บรรยากาศในหุบเขาร้อยิญญาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศที่เคยหนาวเหน็บกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ทีแรกก็คิดว่าเป็เพราะไฟป่าแต่กลับเป็เพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มเพียงคนเดียว
หลี่หยางยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งกำคมดาบั์ของจ้าวมู่ไว้แน่น เืสีแดงสดไหลซึมผ่านง่ามนิ้วหยดลงพื้นแต่ใบหน้าของเขากลับเรียบเฉยจนน่าขนลุก ดวงตาสีแดงฉานดุจโลหิตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มตื่นตระหนกของศิษย์พี่
"เ้า... เ้าทำอะไร!" จ้าวมู่พยายามดึงดาบกลับ แต่ดาบนั้นราวกับถูกฝังอยู่ในูเาหิน ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
"ข้าแค่ทวงคืนสิ่งที่เ้าพรากไป" หลี่หยางเอ่ยเสียงต่ำที่ฟังดูเหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้าย “พลัง ศักดิ์ศรี และชีวิตของครอบครัวข้า!"
เพล้ง!
หลี่หยางออกแรงบีบเพียงครั้งเดียวใบดาบเหล็กกล้าชั้นดีที่ตีจากช่างฝีมือหลวงก็แตกละเอียดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงสู่พื้น
จ้าวมู่ผงะถอยหลัง เสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้า “เป็ไปไม่ได้ มนุษย์หน้าไหนจะมีแรงขนาดนี้!"
"ข้าไม่ใช่มนุษย์แล้วจ้าวมู่" หลี่หยางก้าวสามขุมเข้ามาหา ไอสังหารสีแดงจางๆ ห่อหุ้มร่าง "วันนี้ข้าคือมารที่จะลากเ้าลงนรก!"
"ฆ่ามัน! ฆ่ามันสิโว้ย!" จ้าวมู่ะโสั่งทหารองครักษ์นับสิบคนที่ยืนตัวสั่นงันงก
ทหารเ่าั้กลั้นใจพุ่งหอกเข้าใส่หลี่หยางพร้อมกัน แต่หลี่หยางไม่แม้แต่จะหลบ เขาคว้าหอกสองเล่มแรกที่พุ่งเข้ามาแล้วหักมันด้วยมือเปล่า ก่อนจะใช้ด้ามหอกที่หักแทงสวนกลับไปทะลุเกราะอกของทหารสองนายในพริบตา ความเร็วของเขานั้นเหนือกว่าสายตามนุษย์ปกติจะมองทัน
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เพียงพริบตาเดียวร่างขององครักษ์ทั้งสิบก็นอนจมกองเืโดยที่หลี่หยางยังไม่ทันชักดาบอ่อนของตัวเองด้วยซ้ำ
จ้าวมู่รู้ตัวแล้วว่าสู้ไม่ได้ เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งหนี "ถอย! ถอยทัพ!! ไอ้หมอนี่มันเป็ปีศาจ!!!”
"จะหนีไปไหน"
หลี่หยางตวัดมือวูบ ดาบอ่อนที่เอวพุ่งออกจากฝักราวกับงูที่มีชีวิต เขาจับด้ามดาบแล้วซัดออกไปสุดแรง
ฉึก!
ดาบอ่อนพุ่งแหวกอากาศเสียบทะลุขาขวาของจ้าวมู่ตรึงร่างแม่ทัพใหญ่ติดกับหน้าผาหิน
"อ๊ากกกก!" จ้าวมู่กรีดร้องโหยหวน
หลี่หยางเดินเข้าไปใกล้ ช้าๆ เนิบนาบ ทุกย่างก้าวคือเสียงเคาะประตูมรณะ ทหารนับหมื่นที่เหลืออยู่ต่างยืนตัวแข็งทื่อไม่มีใครกล้าขยับเข้ามาช่วยแม่ทัพของตนแม้แต่คนเดียวเพราะความกลัวเกาะกินหัวใจจนสิ้น
“จำได้ไหม คืนนั้นเ้าก็ทำแบบนี้กับท่านพ่อข้า" หลี่หยางกระชากคอเสื้อจ้าวมู่ขึ้นมาจ้องมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและความกลัว “เ้าตรึงท่านพ่อไว้แล้วให้ทหารรุมแทงจนตาย วันนี้ข้าจะคืนสนองให้เ้า"
"ยะ... อย่า! ศิษย์น้อง!! ไว้ชีวิตข้าเถอะ!!! ข้าทำตามคำสั่งองค์ชายสาม ข้าไม่มีทางเลือก!" จ้าวมู่ร้องขอชีวิตน้ำมูกน้ำตาไหลพราก หมดสภาพแม่ทัพผู้เกรียงไกร
"ทางเลือกมีเสมอ แต่เ้าเลือกที่จะเป็สุนัขรับใช้ทรราช"
หลี่หยางง้างหมัดขึ้น หมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณและฤทธิ์ยาโลหิตมาร
ตูม!
