เว่ยเวยพูดด้วยสีหน้าคล้ายตื่นเต้น “จากความสามารถที่เ้าแสดงออกมาในครั้งนี้ สำนักตงฟางของเราได้ปรึกษากันแล้ว แปดผู้พิทักษ์และสี่นักรบโลหะได้คุยกันเป็ที่เรียบร้อยโดยผ่านท่านตาของเ้า ตงจวินจะรายงานประวัติของเ้าให้กับผู้าุโทั้งสิบแห่งตระกูลอู่ตี้”
“หวังว่าครั้งหน้าเ้าจะโชคดี ได้รับการคัดเลือกจากภายในตระกูล หากเ้าเข้าชั้นในของตระกูลได้จริงๆ ถือเป็ดั่งโชคอันสูงสุดของเรือนเหยากวางของเรา เ้าเข้าใจหรือไม่ ตอนนี้เรือนเหยากวางของเรานั้นสามารถบอกได้ว่าเป็แถวหน้าในการเข้าฝึกครั้งนี้ ส่วนเ้าและเทียนหลาง พูดได้เลยว่าเป็ระดับเดียวกันกับยอดอัจฉริยะคนอื่นๆ ในอีกสามสำนักแล้ว มีสิทธิ์เข้าคัดเลือก”
“อะไรนะ?” สำหรับหลงเหยียนแล้ว นี่คือข่าวดีอย่างถึงที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น หลงเหยียนไม่กล้าคิดด้วยซ้ำว่าเมื่อก่อนตอนได้ยินหลิงเทียนอวี่พูดเื่นี้ กลับให้ความรู้สึกเหมือนเื่ในตระกูลเป็เพียงตำนานเท่านั้น ถือเป็เื่ที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก ทำให้เขาทิ้งความคิดนั้นไป ทว่าความฝันนั้นก็ถูกมารดาดึงขึ้นมาอีกครั้ง
เืในตัวหลงเหยียนพลุ่งพล่านขึ้นมาทันใด ในเมื่อตนได้เปรียบถึงเพียงนี้ เช่นนั้นแล้ว เหตุใดเล่าที่ข้าจะไม่พยายามดิ้นรน
เมื่อนึกเช่นนั้น หลงเหยียนก็ใจเต้นครึกโครม เขาปลาบปลื้มจนพูดไม่ออก ทว่าหาก้าเข้าร่วมการคัดเลือกเข้าชั้นในตระกูล จำต้องมีพลังระดับชีพธรณีเท่านั้น
“เหยียนเอ๋อ เ้าอย่าเพิ่งรีบดีใจไป ถึงแม้ชื่อเ้าจะถูกรายงานขึ้นไปแล้ว ทว่าเ้าก็อย่าคิดว่านี่คือความหวังที่จะเข้าชั้นในตระกูลได้ หรือมีสิทธิ์เข้าร่วมการคัดเลือกแล้วจริงๆ ในเมื่อตอนเข้าชั้นในก็ต้องผ่านการฝึกที่เข้มงวดมาก รวมถึงเ้าต้องมีสติปัญญาที่แกร่งยิ่ง แน่วแน่และไม่ละทิ้งความพยายาม ทั้งต่อจากนี้เ้าต้องรับการฝึกภูติญญา ต้องรีบเลื่อนระดับพลังไปถึงชีพธรณีให้เร็วที่สุด มีเพียงแบบนี้เ้าถึงจะมีโอกาสเข้าคัดเลือก ยามนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้รับอนุญาตจากพวกคนจากเบื้องบนเท่านั้น”
“การฝึกภูติญญาหรือ?” นี่ไม่ใช่เื่ยาก ด้วยนิสัยของหลงเหยียน สิ่งที่เขา้าจากตัวเอง ก็ไม่ต่างไปจากการฝึกภูติญญาหรอก
หลงเหยียนไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็หนานกงซวิน เทียนหลาง หรือเย่ซีหนานสองพี่น้อง พวกเขาล้วนมีพลังถึงระดับชีพธรณีกันหมดแล้ว
