เื่ราวการวิวาทของพวกขี้เมาเป็เื่ปกติที่เห็นกันได้บ่อยครั้ง แต่การประลองฝีมือระหว่างผู้ฝึกตนเช่นนี้กลับเป็ครั้งแรกที่ทุกคนได้พบเห็น บรรดาคนรับใช้และสาวใช้ในจวนสกุลหงต่างมุงดูเหตุการณ์อย่างครื้นเครง จนลานประลองถูกห้อมล้อมไว้จนแน่นขนัด
มีคนช่างซุบซิบเริ่มพนันผลแพ้ชนะในการประลองครั้งนี้แล้ว แถมยังมีการแอบเปิดบ่อนพนันกันอีก เมื่อเทียบกับลู่เต้าที่ยังไม่มีใครรู้จัก คนในจวนสกุลหงกลับเชื่อมั่นว่าเจี่ยเหยียนอัน ชู้รักของฮูหยินจะเป็ฝ่ายกำชัยชนะ
มีเพียงหงฟูเท่านั้นที่ทุ่มเงินทั้งหมดไปที่ลู่เต้า การพนันบุ่มบ่ามเช่นนี้ทำให้เหล่าคนรับใช้ต่างเห็นใจคุณชายใหญ่ผู้โง่งมผู้นี้
ดูท่าเงินจำนวนนี้คงสูญเปล่าแล้ว
ทันทีที่ฮูหยินหงออกคำสั่ง เจี่ยเหยียนอันก็เคลื่อนไหวเป็คนแรก เขาออกแรงถีบเท้าลงกับพื้นแล้วพุ่งเข้าหาไป๋เสียด้วยความเร็วราวสายฟ้าฟาด จากนั้นก็ยกฝ่ามือขวาขึ้นฟันลงมาดุจคมมีด
ไป๋เสียกะพริบตา ในสายตาของเขา กาลเวลากลับเชื่องช้าลง ท่าโจมตีที่ควรจะรวดเร็วและรุนแรงนั้น กลับกลายเป็ภาพเคลื่อนไหวช้าเหมือนเต่าคลาน
ครั้นเห็นว่าลำคอของตนกำลังจะถูกสันมือที่ผสานพลังิญญาจนแข็งแกร่งตัดขาด ไป๋เสียก็ค่อยๆ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างเชื่องช้า ทำให้ฝ่ามือของเจี่ยเหยียนอันฟาดลงมาโดนอากาศ
อะไรกัน ท่าโจมตีที่เจี่ยเหยียนอันมั่นใจกลับพลาดเป้า เป็อย่างที่ไป๋เสียกล่าวไว้ก่อนเริ่มประลองจริงๆ ด้วย!
‘ฮ่าๆ! ข้าว่าแล้วเชียว!’ หงฟูเอ่ยอย่างลิงโลดกับเหล่าคนรับใช้ที่ร่วมวงพนันอยู่ด้านหลัง
ไป๋เสียยั่วยุอีกครั้ง “ใกล้ขนาดนี้ยังโจมตีไม่โดนอีกหรือ”
เจี่ยเหยียนอันแค่นเสียง เขาผสานพลังิญญาเข้ากับฝ่ามือทั้งสองข้างแล้วฟันเข้าหาไป๋เสียอย่างต่อเนื่อง
ไป๋เสียล้วนหลบการโจมตีทุกครั้งได้อย่างง่ายดายด้วยท่วงท่าเพียงเล็กน้อย ร่างกายของเขาว่องไวอย่างยิ่ง เจี่ยเหยียนอันโจมตีอยู่นานก็ยังไม่สำเร็จ สุดท้ายจึงหมดความอดทน หลังจากฟันฝ่ามือลงมาอย่างแรง เขาก็เปลี่ยนฝ่ามือเป็กรงเล็บแล้วตะปบเข้าหาลำคอของไป๋เสียอย่างรวดเร็ว
เขาคงไม่คิดว่าทุกการกระทำของตนจะถูกไป๋เสียมองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งกระมัง การโจมตีที่คนทั่วไปมิอาจตอบสนองได้ทันกลับถูกไป๋เสียหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย เขาแสยะยิ้มร้ายกาจแล้วสะบัดมือออกไป ทันใดนั้นก็มีเสียง “เพี้ยะ” ดังก้องไปทั่วสวน
เหล่าคนรับใช้ต่างเงียบเสียงลง ส่วนเจี่ยเหยียนอันพลันยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยสีหน้าตกตะลึง บนใบหน้าอันหล่อเ่าั้ กลับมีรอยฝ่ามือสีแดงสดปรากฏขึ้น
