




บทนำ ชีวิตประจำวันในที่ทำงานพิเศษกับเธอ
อาจจะกะทันหันไปหน่อย แต่คุณมีที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้อยู่รอบตัวกันไหม จะเป็พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน หรือใครก็ได้ ถึงจะมีแค่คนเดียวก็ไม่เป็ไร ถ้ามีคนแบบนั้นอยู่ในชีวิตละก็ ให้ความสำคัญมากๆ ไว้ดีกว่า เพราะไม่ใช่จะได้เจอกันง่ายๆ คงมีคนมากมายทีเดียวที่ไม่มีใครพอจะไว้ใจปรึกษาได้เลยในชีวิต ซึ่งผม ทานากะ มินาโตะ รู้สึกขอบคุณมาก ที่ตัวเองมีที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้อยู่
เมื่อเสร็จจากงานพิเศษ ผมก็เข้าไปคุยกับเด็กสาวคนหนึ่งที่หน้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
“คุณฮิอิรางิ ผมมีเื่จะปรึกษา ขอเวลาหน่อยได้ไหมครับ”
“ได้เลยค่ะ”
เธอพยักหน้าให้อย่างง่ายๆ ด้วยท่าทางเคยชิน ที่ปรึกษาที่ผมไว้ใจคือคุณฮิอิรางิ เรนะ ที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้เอง
“คราวนี้มีเื่อะไรเหรอคะ”
“ขอโทษนะครับที่มาถามอยู่เรื่อย คือ่นี้ผมได้อยู่กับเธอคนนั้นบ่อยๆ แต่ไม่รู้ว่าควรรับมือยังไงดี”
เธอคนนั้นที่พูดถึงก็คือ เพื่อนที่คอยดูแลผมที่โรงเรียนใน่นี้ ไซโต เรนะ เราได้กลายเป็เพื่อนคุยกัน และ่นี้ก็อยู่ด้วยกันบ่อยๆ แต่ผมหาเื่คุยกับเธอไม่ได้เลย
“รับมือยังไงที่ว่าคือ?”
“ก่อนหน้านี้เราไม่ได้คุยกันมากเท่าไหร่น่ะครับ ถึงอยู่ด้วยกันก็ไม่ค่อยได้พูดกัน ผมคิดว่าถึงเป็แบบนั้นก็สบายใจดี จะอยู่แบบไม่ต้องคุยกันต่อไปก็ได้ แต่ยังไงก็ควรหาเื่ไปคุยบ้างจะดีกว่าใช่ไหมล่ะครับ”
“เอ๊ะ อยู่ด้วยกันแล้วสบายใจเหรอคะ”
“มันก็ นั่นสินะครับ แค่อยู่ด้วยกันก็รู้สึกผ่อนคลาย สงบใจได้แล้ว ่นี้เวลาที่อยู่กับเธอเป็เวลาที่ผมสบายใจที่สุดแล้วละครับ”
“งั้นเหรอคะ”
ไม่รู้ทำไม แต่คุณฮิอิรางิแย้มยิ้มด้วยท่าทางพอใจกับคำพูดของผม เมื่อทำเช่นนั้น สีหน้าของเธอดูอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันว่าฝั่งนั้นก็คงสบายใจที่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนที่คุณรู้สึกนะคะ คุณก็คงไม่คิดอยากอยู่กับคนที่อึดอัดกับความเงียบั้แ่แรกแล้วใช่ไหมล่ะคะ”
“ก็...จริงนะครับ”
“ค่ะ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้นะคะ”
“เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณนะครับ”
พอคุณฮิอิรางิพูดอย่างนั้นผมก็เห็นด้วย ผมอาจจะกังวลเกินไปเองจริงๆ ก็ได้ อย่างน้อยเธอคนนั้นก็อยากอยู่ด้วยกันกับผมแล้ว คงไม่ต้องเกรงอกเกรงใจขนาดนั้น พอความกังวลที่แบกไว้หายไป ผมก็โล่งใจและรู้สึกสดใสขึ้น
