พวกเขาทั้งหมดยังอยู่ในป่า และหยุดพักเมื่อเจอแหล่งน้ำ จะพักอยู่รวมกันเป็กลุ่มใหญ่หลาย 100 คนเพื่อความปลอดภัย
ส่วนด้านนอกป่าชาวบ้านที่ยากจนไม่มีถิ่นอาศัยก็พากันมาจับจองที่ดินลึกเข้าไปในป่าตามที่อาจารย์และศิษย์สี่สำนัก ทำการบุกเบิกเอาไว้
ถิงถิง เห็นศิษย์พี่นั่งโคจรพลังกันคนละ 1 ชั่วโมง พวกเขาไม่ได้มีพลังเยอะอยู่แค่ขั้นที่หนึ่งเท่านั้นเองนางจึงทดลองนั่งบ้าง มีอาจารย์อู๋ซานคอยแนะนำ เมื่อเห็นว่านาง้าจะนั่งโคจรพลัง
ก่อนนอนทุกวันถิงถิงจะนั่งโคจรพลัง ก่อนถึงจะนอนหลับทำแบบนี้อยู่เป็ประจำ นางเหมือนมีพลังขึ้นมาอย่างประหลาดหลังจากโคจร พลังมาได้พักหนึ่ง ไม่ใช่แค่นางคนเดียวศิษย์พี่ทั้งห้าก็เหมือนจะก้าวหน้าไปพร้อมกัน
“งู งูตัวใหญ่ระวังตัวกันด้วย ใครมีอาวุธอะไรออกมาต่อสู้เราเจอความรังงูใหญ่เข้าเสียแล้ว”เสียง ะโบอกของนายพรานทำให้ทุกคนเตรียมตัวและอาวุธออกมา
“ นี่มันงูอะไรกันมีั้แ่งูเห่าที่ตัวใหญ่แล้วยังมีงู โอ้!อนาคอนดา อยู่มาสองชาติเพิ่งเคยเห็น ตัวมันใหญ่ขนาดนี้สามารถกินคนได้ทีละ10 คนได้สบายเลยนะเนี่ย”ถิงถิงบ่นกับเองที่กำลังน้าวสายธนู
การตู้สู้ใน ในครั้งนี้มีผู้ที่ถูกงูกัดจำนวนหลายคนขนาดมียาแก้พิษแล้วแค่บรรเทาเท่านั้น ถิงถิงเห็นแบบนั้น รีบปล่อยลูกธนูออกไปแล้วไปช่วยคนที่ได้รับาเ็ นางเหมือนเป็หมอน้อยเพราะเป็คนแจกจ่ายยาช่วยเหลือผู้าเ็ั้แ่เริ่มเดินทางเข้าป่ามาแล้ว
คนป่วยไม่มีสติพอที่จะกินน้ำได้ถิงถิงเทน้ำล้างแผลตรงที่มี รอยเขี้ยวงูกัดแล้วเทน้ำ ในกระบอกไม้ไผ่ให้กิน
“ ทั้งล้างแผลทั้งกินไม่หายก็ให้มันรู้ไป” คนไข้เริ่มรู้สึกตัวอาการเ็ปหายไปมากแล้ว ดีที่พวกกินยาแก้พิษไปแล้วไม่งั้นคงตายเพราะพิษ วิ่งเข้าสู่หัวใจ
แต่ก็มีผู้าเ็บางคนที่ถิงถิงไม่ได้ไปช่วย พวกเขาอาการค่อนข้างหนัก หลังจากรบกับงูเสร็จ มีผู้าเ็เป็จำนวนมาก จึงให้คนที่ไม่ได้รับาเ็ออกตามหาสมุนไพรเพื่อมารักษาก็คือดอกเข็มทมิฬ จะเป็สีไหนก็ใช้ได้หมดสีแดงสีดำสีทอง
แต่ดอกเข็มทมิฬทุกต้นมีงูเฝ้ารักษาอยู่จึงยาก กว่าจะเก็บได้ต้องมีการต่อสู้ถิงถิงอยากจะเทน้ำจากน้ำเต้าให้พวกเขากินแต่ไม่มีโอกาสเพราะถูกใช้ให้ออกมาหาสมุนไพร