จากที่มารดากล่าวมา หลงเหยียนรู้ดีว่าทั้งสำนักตงฟางมียอดฝีมือระดับชีพธรณีประมาณสิบกว่าคน คนส่วนมากล้วนมีพลังระดับชีพธรณีเริ่มแรก สิบกว่าคนนี้ล้วนเป็คู่ต่อสู้ที่จะเข้าคัดเลือกเข้าชั้นในของตระกูล ส่วนการชิงในครั้งนี้ ชั้นในของตระกูล้าเพียงสามคนเท่านั้น
เดิมทีชั้นในตระกูลกำหนดรายชื่อแล้วได้แก่เทียนหลาง หนานกงซวิน อีกคนหนึ่งคือเย่ซีหราน ทว่าตอนนี้กลับมีหลงเหยียนที่มีพลังระดับชีพมนุษย์อีกคน ทั้งยังอาศัยพลังระดับชีพมนุษย์ ล้มเทียนหลางที่มีพร์สูงเช่นนี้
การแข่งขันประลองยุทธ์เป็เพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น ในระหว่างการประลอง หากมีศิษย์คนอื่นๆ แสดงออกมาได้ดี แน่นอนว่าก็มีโอกาสเช่นกัน
เมื่อไรที่เข้าชั้นในของตระกูลอู่ตี้ได้ เช่นนั้นก็จะได้รับการหล่อเลี้ยงและทรัพยากรที่มากจนเหนือความคาดหมาย ถึงตอนนั้น นั่นคงไม่ใช่แค่เื่อยากสร้างหน้าตาให้สำนักตงฟางแล้ว บอกได้เลยว่าสี่สำนักใหญ่ของชั้นนอกตระกูลนั้นมีคนอยู่สองแสนคน ล้วนต้องเคารพหลงเหยียนมาก
แววตาของหลงเหยียนเปลี่ยนไป เขาดูตื่นเต้นมาก เพราะหลังจากคิดดูแล้ว หากสามารถเข้าชั้นในของตระกูลได้จริงๆ เมื่อกลับมาถึงสำนักตงฟาง ทุกคนต้องแสดงความเคารพต่อตน นั่นจะเป็ภาพที่ตระการตามากเพียงใดกัน
แค่คิดก็ทำให้หลงเหยียนหัวใจพองโตแล้ว เืพล่านไปทั้งตัว ถึงกระนั้น ขั้นตอนกว่าจะไปถึงจุดนั้นก็ยากลำบากยิ่ง ในเมื่อการแข่งขันครั้งนี้เป็การแข่งขันระหว่างยอดฝีมือระดับสูง ล้วนเป็ยอดอัจฉริยะของจริงทั้งสิ้น
“เหยียนเอ๋อ ได้ยินมาว่าตอนชิงมีดอัคคีในโลกเฉียนคุน เ้ามีเื่กับเย่ซีหนานด้วยหรือ?”
หลงเหยียนพยักหน้า จากนั้นก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นในนั้นให้มารดาฟังทั้งหมด หลังจากครุ่นคิดแล้ว เว่ยเวยก็หันมามองหลงเหยียน
“เหยียนเอ๋อ ข้าขอถามเ้าสองคำถาม”
“เ้าชอบหลี่เมิ่งเหยาหรือไม่?”
หลงเหยียนส่ายหน้า “ท่านแม่ ไม่ใช่ว่าข้าไม่ชอบนางนะ แต่เพราะข้ามีนางในใจแล้ว ท่านยังจำได้หรือไม่ ตอนที่อยู่บนสนามประลองแห่งตระกูลหลงอู่ ข้าเกือบโดนลุงสองตีจนตาย เคยมีสตรีปรากฏตัวกลางหมอกขาว ท่านยังจำได้หรือไม่? นางมีนามว่าหลงหลิง เราผ่านอะไรมาด้วยกัน ที่ข้ามาเมืองหยุนจงในครั้งนี้เพื่อมาเจอท่าน กลับมาพบกับนางอีกครั้ง และกำจัดสำนักมาร”
เว่ยเวยส่ายหน้า “เหมือนข้ายังไม่เคยเจอหญิงสาวผู้นั้นมาก่อนเลย?”
