ในขณะที่ชาวเมืองกำลังส่งเสียงร้องออกมาด้วยความหวังที่เพิ่งถูกจุดขึ้นมาไม่นาน เงาที่อยู่ใต้เท้าของคังห่าวกลับบิดเบี้ยวอย่างผิดธรรมชาติ ก่อนจะพองตัวขึ้นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่กำลังตื่นจากการหลับใหล
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เงาสี่สายพุ่งออกมาในพริบตา กลายเป็ร่างของาานักบุญทั้งสี่
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!
คมดาบแทงทะลุร่างของคังห่าวจากสี่ทิศ เืพุ่งกระจายออกกลางสายฝน
ชาวเมืองทั้งหมดอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว
คังห่าวกระอักเื แต่ดวงตายังไม่ดับลง ก่อนที่จะะเิพลังออก
ตูมมมม!!
แรงกระแทกทำให้ทั้งสี่คนถอยออกไป
ร่างของคังห่าวเต็มไปด้วยาแแทงทะลุหลายจุด แต่พลังสีขาวดำหมุนวนรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง กฎแห่งชีวิตและความตายกำลังทำงานเต็มกำลัง เนื้อหนังที่ฉีกขาดเริ่มสมานตัวช้า ๆ
หนึ่งในชายชุดดำยิ้มอย่างมีความสุข
“ยอมแพ้ซะเถอะ… ถึงเ้าจะเป็าานักบุญระดับ 7 แต่ด้วยพิษที่อยู่ในร่างของเ้าตอนนี้แม้แต่นักบุญ 10 คนเมื่อครู่ยังทำให้เ้าเกือบตายได้เลย”
อีกคนพูดเสริม
“ถ้าเ้ายอมแพ้ตอนนี้…นายน้อยของข้าพร้อมยื่นข้อเสนอที่ประเมินค่าไม่ได้ให้เ้าเลย”
ชาวเมืองทั้งหมดใจสั่นเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายชุดดำพูดขึ้น พวกเขาบางคนเต็มไปด้วยความกลัวว่าคังห่าวจะรับข้อเสนอ ในขณะที่บางคนนั้นเชื่ออย่างสุดใจว่าคังห่าวไม่มีทางรับขอเสนอแน่นอน
คังห่าวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“ข้าไม่สน….”
ทั้งสี่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน การต่อสู้ปะทุขึ้นทันที
คังห่าวหลบคมดาบที่ฟันผ่านดวงตา ก่อนจะสวนหมัดขวาเข้าที่ซี่โครงของอีกคนจนกระดูกแตกเสียงดังลั่น แต่ดาบอีกเล่มก็แทงทะลุข้อต่อไหล่ขวาของเขา
แต่เขาใช้ศอกซ้ายกระแทกใบหน้าศัตรูจนยุบ แล้วหมุนตัวเตะอีกคนจนกระเด็น
แต่คลื่นดาบสองสายพุ่งเข้ามาฟันผ่านแผ่นหลัง
ฉึก! ฉึก!
