หลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาลหยางเฉินเดินขึ้นไปนั่งบนรถของเขา จุดบุหรี่และอัดควันเข้าปอดอยู่คนเดียวเงียบๆ
ควันสีขาวค่อยๆ ถูกพ่นออกมาจากปาก ลอยไปรวมเข้ากับหมอกอันหนาวเหน็บ จนทำให้บรรยากาศดูเงียบสงบ
หยางเฉินพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้หลี่จิงจิงมีอนาคตที่ดีกว่านี้แต่ทุกอย่างกลับล้มเหลวและสถานการณ์เปลี่ยนเป็เลวร้ายลงจนหมด ถึงแม้ว่านี่จะเป็หนึ่งในวิธีการตอบโต้ของเฉิงซินหลินแต่หยางเฉินก็ยังโทษตัวเองอยู่ส่วนหนึ่งว่าเขาหละหลวมเกินไป
หยางเฉินอาจเกลียดเฉิงซินหลินแต่เขาก็ไม่คิดจะประเมินมันต่ำเกินไป แน่นอนว่าชายคนนั้นมีพิษสงร้ายกาจไม่ใช่เพียงแค่สมองเื่การค้าเพียงเท่านั้น แต่เื่การชักใยสร้างความวุ่นวายเขาก็เก่งไม่แพ้กัน
หยางเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตระหนักได้ว่าบริษัทของเฉิงซินหลินพ่ายแพ้และถอนตัวออกจากจงไห่แล้ว มันไม่จำเป็เลยที่เขาจะเอาบริษัทของตัวเองกลับมาเสี่ยงอีกครั้งหากมีการช่วยเหลือเกิดขึ้นอย่างลับๆ
อย่างง่ายที่สุดหยางเฉินก็แค่ตรงดิ่งไปฆ่าเฉิงซินหลินแต่ตระกูลเฉิงที่กรุงปักกิ่งถือว่าเป็ตระกูลที่ทรงอิทธิพลอย่างมาก การสังหารเฉิงซินหลินก็เท่ากับว่าทำให้คนทั้งตระกูลเคลื่อนไหวถึงแม้ว่าเขาจะสามารถสังหารหมู่ทั้งตระกูลเฉิงได้ แต่สุดท้ายทางการจีนก็จะสามารถแกะรอยมาที่เขาได้ไม่ยากนัก
แม้ว่าหยางเฉินจะยังไม่คิดทำแต่การเผชิญหน้ากับตระกูลเฉิงก็นับได้ว่าเป็เื่ยุ่งยากอย่างยิ่ง หากเขาประมาทแม้แต่กระต่ายตัวเล็กๆ ก็อาจสร้างาแให้กับเขาได้
หลังจากที่กลับบ้านเกิดมาหยางเฉินหวังเพียงแค่ใช้ชีวิตที่เงียบสงบ ไม่ต้องฆ่าฟัน ไม่ต้องละเลงเือีกครั้ง ไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์อื่นๆ เพราะตอนนี้สมองของเขายังต้องรับการรักษาอีกมากมันเป็เื่ยากที่จะควบคุมมันหากเกิดการคลุ้มคลั่งขึ้นอีก หากสูญเสียการควบคุมต่อหน้าตนเองคนอื่นๆ มันคงเป็เื่ยากที่คนพวกนั้นจะไม่หวาดกลัวและหยางเฉินก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายว่าอย่างไรดี
ในโลกใบนี้หยางเฉินหวาดกลัวเพียงสิ่งเดียวเขากลัวว่าตนเองจะเสียสติไปสักวัน
หยางเฉินยังคงคิดถึงเื่การร่วมมือของเฉิงซินหลินกับใครบางคนที่ช่วยให้แผนการของเขาสำเร็จ เห็นได้ชัดว่าคนคนนั้นจะต้องมีข้อมูลของเขาและเมืองจงไห่อยู่มหาศาล ในขณะที่หยางเฉินกำลังคิดใคร่ครวญอยู่นั้น เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้นหยางเฉินหันไปหยิบมันขึ้นมาดู เขาพบว่าเป็สายของโมลินโทรเข้ามา
คิ้วของหยางเฉินจึงขมวดแน่นอีกครั้ง หยางเฉินแปลกใจที่เห็นโมลินติดต่อมาที่เขาโดยที่ไม่คาดคิด
“ท่านเฮดีสเกิดเื่ขึ้นครับ สถานการณ์ที่บ้านท่านปรากฏความผิดปกติขึ้น” โมลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