หลงเหยียนเข้าใจแล้ว ที่แท้ตนก็จำผิด ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่เื่สำคัญ เพื่อหลงหลิง ตนตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รักหญิงอื่น
“เหยียนเอ๋อ ข้ายังมีอีกเื่ที่จะบอกเ้า ตอนแข่งขันเข้าชั้นในตระกูล เ้าต้องระวังเย่ซีหรานให้มากเข้าไว้ เขาเป็ถึงยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งในสี่สำนักที่ทุกคนต่างก็ยอมรับ พร์เขาดียิ่ง ความสามารถในการบรรลุถึงพลังก็เหนือชั้นมากเช่นกัน”
หลงเหยียนพยักหน้า “ท่านแม่วางใจเถอะ ข้าจำไว้แล้ว”
ล้มเทียนหลางได้ หลงเหยียนคิดว่าไม่ใช่เื่น่ากังวลมาก ทว่ายังมีศัตรูที่แกร่งกว่ารอเขาอยู่ ทำให้หลงเหยียนที่วางใจก็กลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง
‘เขาคืออันดับหนึ่งหรือ? ประเสริฐนัก เช่นนั้นข้าหลงเหยียนจะมาเปลี่ยนแปลงหัวแถวเอง’ นึกถึงตงฟางเยียนหรานนางนั้น ชายที่นางชมชอบ หลงเหยียนอยากเห็นมากจริงๆ
หลงเหยียนคุยกับมารดาอีกครู่หนึ่ง เวลานี้ใกล้ถึงยามจื่อแล้ว ผ่านการฝึกในโลกเฉียนคุนเป็เวลาห้าวันเต็ม หลงเหยียนรู้สึกเหนื่อยล้าเกินรับไหว เขาจึงขอตัวลาจากมารดาก่อนจะออกจากห้องไป
เมื่อหลงเหยียนเดินมาถึงประตู เว่ยเวยก็เรียกเสียงเบา “เมิ่งเหยา เ้าเข้ามาเถิด ข้ามีเื่อยากถามเ้า…”
หลงเหยียนรู้โดยไม่ต้องเดา มารดาต้องกำลังไตร่ตรองงานแต่งเพื่อนางเป็แน่
…
เดินออกจากที่พักอันหรูหราของมารดา บนถนน เวลานี้แทบไม่มีใครแล้ว ดวงจันทร์ที่ส่องสว่างแขวนอยู่บนท้องฟ้า หลงเหยียนหวนนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นภายในตระกูลอู่ตี้ เมื่อลองนึกดูแล้ว เขายังไม่อยากเชื่อว่าเป็เื่จริง
นับั้แ่หลงเหยียนเริ่มฝึกกายมาจนถึงตอนนี้ ั้แ่วินาทีที่เขามีิญญายุทธ์ หลงเหยียนก็ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเดือน จากพลังระดับชีพัขั้นที่หนึ่งกลายเป็ระดับชีพมนุษย์ขั้นล่าง ส่วนเย่ซีหรานมีพร์สูง ความสามารถในการบรรลุพลังสูง ทว่าเขาฝึกกายมาั้แ่เด็กแล้ว
เขาจะเอาอะไรมาเทียบกับตน? หากเปรียบเทียบกันด้วยระยะเวลาในการฝึกกาย เกรงว่าหลงเหยียนคงใช้เวลาสั้นกว่ายอดฝีมือทั้งหมด หากเทียบกันด้วยความสามารถในการบรรลุพลัง หลงเหยียนสามารถใช้คืนเดียว ฝึกกระบวนชนวิชาของคนอื่นที่ต้องใช้เวลาฝึกหนึ่งปีสำเร็จ
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากิญญาัทั้งสิ้น และตอนนี้เขารู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย เพราะิญญาัที่อยู่ในร่างกาย ก่อตัวเป็ัทารกนอกชีพมนุษย์ นั่นเป็ต้นกำเนิดชีวิตที่แท้จริงของหลงเหยียน
เมื่อนึกถึงตรงนี้ หลงเหยียนก็กดอารมณ์เอาไว้ ทำตัวให้ผ่อนคลายลงหน่อย สุดท้ายก็กำหมัดแน่น
“เย่ซีหราน แม้ข้าไม่เคยเจอเ้ามาก่อน อย่างไรเสียก็คิดว่าเ้าคงได้ยินชื่อเสียงที่โด่งดังของข้าแล้ว เ้าต้องดูแคลนข้ามากสินะ เด็กบ้านนอกที่มาจากป่าเขา กลับเกรงว่าข้าจะมอบความประหลาดใจชุดใหญ่ให้เ้าในไม่ช้า รอก่อนเถิด การคัดเลือกเข้าชั้นในตระกูลอู่ตี้ ข้ามาแน่ และข้าต้องทำสำเร็จแน่”
--------------------