เขากลอกตายกมือกุมแก้มที่แดงก่ำ สีหน้าเริ่มดูไม่เป็มิตร มุมปากกระตุกยิกๆ พลางสบถออกมาว่า “ไอ้สารเลว…”
ไป๋เสียยิ่งยั่วโมโหหนักขึ้นไปอีก รอยยิ้มที่มุมปากช่างยียวน เขาชูนิ้วขึ้นมาแล้วทำท่ากระดิกนิ้วเรียกเจี่ยเหยียนอัน เจี่ยเหยียนอันที่ถูกตบหน้ากลางสาธารณชนพลันเดือดดาลจนแทบคลั่ง เขากระโจนเข้าหาไป๋เสียแล้วระดมทั้งหมัดทั้งถีบ ท่าทางการจู่โจมเขาช่างชุลมุนปราศจากหลักการใดๆ
เมื่อเห็นว่าเจี่ยเหยียนอันกำลังเพลี่ยงพล้ำ ฮูหยินหงจึงยุยงเหล่าคนรับใช้ แล้วบังคับให้พวกเขาส่งเสียงให้กำลังใจเจี่ยเหยียนอัน เพียงครู่เดียวทั่วทั้งจวนสกุลหงก็เต็มไปด้วยเสียงให้กำลังใจอันท่วมท้น
หงฟูไม่ยอมแพ้ เขาะโชื่อลู่เต้าจนเสียงแหบแห้ง น่าเสียดายที่มีเพียงเขาต่อสู้อยู่เพียงลำพัง เสียงของเขาจึงถูกกลืนหายไปกับเสียงะโของเหล่าคนรับใช้อย่างสิ้นเชิง ราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงทะเล
ไป๋เสียหลบหลีกไปมาอย่างคล่องแคล่ว ทุกครั้งที่เขาหลบได้ เขาก็จะตบหน้าเจี่ยเหยียนอันหนึ่งครั้ง อีกฝ่ายไม่สามารถตอบโต้ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่ถูกเขารังแกเล่นอยู่บนฝ่ามือ
ถึงแม้จะโจมตีอย่างรุนแรงเพียงใดก็มิอาจแตะต้องไป๋เสียได้แม้แต่ปลายเล็บ ในทางกลับกันใบหน้าของเจี่ยเหยียนอันกลับถูกตบไปหลายสิบครั้งแล้ว
ไม่นานนัก แก้มเจี่ยเหยียนอันก็ถูกตบจนคล้ายจะะเิ แก้มทั้งสองข้างแดงก่ำเต็มไปด้วยรอยฝ่ามือ
ผั๊วะ! ไป๋เสียคว้าโอกาสพุ่งเข้าไปใช้หมัดหนักๆ ต่อยเข้าที่ท้องน้อยของเจี่ยเหยียนอันอย่างจัง ทำให้เขาต้องกุมท้อง แล้วถอยหลังไปอย่างทุลักทุเล
เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าคนรับใช้ที่กำลังะโอยู่ต่างก็หยุดส่งเสียงลงโดยมิได้นัดหมาย พวกเขากลั้นหายใจแล้วจ้องมองการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกตนตรงหน้าต่อไป
เจี่ยเหยียนอันที่โซเซอยู่ครู่หนึ่งก็ทรงตัวได้สำเร็จ เขารู้สึกราวกับมีคนใช้เหล็กคีบร้อนๆ เผาอยู่ภายในท้อง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผา เมื่อตั้งสติได้ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ยังคงเป็ไป๋เสียที่กำลังยิ้มชูนิ้วเรียกเขาอยู่
เจี่ยเหยียนอันพลันเกรี้ยวกราดจนตัวสั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยโทสะ เขาไม่สนใจกฎเกณฑ์ใดๆ อีกต่อไป ซ่อนมือซ้ายไว้ด้านหลังคิดจะใช้เคล็ดวิชาออกมา
“ท่าต่อไปข้าจะทำให้เ้าหัวเราะไม่ออกแน่” เจี่ยเหยียนอันกล่าวด้วยแววตาเ็า
“พอแค่นี้!”
