จู่ๆ ฮ่องเต้เหวินอิ้นก็เปลี่ยนเป็สีหน้าเคร่งขรึมเกรงขาม หว่างคิ้วเผยบารมีจักรพรรดิที่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดขัดขึ้นมา สายตาเ็าดั่งน้ำแข็งเย็นเยียบ
“ใครก็ได้เข้ามา ควบคุมตัวฉีหวางเฟยไปที่คุกหลวง เื่นี้มอบหมายให้สามตุลาการสอบสวนโดยละเอียด สามฝ่ายตุลาการร่วมไต่สวน หากฉีหวางเฟยเกี่ยวข้องกับเื่นี้จริง เจิ้นจะไม่มีทางยกโทษให้”
ตรัสจบก็มีองครักษ์พกดาบที่น่าเกรงขามเข้ามาจากนอกตำหนักสองคน
บัดนี้มู่จื่อหลิงไม่เพียงตื่นตะลึง แต่ยังตื่นใด้วยแล้ว!
เล่นตลกระดับแว่นแคว้นอันใดกันอยู่!
้าขังนางไว้ในคุกหลวงโดยไม่มีเหตุผล แล้วยังให้สามตุลาการสอบสวน ก่อนหน้านี้นางก็รู้มาว่าสามตุลาการประกอบไปด้วยกรมราชทัณฑ์ ศาลต้าหลี่ และฝ่ายตรวจการ
กรมราชทัณฑ์รับผิดชอบรับสำนวนและตัดสินคดีทั่วไปในยามปกติ และศาลต้าหลี่รับผิดชอบตัดสินคดีสำคัญ โดยปกติจะเป็คดีขุนนางคนสำคัญและเชื้อพระวงศ์
ถ้าคดีที่ร้ายแรงกว่านี้จึงจะต้องให้กรมราชทัณฑ์ ศาลต้าหลี่และฝ่ายตรวจการไต่สวนร่วมกัน โดยปกติมักเป็คดีสำคัญระดับแว่นแคว้น สามตุลาการจึงจะรับผิดชอบไต่สวนร่วมกัน
เื่หลงเซี่ยวหนานนี่หนักหนาถึงเพียงนั้นเลยหรือ หนอนกู่เป็วิธีการน่ากลัวอย่างไรกันแน่ ถึงขั้นเป็คดีร้ายแรงระดับแว่นแคว้นไปได้
นางเพิ่งทะลุมิติมาไม่นาน ความเข้าใจต่อประวัติศาสตร์ของยุคสมัยนี้ไม่นับว่ามากนัก ใครก็ได้บอกนางทีว่าเกิดเื่อันใดขึ้นกันแน่
เพียงแค่ตอบว่าไม่รู้ มีอันใดไม่ถูกต้องหรือ? หมอหลวงหลินก็ตอบเช่นนี้ ก็ไม่เห็นมีอันใดนี่!
ฮ่องเต้เหวินอิ้นดูแล้วก็ไม่เหมือนทรราช เหตุใดเขาถึงได้เหมือนหลงเซี่ยวอวี่ ความคิดยากคาดเดา และอารมณ์แปรปรวนไม่แน่นอน
วินาทีก่อนหน้าฮ่องเต้ยังมีสีหน้าใจดีอยู่เลย วินาทีต่อมาก็กลายเป็เ็าราวกับน้ำแข็ง เปลี่ยนได้ไวถึงเพียงนี้
ต่อให้ฮ่องเต้อารมณ์แปรปรวนไม่แน่นอน ก็มิอาจไม่เดินตามครรลอง ได้ยินไม่กี่ประโยค ก็จะจับนางขังคุกหลวงทันที นี่้าทำเช่นใดกัน?
อยากลงโทษผู้ใดย่อมหาข้ออ้างได้เสมอ!
