หวางเจาหวาพูดอย่างหมดแรง “เธอกลับไปเถอะ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินคิดไม่ถึงว่าหล่อนจะพูดเช่นนี้ หล่อนไม่ถือโทษโกรธเธอแล้วหรือ?
“กระดาษห่อไฟไม่ได้ฉันใด ความจริงก็ไม่อาจปิดบังได้ฉันนั้น เธอมีแต่ต้องไป”
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไร ที่หล่อนใจเย็นแบบนี้เป็เพราะยกโทษให้เธอแล้วนี่เอง
“ขอบคุณค่ะ”
หวางเจาหวาลุกออกไป เสมือนไม่ได้ยินเธออย่างไรอย่างนั้น
ฮั่วเสี่ยวเหวินไล่ตามไป “เช่นนั้นให้ฉันไปตอนนี้เลยหรือว่า?”
หวางเจาหวาหันกลับมา “ไปตอนนี้? หากเธอไปโดยไม่มีสาเหตุ คิดว่าเสวียเหวินจะไม่สงสัยหรือ?”
จากนั้นหล่อนก็ถอนหายใจ เสียงพูดฟังดูอ่อนแรง “ฉันจะหาโอกาสส่งเธอกลับไปอย่างถูกจังหวะ ที่วันนี้ฉันคุยด้วยเพราะอยากให้เธอเตรียมใจไว้ ถึงเวลาจะได้ให้ความร่วมมือ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินดีใจไปทั้งวัน อีกไม่นานก็จะได้ไปจากที่นี่แล้ว เธอจะได้กลับไปอยู่กับจางเจียิอีกครั้งเสียที
ผ่านไปอีกห้าวัน
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จหยางเสวียเหวินทำท่าจะออกจากบ้าน หวางเจาหวาจึงทนไม่ไหวอีกต่อไป “คุณจะเล่นไพ่ไปตลอดชีวิตเลยหรือ?”
ตอนแรกหยางเสวียเหวินตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ไม่รู้ว่าต่อมาทั้งคู่ลงเอยด้วยการทะเลาะกันได้อย่างไร
หวางเจาหวาโยงประเด็นมาที่ฮั่วเสี่ยวเหวินได้ถูกจังหวะมาก “คิดว่าฉันไม่รู้หรือว่าคุณเคยทำอะไรมา? บังคับให้ลูกสาวคนอื่นมาเป็ลูกสะใภ้ของตัวเอง คุณยังมีจิตสำนึกเหลืออยู่บ้างหรือไม่?”
หยางเสวียเหวินหน้าแดง เขายิ่งรู้สึกโมโหมากขึ้นไปอีกเมื่อพูดถึงฮั่วเสี่ยวเหวิน เขาทำท่าจะเดินไปฟาดเธอ “หากไม่ใช่เพราะนังตัวซวยนี่ ซวี่เอ๋อร์คงไม่ตาย”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหน้าซีด เธอยังจำเื่เมื่อครั้งก่อนได้เป็อย่างดี หยางเสวียเหวินมือหนักมาก ฟาดเธอเกือบตาย
ฮั่วเสี่ยวเหวินรีบหนีไปหลบด้านหลังของหวางเจาหวาอย่างลนลาน แต่หยางเสวียเหวินก็ยังคงไม่ลดละ เขาตีภรรยาไม่ได้ แต่จะฟาดนังเด็กนี่ไม่ได้เลยเชียวหรือ?