หงฟูะโหยุดการประลองกะทันหัน เขาเดินไปหาฮูหยินหง แล้วกล่าวอย่างนอบน้อม “ก่อนเริ่มประลองได้ตกลงกันแล้วว่าห้ามใช้เคล็ดวิชาโดยเด็ดขาด เจี่ยเหยียนอันทำผิดกฎ!”
ฮูหยินหงไม่สนใจคำพูดของหงฟูแม้แต่น้อย นางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “อย่างงั้นหรือ แต่ข้าไม่เห็นเลยนะ เ้าคงตาฝาดไปแล้วกระมัง”
หงฟูขมวดคิ้วในใจคิดว่า นางแพศยาผู้นี้ช่างหน้าด้านจริงๆ กล้าเข้าข้างคนอื่นต่อหน้าคนรับใช้มากมายเช่นนี้ได้ เขาสูดหายใจ แล้วรวบรวมความคิดจะเอ่ยโต้แย้ง แต่เจี่ยเหยียนอันกลับพูดขึ้นเสียก่อน
“คุณชายใหญ่กล่าวถูก” เจี่ยเหยียนอันแสร้งทำเป็ใจกว้าง แล้วหันไปโค้งคำนับให้ไป๋เสียด้วยรอยยิ้ม “การประลองครั้งนี้ ข้าเจี่ยเป็ฝ่ายผิดกฎเอง สมควรเป็ฝ่ายแพ้”
ทันทีที่หันหลังกลับ สีหน้าของเจี่ยเหยียนอันก็เปลี่ยนไป เขามุ่งหน้าไปที่ห้องโถงด้านข้างด้วยจิตสังหาร เหล่าคนรับใช้ที่มุงอยู่โดยรอบไม่กล้าขัดขวาง รีบหลีกทางให้เขาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ฮูหยินหงกลัวว่าชู้รักจะโกรธก็ไม่สนใจใคร รีบวิ่งตามเจี่ยเหยียนอันไปทันที
เมื่อรู้ผลแพ้ชนะแล้ว ไป๋เสียจึงกลับเข้าร่าง ลู่เต้าส่ายหน้ากลับคืนสู่สภาพเดิม
หงฟูเดินไปหาเขาด้วยสีหน้ายินดี “ท่านผู้มีพระคุณ! เช้าตรู่เช่นนี้คงจะลำบากท่านแล้ว เชิญท่านไปลองชิมอาหารเช้าที่นี่ก่อนเถิด”
ลู่เต้าที่กลับเข้าร่างตัวเองรู้สึกหิวมาก เขาจึงถามว่า “มีอะไรให้ทานบ้าง”
“มีทั้งโจ๊ก ขนม ทั้งคาวและหวาน มีครบทุกอย่างขอรับ!”
อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องของฮูหยินหง
เจี่ยเหยียนอันยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองอย่างโมโห เขาสำรวจดูาแบนใบหน้า ใบหน้าอันหล่อเ่าั้แดงก่ำบวมเป่งด้วยฝ่ามือของไป๋เสีย
ฮูหยินหงรู้สึกสงสารจับใจ นางจึงนำน้ำแข็งมาประคบให้เขา แต่นางกลับไม่คาดคิดว่าเจี่ยเหยียนอันจะไม่รู้สึกซาบซึ้งแม้แต่น้อย เขากลับผลักนางล้มไปอย่างรุนแรง
“ไสหัวไป!”