เพียงหมัดเดียวที่กระแทกเข้าเต็มหน้าอกของจ้าวมู่ เสียงซี่โครงหักดังสนั่น หัวใจของแม่ทัพผู้ทรยศหยุดเต้นทันที ร่างห้อยต่องแต่งสิ้นลมคาหน้าผา
หลี่หยางดึงดาบกลับมา สะบัดเืทิ้งแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับกองทัพนับหมื่นที่เหลืออยู่ เขายกดาบชี้ไปที่ฝูงทหาร ดวงตาสีเืกวาดมองไปรอบๆ
"ไสหัวไป! หรืออยากจะเป็ศพต่อไป!"
เสียงะโก้องกัมปนาทสะท้อนไปทั่วหุบเขาผสมกับภาพแม่ทัพใหญ่ที่ถูกฆ่าตายในพริบตา ทำให้ขวัญกำลังใจของกองทัพเงาแตกกระเจิง
"ปีศาจ! หนีเร็ว!" "แม่ทัพตายแล้ว! หนี!"
ทหารนับหมื่นทิ้งอาวุธ ทิ้งเกราะ วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น เหยียบย่ำกันเองเพื่อเอาตัวรอดออกจากหุบเขามรณะ หลี่หยางยืนนิ่งมองดูศัตรูที่แตกพ่ายจนกระทั่งคนสุดท้ายลับสายตาไป ทันใดนั้นโลกทั้งใบก็เริ่มหมุนคว้าง ความเ็ปที่ถูกกดทับไว้ด้วยฤทธิ์ยาเริ่มตีกลับ ร่างกายที่ใช้พลังเกินขีดจำกัดประท้วงอย่างรุนแรง เืสดๆ กระอักออกมาจากปาก เขาทรุดฮวบลงใช้ดาบยันพื้นไว้ไม่ให้ล้ม
"ยัง... ยังล้มไม่ได้” เขาพยายามก้าวเท้าเดินกลับไปทางเมือง แต่ขาหนักอึ้งราวกับผูกด้วยหินผา
“หลี่หยาง!" เสียงหวานที่คุ้นเคยดังแว่วมา เซียวหลันในสภาพมอมแมมขี่ม้าตะบึงเข้ามาพร้อมกับหน่วยแพทย์สนาม
นางะโลงจากหลังม้าทั้งที่ยังไม่หยุดสนิทวิ่งถลาเข้ามารับร่างของหลี่หยางที่กำลังจะล้มฟาดพื้นไว้ได้ทัน
"เ้าบ้า! เ้ากินยาเข้าไปจริงๆ ใช่ไหม!" เซียวหลันตวาดทั้งน้ำตา เมื่อเห็นดวงตาสีเืและชีพจรที่เต้นเร็วผิดปกติของเขา
หลี่หยางพยายามฝืนยิ้ม มุมปากเปื้อนเื "ข้าชนะแล้ว... ปลอดภัยแล้ว"
"หุบปาก! อย่าเพิ่งพูด!" เซียวหลันรีบจับชีพจร "หัวใจเต้นเร็วเกินไป เส้นเืฝอยแตกกระจาย อาหลง! เอายาระงับประสาทมา แล้วไปเตรียมรถม้า เราต้องพาเขากลับหอโอสถเดี๋ยวนี้!!”
"เซียวหลัน..." หลี่หยางคว้ามือเสื้อนางไว้ แรงบีบแ่เบาจนน่าใจหาย "อย่า... ทิ้งข้า..."
"ข้าไม่ทิ้งเ้า ข้าสัญญา" เซียวหลันกุมมือเขาแน่น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนแก้มสากของชายหนุ่ม "เ้าห้ามตายนะ! เ้ายังติดหนี้ค่ารักษาข้าอยู่ เ้าต้องอยู่ใช้หนี้ข้าไปชั่วชีวิตเข้าใจไหม!!”
