่เช้ามืด หลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่ใช้จังหวะที่ฟ้ายังไม่สว่างรีบไปที่ถ้ำเดิม
พวกเขาเพิ่งเดินออกจากถ้ำไม่กี่ก้าว อาหวงและอาไป๋ก็รีบวิ่งมาจากข้างนอก กัดแขนเสื้อทั้งสองและลากพวกเขาเข้าไปข้างใน
เมื่อเห็นแบบนี้ หัวใจของหลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่ก็เต้นสะดุด ทั้งสองสบตากัน ปล่อยให้อาหวงและอาไป๋พากลับไปที่ถ้ำ
ทันทีที่กลับมาที่ถ้ำ หลี่ชิงหลิงก็อุ้มอาหวงไว้ในอ้อมแขน ลูบหัวใหญ่ๆ ของมัน "อาหวง มีสัตว์ร้ายหรือมีศัตรูมา ถ้าเป็อย่างแรกก็ส่งเสียงหนึ่งครั้ง อย่างที่สองส่งเสียงสองครั้ง" ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่ามีอันตราย อาหวงและอาไป๋คงไม่พยายามลากพวกเขากลับมา
ทันทีที่อาหวงฟังจบก็ส่งเสียงสองครั้ง
ทันทีที่เด็กสาวได้ยินคำตอบของอาหวง หัวใจก็จมดิ่งลงไปกว่าเดิม นางถามต่อไปว่าใช่ทหารของาาหนานเยี่ยนหรือไม่?
อาหวงส่งเสียงอีกครั้ง
"ขอบคุณเ้ากับและอาไป๋มากนะ" หลี่ชิงหลิงลูบหัวของอาหวงอีกครั้ง "เ้าอยู่ที่นี่กับอาไป๋ อย่าออกไปข้างนอก เข้าใจไหม"
อาหวงเงยหน้ามองหลี่ชิงหลิงแล้วตอบรับ บ่งบอกว่าจะไม่ออกไปไหน
หลังชมว่าเชื่อฟังมาก หลี่ชิงหลิงก็ยืดตัวขึ้น สบตากับหลิวจือโม่แล้วหันหลังเดินกลับไปปากถ้ำ ค่อยๆ เลื่อนแผงประตูไม้ปิด
แผงประตูนี้ทำจากไม้ ไม่รู้อั้นเตี้ยนหาประตูไม้เช่นนี้มาจากที่ไหน มันช่วยพวกเขาได้มากในตอนนี้
“เหลือไว้หน่อย ข้าอยากจะดูว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอกบ้าง” หลี่ชิงหลิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง นางรู้สึกว่าผู้มาเยือนครั้งนี้ไม่เป็มิตร
นางไม่ได้ไร้สมองถึงขั้นคิดว่าทหาราาหนานเยี่ยนเข้ามาล่าสัตว์ในตอนกลางคืน อีกฝ่ายน่าจะมาเพื่อจับพวกนาง
แล้วอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาอยู่ที่นี่?
หลิวจือโม่ตอบรับ บอกนางให้ระวังจากนั้นไปเรียกชายชรา
ชายชราที่ถูกหลิวจือโม่ปลุกถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้นด้วยความงุนงง
ใน่ไม่กี่วันที่หลิวจือเฮ่าอยู่ที่นี่ ชายชราไม่ได้นอนหลับเต็มที่ ครั้งนี้อุตส่าห์ได้หลับสนิททั้งที่ก็โดนปลุก รู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
"ท่านปู่ ตื่นเถอะ ศัตรูกำลังมา"
ทันทีที่ได้ยินว่าศัตรูกำลังมา ชายชราก็ตื่นขึ้นทันที เขาลุกพรวดและถามหลิวจือโม่อย่างใจเย็นว่าเกิดอะไรขึ้น?