ไม่แปลกใจที่ฮองเฮาทำสิ่งเกินความจำเป็มาเช่นนี้ ให้นางมาตรวจอาการป่วยของหลงเซี่ยวหนาน ทั้งยังตรวจต่อหน้าฮ่องเต้ ที่แท้ฮองเฮาก็ทราบอยู่แล้วว่าฮ่องเต้จะขังนางเพราะหลงเซี่ยวหนานถูกพิษกู่
ก่อนหน้าที่ไทเฮาหน่วงเหนี่ยวนางกับยามนี้ที่ฮ่องเต้สั่งขังนางด้วยพระองค์เอง เป็คนละเื่โดยสิ้นเชิง จะอย่างไรไทเฮาก็เป็เพียงนายแห่งวังหลัง ทว่าฮ่องเต้คือจักรพรรดิที่ปกครองแว่นแคว้น ฮ่องเต้ลงมือด้วยตนเอง ทั้งยังดึงสามตุลาการเข้ามาไต่สวน เื่ใหญ่แล้ว
จริงด้วย ฮองเฮาเป็ผู้ที่ความคิดอ่านละเอียดถี่ถ้วน หากฮองเฮาไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าฮ่องเต้จะสั่งขังนางขึ้นมา จะย่างก้าวที่เสี่ยงอันตรายยิ่งนักก้าวนี้ได้อย่างไร ป้ายความผิดให้ผู้อื่น
ยามนี้หลงเซี่ยวหนานถูกพิษกู่ นอกเสียจากผู้เข้าใจกู่โดยแท้จริงมารักษาให้ ไม่เช่นนั้นหลงเซี่ยวหนานก็มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ไม่นานแล้ว ฮองเฮากำลังบีบให้หลงเซี่ยวหนานเดินไปสู่ความตาย
ไทเฮาใการกระทำไม่มีที่มาที่ไปของฮ่องเต้อย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่ชั่วพริบตาก็เปลี่ยนเป็ท่าทางพึงพอใจ ฮ่องเต้มอบหมายเื่นี้ให้สามตุลาการร่วมกันไต่สวน บัดนี้ต่อให้มู่จื่อหลิงติดปีกก็ยากจะบินหนีแล้ว
ทว่าในใจฮองเฮากลับเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้น สองมือกำเข้าหากันแน่น นิ้วเรียวยาวเกือบจะจิกเข้าไปในเนื้อ นางคาดไว้แล้วว่าฮ่องเต้จะตรวจสอบเื่นี้โดยละเอียด แต่ไม่คิดว่าฮ่องเต้จะใช้วิธีการเช่นนี้ตรวจสอบ
ปีนั้นหนอนกู่แพร่หลายไปทั่วทุกแห่งหน ประชาชนไม่เป็สุข อวิ๋นจิ่นสตรีผู้นั้นก็เป็เพราะถูกพิษกู่จึงจากไป นับจากเวลานั้นมา ฮ่องเต้ก็เกลียดชังผู้กู่ยิ่ง ไม่คิดว่าเวลาล่วงเลยมานานเพียงนี้ฮ่องเต้ยังจะคำนึงถึงสตรีผู้นั้นไม่ลืมเลือน
เมื่อประสบเื่กู่อีกครั้งก็ยังคงโเี้เช่นนี้!