คราวนี้เป็คุณฮิอิรางิที่ดูมีเื่ติดใจบางอย่าง เธอช้อนตามองผมแล้วถามเสียงเบา
“...ฉันคิดมาสักพักแล้วน่ะค่ะ จากที่ฟังมา เธอคนนั้นไม่ค่อยพูด แล้วก็ดูไม่ใช่คนที่เป็มิตรเท่าไหร่ด้วย ไม่รู้สึกเบื่อบ้างเหรอคะ”
“ฮะ? ไม่มีทางหรอกครับ ผมไม่มีวันเบื่อเธอแน่นอน”
ถึงเธอจะเป็แบบนั้น แต่ก็เป็คนสำคัญที่คอยดูแลผม ผมอยากปฏิเสธให้หนักแน่น จึงเผลอพูดเสียงแข็งไป
คุณฮิอิรางิเบิกตากว้าง ตะลึงตัวแข็ง ดูใกับคำพูดของผม
“อะ ขอโทษที่ขึ้นเสียงครับ จริงอยู่ที่เธอไม่ค่อยเป็มิตร ปกติก็ทำตัวเ็า แต่ความจริงแล้วเธอเป็คนอ่อนโยน แค่แสดงออกให้คนรอบข้างรับรู้ไม่เก่งเท่านั้นเอง เธอเป็คนดีจริงๆ นะครับ ถ้ามีเื่อะไรก็จะคอยเป็ห่วงเป็ใย หรือถ้ามีใครเดือดร้อนเธอก็จะช่วยเหลือครับ”
ผมกระตือรือร้นไปหน่อย จนเผลอเล่าเสียยืดยาว
ไม่รู้ทำไมคุณฮิอิรางิถึงขยับยุกยิกไปมาท่าทางอยู่ไม่สุข เธอตอบด้วยเสียงสูงกว่าปกติ ดูประหม่าเล็กน้อย
“อะ อ้อ”
“เธอคอยช่วยดูแลผมอยู่ตลอด เลยเป็คนสำคัญสำหรับผม จนป่านนี้แล้ว ผมไม่มีทางเบื่อเธอขึ้นมาได้หรอกครับ”
“ค คนสำคัญเหรอคะ”
“ใช่ครับ คนสำคัญ เพราะเธอช่วยดูแลผมมามาก อีกอย่างคนที่อยู่ด้วยแล้วสนุกก็ต้องเป็คนสำคัญอยู่แล้วครับ”
“ง งั้นเหรอคะ...”
ผม้าสื่อว่าไซโตเป็คนดีแค่ไหน จึงมองตาคุณฮิอิรางิตรงๆ แต่เธอกลับหลบตาไปทางซ้ายทีขวาที แก้มแดงน้อยๆ ก่อนจะก้มหน้าหนี เธอเป็อะไรกันแน่นะ
“เอ่อ... มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ม ไม่มีอะไรค่ะ เข้าใจแล้วค่ะว่าคุณให้ความสำคัญกับเธอมากจริงๆ”
อะแฮ่ม เธอกระแอมครั้งหนึ่งแล้วเงยหน้า คงตั้งใจจะเปลี่ยนเื่พูด แต่แก้มของเธอก็ยังขึ้นสีอยู่อย่างนั้น
“ขอโทษนะครับ ดันเล่าเื่คนไม่รู้จักซะเต็มที่เลย แค่ไม่อยากให้ตัดสินไปก่อนโดยไม่รู้อะไรน่ะครับ คนรอบตัวเธอคนนั้นก็ไม่ค่อยมองตัวตนที่แท้จริงของเธอกันด้วย อย่างน้อยถึงมีแค่ผม ผมก็อยากจะมองและตอบรับตัวตนของเธอเสมอครับ ถ้ามีคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาพูดไม่ดีก็ไม่อยากปล่อยผ่าน”
“ม ไม่เป็ไรค่ะ ฉันก็คิดว่าเื่นั้นสำคัญมาก ดีแล้วละค่ะ”
คุณฮิอิรางิยังแก้มแดงแบบไม่รู้สาเหตุอยู่เหมือนเดิม เธอจับยึดสายกระเป๋าในมือไว้แน่น
“ขอบคุณที่ให้คำปรึกษานะครับ พอได้คุยกับคุณฮิอิรางิแล้ว ผมก็ได้ยืนยันด้วยว่าตัวเองคิดยังไงกับเธอ ตอนนี้ผมอยากให้มันค่อยเป็ค่อยไปแบบนี้ก่อนครับ”
“แบบนั้นดีแล้วค่ะ ถ้าเป็ประโยชน์ให้ได้ฉันก็ดีใจ ถ้ามีเื่อะไรอีก มาปรึกษาได้เสมอเลยนะคะ”
“ครับ ถึงตอนนั้นคงต้องขอรบกวนอีกนะครับ”
ผมโค้งขอบคุณเร็วๆ แล้วจึงแยกกับเธอ
ไซโต side
‘เฮ้อ ไม่ดีต่อใจเลยจริงๆ...”