หยางเฉินขมวดคิ้ว “พูดให้ชัดๆ หมายความว่ายังไง”
“พวกเราได้ตรวจพบความผิดปกติจากอุปกรณ์สอดแนมที่อยู่รอบๆหมู่บ้านท่าน ก่อนหน้านี้สิบนาทีเราได้รับแจ้งจากเ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่าพบกลุ่มคน 20 คน ที่ได้รับการฝึกฝนจากหน่วยรบพิเศษจากต่างประเทศกำลังซุ่มอยู่ใกล้กับที่บ้านของท่าน รถบรรทุกลินคอล์นน่าสงสัยคันหนึ่งจอดอยู่ที่ด้านหลังของบ้านท่าน มันไม่มีป้ายทะเบียนหรือเครื่องยืนยันตัวตน ดูเหมือนว่าพวกมันจะยังไม่ได้บุกเข้าไปหรือไม่ก็คงรอให้ท่านกลับไปที่บ้านก่อนครับ”
ใบหน้าของหยางเฉินหมองลงอย่างเห็นได้ชัดเขาไม่คิดว่าหลังจากที่เกิดเื่ขึ้นแล้วพวกมันกลับเคลื่อนไหวในทันที
“ช่วยผมตรวจสอบพวกที่เหลืออย่าให้พวกมันเคลื่อนไหวอย่างสุ่มเสี่ยงโดยเด็ดขาด”
“ได้ครับท่านเฮดีสตราบใดที่ท่าน้า ผมจะส่งลูกทีมสองคนไปทันทีพวกเขาสามารถฆ่าหน่วยพิเศษพวกนั้นในเวลาเพียงห้านาทีเท่านั้น นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของเขายังอยู่ในระดับสองอีกด้วย” โมลินกล่าวในหลายๆความหมาย
หยางเฉินยิ้ม “ไม่ต้องหรอกผมรู้ว่าลูกทีมของคุณเก่งกาจขนาดไหน แต่ผมคิดว่าตอนนี้ผมควรลงมือเองมากกว่า”
“แต่พวกมันก็ไม่ได้เก่งกาจถึงขนาดนี้ท่านต้องลงมือฆ่าเองเลยนี่ครับ” โมลินค่อนข้างประหลาดใจ
“โมลิน บางครั้งเหตุผลของการอยากฆ่าของผม ก็มีมากกว่าเื่ความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย” หยางเฉินกล่าวตรงไปตรงมา
โมลินไม่พูดต่อเขารู้ว่าอารมณ์ของหยางเฉินกำลังคุกรุ่นเต็มที่
หลังจากนั้นสิบนาทีถัดมาหยางเฉินก็ขับรถกลับมาถึงที่หมู่บ้านยามที่นี่ดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตเลยว่ามีหน่วยซุ่มโจมตีแอบแฝงอยู่ ป้าหวังออกมารับหยางเฉินเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าบรรยากาศดูแปลกไปจึงเอ่ยถามขึ้น
“คุณชายคะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าคุณหนูจะรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนนะคะ?”
หยางเฉินแค่นยิ้ม “ป้าไม่ต้องห่วงเื่นี้หรอกครับมันค่อนข้างซับซ้อน เดี๋ยวผมจัดการเอง”
ป้าหวังเห็นว่าหยางเฉินไม่ยินดีที่จะพูดเธอก็รู้สึกหนักใจแต่ก็ไม่ได้ซักถามเขาต่อ ในตอนนั้นเองกริ่งที่หน้าประตูก็ดังขึ้น ป้าหวังประหลาดใจเล็กน้อยเธอ้าจะเดินไปเปิดประตูแต่ก็ถูกหยางเฉินรั้งตัวเอาไว้ก่อน
“ป้าหวัง ผมเปิดเองดีกว่าครับ” หยางเฉินกล่าว
หยางเฉินเดินออกไปเปิดประตูก็พบเข้ากับสองใบหน้าที่คุ้นเคยเป็อย่างยิ่งตรงตามที่เขาคาดคิดเอาไว้แล้วไม่มีผิด
หนึ่งคือเฉิงซินหลินที่อยู่ในท่วงท่าที่ผ่อนคลายเขามองหน้าหยางเฉินด้วยความเกลียดชังเล็กน้อยราวกับว่าหยางเฉินเป็คนโง่คนหนึ่ง โดยที่ผู้อื่นไม่คาดคิดอีกคนกลับเป็ผู้ร่วมมือกับแก๊งตงซิ่งเมื่อครั้งก่อน หลังจากที่พ่ายแพ้ไปมันก็หนีหางจุกตูดไปยังต่างประเทศซูจื้อหง!