คราที่แล้วฮองเฮาลงทุนใส่หนอนกู่ควบคุมใจลงในรังนก ขอเพียงมู่จื่อหลิงกินเข้าไป เจ็ดวันก็จะมีผล ไม่คิดว่ากลางคันจะปรากฏหลงเซี่ยวอวี่ และรังนกยังถูกมู่จื่อหลิงนำไป
ฮองเฮารู้ว่ารังนกที่ถูกมู่จื่อหลิงนำไป ความเป็ไปได้ที่มู่จื่อหลิงจะกินนั้นน้อยมาก ดังนั้นนางจึงมิได้กอดความหวังไว้ และมู่จื่อหลิงก็มิได้ตรวจพบเลยว่าในรังนกมีกู่ควบคุมใจ นางจึงไม่มีอันใดน่ากังวล
เพียงแค่สิ้นเปลืองกู่ควบคุมใจ แล้วยังควบคุมมู่จื่อหลิงไม่ได้ ไม่มีทางที่จะทิ้งมู่จื่อหลิงไว้ข้างกายหลงเซี่ยวอวี่ได้ ยามนี้จึงได้แต่ต้องกำจัดนาง
คราแรกหลงเซี่ยวเจ๋อยังไม่มีปฏิกิริยาขึ้นมา กระทั่งองครักษ์พกดาบสองคนนั้นจับแขนมู่จื่อหลิงแน่นเตรียมควบคุมตัวไปยังคุกหลวง ก็ตอบสนองขึ้นมาทันที
เขาเบิกตากว้าง ร้อนรนขึ้นมาโดยพลัน เขาวาร์ปไปอยู่หน้ามู่จื่อหลิง ผลักองครักษ์ทั้งสองคนออกอย่างแรง ลากมู่จื่อหลิงมาไว้ด้านหลังตน กางแขนสองข้าง โครงร่างสูงใหญ่ปกป้องมู่จื่อหลิงไว้ด้านหลังแน่วแน่ กล่าวมือไม้อ่อนไปหมด
“เสด็จพ่อ เื่นี้ไม่เกี่ยวกับพี่สะใภ้สามเลย เหตุใดพระองค์ต้องคุมขังนางด้วย พระองค์มิอาจกักขังนาง”
ยามนี้หลงเซี่ยวเจ๋อจวนจะสิ้นสติอยู่รอมร่อ ตอนนี้เหตุใดจึงมิได้ช่วยพี่สะใภ้สาม กลับเป็ทำร้ายพี่สะใภ้สาม!
เหตุใดเสด็จพ่อฮ่องเต้ไม่เปิดไพ่ตามหลักเหตุผล เขาไปพาเสด็จพ่อฮ่องเต้มาเพราะให้เสด็จพ่อฮ่องเต้ช่วยพี่สะใภ้สาม เหตุใดยามนี้ไม่พูดพล่ามก็คุมพี่สะใภ้สามเสียเล่า ทั้งยัง้าให้สามตุลาการร่วมกันไต่สวน
รู้เช่นนี้แต่แรก เขายังจะไปก่อเื่เกินความจำเป็อะไรที่ตำหนักจินหลวน เล่นลูกไม้ขายขี้หน้าที่ตำหนักใหญ่เช่นนั้น เขายอมรับโทษที่ตำหนักโซ่วอันกับพี่สะใภ้สามเสียดีกว่า
มู่จื่อหลิงเห็นท่าทางทุ่มสุดตัวของหลงเซี่ยวเจ๋อ ปกป้องตนไว้ด้านหลังอย่างแน่วแน่ ก็ไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือควรร้องไห้ดี
วันนี้หลงเซี่ยวเจ๋อทำเื่ร้ายด้วยความปรารถนาดีเป็แน่แท้แล้ว เพิ่งจะช่วยนางจากรังหมาป่า ยามนี้ก็ส่งนางเข้าปากเสือ!
โถ่! ต่อหน้าหลงเซี่ยวอวี่เหตุใดหลงเซี่ยวเจ๋อจึงไม่กระตือรือร้นจะปกป้องนางเช่นนี้ เพียงสายตาของหลงเซี่ยวอวี่ หลงเซี่ยวเจ๋อก็เผ่นไวเสียยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก หรือว่าหลงเซี่ยวอวี่จะน่ากลัวกว่าฮ่องเต้?
