงจะแลกมันไม่ได้ อย่างน้อยคงต้องเอาเป็ดหนึ่งตัวกับไข่เป็ดอีกยี่สิบฟองมาแลกค่ะ!”
“พี่สะใภ้หลิน ผ้าพันคอผืนนี้เหมาะกับพี่ที่สุด ฉันยกให้พี่แล้วกันค่ะ พี่ช่วยบอกให้เถี่ยตั้นลูกของพี่ ชวนต้าชุนไปเล่นด้วยกันได้ไหมคะ เด็กคนนั้นเก็บตัวเกินไปแล้ว”
“ปู่สวี่คะ...”
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กล่องพัสดุสองกล่องก็แทบเหลือเพียงความว่างเปล่า
ตอนนี้เหลือของเพียงสองชิ้นเท่านั้น หนึ่งคือจักรยานที่แม้จะเก่าแต่ก็ยังใช้งานได้หนึ่งคัน สองคือนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าอีกหนึ่งเรือนที่ยังคงดูเหมือนของใหม่
พวกชาวบ้านเน้นของที่ใช้งานได้ แม้จะอยากได้ของดีมีราคา แต่ก็รู้ดีว่านาฬิกาเรือนนี้แพงแค่ไหน ย่อมไม่มีใครกล้าเอาเป็ดไก่ไปขอแลกกับมัน
หากต้องใช้เงินซื้อ พวกเขาก็คงไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น
แต่ถ้าเป็เสื้อผ้าหรือรองเท้านั้นต่างออกไป
“หว่านหนิง เธอจะให้เอาไก่กับไข่ไก่ไปให้ตอนไหนหรือ?”
“อีกเดี๋ยวเอาไปส่งที่บ้านฉันก็ได้ค่ะ ลำบากทุกท่านแล้ว”
“ไม่ลำบากหรอก หว่านหนิง เธอเกรงใจกันเกินไปแล้ว!”
ในห้องพัก หลี่เชี่ยนเชี่ยนยืนอยู่ริมหน้าต่าง พลางมองสวีหว่านหนิงที่กลมกลืนกับพวกชาวบ้านได้อย่างรวดเร็ว เธอโกรธจนกัดฟันกรอด ตอนนี้เธอยืนหันหลังให้กับกู้จวิ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความชั่วร้าย แต่น้ำเสียงกลับอ่อนหวานเหมือนที่ผ่านมา
“ทำไมหว่านหนิงถึงเปลี่ยนไป? ตอนนี้เธอเหมือนคนแปลกหน้า ฉันแทบจะไม่รู้จักเธอแล้ว”
หากเป็เมื่อก่อน แค่พูดเช่นนี้กู้จวิ้นก็จะขานรับ และบอกว่าคราวหน้าจะไปหาเื่สวีหว่านหนิง
พวกเธอสองคนร่วมมือกันเช่นนี้ เพื่อควบคุมสวีหว่านหนิงให้เป็ลูกไก่ในกำมือ
หลังรออยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนด้านหลัง หลี่เชี่ยนเชี่ยนหันหลังกลับมามอง และพบว่ากู้จวิ้นตาแดงก่ำ มือของเขากำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเืปูดนูนบริเวณหลังมือ
“เื่นี้จะปล่อยให้จบลงง่ายๆ ไม่ได้!” กู้จวิ้นขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ความอับอายที่สวีหว่านหนิงนำพามาให้ฉันในวันนี้ ฉันจะเอาคืนอย่างสาสม!”
-----------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ร้านค้าที่ให้บริการกับชาวต่างชาติ ทูต หรือเ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น
