บรรยากาศของมหานครจูเชว่ยามนี้กล่าวว่ายังคงเต็มไปด้วยความคึกคักของบรรดาผู้มาเยือนจากทั่วทั้งสารทิศที่ต่างมีจุดหมายเดียวกันคือร่วมประมูลสิ่งของล้ำค่าที่หมายตาเอาไว้ ท้องถนนทุกเส้นทางต่างถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟเวทย์ที่ให้แสงสว่าง เสียงดนตรีจากหอสุราและหอคณิกาดังขึ้นสอดประสานเป็ท่วงทำนองไพเราะ ค่ำคืนนี้กล่าวว่าเป็อีกหนึ่งคืนที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์สาดส่องทว่ายังไรยังคงเต็มไปด้วยแสงสว่างจากบรรดาร้านค้าและบ้านเรือนที่ตั้งอยู่เรียงรายตลอดสองข้างทาง
ขบวนรถม้าของตระกูลหวังได้แล่นผ่านเส้นทางหนึ่งที่สามารถใช้เดินทางกลับถึงม่านพิภพตระกูลหวังโดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อนับว่าเป็เส้นทางลัดที่สะดวกและรวดเร็วยิ่ง หนิงอ้ายกับเยว่ซินที่ต่างมีบทสนทนาพูดคุยกันบ้างเล็กน้อยตามประสาก่อนที่เสียงฝีเท้าและััอันคุ้นเคยจะมุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วจากทางข้างหลัง พลันปรากฎเป็เงาร่างของหัวหน้าองครักษ์ที่ท่านตามอบหมายหน้าที่ให้ดูแลพวกเขาในการเดินทางเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้
"ท่านหญิง คุณชายน้อย ดูเหมือนว่ารถม้าของพวกเรากำลังถูกซุ่มโจมตีขอรับ เป็ไปได้ว่าพวกเราต่างตกเข้ามาอยู่ในห้วงมิติที่ถูกปิดผนึกแล้ว..." หวังชุนอีที่ััได้ถึงความผิดปกติมาสักระยะกล่าวขึ้นด้วยความร้อนใจ เป็เขาเองที่มีความประมาทพลาดพลั้งไป ด้วยไม่คิดว่ากองกำลังหน่วยองครักษ์ที่ได้จัดวางแฝงตัวอยู่โดยรอบนั้นจะพลาดท่าอย่างง่ายดายเพียงนี้
ญาณััอันแกร่งกล้าของราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูงแผ่ซ่านกระจายไปทั่วทั้งบริเวณด้วยเพราะยามนี้บรรยากาศโดยรอบพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพียงไม่กี่รอบลมหายใจบางสิ่งบางอย่างพลันเกิดขึ้นโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวบรรดาสรรพเสียงของผู้คนและสิ่งมีชีวิตที่เคยััได้ในก่อนหน้าบัดนี้พลันอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
“ข้าเองก็ััได้เช่นกัน แม้จะมีสิ่งของวิเศษระดับสูงคอยอำพรางทว่ากลับไม่อาจปกปิดจิตสังหารได้เพียงนิด...”