ต้องพูดว่าสิ่งที่มู่จื่อหลิงคิดนั้นจริงทีเดียว ในใจหลงเซี่ยวเจ๋อ ไม่มีผู้ใดสามารถข่มขวัญผู้คนได้เท่ากับสายตาสังหารของหลงเซี่ยวอวี่อีกแล้ว
ฮ่องเต้เหวินอิ้นไม่สนการโวยวายไร้เหตุผลของหลงเซี่ยวเจ๋อ เอ่ยปากเสียงเย็น ไร้ความรู้สึกและไร้ซึ่งไมตรี “ใครก็ได้เข้ามา พาองค์ชายหกกลับไปที่ตำหนักเจ๋อหนิง ไม่มีคำอนุญาตจากเจิ้น ผู้ใดก็ปล่อยเขาออกมาไม่ได้”
บัดนี้หลงเซี่ยวเจ๋อกระทืบเท้าอย่างกระวนกระวาย เริ่มพูดมั่วซั่วไร้สาระขึ้นมาอีก “เสด็จพ่อพระองค์ไม่รักษาคำพูด พระองค์ไม่มีเหตุผล ไม่มีเหตุผล...”
ครานี้เสด็จพ่อฮ่องเต้ไม่มีเหตุผลจริงๆ แล้ว สืบยังไม่ทันสืบหาก็จะสั่งขังพี่สะใภ้สาม มีเช่นนี้ที่ไหนกัน
ยามนี้นอกจากพี่สามแล้ว ไม่มีคนช่วยพี่สะใภ้สามได้ แต่ว่าเสด็จพ่อฮ่องเต้ก็จะขังเขาด้วยเช่นกัน แล้วเขาจะออกจากเมืองไปหาพี่สามได้อย่างไร
ครั้งนี้ฮ่องเต้เหวินอิ้นมิได้พิโรธเพราะคำพูดไม่รู้จักหนักเบาของหลงเซี่ยวเจ๋อ โบกพระหัตถ์อย่างเ็าให้องครักษ์หามหลงเซี่ยวเจ๋อออกไปอย่างไร้ความปรานี
หลังจากหลงเซี่ยวเจ๋อถูกแบกออกไป องครักษ์อีกสองคนก็เตรียมจะพามู่จื่อหลิงไป ตอนนี้เองฮองเฮาก็ยืนขึ้นมาร้องเรียกพวกมู่จื่อหลิงที่กำลังออกไป “รอก่อน”
“ฝ่าา เื่นี้มอบหมายให้ศาลต้าหลี่ก็พอเพคะ จะพูดอย่างไรมู่จื่อหลิงก็เป็ฉีหวางเฟย ให้สามตุลาการไต่สวนร่วมกัน เผยแพร่ออกไปคงไม่เหมาะ” น้ำเสียงฮองเฮาอ่อนโยน แสร้งทำทีกังวล ราวกับ้าช่วยชีวิต
เดิมฮองเฮาคิดว่าฮ่องเต้จะมอบหมายเื่นี้ให้ศาลต้าหลี่ไต่สวน เนื่องจากฝั่งศาลต้าหลี่นางได้จัดการไว้เรียบร้อยแล้ว ฮ่องเต้มาไม้นี้กับนางทำให้นางป้องกันได้ไม่ทันท่วงที นางต้องคาดคะเนหมากตาต่อไปให้ดี!