แผ่นหลังของเขาถูกดาบกรีดเป็รอยยาว แต่พลังชีวิตก็ะเิออกสมานแผล และพลังความตายก็ถูกปล่อยสวนกลับ กัดกร่อนแขนของศัตรูทั้ง 2 จนเนื้อหลุดลอก
การต่อสู้รุนแรงจนพื้นดินยุบตัว บ้านเรือนแตกเป็เสี่ยงๆ ชาวเมืองที่อยู่ใกล้เคียงล้วนได้รับาเ็แต่กลับไม่มีใครเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว
คังห่าวที่ตอนนี้ร่างกายอาบไปด้วยเืพลังฟื้นฟูของเขาเริ่มทำงานช้าลง ทุกคมดาบของชายชุดดำทั้ง 4 นั้นล้วนหลบและตอบโต้ได้ยากเหลือเกิน หากหลบคนหนึ่งก็จะโดนอีก 3 คน และทั้ง 4 คนนั้นไม่ว่าจะาเ็แค่ไหนพวกมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแอลงแม้แต่น้อย
าานักบุญทั้งสี่ไม่ให้โอกาสคังห่าวคิดแม้แต่วินาทีเดียว ร่างแรกพุ่งเข้ามาพร้อมดาบ คังห่าวยกแขนรับ เสียงกระแทกดังสนั่น แรงปะทะทำให้อากาศะเิเป็วงกว้าง ร่างทั้งสองไถลไปหลายสิบเมตร
ร่างที่สองวาร์ปมาที่ด้านหลังพร้อมแทงดาบใส่ลำตัว แต่คังห่าวก็หมุนตัวใช้ศอกสวนกลับอย่างดุดัน เสียงกระดูกกระทบกับดาบดังลั่นจนพื้นสั่นะเื เืเนื้อกระเด็นทุกครั้งที่ปะทะ ไม่มีใครถอย
ร่างที่สามและสี่เข้าประกบจากสองด้าน เสียงกระแทกดังต่อเนื่องราวพายุเหล็ก คังห่าวถูกซัดจนร่างหมุนกลางอากาศแต่ยังฝืนสวนกลับทุกจังหวะ หมัดของเขาอัดเข้าที่ใบหน้าศัตรูจนกระดูกยุบ เืพุ่งกระเซ็นเป็ฝอย
ทันใดนั้น ชายชุดดำคนหนึ่งฉวยจังหวะเตะเข้าที่คางของคังห่าวอย่างรุนแรง เสียงกระดูกแตกลั่นดังชัดเจน ร่างคังห่าวพุ่งทะยานขึ้นฟ้าราวดาวตกย้อนศร
ตูม!!
ในเสี้ยววินาที อีกสามคนก็วาร์ปมารออยู่บนฟ้าแล้ว ดาบสามเล่มแทงพร้อมกัน
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ดาบทั้ง 3 เล่มแทงทะลุร่างกายของคังห่าวจากบนลงล่าง ทุกเล่มล้วนแทงเข้าที่จุดตายทั้งศีรษะ หัวใจ ตันเทียน ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะกดดาบและเหยียบร่างของคังห่าวให้ลงมากระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง
ตูมมมมม!
พื้นแตกเป็หลุมขนาดั์ ฝุ่นควันลอยขึ้นปกคลุม
เสียงร้องไห้ดังขึ้น
“ท่านเ้าเมือง…”
“ได้โปรดอย่าตายนะ…”
เด็กชายที่เคยถูกช่วยไว้ร้องไห้สะอื้น
“ได้โปรด…”
ฝุ่นควันจางลง ร่างของคังห่าวนอนอยู่ในหลุม ดาบทั้ง 3 เล่มยังปักอยู่ที่ร่างของเขาเอาไว้ เืไหลออกมามากมายจนเป็แอ่งน้ำ ลมหายใจแ่เบา ร่างกายของเขากำลังฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆ จากกฎแห่งชีวิต
าานักบุญทั้งสี่ลงมายืนล้อมก่อนที่พวกเขาจะดึงดาบออกมาจากแหวนมิติแล้วเตรียมปิดฉากเื่ราวทั้งหมด หนึ่งในนั้นพูดขึ้นด้วยความเ็า
“ยังกับแมลงสาบเลย โดนไปขนาดนี้ก็ยังไม่ตาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็กฎที่ทรงพลังจริงๆ”
แต่ทันใดนั้น นิ้วของคังห่าวขยับ พลังสีขาวดำเริ่มหมุนวนอีกครั้ง ดวงตาที่ควรจะดับวูบกลับลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะพูดด้วยเสียงแหบเบา
“ข้า… ยังแพ้ไม่ได้…”
ตูมมมม!!!!
พลังแห่งชีวิตและความตายะเิออกจากร่างเหมือนดวงอาทิตย์สีขาวดำ ก่อนที่เขาขยับมือขึ้นช้า ๆ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ชาวเมืองเบิกตากว้าง
“ท่านเ้าเมือง…!”
“ท่านเ้าเมือง!”