ลักษณะของซูจื้อหงขณะนี้ดูเหมือนอายุมากขึ้นจากเดิมไปหลายสิบปีใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครารกรุงรังเห็นได้ชัดว่าเขาไม่เคยได้นอนหลับอย่างสบายใจสักครั้ง เสื้อผ้าที่ใส่เป็เสื้อสไตล์ตะวันตกที่สกปรกเล็กน้อยเขามองหยางเฉินราวกับตนเองเป็งูพิษที่เห็นเหยื่ออันโอชะ
“ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะหยางเฉิน” เสียงของซูจื้อหงดุร้ายเขากล่าวด้วยรอยยิ้ม
หยางเฉินแย้มยิ้มถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความสุขแต่เขาก็ไม่คิดแสดงสีหน้าอมทุกข์ออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็นเป็อันขาด “ดูเหมือนพวกคุณจะเดินทางมาไกลนะครับ ทำไมไม่เข้ามานั่งข้างในก่อนล่ะ?”
เฉิงซินหลินที่อยู่ด้านข้างกล่าวขึ้นพร้อมทั้งยิ้มออกมา“ดูเหมือนว่าคุณไม่ชอบของขวัญที่ผมมอบให้นะทำไมถึงไม่ชอบมันเหรอครับ”
“คุณคิดว่าผมจะชอบใจนักเหรอ?”
“ผมไม่คิดว่านี่ถูกต้องนักหลินรั่วซีน่าจะอยู่บ้าน ผมเองก็เคยเป็ประธานนักเรียนรุ่นเธอมาก่อนทำไมเธอไม่คิดจะออกมาต้อนรับผมเลยล่ะ”
เมื่อสิ้นเสียงของเฉิงซินหลิน อากาศอันหนาวเย็นก็พัดออกมาพร้อมกับหลินรั่วซีที่ก้าวเท้าออกมาจากห้องนอน
“หวังว่าเราจะยังทันเวลา ต้อนรับท่านประธานนักเรียนนะคะ” หลินรั่วซีย่างกรายลงมาจากชั้นสองอย่างช้าๆ ส่วนป้าหวังมองอยู่ที่ชั้นสองด้วยความเป็ห่วง
ขอบตาของหลินรั่วซียังคงแดงอยู่เห็นได้ชัดว่าบางทีเธออาจเพิ่งสงบลง ใบหน้าจริงจังและเ็าค่อยๆ เข้ามาแทนที่ นี่เป็ครั้งแรกที่หยางเฉินรู้สึกว่าทักษะด้านอารมณ์ของแมู่เาน้ำแข็งเคลื่อนที่คนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
เมื่อเห็นซูจื้อหงยืนอยู่ข้างเฉิงซินหลินแล้ว หลินรั่วซีก็ไม่ได้แปลกใจนัก เธอเพียงเอ่ยถามเบาๆ
“คุณมาที่นี่โดยมีเจตนาก่อการร้ายชัดๆ ไม่กลัวว่าจะถูกจับบ้างเหรอ”
ซูจื้อหงเหลือบมองหลินรั่วซีด้วยสีหน้ากราดเกรี้ยว“เมื่อผมอยู่กับนายน้อยผมก็ไม่มีทางที่จะถูกลงโทษได้ง่ายๆ แน่นอน”
“ถ้างั้นคนที่ทำเื่ทั้งหมดนี่” หลินรั่วซีเอ่ยอย่างเ็า“ประธานนักเรียนถึงแม้ว่าที่ฉันทำมันจะเหมือนว่าฉันไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น แต่ฉันก็เล่นตามกฎเพราะฉันยังคงนับถือคุณอยู่แต่คุณกลับใช้หลี่จิงจิงมาทำเื่ชั่วช้าแบบนี้ ในขณะที่คุณเองกลับหลบอยู่ด้านหลังเธอ”