“ ศิษย์พี่ต้นนั้นใช่ไหมดอกเข็มทมิฬไหมมันมีสีดำ แต่ดูเหมือนจะมีงูนอนอยู่ใต้ต้นมันตัวใหญ่ด้วย”
“ ใช่แล้วศิษย์น้องเล็กเ้าถอยออกมาเดี๋ยวข้าจะจัดการกับงูตัวนั้นเอง”ถิงถิง โอ้ นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาไม่วิ่งหนีทิ้งนางไว้คนเดียว
“ อาจารย์บอกห้ามโดนดอกมันให้ถอนมาทั้งต้น ”จางซุน พูดพร้อมกับยกคันธนูขึ้น
ลูกธนูเสียบ ลงตรงหัวงูอย่างแม่นยำเพราะมันตัวใหญ่ เมื่อเห็นงูแน่นิ่งก็เลยเดินเข้าไปจะถอน ดอกเข็มทมิฬสีดำ
แต่ยังไม่หมดมันมีงูอีกตัวหนึ่งที่อยู่ด้วยกัน มันแผ่แม่เบี้ย ใส่จางซุนที่กำลังจะเข้าไปเก็บดอกเข็มทมิฬ เขาใจนทำอะไรไม่ถูก
“ฟ่อๆ! ฉึก!!”
“ ศิษย์พี่ข้าจัดการให้แล้วเข้าไปเก็บดอกเข็มทมิฬมาได้เลยเราจะได้รีบกลับ” เสียงของถิงถิงเรียกสติของจ้างซุน
“ ศิษย์น้องเล็กเ้า ฝีมือในการยิงธนูแม่นขนาดนี้เลยรึ”จางซุนพูด หลังจากเห็นงูที่แน่นิ่งมีรูปธนูปักอยู่ที่หัว
“ ศิษย์พี่เ้าค่ะระยะใกล้แค่นี้งูก็ตัวใหญ่ถ้ายิงพลาดก็ต้องไปเรียนยิงธนูใหม่แล้วเ้าค่ะ เรารีบกลับกันเถอะคนเจ็บรออยู่ ” ทั้งสองพากันเดินกลับที่พักชั่วคราว
อาจารย์และนายพรานรวมถึงชาวบ้านที่เข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้คุยกันว่าจะผลักดัน สัตว์ร้ายเข้าไปในป่าลึก พรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง สำรวจถึงตรงไหนก็จะทำ สัญลักษณ์บอกชาวบ้านให้มาถึงแค่ตรงนี้ห้ามเข้าไปลึกเกินกว่าที่เครื่องหมายไว้
คนที่ได้รับาเ็ ถูกพิษงูกัดถูกนำออกไปจากป่าหลังจากได้สมุนไพรรักษาไปแล้ว มีลูกศิษย์จากสำนักเทียนซานหนึ่งคน ที่โดนกลับออกไป
เช้าวันนี้พวกเขาต้องเดินเข้าป่าลึกต้นไม้ไม่ได้สูงใหญ่ แต่เป็ป่าโล่งมีเนินเขา ดูดีกว่าป่าที่พวกเขาผ่านมานายพรานถึงกับบอกว่าถ้าให้ชาวบ้านมาสร้างบ้านอยู่แถวนี้ทำไร่ทำนาน่าจะดีเพราะมีเขาเตี้ยและมีธารน้ำไหลด้วย
พวกเขาตกลงทำเขตแดน ตรงที่สิ้นสุดป่าที่เป็เนินเตี้ย ซึ่งนายพรานตกลงกันว่าจะมาทำที่พักอยู่ที่นี่เป็การชั่วคราว เพื่อให้ชาวบ้านตามมาอยู่อาศัยจะได้รู้สึกปลอดภัยเมื่อมีนายพรานอยู่