“ไม่ทราบว่าผู้บุกรุกเป็กลุ่มอิทธิพลหรือสังกัดสำนักใดกัน หรือหากใคร่เชื้อเชิญหรือ้าสนทนาหาใช่ควรลักลอบกระทำโดยไร้ซึ่งมารยาทที่พึงกระทำเช่นนี้” หนิงอ้ายเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาพอรับรู้มาอยู่บ้างว่าหลังจากจบสิ้นงานประมูลในแต่ละครั้ง ย่อมมีบางกลุ่มอิทธิพลหรือบางสำนักที่โฉดชั่วต่างฉวยโอกาสกระทำข่มขู่เพื่อแย่งชิงสิ่งของประมูลเช่นนี้
“ใคร่เชื้อเชิญหรือ้าสนทนาอย่างนั้นรึ? คุณชายน้อยตระกูลหวังช่างไร้เดียงสาเสียจริง เอาละ!! ครั้งนี้สำนักหมาป่าทมิฬขอกล่าวเตือนด้วยความหวังดี ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกท่านได้ประมูลสิ่งใดมาจงมอบให้กับพวกข้าแต่โดยดีเสีย!!!” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความกักขฬะดังขึ้นสะท้อนไปทั้งห้วงมิติที่ถูกปิดผนึก เงาร่างจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฎกายออกมาล้อมรอบพร้อมกลับกลิ่นอายอันน่าสะอิดสะเอียนของกลิ่นเื จิตสังหารอันเหลือล้นต่างพวยพุ่งออกมาอย่างปิดไม่มิด
“สำนักหมาป่าทมิฬ้าเป็ศัตรูกับตระกูลหวังอย่างนั้นรึ? รู้หรือไม่ว่าผู้ที่อยู่ในขบวนรถม้านั้นเป็ผู้ใดหาใช่ที่พวกเ้าสามารถล่วงเกินเช่นนี้ได้!!!” หวังชุนอีตวาดกร้าวออกไปพร้อมกับลอบส่งสัญญาณให้มือซ้ายขวาคนสนิทเข้าประจำการป้องกันโดยรอบพร้อมกับหาทางทำลายห้วงมิติที่ถูกผนึกนี้โดยเร็วที่สุด
“ตระกูลหวังมีสิ่งใดน่าหวั่นเกรงกัน หากไม่ส่งมอบสิ่งของประมูลทั้งหมดมาแต่โดยดีก็อย่าหวังว่าจะรอดพ้นออกไปอย่างมีลมหายใจได้!!” เสียงแหบพร่าของบุรุษคนเดิมดังสะท้านอย่างถือดี
กลิ่นอายของราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูงค่อย ๆ ถูกปลดปล่อยออกมา ไม่เพียงเท่านั้นบรรดาชายชุดดำที่ติดตามมาเื้ัก็ได้ปลดปล่อยพลังปราณที่ออกมาเช่นกัน สำนักหมาป่าทมิฬถือได้ว่าเป็อีกหนึ่งกลุ่มอิทธิพลมืดที่ขึ้นชื่ออยู่ไม่น้อยเช่นกัน
‘ท่านแม่ ท่านหวังชุนอีและบรรดาองครักษ์ทุกท่าน ภายในห้วงมิติแห่งนี้มีกองกำลังจำนวนราว ๆ เกือบยี่สิบคนล้วนเป็ผู้ฝึกตนที่ไม่อ่อนด้อย ราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาระดับสูงหนึ่งคน ราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นกลางจำนวนสามคน ราชทินนามเทพยุทธ์ขั้นต้นห้าคน ส่วนที่เหลือล้วนเป็ราชทินนามราชันิญญาทั้งสิ้นขอรับ...” หนิงอ้ายกล่าวด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบพร้อมกับเริ่มโคจรพลังลมปราณเพื่อเตรียมพร้อม ความเคลื่อนไหวและการปิดผนึกห้วงมิตินั้นสิ่งนี้เขารับรู้ั้แ่เริ่มออกเดินทางจากหอประมูลแล้วแต่ที่ยังไม่ลงมือด้วยเพราะเป็ห่วงผู้คนบริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องเพียงเท่านั้น