“อาหวงและอาไป๋กลับมาบอกเราว่ากองทหารหนานเยี่ยนกำลังมา ไม่ว่าพวกเขาจะมาหาเราหรือไม่ เราก็ต้องเตรียมพร้อม”
ชายชราพยักหน้าและขอให้หลิวจือโม่ปลุกเด็กๆ ส่วนตนไปจัดยา
สมุนไพรที่เขาเก็บมาเมื่อวาน มีบางชนิดสามารถใช้เป็ยาพิษได้
เขาเองก็เก็บมาเผื่อไว้
หลิวจือโม่ไปปลุกเด็กๆ บอกพวกเขาเสียงเบาว่าศัตรูกำลังมา ขอให้พวกเขาอยู่นิ่งๆ อย่าส่งเสียง
หลังจากเกิดเหตุฉุกเฉินหลายครั้ง เด็กๆ ก็เริ่มชิน พวกเขาได้ยินคำอธิบายของหลิวจือโม่แล้วก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
เมื่อเห็นว่าพวกเขาเข้าใจแล้ว หลิวจือโม่จึงเดินกลับไปหาหลี่ชิงหลิงด้วยความสบายใจ ถามว่านางเป็อย่างไรบ้าง
ดวงตาของหลี่ชิงหลิงจับจ้องที่ด้านนอก ปากตอบเสียงเบาว่ายังไม่ปรากฏตัว
สิ้นเสียงก็มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังจากข้างนอก หลี่ชิงหลิงที่หูไวได้ยินทันที
“มาแล้ว”
ระหว่างพูด มือที่ถือคันธนูและลูกธนูก็กระชับแน่นขึ้น ร่างกายก็เกร็งพร้อมจะต่อสู้
อาจเป็เพราะดื่มน้ำจิติญญาตลอดเวลา แม้ในความมืด ดวงตาของนางไม่ได้รับผลกระทบมากนัก นางยังสามารถมองเห็นทหารประมาณยี่สิบคนได้อย่างชัดเจน
นางรู้สึกโล่งใจ จำนวนน้อยกว่าที่นางคาดไว้เล็กน้อย
นางกลัวว่าจะมีคนมากกว่านี้ หากเป็เช่นนั้น พวกเขาคงจบเห่จริงๆ
หากประมาณยี่สิบกว่าคน นางยังพอทุ่มกำลังสู้ไหว
“โก่วตั้น พวกนั้นอยู่ที่นี่จริงๆ หรือ เ้าไม่ได้หลอกพวกข้าแน่นะ”
“มันอยู่ที่นี่จริงๆ ตอนมาล่าสัตว์เมื่อวานข้าเห็นโดยบังเอิญ” ทหารชื่อโก่วตั้นตอบว่า “หัวหน้า ข้าว่าต้องมีถ้ำที่คนอยู่ได้ ข้าเห็นพวกนั้นเข้าไปทางนั้น” เขาชี้ไปทางถ้ำ
อีกฝ่ายมาหาพวกนางจริงด้วย
ตำแหน่งถูกเผยแล้วจริงๆ
หลี่ชิงหลิงได้ยินการสนทนาของทหารข้างนอก ซึ่งยืนยันการคาดเดาได้แล้วเม้มริมฝีปากแน่น ค่อยๆ ยกคันธนูและลูกธนูขึ้น เตรียมจะยิงใครก็ตามที่กล้าเข้ามา
การยิงสังหารบุคคลหนึ่งก็สามารถสร้างความใได้
“แล้วเ้าเห็นกี่คนกันแน่”
“ที่จริงข้าเห็นแต่เด็กๆ ไม่รู้ว่ายังมีคนอื่นอีกไหม” โก่วตั้นเกาหน้าเพราะถูกยุงกัด “ถึงมีผู้ใหญ่ก็เป็คนธรรมดา ไม่น่ากลัว” พูดจบก็ตบหน้าดังเพียะ ยุงตายคามือ
“งั้นเ้าไปดู ที่บ้าๆ นี่ยุงเยอะชะมัด รีบจัดการรีบกลับ” หัวหน้าตบยุงพลางด่า ไล่ให้โก่วตั้นไปดูสถานการณ์
โก่วตั้นเองก็ทนยุงที่นี่ไม่ไหวจึงตอบรับและเดินไปที่ถ้ำ
หลี่ชิงหลิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ค่อยๆ ง้างคันธนู เมื่อโก่วตั้นอยู่ห่างจากถ้ำประมาณสิบกว่าก้าว ลูกศรในมือก็ยิงไปทางหัวเขา
โก่วตั้นที่คิดว่าในถ้ำเป็คนธรรมดาถูกยิงโดยไม่ทันป้องกันตัว
ตายตาไม่หลับ… โก่วตั้นล้มลงพร้อมเบิกตากว้าง