ตอนขากลับพวกเขาเลยกลับกันเองไม่มีนายพรานกลับไปด้วยเดินผ่านทุ่งหญ้าจะไปถึงชายป่าอีกฝั่งหนึ่งมีหมูป่าตัวใหญ่4ตัว วิ่งมาโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวต่างวิ่งหนีกระเจิง ทำให้อาจารย์อู๋ซาน กลิ้งตกเขาได้รับาเ็ที่ขา
ถิงถิงเลยเอาน้ำจากน้ำเต้าให้กิน“ ลูกศิษย์เล็กถิงถิง เ้าเอาน้ำนี้มาจากไหนกินแล้วชื่นใจอาจารย์หายปวดขาแล้วด้วย”
“ ข้าจำไม่ได้เ้าค่ะท่านอาจารย์ ว่าตักมาจากตรงไหนข้าตักมาเยอะเลยอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ก็มีอยู่ในน้ำเต้าก็มีเ้าค่ะ ในกระบอกไม้ไผ่นี่ข้ายกให้อาจารย์ไปเลยเพราะข้ามีน้ำเต้าอยู่”
“ อาจารย์หายเจ็บขาแล้วพวกเราเดินทางต่อกันเลยจะได้รีบกลับสำนักออกมาตั้งนานแล้ว พวกเ้าจะได้พักผ่อนเสียทีโดยเฉพาะถิงถิง พักผ่อนไม่เต็มที่เดี๋ยวจะไม่สูงเอา”
“ อาจารย์เ้าคะข้าออกกำลังกายวิ่งไปวิ่งมา จะไม่สูงได้ยังไง” ทั้งห้าคนหันมามองถิงถิงที่หัวของนางเลยแค่เขาพวกเขาไปนิดเดียว แต่พวกเขาก็ยอมรับในความเก่งของถิงถิงที่ช่วย คลี่คลายสถานการณ์มาหลายครั้ง
พอกลับมาถึงสำนักเทียนซาง ถิงถิงขอนอน พักผ่อนอยู่ในห้องสักสองวันนางรู้สึกอึดอัด ้านั่งโคจรพลังเท่านั้น นางนั่งมาจนถึงกลางดึก เนื้อตัวเหมือนขับ ของเสียออกมาทางิั เสื้อผ้าที่ใส่เบาะรองนั่งเปื้อนไปด้วยคราบสีดำตามมาด้วยกลิ่นเน่าเหม็น
“ มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากัน ทำไมไม่กินเน่าเหม็นทั้งห้องแบบนี้เสื้อผ้าที่ใส่ก็เปียกโชกไปหมดไหนจะเบาะรองนั่งดีนะที่วันนี้ไม่ได้นั่งบนที่นอนไม่งั้นโดนแม่บ้านด่าแน่เน่าเหม็นขนาดนี้ ดึกแล้วแอบไปอาบน้ำก่อนดีกว่า”
“ ค่อยสบายเนื้อสบายตัวขึ้นหน่อยแต่กลิ่นในห้องนี้สิ เอาที่รองนั่งกับเสื้อผ้าไปแช่น้ำไว้ก่อน ค่อยบอกกับแม่บ้านว่าเสื้อผ้าเอามาจากป่าก็แล้วกันขอโทษที่เอาของเน่าเหม็นไปให้ซัก”
“ จะว่าไปทำไมรู้สึกตัวเบาวิวขึ้นขนาดนี้ละ หรือเป็เพราะขับของเน่าเสียออกจากร่างกาย ต้องเป็น้ำวิเศษจากน้ำเต้าแน่เลยที่กินแล้ว ของเสียออกมาแบบนี้ เอ๊ะ!ดูแขนจะขาวขึ้น ขาวขึ้นทั้งตัวเลยนี่นามันดีจริงอย่างนี้ต้องกินให้เยอะกว่าเดิมแล้ว”