ด้วยระดับพลังลมปราณและจำนวนผู้ฝึกตนที่ไม่น้อยเช่นนี้ ยามเมื่อต้องปะทะต่อสู้ย่อมเพียงพอที่จะทำลายทุกสิ่งอย่างที่นี่คือพื้นที่ใจกลางของมหานครจูเชว่ที่คับคั่งไปด้วยผู้ฝึกตนและชาวบ้านธรรมดาที่ไม่เป็วรยุทธ์จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ ดังนั้นการปิดห้วงมิติเช่นนี้ก็เป็ผลดีเช่นกันเพราะย่อมสามารถลงมือได้โดยที่พื้นที่โดยรอบภายนอกจะไม่ได้รับผลกระทบใดใดทั้งสิ้น
เยว่ซินมองหนิงอ้ายด้วยความกังวลเล็กน้อย ครั้งนี้มีเพียงผู้ติดตามเพียงไม่กี่คนเท่านั้นด้วยเพราะตัวของบุตรชายของนางเองไม่ชื่นชอบความวุ่นวายสักเท่าไหร่ แต่นางก็ไม่ได้กังวลมากนักยามนี้นางก็เป็ถึงราชทินนามเทวะิญญาขั้นสูงย่างก้าวแล้ว สามารถปะทะรับมือกับราชทินนามราชันิญญาที่อ่อนด้อยได้อย่างไม่เสียเปรียบเช่นกัน
“ท่านแม่ระวังตัวด้วยนะขอรับ” หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“สิ่งของประมูลเหล่านี้ล้วนได้มาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง สำนักหมาป่าทมิฬมาดักปล้นเช่นนี้ช่างเป็ชนชั้นมุสิกต่ำช้าเสียจริง!!” หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมกับก้าวออกมาจากรถม้า ญาณััอันลึกล้ำของนักปรุงโอสถระดับเจ็ดแผ่ซ่านออกมาโดยรอบ เมื่อััได้ว่าจำนวนของกลุ่มศัตรูมีจำนวนตามที่คาดการณ์ไว้จึงครุ่นคิดเตรียมแผนการลงมืออย่างไม่รั้งรอ
“คุณชายน้อยตระกูลหวังกำลังพูดถึงสิ่งใดกัน ในยุทธภพแห่งนี้ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็กฉันใดผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะก้าวเดินอย่างมั่นคง ขอเตือนครั้งสุดท้ายหากยังพูดมากลีลาถ่วงเวลาเช่นนี้ อย่าหาว่าสำนักหมาป่าทมิฬไร้ซึ่งไมตรี!!!”
“ในเมื่อพวกท่านตัดสินใจลงมือเช่นนี้ย่อมหมายถึงว่าคงเตรียมใจรับผลร้ายที่อาจตามมาเช่นกัน...” หนิงอ้ายกล่าวเสียงแข็งออกไป
“เ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!!! ่ชิงสิ่งของประมูลในแหวนมิติมาให้ได้หากขัดขืนไม่ยินยอมส่งมอบแต่โดยดีจงสังหารให้สิ้นเสีย!!!” บุรุษคนเดิมดูเหมือนถูกคำยั่วยุจนไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้แล้วจึงตวาดสั่งการไปในทันที
เพียงตวัดมือออกไปเบื้องหน้า พลันเกิดเป็เปลวเพลิงสีหมอกอำพันร้อนแรงที่พวยพุ่งถาโถมใส่ราวกับคลื่นของมหาสมุทรคลั่ง พลานุภาพวิชายุทธ์พิฆาตโจมตีของราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูงไม่อาจดูเบาได้เพียงนิด หวังชุนอีเห็นดังขึ้นจึงก้าวขึ้นเบื้องหน้าพร้อมกับบัญชาการเปลวเพลิงประจำตัวของตนออกมาต้านรับเช่นกัน ยามเมื่อสุดยอดเปลวเพลิงทั้งสองถาโถมปะทะกันนั้นพลันเกิดเป็แรงะเิที่ไม่สามัญ ก่อนที่ทั้งสองจะแยกตัวไปอีกทางฝั่งหนึ่งพร้อมออกกระบวนท่าต่อสู้สังหารด้วยความดุเดือด
“ท่านหญิง คุณชายน้อยได้โปรดหลบไปยังเื้ัก่อนขอรับ!! พวกข้าจะรับมือกับราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นกลาง ส่วนพวกเ้าทั้งสามจงตามไปคุ้มครองนายท่านทั้งสองด้วย ไป!!!” สิ้นเสียงสั่งการดังกล่าว องครักษ์ทั้งสามต่างพุ่งเข้าประจันหน้ากับผู้ติดตามจากสำนักหมาป่าทมิฬอย่างไม่ยั้งรอ
หมื่นหอกอัคคีทลายฟ้า!!!