เมื่อทหารคนอื่นเห็นเหตุการณ์ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง นี่... ทักษะธนูแม่นยำขนาดนี้ ใช่คนธรรมดาหรือ
หัวหน้ารีบสั่งให้ทหารคนอื่นซ่อนตัว
ครั้งนี้พวกเขานำหอกมาแทนโล่ พวกเขาไม่สามารถใช้โล่เพื่อป้องกันตัวเองได้
ก่อนมา โก่วตั้นบอกว่ามีเพียงเด็กและเป็คนธรรมดา พวกเขาจึงเผลอคิดว่าไม่ต้องใช้โล่ ไม่คิดเลยว่า…
“ใครอยู่ในนั้น รีบไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้” หัวหน้าซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ะโด่าลั่น “ถ้านับถึงสามไม่ออกมา ข้าจะไม่เกรงใจนะ”
หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ยินเสียงจึงกัดฟันและเริ่มนับ
“หนึ่ง...” ไม่มีเสียงใดๆ...
“สอง...” รออยู่ครู่หนึ่งก็ยังไม่มีเสียง “ข้าจะเตือนเป็ครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ออกมาอย่างเชื่อฟังก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
"สาม……"
สิ้นเสียงก็มีธนูพุ่งมา ดีที่เขาหลบได้เร็ว ไม่เช่นนั้นเขาคงจบลงเหมือนโก่วตั้นแล้ว
“เวรเอ้ย แผนพังแล้ว ไอ้โก่วตั้นแท้ๆ” หัวหน้าด่าเสียงเบา ด่าจบก็ให้คนไปตามนักธนูกลับมา เขาไม่เชื่อว่าจะจัดการไม่ได้
หลี่ชิงหลิงจับมือที่สั่นเล็กน้อย ร่างกายตึงเครียดมาก นางหันไปมองหลิวจือโม่และกระซิบกับเขา "ทหารข้างนอกกำลังกลับไปเรียกกำลังเสริม ถ้าเราอยู่ต่อจะอันตราย”
“งั้นไปกันเลย” หลิวจือโม่ตัดสินใจทันที
เขารู้ว่าพึ่งนางเพียงลำพังเป็เื่ยาก ฉะนั้นพยายามจากที่นี่ไปดีกว่า
หลี่ชิงหลิงกัดริมฝีปากล่าง หันกลับไปมองเด็กๆ ที่กอดกันแล้วพยักหน้าด้วยความยากลำบาก
ถ้าสู้ยังอาจรอด แต่ถ้าไม่สู้คงต้องรอตายอยู่ที่นี่จริงๆ
“ไปเลยไหม” ชายชราเดินเข้ามาหาพร้อมยาพิษที่เตรียมไว้ “สถานการณ์ข้างนอกเป็อย่างไรบ้าง”
“ข้ายิงไปหนึ่งคน ยังมีอีกยี่สิบกว่า” หลี่ชิงหลิงพูดอย่างรวดเร็ว “พวกเขากำลังเรียกพลธนู พอพลธนูมาถึง อยากไปก็ไปไม่ได้ ทำได้แค่รอตายที่นี่แล้ว”
ชายชราชั่งข้อดีและข้อเสียแล้วพยักหน้าทันที "งั้นไปกันเถอะ" ออกไปดีกว่ารอตายอยู่ที่นี่
หลังจากตัดสินใจแล้ว พวกเขาก็กวักมือเรียกเด็กๆให้มาหา หลี่ชิงเฟิงกอดหลี่ชิงหนิงซึ่งมีน้ำตาคลอ แต่ไม่กล้าร้องไห้ เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย "พี่ ข้างนอกมีคนไม่ดีเยอะหรือ?” เขาได้ยินเสียงะโจากข้างนอก
หลี่ชิงหลิงลูบหัวเล็กๆ ของหลี่ชิงหนิง จากนั้นลูบหัวหลี่ชิงเฟิง รู้สึกเ็ปใจเล็กน้อย “เสี่ยวเฟิงเป็เด็กที่กล้าหาญใช่ไหม”
"ใช่..." หลี่ชิงเฟิงยืดหลังตรง เขาเป็คนกล้าหาญ เขา้าปกป้องพี่สาวและน้องสาวของเขา
“ดีมาก หลังจากที่ออกไปแล้ว อย่าหันหลังกลับมาอีก วิ่งไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิ่งให้เร็วที่สุด เข้าใจไหม?”