ถิงถิง ตั้งใจเรียนหนังสือและฝึกวิชา การต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด นางขอให้อาจารย์สอนวาดยันต์ อาจารย์บอกรออีกสักสองปีจะสอนให้ตอนนี้ให้เรียนหนังสือ และการต่อสู้ให้เก่งก่อน
มีข่าว โรคระบาดที่ชายแดนเมืองหนานติดกับเขตเมืองโจ เ้าเมืองทั้งสองส่งหมอเข้าไป แต่ไม่สามารถหยุดได้จึงขอให้ทาง สำนักส่งยาและสมุนไพรไปช่วย
ถิงถิงและห้าหนุ่ม มีหน้าที่ช่วยกันขนยาไป โดยใช้ม้าและลาเพื่อให้ไปถึงได้ไวขึ้น แต่ใช้เวลาเป็วัน เพราะต้องหยุดพักม้าและลา กว่าจะไปถึงเมืองหนานก็มืดค่ำ
“โอ้!คนป่วยเยอะขนาดนี้เลยรึ ศิษย์พี่ข้าว่าไม่ดีแล้วถ้าคนป่วยเยอะขนาดนี้พวกต้องปิดเมืองภายในไม่ช้าแน่ๆ พวกเรารีบไปส่งยาแล้วรีบกลับออกมาเถอะ”
“ แต่ก็น่าสงสารพวกเขาใครที่ยังพอแข็งแรงก็พากันอพยพไปที่อื่น”
“ห้ะ! ศิษย์พี่ที่เราเห็นเขายืนกันเป็กลุ่มแล้วหาห้ามคนป่วยเพราะพวกเขากำลังจะอพยพไปที่อื่นเลยเ้าคะ แล้วเชื้อโรคระบาดมันจะไม่ไปแพร่ที่เมืองอื่นรึ”
ทั้งหกคนรีบขี่ม้าเข้าไปส่งยา เพื่อที่จะได้รีบกลับออกมา
ข้างใน ตรงที่หมออยู่คนไข้นอนเรียงรายเต็มไปหมด พวกเขามีอาการไอแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก และมีตัวที่ร้อนมาก และแทบจะไม่มีแรงลุกขึ้นมากินยาหมอต้องคอยป้อน
“ มันคือโรคระบาดอะไรกันไม่เคยได้ยินหรือรู้จักมาก่อน”จางซุนพูดหลังจากขนยาลงจากหลังม้า
ทั้งหก หลังจากขนยาลงจากหลังม้าแล้วไม่พูดอะไรกับหมอพากันรีบออกจากพื้นที่ทันที หมอก็แค่พยักหน้าเท่านั้น
แต่พวกเขาก็มาถึงช้า เพราะประตูถูกสั่งปิดคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า เพราะเชื้อกำลังระบาดอย่างรุนแรงและไม่หาสาเหตุ และการรักษาไม่ได้
“ แย่แล้วพวกเราต้องถูกขังกับคนป่วยที่นี่ ดูสิชาวบ้านที่อยู่ตรงหน้าประตูเต็มไปหมดหอบลูกจูงหลานไปด้วย”
“ ศิษย์พี่เ้าค่ะเราหาที่พักกันก่อนเถอะไว้พรุ่งนี้เราค่อย มาดูอีกทีว่าจะเอายังไงกัน”