าานักบุญทั้งสี่ชะงัก เมื่อพลังแห่งความตายพุ่งออกจากมือของคังห่าวเหมือนเปลวไฟสีดำ
“…สลาย”
ร่างของหนึ่งในสี่คนละลายกลายเป็เถ้าถ่านทันที
อีกสามคนพุ่งเข้ามา คังห่าวคำราม พลังชีวิตและความตายหมุนรวมกันเป็พายุ ก่อนที่ทั้ง 3 คนที่เข้ามาในรัศมีพลังของเขาล้วนถูกพลังสีดำกลืนกินจนร่างสลาย
ความเงียบปกคลุมทุกสิ่ง
คังห่าวนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางเศษซากที่พังทลายของเมืองอีกครั้ง ร่างของเขาเต็มไปด้วยเืและดาบ 3 เล่มที่ยังคงปักอยู่บนร่าง
ร่างกายของเขาจะค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเองอย่างเชื่องช้า หลังจากนั้นเขาก็ใช้พลังเฮือกสุดท้ายใช้พลังดึงดาบทั้ง 3 เล่มออกมาก่อนเพื่อให้มันฟื้นฟูได้ง่ายขึ้น
ชาวเมืองบริเวณนั้นมองไปที่ร่างของคังห่าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความศรัทธา ความชื่นชม
ก่อนเสียงะโจะดังขึ้น
“ท่านเ้าเมือง…ท่านเ้าเมืองชนะแล้ว!!!”
“ท่านเ้าเมืองชนะแล้ว!!!”
เสียงร้องไห้ เสียงหัวเราะ และเสียงโห่ร้องดังไปทั่วเมือง
ท่ามกลางสายฝน คังห่าวนอนหายใจเข้าออกด้วยความเหนื่อยล้า
…
เสียงโห่ร้องแห่งความหวังยังไม่ทันจางหาย
ทันใดนั้นอากาศกลับบิดเบี้ยวอย่างไร้สัญญาณเตือน เงาหนึ่งพุ่งฉีกสายฝนลงมาด้วยความเร็วที่แม้แต่าานักบุญก็ยากจะจับตามองทัน
ฉึก!
คมดาบแทงทะลุหน้าอกของคังห่าวตรงเข้าสู่หัวใจเต็มแรง
เสียงโลหะทะลุเนื้อดังชัดเจน เืสีแดงสดพุ่งกระเซ็นออกเป็วงกว้างเปื้อนพื้น เปื้อนกำแพง และเปื้อนใบหน้าของผู้คนที่ยืนอยู่ใกล้
เมืองทั้งเมืองเหมือนถูกแช่แข็งอีกครั้ง ดวงตานับพันเบิกกว้าง
“ทะ… ท่านเ้าเมือง!!!”
ผู้คนพูดแทบไม่ออก เมื่อเห็นหวังเฉียงยืนอยู่บนร่างของคังห่าว รอยยิ้มของเขามันบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง มือของเขายังคงกำด้ามดาบที่ปักอยู่ในอกของคังห่าวแน่น
“วีรบุรุษงั้นเหรอ… ก็แค่คนโง่คนหนึ่งเท่านั้น”
เืไหลตามปลายดาบหยดลงบนพื้นทีละหยด ทีละหยด
แต่ดวงตาของคังห่าวยังไม่ดับสูญ เขายื่นมือไปกำข้อมือของหวังเฉียงเอาไว้แน่น กล้ามเนื้อเกร็งจนเส้นเืปูด ก่อนจะดึงข้อมือของหวังเฉียงเข้ามาแล้วต่อยหวังเฉียงเต็มแรง จนร่างของหวังเฉียงกระเด็นออกไปกระแทกกับบ้านเมืองทันที
เมื่อคังห่าวพยายามลุกขึ้นยืนและดึกดาบที่ปักอกออก เสียงเนื้อฉีกดังเบา ๆ เืทะลักออกมาอีกระลอก ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าไปหาหวังเฉียงทันที
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น หวังเฉียงคว้าร่างเด็กสาวคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาบังตรงหน้าเหมือนโล่ป้องกัน
คังห่าวชะงักทันที ฝ่ามือที่กำลังจะซัดออกหยุดห่างจากใบหน้าเด็กสาวเพียงไม่กี่นิ้ว
เด็กสาวตัวสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม
ชาวเมืองรอบด้านเดือดพล่าน
“ไอ้สารเลว แกกล้าดียังไงใช้เด็กเป็โล่!”