มู่จื่อหลิงค้อนปะหลับปะเหลือกในใจเงียบๆ แมวร้องไห้แสร้งเวทนาหนู [1] บัดนี้ยกหินทับเท้าตนเองแล้วกระมัง
อุบายนี้ของฮองเฮาจะว่ายอดเยี่ยมก็ยอดเยี่ยม แต่ฮองเฮามั่นใจเพียงนั้นจริงๆ เมื่อฮองเฮาได้ยินฮ่องเต้ตรัสว่าจะให้สามตุลาการร่วมกันไต่สวน แม้สีหน้าก็ยังคงมองไม่ออกว่าดีใจหรือขุ่นเคือง
แต่นางก็ยังรู้สึกได้อย่างเลือนรางว่าฮองเฮาถูกคำตรัสของฮ่องเต้ทำให้สั่นไหว ดูเหมือนฮองเฮาจะคาดไว้แล้วว่าฮ่องเต้จะให้ความสำคัญกับเื่นี้ แต่ไม่คาดว่าจะให้ความสำคัญเช่นนี้
ฮ่องเต้สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ตรัสเ็าไร้ซึ่งความปรานี “เจิ้นตัดสินใจไปแล้ว นำตัวไป”
มู่จื่อหลิงเองก็มิได้พูดอีกสักประโยค นางรู้ว่าฮ่องเต้กำลังพิโรธ อธิบายเหตุผลก็เปลืองแรงโดยเปล่าประโยชน์
นางลอบหยิบยาออกมาจากระบบซิงเฉินโปรยใส่ตัวหลงเซี่ยวหนาน บรรเทาอาการปวดศีรษะของเขาได้ชั่วคราว
สำหรับเื่นี้หลงเซี่ยวหนานก็เป็ผู้บริสุทธิ์ แม้ยามนี้ยังมิอาจรักษาเขาได้ แต่ช่วยเขาลดทอนความเ็ปลงก็ยังคงทำได้
จากนั้น มู่จื่อหลิงก็ตามองครักษ์ไปยังคุกหลวงโดยให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง
ก่อนจะไปมู่จื่อหลิงก็ยังมิลืมเหลือบมองไทเฮาและฮองเฮาด้วยความพึงพอใจ นางยังทิ้งความน่าประหลาดใจไว้ที่ตำหนักโซ่วอันให้กับไทเฮา
ส่วนฮ่องเฮา วันคืนข้างหน้ายังยาวไกล
หากภายหลังฮองเฮารู้ว่าตนเองจุดไฟเผาตนเอง ไม่รู้ว่าจะสงบนิ่งเช่นนี้หรือไม่
-
มู่จื่อหลิงเดินตามผู้คุมไปยังคุกหลวงที่มืดมิดและหนาวเหน็บ คุกหลวงแห่งนี้ข่มขวัญผู้คนเสียยิ่งกว่าที่นางจินตนาการไว้เสียอีก ความชื้นในอากาศดูเหมือนจะสามารถกลั่นตัวเป็ไอน้ำออกมาได้
ในความมืดมิดอันว่างเปล่าอบอวลไปด้วยกลิ่นเน่าบูดเหม็นเปรี้ยว ยิ่งเดินเข้าไปข้างในกลิ่นก็ยิ่งฉุนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนอดที่จะท้องไส้ปั่นป่วนไม่ได้ ผสมกับเสียงร้องโหยหวนอย่างเ็ปของนักโทษที่ได้ยินอย่างเลือนราง ทำให้คุกหลวงที่มืดมิดเป็ทุนเดิมยิ่งน่าสยองขวัญขึ้นไปอีก
ผู้คุมคุมตัวผ่านนักโทษสภาพอเนจอนาถไปทีละคน เสียงโซ่ตรวนบนข้อมือข้อเท้ากระทบกันจนดังตึงตังราวกับเสียงคร่ำครวญแห่งจิติญญาที่ไม่ยอมรับความอัปยศอดสู
แม้มู่จื่อหลิงจะเป็ฉีหวางเฟย ฐานะโด่งดัง แต่ก็เป็เพียงนักโทษมีความผิดที่ก้าวเข้ามาในคุกหลวง ผู้ใดยังจะสนว่าเ้าเป็ใคร ผู้คุมล้วนปฏิบัติอย่างเสมอภาค ไม่ปฏิบัติต่อเ้าอย่างพินอบพิเทา
โชคดี สิทธิพิเศษอย่างเดียวที่มู่จื่อหลิงมีคือไม่ต้องเปลี่ยนเป็ชุดนักโทษที่สกปรกยิ่งนัก ยังคงเป็ชุดที่สวมใส่ตอนออกมา