หวางเจาหวาพยายามปกป้องเธอสุดกำลัง ปากบอกว่า คุณเก่งแต่ระบายอารมณ์กับเด็ก คุณเก่งแค่ด้านนี้แหละ
โดนภรรยาพูดเช่นนี้ใส่ หยางเสวียเหวินทั้งรู้สึกอับอายและโมโห เขาทำท่าจะกระชากประตูออกไป หวางเจาหวาจึงเอ่ยกับฮั่วเสี่ยวเหวินว่า “ยังไม่รู้อีกหรือว่าบ้านนี้ไม่ต้อนรับเธอ? ยังไม่รีบไปอีก”
หล่อนจงใจพูดเสียงดังเพื่อให้แน่ใจว่าหยางเสวียเหวินจะได้ยิน
เป็ไปตามที่หล่อนคาด หยางเสวียเหวินได้ยินอย่างชัดเจน ทว่าเื่ราวกลับไม่ได้เป็ไปตามที่หล่อนคิด
หยางเสวียเหวินหันหน้ากลับมา “ปล่อยให้เธอไปทั้งอย่างนี้ดูจะง่ายไปหน่อย”
“ถ้าเช่นนั้นจะเอาอย่างไร?” ฮั่วเสี่ยวเหวินหลุดปาก
หยางเสวียเหวินพูดโดยไม่หันกลับมาอีก “เธอจะรู้เองเมื่อถึงเวลา” คงเพราะมีนัดเล่นพนันเขาจึงไม่อยากมามัวเสียเวลากับเื่พวกนี้
หลังจากมั่นใจแล้วว่าหยางเสวียเหวินเดินห่างไปไกลแล้ว หวางเจาหวาก็ถอนหายใจออกมา “เธอไปได้แล้ว แต่วันหน้าเขาจะไปหาเธอหรือไม่นั้น ฉันไม่กล้ารับประกัน”
ด้านนอกหิมะยังคงตกอยู่ เกล็ดหิมะโปรยปรายราวกับขนห่านล่องลอยไปทั่วฟ้า
เวลาเดินเหยียบจะส่งเสียง ‘แซ่ดๆ’ น่าฟังมาก
‘หิมะคงจะตกอีกนานน่าดู’ ฮั่วเสี่ยวเหวินคิดในใจ ฤดูหนาวที่มีจางเจียิอยู่ด้วยคาดว่าน่าจะไม่หนาวเหน็บขนาดนั้น
จางเจียิ? ฮั่วเสี่ยวเหวินขยี้ตา เธอมองไม่ผิดเป็เขาจริงๆ ด้วย
ฮั่วเสี่ยวเหวินกระโจนเข้าใส่เขาเหมือนกำลังบิน เธอรีบช่วยปัดหิมะออกจากตัวเขา “อากาศหนาวขนาดนี้แต่ไม่ยอมเก็บตัวอยู่ในบ้าน หากไม่สบายขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
จางเจียิหนาวจนหน้าแดง ร่างกายสั่นเทิ้มไปทั้งตัว บางครั้งฮั่วเสี่ยวเหวินก็รู้สึกว่าเขาโตกว่าวัย ขณะที่เด็กคนอื่นรอให้พ่อแม่มอบความรักให้ เขากลับเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว
แต่บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าเขาทึ่มมาก ไม่รู้จักถนอมตัวเองเลยสักนิด ครั้งก่อนสู้ตายกับฮั่วต้าซานเพื่อช่วยเธอ ส่วนครั้งนี้ก็ฝ่าพายุหิมะเพื่อมารอเธอ
“พี่บอกแล้วว่าจะมาอยู่เป็เพื่อนจนกว่าเธอจะยอมกลับไปด้วย”
เขาพูดอย่างจริงจัง ไม่รู้สึกแม้แต่น้อยว่าตัวเองโง่ขนาดไหน
เมื่อได้ยินว่าฮั่วเสี่ยวเหวินยอมกลับไป จางเจียิก็เกือบะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
บ้านของจางเจียิยังคงเย็นยะเยียบไม่เปลี่ยน ทว่าที่นี่กลับมอบความรู้สึกสบายใจให้
จางเจียิยังคงเหมือนเดิม เขาไม่กล้าไปขอยืมเสบียงจากจางต้ากั๋ว ที่บ้านจึงแทบไม่มีอะไรกินอยู่แล้ว
หลังจากฟังความเห็นของฮั่วเสี่ยวเหวิน เขาจึงตามเธอออกจากบ้านหลังจากกินมื้อเช้าในวันต่อมา
เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นเงาร่างค่อมเตี้ยกำลังเดินเข้ามา หลังจากเห็นว่าเป็ยายแก่ฮั่ว ทั้งสองก็ค่อยๆ เดินจากไปทันทีโดยไม่จำเป็ต้องพูดอะไร สำหรับยายแก่เ้าเล่ห์คนนี้ ทั้งสองรู้สึกดีด้วยไม่ลงจริงๆ
แต่ไม่ทันแล้ว ยายแก่ฮั่วได้เดินเข้ามาหาพวกเขาแล้ว “เสี่ยวเหวิน เธอกลับมาแล้วหรือ?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เข้าใจ ตอนที่กลับไปวันนั้นหล่อนยังกัดฟันพูดกับเธอว่า ‘คอยดูเถอะ’ อยู่เลย เหตุใดวันนี้จึงเข้ามาทักทายกันอีก?