“ งั้นพวกเราถอยกลับไปก่อนเพราะตรงนี้มีชาวบ้านอยู่เยอะมีโอกาสที่พวกเราจะติดเชื้อเข้าไปด้วย”
“ ตรงโน้นมีเป็ศาลา ที่พักชั่วคราวพวกเราไปพักอยู่ที่นั่นก่อนก็แล้วกัน”
“ ท่านพ่อท่านแม่พวกท่านจะทิ้งข้าไปไม่ได้นะ ฮือ ฮือ” เสียงร้องของเด็กน้อยทำให้ทั้งหกคนตื่นขึ้นมาแต่เช้ามืด
“ พวกท่านได้โปรดช่วยท่านพ่อท่านแม่ของข้าด้วย ท่านไม่มีแรงจะเดินทางต่อแล้วฮึฮึ” เด็กชายวัยเดียวกับถิงถิงนั่ง อยู่ระหว่างกลางพ่อกับแม่ที่นั่งพิงต้นไม้หมดเรี่ยวแรงที่จะเดิน
“ ทำยังไงดีสมุนไพรเราให้ ทางหมอไปหมดแล้ว แต่ที่สำคัญไม่รู้ว่าป่วยเป็โรคอะไร”เกาเจี๋ยหันมาปรึกษาทั้งห้าคน
“ พวกเราก็อยู่ที่นี่มาทั้งคืนแถมยังเข้าไปถึงจุดที่หมออยู่ซึ่งมีแต่คนป่วยทำไมพวกเราถึงไม่ติดเชื้อกันล่ะ”หวังข่าย ใช้มือวัดไข้ตัวเอง
ถิงถิงแอบคิดในใจ “ หรือจะเป็เพราะ น้ำจากน้ำเต้า ที่ข้าให้ศิษย์พี่กินเมื่อวานนี้ ทำให้พวกเราไม่เป็อะไร”
“ แต่อาการที่พวกเขาเป็เหมือนวัณโรคหรือว่าโรคปอดแต่พวกนี้มันไม่ได้เป็เฉียบพลันและแพร่เชื้อไวขนาดนี้หรือเชื้อมันจะพัฒนาขึ้นเป็ไปไม่ได้นี่มันเป็โลกที่ล้าหลังจากที่เราเคยอยู่ตั้งเยอะนี่”ถิงถิงคิดในใจ
“ หรือโรคนี้จะติดต่อทางลมหายใจ ถึงได้แพร่เชื้อไวขนาดนี้ ผ้า ต้องหาผ้ามาปิดจมูกและปากก่อน หมอที่อยู่ด้านในก็ปิดหน้ามิดชิด”ถิงถิง มองไปยังถนนที่มีคนเดินทุกคนไม่ได้ใส่หน้ากากปิดหน้าแถมยังพยุงกันเดินเป็กลุ่มใหญ่
“ ศิษย์เ้าค่ะพวกเราต้องหาผ้ามาปิด จมูกและปากเหมือนหมอ ที่อยู่ด้านในถึงจะปลอดภัยไม่งั้นพวกเราจะติดเชื้อไปด้วย”
“ ได้ ศิษย์น้องเล็กข้าจะเข้าไปดูในที่เคยไปร้านค้าขายเสื้อผ้า เราก็แค่ขนออกมาแล้ววางใบไม้ทองคำทิ้งไว้ให้”
ทั้งห้าหนุ่มรีบขี่ม้าออกไป ทิ้งให้ถิงถิงอยู่คนเดียว
“ นี่พวกเขาถึงกับเห็นข้าไร้ประโยชน์ ทิ้งให้อยู่ผู้เดียว งั้นเดี๋ยวเอาน้ำในน้ำเต้านี้ลองให้เด็กและพ่อแม่กินดูว่าจะมีอาการเป็ยังไง”ถิงถิงเอา กระบอกไม้ไผ่ที่พกติดตัวประจำ ข้างในเป็น้ำที่นางเทออกมาจากน้ำเต้า
“ นี่คือยาที่ข้าขอมาจากหมอด้านในเ้าเอาให้ท่านพ่อทั้งแม่ของเ้ากินด้วย เ้าเห็นไหมว่าข้าไม่ได้เจ็บป่วยเลย”