กลุ่มชายชุดดำทั้งสามต่างประสานท่ามือขึ้นเป็เขตแดนโจมตีบทหนึ่ง พริบตานั้นเหนือท้องฟ้า้าพลันปรากฏเป็หอกอัคคีจำนวนนับไม่ถ้วนที่ลอยเคว้งทั้งยังปลดปล่อยพลังปราณสังหารที่กล้าแกร่งออกมาก่อนจะพวยพุ่งลงมาราวกับห่าฝน พลานุภาพวิชายุทธ์โจมตีสายนี้ที่ถูกประสานขึ้นจากเทพยุทธ์ิญญาขั้นต้นทั้งสามคนย่อมไม่อ่อนด้อย
ตู้ม!!! ตู้ม!!! ตู้ม!!! ตู้ม!!!
หนิงอ้ายรีดเค้นพลังปราณขึ้นเป็ฝ่ามือสีขาวประกายพิสุทธิ์อันแข็งแกร่งต้านรับห่าฝนหอกอัคคีที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนยากจะเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้จะสามารถต้านทานได้อย่างทันท่วงทีทว่าเมื่อหอกอัคคีได้ะเิออกนั้นกลิ่นอายของเปลวเพลิงสามสายที่มีอาณุภาพแตกต่างได้สะกดข่มปราการฝ่ามือนี้ให้อ่อนด้อยลงไปเสียหลายส่วนจนต้องรีบถ่ายเทพลังลมปราณเข้าเสริมแกร่ง
ใบหน้าที่ถูกปกปิดอยู่ในผ้าคลุมสีดำสนิทต่างรู้สึกแปลกระหลาดใจอยู่ไม่น้อย คุณชายตระกูลหวังผู้นี้อาศัยเพียงพลังปราณในร่างกายออกมาต้านรับได้อย่างง่ายดายไม่พลาดพลั้ง แสดงว่าความลึกล้ำของพลังปราณคงมิใช่ธรรมดาสามัญ ฝ่ามือเมื่อครู่คล้ายเกิดจากการรวบรวมผนึกจากลมปราณเท่านั้นหาใช่เป็วิชายุทธ์แต่อย่างใด
ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินขุมกำลังและความแข็งแกร่งของสำนักหมาป่าทมิฬน้อยเกินไปเสียแล้วกระมัง แม้จะสามารถตั้งรับได้อย่างไม่เพลลี่ยงพล้ำทว่ามือขวาที่บัญชาการอยู่นั้นก็รู้สึกด้านชาไปชั่วขณะ วิชายุทธ์พิฆาตของราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นต้นทั้งสามเมื่อผสานกันแล้วกล่าวว่ามีอาณุภาพแข็งแกร่งกว่าที่คาดคิดเอาไว้มาก
บุปผาเพลิงอัคคีพิสุทธิ์จำแลงลักษณ์ โจมตี!!
ตู้ม!!
ไม่กี่ลมหายใจนั้นพลันปรากฏเป็บุปผาเพลิงสีขาวพิสุทธิ์ดอกใหญ่ แน่นอนว่าบุปผาเพลิงดอกนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยเปลวเพลิงของปราณทิวาธาตุที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณของหนิงอ้ายที่อัดแน่นเข้าไปอย่างเต็มกำลัง อึดใจต่อมาเมื่อปะทะเข้าถึงเป้าหมายตรงหน้าแรงะเิจากทั้งสองวิชายุทธ์ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายต้องล่าถอยหลังไปเสียหลายก้าว
“ถึงกับต้านรับการโจมตีของราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นต้นได้อย่างพร้อมเพรียงกันเช่นนี้ ข่าวลือที่ว่าคุณชายน้อยตระกูลหวังที่มีประวัติความเป็มาลึกลับนั้นมีส่วนช่วยในศึกตระกูลฮั่นถือว่าคงไม่ผิดไปนัก ช่างเป็รุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งเสียจริง!!” เสียงของหนึ่งในชายชุดดำที่มีรูปร่างสูงใหญ่ฉกรรจ์ที่มีผ้าคลุมสีดำสนิทปกปิดอยู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดรำคานเล็กน้อย
พริบตานั้นหนึ่งในสามบุรุษชุดดำทั้งสามได้ตวัดมือออกเบื้องหน้า กระบี่สีครามดำเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายอันแข็งแกร่งของสมบัติวิเศษระดับสูง เพียงตวัดมือออกไปเบื้องหน้าครั้งหนึ่งบังเกิดเป็วังวนอัคคีที่รุนแรงยิ่งก่อนที่หนิงอ้ายจะเรียกกระบี่ประจำตัวออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าปะทะกับทั้งสามราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาทันที
“คุณชายน้อยตระกูลหวังช่างมากไปด้วยความสามารถยิ่งนัก ไม่รู้ว่าจะสามารถตั้งรับสิ่งนี้ได้หรือไม่!!!”