นางปลดสิ่งของมีค่าบนตัวทั้งหมดลงมา ลอบส่งให้ผู้คุมที่นำทางทั้งสองคน ผู้คุมสองคนนี้มิได้ดูเหมือนผีห่าซาตาน แต่ก็มิใช่ผู้ไม่เล่ห์เหลี่ยม รับสิ่งของของมู่จื่อหลิงไปอย่างพึงพอใจ
ะุปืนเคลือบน้ำตาล [2] ไม่ว่าจะยุคอดีตหรือปัจจุบัน หลักการนี้ก็ยังประสบผลสำเร็จเสมอ
ผู้คุมเองก็เลือกห้องขังที่สะอาดสงบเงียบและห่างไกลจากคาวเืให้มู่จื่อหลิงตามความ้าของนาง
มู่จื่อหลิงนั่งบนเตียงแคบเล็ก เงยศีรษะมองหน้าต่างที่มีเพียงบานเดียวในห้องขังอย่างเงียบงัน
มีเพียงแสงสว่างลำแสงเดียว ทำให้ในที่สุดนางก็รู้ซึ้งถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวไร้ความช่วยเหลือของการเรียกฟ้าฟ้าไม่ตอบ เรียกดินดินไม่ขาน [3]
นางไม่รู้ว่าสามตุลาการร่วมกันสืบหานี้จะสืบหาอันใดออกมา ฮองเฮาคงเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วก่อนจะดำเนินการเื่นี้ บัดนี้ฮ่องเต้ล้วนทำให้ทุกคนไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะมีผลดีหรือร้ายกับนาง
ยามนี้หลงเซี่ยวหนานต้องกู่มิใช่ถูกพิษ ต้องสืบหาไม่ได้ง่ายแน่ๆ อย่าพูดถึงสามตุลาการเลย ต่อให้หกตุลาการเก้าตุลาการก็ยังเป็คดีที่ยากต่อการสืบหา ฮองเฮาชัดเจนนักว่า้าลากนางลงน้ำโดยมิอาจพลิกตัวได้
เพียงแต่นางคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าฮองเฮาใช้วิธีการใดฝังกู่ให้หลงเซี่ยวหนาน ทั้งยังให้กู่เข้ามาใกล้หลงเซี่ยวหนานอย่างโจ่งแจ้ง
ด้วยเหตุที่กู่ปรสิตเป็กาฝากในสิ่งมีชีวิต พวกมันเข้าสู่ศีรษะของหลงเซี่ยวหนานผ่านสิ่งมีชีวิต ทั้งยังเป็่ไม่กี่วันที่าแยังไม่สมานตัวหลังจากการผ่าตัดของหลงเซี่ยวหนาน ไม่กี่วันนั้นกุ่ยหยิ่งและกุ่ยเม่ยก็ยังอยู่โดยตลอด
อุบายชั่วของฮองเฮาทำให้นางเลื่อมใสจนอยากกราบกรานจริงๆ
ถูกขังไว้ในสถานที่มืดมิดไร้ดวงตะวันแห่งนี้ ยามนี้ใครเล่าจะช่วยนางได้?
นางยังสามารถมีวันที่หลุดพ้นได้อยู่หรือ?
มู่จื่อหลิงนึกถึงใบหน้าเ็าราวน้ำแข็งใบนั้น หลงเซี่ยวอวี่รู้เื่นี้แล้วจะมีการตอบสนองอย่างไร จะให้นางดับดิ้นไปเพียงผู้เดียว หรือจะ
----------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] แมวร้องไห้แสร้งเวทนาหนู หมายถึง คนที่เสแสร้งเห็นใจ มีเจตนาร้ายซ่อนอยู่
[2] ะุปืนเคลือบน้ำตาล หมายถึงการล่อลวงเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์
[3] เรียกฟ้าฟ้าไม่ตอบ เรียกดินดินไม่ขาน หมายถึงการตกที่นั่งลำบากไร้ความช่วยเหลือ