“มีธุระอะไร?” ฮั่วเสี่ยวเหวินมุ่งเข้าประเด็นหลัก
ยายแก่ฮั่วมองไปที่เธอ ส่วนเธอก็มองไปที่ยายแก่ฮั่วกลับ ผิวหน้าของยายแก่ฮั่วนั้นหย่อนคล้อย แววตาหมองหม่น หล่อนแก่แล้วจริงๆ
เห็นอีกฝ่ายเป็เช่นนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินใจร้ายไม่ค่อยลง การที่หญิงชราเช่นหล่อนต้องอยู่เพียงลำพังไม่ใช่เื่ง่ายเลย
“เสี่ยวเหวิน เธอไปไหนมา?” ยายแก่ฮั่วถามอีกครั้ง
“ไปเที่ยวบ้านคุณลุงมา”
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ได้มีเจตนาปิดบัง แต่เื่ที่เธอไปอยู่ที่บ้านของหยางเสวียเหวินนั้นอธิบายยากจริงๆ จะให้บอกว่าตัวเองถูกรับไปเป็เ้าสาวเด็กก็ไม่ใช่
คุยกันอีกไม่กี่ประโยคยายแก่ฮั่วก็จากไป ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกไม่สบายใจ หล่อนมาเพื่อคุยกับเธอเท่านั้นเองหรือ?
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธออยู่ในจุดที่แตกหักกันแล้ว เป็ยิ่งเสียกว่าคนแปลกหน้า และยิ่งไม่ต้องพูดถึงการคุยกัน
“พี่เจียิ พวกเราแอบตามไปดูกันเถอะ หล่อนต้องมีแผนร้ายอะไรอีกแน่” ฮั่วเสี่ยวเหวินเสนอ
จางเจียิไม่คัดค้าน หลังจากที่ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับมาครั้งนี้เขาแทบจะเชื่อฟังเธอทุกอย่าง
จะไปขอยืมเสบียงจากจางต้ากั๋วเขาก็ไม่คัดค้าน รวมถึงครั้งนี้เช่นกัน
“หล่อนไปทำอะไรที่บ้านของเ้าเป๋สามขา?” เห็นยายแก่ฮั่วเดินเข้าบ้านของเ้าเป๋สามขา จางเจียิจึงถามด้วยความสงสัย ดวงตาของเขามองไปทางนั้นอย่างไม่ละสายตา
“หล่อนคงไม่ได้ขายฉันเป็เ้าสาวเด็กของเ้าเป๋สามขากระมัง”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะอย่างขมขื่น ยายแก่ฮั่วอยากขายเธอแลกเป็เงินเสียขนาดนั้น ส่วนเ้าเป๋สามขาก็อยากซื้อตัวเธอ พวกเขาอาจจะร่วมมือกันก็เป็ไปได้
“เสี่ยวเหวิน พี่จะปกป้องเธอเอง ถ้าเ้าเป๋สามขากล้ามาพี่จะฟาดขาอีกข้างของเขาให้หัก”
ฮั่วเสี่ยวเหวินผิดหวังกับท่าทีของเขา นอกจากการใช้กำลังแล้วพี่ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ?
“พี่เจียิ พี่ช่วยเป็ผู้ใหญ่หน่อยได้ไหม วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือ?”
จางเจียินิ่งไป เป็ความจริงที่เขาไม่มีวิธีอื่น
“เช่นนั้นจะให้ทำอย่างไร?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินส่ายหน้า ตอนนี้ยังไม่มีวิธีอะไรทั้งนั้นแต่เธอเตือนเขาว่า “เอาเป็ว่าอย่าทำร้ายจนาเ็ก็พอ”
จางเจียิพยักหน้า ทว่าฮั่วเสี่ยวเหวินไม่วางใจนัก เพราะเขารับปากแบบขอไปที
ทั้งสองมองว่าการไปยืมเสบียงจากจางต้ากั๋วสำคัญที่สุด เื่อื่นไว้ค่อยๆ คิดทีหลัง