สิ้นเสียงดังกล่าวอสรพิษสีดำขนาดใหญ่ได้ปรากฎตัวขึ้นเบื้องหน้า กลิ่นคาวเลี่ยนของพิษร้ายนั้นล่องลอยตลบอบอวนไปทั่วพร้อมกับพลังทำลายล้างที่ยิ่งถาโถมทวียิ่งขึ้น เสียงขู่คำรามไม่เป็ภาษาดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณก่อนที่ม่านหมอกพิษสีดำคล้ำจะปกคลุมไปทั่วจากนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็อสรพิษตัวน้อยจำนวนไม่ถ้วนไหววูบพุ่งเข้าโฉบออกไปเบื้องหน้า
เปลวเพลิงอัคคีจรัสแสงนิรันดร์เขตแดนพันธนาการ!!!
เพียงออกคำสั่งเท่านั้นพลันบังเกิดเป็เปลวเพลิงสีขาวทองพิสุทธิ์พุ่งทะลวงออกไปเกิดเป็เขตแดนที่ตรงกลางชั้นฟ้าปรากฎเป็เสาแสงและสะเก็ดเพลิงโปรยปรายงดงามยิ่ง ภายในเขตแดนล้วนเต็มไปด้วยขุมพลังอันร้อนแรงของเปลวเพลิงอันเกิดจากิญญายุทธ์ปราณทิวาธาตุอันเข้มข้นที่หากอสรพิษเ่าั้รุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตล้วนถูกเผาทำลายไปในทันที
ทางฝั่งของเยว่ซินนั้นขณะที่ราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาทั้งสามรุมเข้าโจมตีหนิงอ้าย นางก็ได้แยกตัวรับมือราชทินนามราชันิญญาอย่างไม่เพลี่ยงพล้ำเช่นกัน อย่างไรเสียนางก็เคยขึ้นทำเนียบของหนึ่งในห้าสุดยอดรุ่นเยาว์ในงานประลองยุทธ์ เวลาที่ล่วงเลยมาถึงสิบปีเช่นนี้นางได้ทุ่มเทเวลาไปกับการฝึกฝนทักษะการต่อสู้อยู่ไม่น้อย ฝ่ามือทั้งสองข้างรวบรวมพลังปราณเข้าสาดซัดเพลงกระบี่ที่ถาโถมเข้ามาก่อนที่สภาวะโจมตีนั้นจะซ่านสลายไปราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
“ท่านแม่และองครักษ์ทุกคนจงมารวมตัวตรงด้านหลังข้า!!!...” หนิงอ้ายส่งสารผ่านกระแสจิตให้กับเยว่ซินและบรรดาเหล่าองครักษ์ที่เหลือให้รับรู้ เขาที่เป็ราชทินนามเทพยุทธ์ขั้นกลางย่อมสามารถรับมือกับชายชุดดำที่มีรากฐานบ่มเพาะราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาทั้งสามนี้ได้อย่างไม่ลำบาก เพียงแต่ว่าสามัญสำนึกของนักฆ่าเหล่านี้ที่ถูกหล่อหลอมมาอย่างบิดเบี้ยวจึงย่อมมีลูกไม้ในแขนเสื้ออยู่ไม่น้อย ไม่ว่าอย่างไรก็ตามควรระวังเอาไว้และควรรีบจบการปะทะนี้โดยเร็วที่สุด
เขตแดนเทพสังหาร!!!!