หลังแยกจากเขา ทานากะ มินาโตะคุง ที่ที่ทำงานพิเศษ ฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้า และตอนนี้กำลังเดินกลับบ้าน ฉันผ่อนลมหายใจเบาๆ เพื่อไล่ความร้อนที่สะสมเต็มสองแก้มออกไป แต่จนตอนนี้หัวใจฉันก็ยังเต้นตึกตักรัวเร็วอยู่เลย
ไม่คิดเลยว่าเขาจะนึกกังวลถึงตอนที่เราอยู่ด้วยกัน ตอนอยู่โรงเรียนฉันแทบจะไม่รู้สึกว่าเขาเป็แบบนั้นเลย จนคิดไปเองว่าเขาคงไม่ได้ใส่ใจฉันเท่าไร นี่จึงเหนือความคาดหมายนิดหน่อย แต่ก็เป็หลักฐานว่าเขามองฉันเป็เพียงเพื่อนที่สนิทสนมกันเท่านั้น เขาบอกว่าอยู่กับฉันแล้วสบายใจด้วย ฉันดีใจมากจนกลั้นยิ้มไม่อยู่เลย
ถึงอย่างนั้น ฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาคิดยังไงกับฉัน จึงเผลอถามไป ไม่คิดเลยว่าเขาจะตอบจริงจังขนาดนั้น
‘เธอเป็คนสำคัญครับ’
พอนึกถึงสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่แล้ว หน้าก็ร้อนฉ่าขึ้นมา ให้ตายสิ โดนพูดแบบนั้นซึ่งๆหน้า มันก็ต้องเขินอยู่แล้วสิ
มาบอกว่าเป็คนสำคัญอย่างนั้น ขี้โกงที่สุด เอาแต่พูดอะไรแบบนั้น โจมตีไม่ให้ตั้งตัวสักนิด แล้วจะไม่ให้ทางนี้รู้สึกอะไรได้ยังไงกัน ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเขาคงแค่พูดสิ่งที่อยู่ในใจไปตามจริงเท่านั้น โดยไม่มีความหมายอะไรแอบแฝงเป็พิเศษ พอคนที่คิดว่าเป็เพื่อนมาพูดอะไรแบบนั้น ไม่มีทางที่ฉันจะใจเย็นอยู่ได้เลย
“เฮ้อ...”
ถึงจะให้คำปรึกษามาหลายครั้ง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชินอยู่ดี รู้อยู่แล้วแหละว่าเขาตั้งใจปรึกษาอย่างจริงจัง แต่เื่นั้นกับเื่นี้มันคนละเื่กัน ลองมาเป็ฉันที่ต้องฟังอะไรแบบนี้ทุกครั้งดูบ้างสิ
เอาเถอะ มันก็เป็เพราะฉันไม่เปิดเผยตัวจริงนี่นะ แต่ฉันก็บอกความจริงไม่ได้ด้วย...
แน่นอนว่าฉันละอายใจที่ฟังความในใจเขาแบบนี้ แต่ฉันอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็ต้องปกปิดตัวตนจริงๆ จึงเปิดเผยตัวไม่ได้
ครั้งนี้ฉันกังวลนิดหน่อยว่าเขาจะคิดยังไง ก็เลยเผลอถามออกไป ผลก็คือเขาก็ยังคงเป็เขา ทำให้ฉันต้องมองเขาใหม่
‘ถึงมีแค่ผม ผมก็อยากจะมองและตอบรับตัวตนของเธอเสมอครับ’
เขาคือคนที่คอยมอบแต่คำพูดที่ฉัน้ามาให้อย่างแท้จริง ถึงผู้คนจะพูดกันว่าตัวตนข้างในคือสิ่งสำคัญ แต่คนที่จะมองและตอบรับตัวตนของใครจากภายในอย่างเดียวจริงๆ ก็ไม่ได้มีมากนัก คนส่วนใหญ่จะพูดคุยกับผู้อื่นโดยคำนึงถึงตำแหน่ง รูปร่างหน้าตา หรือสถานะทางสังคม
ในบรรดาคนเ่าั้ มีเขาที่พูดแบบนั้นอย่างชัดเจนกับคนอื่น ทำให้ฉันััได้ว่าเขาคอยมองตัวตนของฉันจริงๆ
ฉันดีใจมากจนแทบเก็บอาการไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็กำลังฮัมเพลงแล้ว ถนนยามค่ำคืนดูน่ามองและสดใสเปล่งประกายมากกว่าปกติอย่างบอกไม่ถูก
จะว่าไปก็ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเป็ที่ปรึกษาของเขาแบบนี้ เขาดูจะไม่ระแคะระคายเื่ตัวจริงของฉันเลย ทำให้ฉันลำบากใจ แต่ฉันจะเปิดเผยตัวไปก่อนก็ไม่ได้ด้วย ความสัมพันธ์แบบนี้คงต้องดำเนินต่อไปอีกสักระยะ
ให้ตายสิ บังเอิญอะไรขนาดนี้ ถ้าจะเท้าความว่าทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้ คงต้องเล่าย้อนไปถึงตอนที่เขาเข้ามาทำงานพิเศษที่นี่
