พลังฟ้าดินบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ภายในถ้ำ มวลอากาศถูกฉีกขาดเพราะพลังแข็งแกร่งที่ปลดปล่อยออกมา
หลินซือซือยืนอยู่ข้างๆ ดวงตากลมโตเป็ประกาย ชุดสีเขียวของนางปลิวไสว ผมสีดำมันขลับนางมองดูร่างเงาที่ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าพลันฉีกยิ้มมุมปากขึ้นมา
เต้าหลิงเคยบุกเข้าไปที่ชั้นสิบของหอคอยผ่านจิตมาแล้ว ทำให้เขาสามารถรับแรงกดดันเช่นนี้ได้ ไม่นานนักเขาก็มาถึงส่วนลึก ดวงตาเร่าร้อนจ้องมองไปยังตาน้ำสีเขียว
ตาน้ำนี้ไม่ได้ใหญ่มากเท่าไรนัก คล้ายกับบ่อน้ำโบราณ ทว่าตาน้ำต้นกำเนิดนี้หากแพร่งพรายออกไปยังโลกภายนอกจะต้องเกิดเสียงอึกทึกขึ้น เพราะสิ่งนี้ถือว่าเป็สถานที่ล้ำค่าในการฝึกฝน
“ของดี พลังต้นกำเนิดที่แปรสภาพกลายเป็ของเหลว ซึ่งนี่เทียบเท่าได้กับพลังชีวิตเหลวล้ำค่า!” สีหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความปีติ สายตาจ้องมองไปยังหยดของเหลวล้ำค่าที่เปล่งประกายแสงสว่างออกมาระยิบระยับภายในใจพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้น
สิ่งนี้แปรสภาพได้ยากเป็อย่างมาก จะต้องใช้พลังศักยภาพของพลังต้นกำเนิดที่จมลึกถึงจะสามารถแปรเปลี่ยนกลายสภาพมาเป็พลังต้นกำเนิดเหลวบริสุทธิ์ ทั้งมันและพลังต้นกำเนิดนั้นมีความคล้ายคลึงกันมาก ซึ่งมีผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเป็อย่างมากสำหรับคนที่้าทะลวงขั้นพลัง
อีกทั้งมันยังสามารถนำมาหลอมเป็ยาโอสถและนำมาหล่อเลี้ยงสมุนไพริญญาได้ ถือว่าเป็ของเหลวล้ำค่าที่หายากเป็อย่างยิ่ง
เต้าหลิงหยิบขวดหยกออกมาพลางใส่พลังต้นกำเนิดเหลวลงไปอย่างรวดเร็วไม่นานนักเขาก็ใส่มันจนเต็มขวดแล้วส่งมันให้กับหลินซือซือ
“หวา พลังต้นกำเนิดเยอะมาก” หลินซือซือเปิดขวดหยกแล้วกล่าวออกมาด้วยความดีใจ นางรีบนั่งขัดสมาธิลงอย่างตื่นเต้นพลางเริ่มการฝึกฝน ถ้ามีของสิ่งนี้อยู่พลังจะต้องพุ่งทะลวงขึ้นอย่างก้าวะโเป็แน่
ดอกบัวเขียวทนรอต่อไปไม่ไหว ความหิวกระหายแผ่ซ่านออกมาทำให้เต้าหลิงถึงกับพูดไม่ออก เ้านี่ช่างตะกละตะกลามเสียเหลือเกิน ทว่าความช่างเลือกในการกินของมันก็เร็วไม่ใช่น้อย
“ของสิ่งนี้เก็บเอาไว้หลอมโอสถหรือไม่ก็หล่อเลี้ยงสมุนไพริญญา” เต้าหลิงเก็บขวดหยกสองขวดลงไปด้วยความปีติ
ตาน้ำต้นกำเนิดปลดปล่อยแสงหมอก์ออกมา แสง์แต่ละเส้นแสงอุดมไปด้วยพลังต้นกำเนิดที่เปี่ยมล้น เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างบน บริเวณโดยรอบที่อยู่รอบกายของเขาพลันสั่นไหว
อักขระสยบฟ้าถูกขับเคลื่อนความเร็วในการดูดซับของเขาพลันน่ากลัวขึ้นมา แสงหลากสีสันโอบล้อมไปทั่วร่าง พลังต้นกำเนิดจำนวนมากพุ่งทะลวงผ่านร่างกายของเขา ในตอนนั้นเต้าหลิงรู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาลง
รูขุมขนทั่วร่างส่องแสงเรืองรองออกมา พลังต้นกำเนิดจำนวนมากฝ่าทะลวงออกไปทั่วร่างของเขาเปล่งแสงระยิบระยับคล้ายกับภูตที่กำลังส่องแสง
พลังต้นกำเนิดที่ถูกกลั่นหลอมกระดูกแต่ละชิ้นส่องแสงใสขึ้น ซึ่งนี่ก็คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าพลังของเขานั้นแข็งแกร่งมากขึ้น มีเพียงผู้สืบทอดของขุมพลังใหญ่ๆ เท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ได้ใช้พลังนี้
วันเวลาผ่านไปสิบวันก็มีเสียงะเิดังลั่นออกมาจากภายในถ้ำิญญาโบราณ ฟ้าร้องดังครืนๆ อึกทึก เสียงสายฟ้า์พลันน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับว่ามีสัตว์อสูรป่าเถื่อนกำลังฝึกฝนอยู่ภายในถ้ำ