ฮูหยินหงผู้สูงส่งกลับถูกกระทำเช่นนี้ นางกลับยังเข้าไปใกล้เขาอีก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจี่ยเหยียนอันถึงได้กำเริบกับฮูหยินหงเช่นนี้
“ไม่เป็ไร อีกสองวันก็หายบวมแล้ว ไม่ต้องกังวลไป” ฮูหยินหงปลอบใจ
“เ้าเด็กนั่นต้องเสแสร้งแกล้งทำเป็แน่ ฝีมือเมื่อครู่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนระดับหนึ่งดาราจะทำได้” เจี่ยเหยียนอันหวนนึกถึงภาพการประลองเมื่อครู่แล้วครุ่นคิด
เมื่อฮูหยินหงได้ฟัง นางก็ร้อนใจขึ้นมาทันที ที่อำนาจในการจัดการตระกูลล้วนอยู่ในกำมือของนางตอนนี้ ก็เพราะเจี่ยเหยียนอันช่วยปราบปรามหงฟูเอาไว้ต่างหาก หากเขาไปพาผู้มีฝีมือมาจริงๆ ถึงแม้ว่านางจะยังคงยึดติดกับอำนาจ แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจคืนตำแหน่งให้กับหงฟูอยู่ดี
หากนางสูญเสียอำนาจไป เื่เลวร้ายที่เคยทำกับพี่น้องสกุลหงในอดีตก็จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมา ถึงตอนนั้นจุดจบก็คงไม่ต่างจากตาย
นางไม่้าให้เื่เช่นนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด จึงถามว่า “เหยียนอันเ้าต้องมีวิธีจัดการกับพวกเขาใช่หรือไม่”
“แน่นอน” เจี่ยเหยียนอันตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เมื่อได้ยินคำพูดของเจี่ยเหยียนอันแล้ว ตำแหน่งฮูหยินของนางจะยังคงอยู่ ฮูหยินหงยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วโผเข้ากอดเจี่ยเหยียนอัน ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ยังไงซะ เหยียนอันก็เก่งที่สุดอยู่ดี บอกข้ามาสิ เ้าจะจัดการกับคนทั้งสองอย่างไร”
เจี่ยเหยียนอันหยิบถุงผ้าสีน้ำตาลออกมาจากเอว เทยาเม็ดเล็กๆ สีม่วงดำออกมาหลายสิบเม็ด เขาหยิบยาขึ้นมาเม็ดหนึ่งให้ฮูหยินหงดู
“นี่คือยาพิษเชิดหุ่น เป็ยาพิษรุนแรง สามารถวางยาพิษแล้ว่ชิงิญญาได้ ว่ากันว่าเป็ยาพิษต้องห้ามที่ ‘ผู้นำวิถีอสูร’ หลอมขึ้นมา ข้าต้องใช้เงินมากมายกว่าจะได้สูตรยานี้มา” เจี่ยเหยียนอันจ้องมองยาเม็ดสีม่วงดำที่ส่งกลิ่นอายชั่วร้ายบนปลายนิ้วด้วยสายตาชื่นชมราวกับเป็ผลงานศิลปะ
“หากท่านทานเข้าไปแล้วจะมีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่”
“ไม่ใช่ข้า แต่เป็พวกมันต่างหาก” เจี่ยเหยียนอันยิ้มอย่างร้ายกาจ “ใครก็ตามที่ทานยาพิษเม็ดนี้เข้าไป จะกลายเป็หุ่นเชิดไร้ิญญา เชื่อฟังคำสั่งข้าไปตลอดชีวิต ไม่มีทางรักษาได้”
“แต่ว่า…” ฮูหยินหงขมวดคิ้ว ยาพิษเม็ดนี้ช่างไม่น่ากินเอาเสียเลย “จะให้พวกเขาทานมันลงไปได้อย่างไร”
“ข้าคิดวิธีไว้แล้ว”
จู่ๆ เจี่ยเหยียนอันก็เผยแววตาดุร้าย แล้วยัดยาพิษเชิดหุ่นเข้าไปในปากนางทันที
ฮูหยินหงใสุดขีด พยายามล้วงคอหวังจะอาเจียนยาพิษเชิดหุ่นออกมา แต่ยาพิษชนิดนี้ละลายในปากทันใด แม้ว่านางจะเสียใจ แต่ก็สายเกินไปแล้ว นางชี้นิ้วด่าทอ “เจี่ยเหยียนอัน...เ้า...”
ทว่าสีหน้าเ็ปยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แล้วก็หายไปในพริบตา ต่อมาฮูหยินหงก็กลายเป็คนไร้ความรู้สึกเฉกเช่นหุ่นเชิด
เจี่ยเหยียนอันมองผลงานชิ้นแรกด้วยความพึงพอใจ ในเวลานั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก ไม่นานนัก เสียงหงฮวาก็เอ่ยถามดังขึ้น “ฮูหยิน ท่านเรียกข้าหรือ”
เจี่ยเหยียนอันยิ้มเยาะ แล้วมองฮูหยินหงที่กลายเป็หุ่นเชิด ฮูหยินหงจึงตอบรับเช่นเคย “ใช่แล้ว เ้าเข้ามาเถิด”