หลี่หยางยิ้มบางๆ ก่อนที่สติสัมปชัญญะสุดท้ายจะดับวูบลงเข้าสู่ห้วงนิทราอันยาวนานตามผลข้างเคียงของยา
สามวันต่อมา
ข่าวชัยชนะของเมืองหลี่เฉิงแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินราวกับไฟลามทุ่ง กองทัพเงาที่ว่ากันว่าไร้พ่ายถูกทำลายย่อยยับด้วยฝีมือของเ้าเมืองบ้านนอกและหมอหญิงผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์พิสดาร ส่วนแม่ทัพปีศาจจ้าวมู่ถูกสังหารโดยนักรบปริศนาผู้มีดวงตาสีเื
ณ หอโอสถเซียว
เซียวหลันนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้ในห้องพิเศษ นางไม่ได้นอนเต็มตื่นมาสามคืนแล้ว คอยเช็ดตัว ป้อนยา และฝังเข็มระบายความร้อนให้หลี่หยางทุกสองชั่วยาม
"คุณหนูพักบ้างเถอะเ้าค่ะ ท่านหลี่พ้นขีดอันตรายแล้ว" เสี่ยวชุนยกถาดอาหารเข้ามา
"ข้าไม่วางใจ จนกว่าเขาจะตื่น" เซียวหลันตอบเสียงแหบแห้ง นางมองใบหน้าซีดเซียวของชายหนุ่มที่นอนนิ่งสนิท
ระหว่างนั้นอยู่ๆ เปลือกตาของหลี่หยางก็ขยับเล็กน้อย
"หลี่หยาง" เซียวหลันรีบขยับเข้าไปใกล้
แพขนตายาวขยับไหวก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น ั์ตาสีดำสนิทที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว แม้จะยังดูอ่อนล้าแต่ก็ไร้แววบ้าคลั่ง
"น้ำ..." เขาขยับริมฝีปากแห้งผาก
เซียวหลันรีบประคองศีรษะเขาขึ้นป้อนน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้ง
หลี่หยางดื่มน้ำจนหมดแล้วมองหน้านางพยายามจะยิ้ม "ข้าหลับไปนานแค่ไหน"
"สามวัน... กับอีกห้าชั่วโมง" เซียวหลันตอบ น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลออกมา "เ้านี่มันตัวปัญหาจริงๆ รู้ไหมว่าข้าหมดสมุนไพรไปเท่าไหร่เพื่อยื้อชีวิตเ้า"
"ข้าขอโทษ" หลี่หยางยกมือที่ยังสั่นเทาขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้นาง “แต่ข้าก็รักษาสัญญา ข้ากลับมาหาเ้าแล้ว"
เซียวหลันโผเข้ากอดเขาแน่นแล้วซบหน้าลงกับอกกว้างที่เสียงหัวใจกลับมาเต้นเป็จังหวะปกติ
“ยินดีต้อนรับกลับมา ไอ้คนบ้า"
ขณะเดียวกัน ณ เมืองหลวง
ในตำหนักหรูหราที่ประดับด้วยทองคำและหยก องค์ชายสามในชุดคลุมัสี่เล็บกำลังนั่งอ่านรายงานการรบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เรียบเฉยจนน่ากลัว
“จ้าวมู่ตายแล้ว กองทัพเงาก็แตกพ่าย และเมืองหลี่เฉิงยังยืนหยัดอยู่ได้” องค์ชายสามวางกระดาษลงบนโต๊ะ แล้วใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ “น่าสนใจ น่าสนใจมาก"
เขาหันไปมองชายชราในชุดคลุมสีดำที่มีสัญลักษณ์เปลวไฟที่ชายแขนเสื้อ
ราชครู
"ท่านราชครูดูเหมือนตัวหมากที่ท่านบอกว่าไม่มีค่าจะเริ่มมีเขี้ยวเล็บเสียแล้วสิ"
"ขอประทานอภัยพะยะค่ะ" ราชครูค้อมหัวต่ำ “ข้าพระองค์ประเมินนังเด็กแซ่เซียวและเ้าหลี่หยางต่ำไป ข้าพระองค์จะส่งยอดฝีมือไปจัดการเดี๋ยวนี้"
"ไม่ต้อง" องค์ชายสามยกมือห้าม รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“การใช้กำลังทหารล้มเหลว งั้นเรามาเล่นเกมที่สนุกกว่านั้นดีกว่า"
"ส่งราชโองการไปที่เมืองหลี่เฉิง"
“ปูนบำเหน็จความชอบให้เ้าเมืองจาง และเชิญหมอเทวดาเซียวเข้ามารับรางวัลในเมืองหลวง พร้อมกับให้นางมารักษาอาการป่วยประหลาดของเสด็จพ่อด้วย"
องค์ชายสามหัวเราะในลำคอ
"ในเมื่อนางเก่งเื่รักษา ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่านางจะรักษาชีวิตตัวเองในกรงขังแห่งนี้ได้นานแค่ไหน"