ดวงตาของหลี่ชิงเฟิงแดงก่ำ เขาพยักหน้าพร้อมกับสะอื้น
หลี่ชิงหลิงทนความตีบตันในคอ หันมองเด็กคนอื่นๆ "พวกเ้าก็เหมือนกัน เข้าใจไหม" นางหวังว่าพวกเขาจะหนีไปได้ทั้งหมด
เด็กๆ เช็ดน้ำตาและตอบรับ
หลี่ชิงหลิงเอื้อมมือไปอุ้มหลี่ชิงหนิงขึ้นมาจูบแก้ม "หนิงหนิงเก่งมาก เป็เด็กดีจริงๆ ไม่ต้องกลัวนะ พี่ๆ อยู่นี่!" หลังจากนั้นนางก็ส่งหลี่ชิงหนิงเข้าไปในอ้อมแขนของชายชรา "ท่านปู่ ฝากหนิงหนิงด้วยนะ”
ชายชรากอดหลี่ชิงหนิงแน่น อยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ลำคอเหมือนถูกหินกั้นจึงพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้า
หลี่ชิงหลิงกล่าวขอบคุณ จากนั้นอุ้มหลิวจือโหรวมาจากหลิวจือเยี่ยน จูบแก้มน้อยๆ ชมแล้วส่งให้หลิวจือโม่
นางมองหลิวจือโม่อย่างลึกซึ้ง "รีบพาพวกเขาไปนะ พี่จือโม่ ข้าเชื่อว่าพี่ทำได้"
"ข้าไม่…"
“พี่จือโม่ ทำแบบนี้ดีที่สุด” หลี่ชิงหลิงขัดหลิวจือโม่ “อาหวง อาไป๋จะปกป้องข้าเอง”
นี่เป็วิธีที่ดีที่สุดที่นางคิดได้ หากไม่มีคนช่วยล่อก็จะไม่มีใครออกไปได้
"เ้าจือโม่ เชื่อฟังชิงหลิงเถอะ”
พลันจือโม่น้ำตาไหลริน เขาหลับตาแน่น ต้านความเ็ปในหัวใจและพยักหน้าด้วยความยากลำบาก
หลี่ชิงหลิงยื่นมือออกไปและกอดเขาแน่น นางไม่กล้าบอกให้รอ เพราะนางไม่รู้ว่าตนจะหลบหนีออกไปอย่างปลอดภัยได้หรือไม่ ดังนั้นนางจึงได้แต่ปล่อยมือไปโดยไม่พูดอะไร
เด็กสาวค่อยๆ เลื่อนประตูไม้ออกและกำชับเสียงเบา "พอข้าออกไป พวกเ้าก็ค่อยๆ หนีไปทางตรงกันข้ามนะ" พูดจบก็มองพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง กัดฟันพาอาหวงอาไป๋ก้าวเท้ายาวจากไป