สิ้นเสียงบัญชาการดังกล่าวกลิ่นอายราชทินนามเทพยุทธ์ขั้นกลางได้ะเิออกมาอย่างอหังการยิ่ง การปลดปล่อยพลังปราณสายนี้ถึงกับะเืฟ้าะเืดินที่รุนแรงออกไปทุกทิศทางโดยรอบ ห้วงมิติที่ถูกปิดผนึกนี้พลันบิดเบี้ยวคล้ายกับกำลังจะซ่านสลาย การปรากฏของหนึ่งในสุดยอดเขตแดนอันน่าหวั่นเกรงอันดับต้น ๆ ในมหาพิภพได้สร้างความตื่นตะลึงเป็อย่างมาก
แรงสะกดข่มจากเขตแดนเทพสังหารได้ส่งผลให้กลุ่มชายชุดดำจากสำนักหมาป่าทมิฬต่างทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ความรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกบรรพตขนาดใหญ่กดทับร่างอย่างหนักหน่วง ราชทินนามราชันิญญาที่อ่อนด้อยและไม่สามารถต้านรับพลังสายนี้ได้ทันนั้นร่างกายพลันะเิเป็เศษเนื้อแหลกเหลว เสียงกรีดร้องทรมานดังขึ้นสะท้อนไปทั่วทั้งบริเวณ
ทักษะิญญาที่หนึ่ง สรรพธาตุหมื่นเทวะโลหิตอัคคีมายา!!!
เสียงของหนิงอ้ายยามเมื่อบรรดาชายชุดดำที่เหลือได้สดับฟังนั้นไม่ต่างไปจากคำพิพากษาจากพญามัจจุราชคงไม่เกินจริงไปนัก จิตสังหารอันเข้มข้นถึงขีดสุดที่ยากจะเชื่อว่าเกิดจากรุ่นเยาว์ที่อายุเพียงยี่สิบปีเช่นนี้ หากย้อนเวลากลับไปได้พวกเขาย่อมไม่ตกปากรับภารกิจด้วยเหรียญทองเพียงยี่สิบล้านเหรียญย่อมไม่อาจชดเชยชีวิตของพวกเขาที่ต้องตกตายไป
เปลวเพลิงสีแดงทองประกายรุ้งที่เข้มข้นไปด้วยกลิ่นอายของสายเืจากเผ่าพันธ์าโบราณ ยามที่หนิงอ้ายถือครองพลังปราณราชทินนามเทพ์ิญญานั้นกล่าวว่าเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเปลวเพลิงแห่งชีวิตและเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างที่สอดประสานสมบูรณ์ยิ่ง
จากนั้นเปลวเพลิงสีแดงทองประกายรุ้งสายนี้ได้ผนึกตัวขึ้นเป็เข็มแหลมคมนับหมื่นที่เปี่ยมล้นไปด้วยกลิ่นอายจิตสังหารไม่อ่อนด้อยแผ่พุ่งตรงไปยังบรรดาชายชุดดำจากสำนักหมาป่าทมิฬ แม้ว่าเขตแดนเทพสังหารนี้จะเปี่ยมล้นไปด้วยความอาฆาตแห่งความตายที่ลึกล้ำสุดหยั่ง ทว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมีเพียงผู้ขลาดเขลาตรงด้านหน้าเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าทักษะบัญชาการเขตแดนนี้ของหนิงอ้ายนั้นสูงล้ำยิ่ง
"พวกเ้าล่วงเกินสำนักหมาป่าทมิฬเช่นนี้ จงเตรียมรับผลที่ตามมาเสียเถอะ!!"
ชายชุดดำผู้เป็หัวหน้าที่เป็ราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูงทิ้งวาจาข่มขู่อันน่าสมเพชก่อนจักัดลิ้นจนหยดโลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วพร้อมฝืนบังคับมือประสานเป็ท่วงท่าลัญจกรพิสดารรูปแบบหนึ่งก่อเกิดเป็ลมปราณโดยรอบกายพลันปั่นป่วนพร้อมกับกลุ่มควันสีดำที่มีกลิ่นอายของปราณมารทะลักทะลายปกคลุมไปทั่วจนไม่อาจมองเห็น ก่อนที่ชั่วพริบตานั้นบุรุษผู้นี้ก็ได้อันตรธานหายไปจากตรงนั้นเสียแล้วเหลือเพียงบรรดาผู้ติดตามเื้ัที่ยามนี้ต่างกรีดร้องทรมานก่อนจะสิ้นใจตายไปในที่สุด...