เฉิงซินหลินกวาดตามองผ่านหยางเฉินไปยังหลินรั่วซีที่ดูงดงามสมกับเป็เธอเขากล่าวขึ้น “ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้คิดปกปิดแผนนี้เอาไว้ แต่ผมก็ไม่ได้หลงเหลือหลักฐานให้พวกคุณสืบสาวมาได้คาดไม่ถึงจริงๆ ที่เธอสามารถรู้ได้ทันทีว่าผมเป็คนบงการเื่ทั้งหมดนี่ จริงอยู่ที่หลี่จิงจิงอาจถูกฉันบังคับแต่ยังไงความสัมพันธ์ระหว่างเธอและหยางเฉินก็เป็เื่จริง นั่นก็เท่ากับว่าแผนการของผมประสบความสำเร็จแล้ว คุณควรจะขอบคุณผมเสียด้วยซ้ำที่ช่วยเปิดโปงสามีที่ทรยศของคุณ”
“ระหว่างฉันกับเขาจะเป็ยังไงมันก็เื่ของเราเฉิงซินหลินนายมันต่ำช้าจริงๆ”เมื่อได้รับการยืนยันข้อสงสัยของตนแล้ว หลินรั่วซีจึงไม่ลังเลที่จะด่าเขาอีกต่อไป
“ฮะฮะ...” เฉิงซินหลินหลุดหัวเราะออกมาราวกับว่าได้ยินเื่ตลก“หมายความว่าไงต่ำช้า?หลินรั่วซีฉันใช้เวลากว่าสิบปีสร้างฉางหลินมีเดียขึ้นมา ฉันคิดว่าหากเราร่วมมือกันล่ะก็แม้แต่อวี้เหล่ยเองก็ยังได้กำไรแถมยังพัฒนาขึ้นด้วยแต่เธอก็ทำลายมันลงไปจนหมดสิ้นภายในเวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น! เธอยังจะกล้ามาว่าฉันว่าต่ำช้าอีกงั้นเหรอ?!”
“การต่อสู้ทางการค้าก็เหมือนกับากฎของผู้แข็งแกร่งก็มีอยู่ ฉันทำตามกฎหมายทุกขั้นตอนแต่นายกลับใช้วิธีสกปรกสร้างความร้าวฉานให้กับคนอื่นๆ นายไม่ได้แค่ต่ำช้าอย่างเดียวเท่านั้นนายยังน่าขยะแขยงมากด้วย!”หลินรั่วซีกล่าวอย่างฉุนเฉียว
ใบหน้าของเฉิงซินหลินและซูจื้อหงคล้ายเต็มไปด้วยหมอกครึ้มส่วนหยางเฉินที่ดูอยู่ข้างๆ ถอนหายใจออกมาเขาประเมินความสามารถของหลินรั่วซีต่ำเกินไป
เธอสามารถใช้หลักจิตวิทยากลับมาย้อนเล่นงานอีกฝ่ายได้โดยที่พวกนั้นไม่อาจโต้กลับได้เลยแม้แต่น้อยเพียงแค่เขาไปไม่นาน หลินรั่วซีก็รู้ว่าหลี่จิงจิงกำลังถูกชักใยอยู่เื้ั บางทีเธออาจให้อภัยเขาเร็วกว่าที่คิด
“เธอดูภูมิใจกับความโหดร้ายของตัวเองมากสินะ? ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่เธอทำลายครอบครัวหนึ่ง เธอควรจะรู้ว่าตัวเองเป็คนทำให้เื่ทุกอย่างนี้เกิดขึ้น ฉันอาจจะเกลียดหยางเฉินแต่หยางเฉินเองก็ยังเคยถูกเธอหลอกใช้มาแล้ว! หลินรั่วซีเธออาจสามารถกำจัดคู่แข่งคนอื่นๆ ได้โดยอ้างว่ามันเป็ธุรกิจแต่มันก็ไม่มีกฎข้อไหนบอกว่า คนที่โดนเธอทำลายไปแล้วจะกลับมาล้างแค้นไม่ได้”
ซูจื้อหงอยากจะระงับอารมณ์โกรธของตนที่พุ่งจนถึงขีดสุดแต่ก็ไม่อาจทำได้
เขาคำรามด้วยความโกรธแค้นที่สุมอยู่ในอก ก่อนจะชักปืนพกออกมาจากเสื้อสไตล์ตะวันตกนั่น และเล็งไปที่หน้าผากของหลินรั่วซีอย่างดุร้าย!