“แกมันชั่วเกินมนุษย์แล้วหวังเฉียง!”
เสียงด่าทอและคำสาปแช่งดังระงม
หวังเฉียงหัวเราะลั่น
“ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วไงล่ะ พวกแกจะทำอะไรข้าได้?”
ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ก่อนจะดึงดาบอีกเล่มออกมา คมดาบสะท้อนสายฝนที่เย็นเฉียบ
“ตายซะ”
ดาบเล่มนั้นแทงออกไปอีกครั้ง
ฉึก!
คังห่าวจับดาบเล่มนั้นเอาไว้แน่น หวังเฉียงใบหน้าบิดเบี้ยวเขาตัดสินใจปล่อยดาบเล่มนั้นก่อนจะโยนเด็กสาวคนนั้นไปที่ด้านหน้าของคังห่าว และดึงดาบอีกเล่มออกจากแหวนมิติก่อนจะเตรียมแทงดาบให้ทะลุร่างของทั้งสองคนทันที
แต่ในจังหวะเดียวกัน
หมัดของคังห่าวก็พุ่งออกไป
ตูม!!
หมัดหนักธรรมดาๆ ที่ไม่หลงเหลือพลังอะไรแล้วถูกซัดเข้าที่ใบหน้าหวังเฉียงเต็มแรง
เสียงกระดูกแตกดังลั่น ร่างของหวังเฉียงปลิวกระแทกกำแพงบ้านจนพังถล่ม ฝุ่นควันกระจาย
ในขณะเดียวกัน คังห่าวใช้แขนอีกข้างรับร่างเด็กสาวเอาไว้อย่างรวดเร็วและอ่อนโยน ราวกับคนละคนกับชายที่กำลังต่อสู้อยู่เมื่อครู่
เขาคุกเข่าลงเล็กน้อย พร้อมกับวางเด็กสาวคนนั้นลงอย่างอ่อนโยน เสียงหายใจของเขาหนักและขาด่ แต่แววตาของเขากลับอบอุ่น
“ไม่เป็ไรแล้ว… ตอนนี้เ้าปลอดภัยแล้ว”
เด็กสาวร้องไห้ออกมาก่อนจะโผกอดเขาแน่นโดยไม่สนใจเืที่ไหลตามตัวของคังห่าวแม้แต่น้อย
ชาวเมืองหลายคนต่างน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
ควันฝุ่นค่อย ๆ จางลง
เสียงหัวเราะแ่เบาดังออกมาจากกองซากบ้าน
หวังเฉียงค่อย ๆ ลุกขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยเืและรอยแตก แต่สายตายังเต็มไปด้วยความอาฆาต
เขาจ้องคังห่าวด้วยรอยยิ้มที่เ็า
“ไอ้พวกชั้นต่ำ…”
ทันใดนั้นเครื่องรางในมือเขาสว่างวาบ แสงเคลื่อนย้ายบิดตัวขึ้นรอบร่าง
ฟึ่บ!
ร่างของหวังเฉียงหายไปในพริบตา
ความเงียบปกคลุม
สายฝนยังคงตก
คังห่าวหยุดการเคลื่อนไหวอยู่ครู่หนึ่ง พลังชีวิตในร่างเริ่มสั่นไหว ก่อนร่างของเขาจะค่อยๆ ทรุดตัวลงช้า ๆ
ตุบ!
คังห่าวล้มลงนอนจมกองเื
ชาวเมืองกรีดร้องด้วยความใ
“ท่านเ้าเมือง!!!”
หลายคนอยากวิ่งเข้าไปหาแต่ทว่าร่างกายของพวกเขากลับไม่ยอมขยับแม้แต่น้อยเนื่องจากพิษแห่งสายฝนยังคงอยู่ในร่างกายของพวกเขา