“ตูม” หลินซือซือกายสั่นสะท้าน ร่างบางะเิแสงหมอก์สว่างจ้าออกมา ภายในดวงตาทั้งสองมีแสงกระบี่ลอยไปมา พลังที่แข็งกล้าปรากฏขึ้นภายในร่างที่อ่อนโยน ไม่นานนักก็กลับคืนมาเป็ดั่งเดิม
“เขาแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ ใช้พลังไปเยอะน่าดู” สายตาของหลินซือซือจับจ้องไปยังส่วนลึก มุมปากของนางยกขึ้นราวกับจิ้งจอก นางรู้ว่าเต้าหลิงได้ใช้พลังต้นกำเนิดกลั่นหลอมทุกส่วนภายในร่างกาย ซึ่งปริมาณของพลังจำนวนมากที่เขาใช้ไปนั้นทำให้ขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ยังต้องใจสั่น
ห้าวันผ่านไป เต้าหลิงก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นมา ในตอนนี้เขาได้มาถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว พลังของเขาไม่สามารถจะเพิ่มขึ้นไปได้อีก พลังที่สั่งสมเอาไว้ได้ถูกเติมเต็มจนหมด
“ทะลวง!” ดวงตาทั้งสองของเต้าหลิงส่องแสง์ออกมา เสียงสายฟ้าภายในร่างดังสนั่นกึกก้องสายฟ้าสีทองส่องผ่านทะลวงออกไป พลังปราณที่น่ากลัวะเิออก คลื่นพลังแข็งแกร่งเอ่อล้นออกมาจากภายในร่างพลังของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ความเร็วเพิ่มขึ้นมาอย่างน่ากลัว ถ้าเป็เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็คงไม่สามารถแข็งแกร่งขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้แต่เพราะเต้าหลิงเก็บสั่งสมพลังเอาไว้เป็เวลาหนึ่งเดือนครึ่ง ทำให้พลังในทุกๆ ด้านของเขาถูกเติมเต็มจนหมด รวมถึงพลังศักยภาพที่แฝงอยู่ ดังนั้น เขาที่ทะลวงขั้นพลังย่อยขึ้นมาได้นั้นไม่สามารถจะใช้หลักการปกติมาประเมินได้
ในขณะที่เต้าหลิงหายใจ พลังงานก็ไหลแล่นเข้าไปในร่างคล้ายกับผลัดเปลี่ยนกระดูกอย่างไรอย่างนั้นพลังบริสุทธิ์อัดแน่นทั่วทุกมวลกล้ามเนื้อ
“ข้างในได้เปิดออกแล้ว พวกเราจะไปหรือไม่” หลินซือซือเดินเข้ามาพลางเอ่ยถามขึ้น
“แน่นอนว่าต้องไปอยู่แล้ว” เต้าหลิงค่อยๆ ลุกยืนขึ้น เขาสั่งสมพลังมานานมาก ถึงเวลาที่จะต้องไปขัดเกลาพลังสักหน่อย หลังจากเสร็จเื่นี้เขาก็ต้องออกตามหาแม่น้ำดารา
“แล้วตาน้ำต้นกำเนิดนี้จะทำยังไงดี” หลินซือซือกล่าวอย่างเป็กังวล ถ้าพวกเขาอยู่ฝึกฝนที่นี่จะต้องทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาสูงสุดได้แน่ ไม่แน่ว่าอาจจะทะลวงเข้าสู่ขั้นกำเนิดพลังได้
เต้าหลิงไม่ยอมละทิ้งโอกาสนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะได้ของดีมาไม่น้อย ทว่าหากเทียบกับอู่ตี้นั้นถือว่ายังห่างชั้นกันอีกมากโข อีกฝ่ายมีของล้ำค่าจนนับไม่ได้ ทว่าเต้าหลิงจะต้องใช้พลังของตนในการหามา
“ข้าว่าเก็บมันไปน่าจะดีกว่า” เต้าหลิงครุ่นคิดพลางกล่าวออกมา
“ไอ้หยา เช่นนั้นก็สิ้นเปลืองแย่สิ ถึงแม้ว่าจะเก็บตาน้ำต้นกำเนิดนี้ไปได้ ทว่าประสิทธิภาพของมันก็ต้องลดลงไปด้วยแน่” หลินซือซือเม้มปากแล้วก้าวเท้าออกไปข้างหน้า
เมื่อเห็นท่าทีอาลัยอาวรณ์ของนาง เต้าหลิงก็ส่ายหัวพลางยิ้มออกมา “ไม่ช้าก็เร็ว ที่นี่จะต้องถูกปิดอยู่ดีอย่างไรเสีย ของสิ่งนี้ก็ต้องเก็บไป”
“นั่นสิ งั้นเก็บไปก็แล้วกัน” หลินซือซือถอนหายใจออกมา กระบี่ล้ำค่าปรากฏขึ้นลอยเคว้งตรงหน้า มันขยายใหญ่ขึ้น ใบกระบี่ยาวราวๆ หนึ่งฟุต แล้วปลดปล่อยแสงกระบี่ขนาดใหญ่ออกมา ชั่วพริบตามันก็ทะลวงเข้าไปที่พื้นดินเหมือนกับทะลวงเต้าหู้ พื้นที่บริเวณโดยรอบพลันแตกออก
“ไป” เต้าหลิงวางฝ่ามือทั้งสองลงบนพื้นดินพลางออกแรงแขนก่อนที่พื้นดินจะถูกเขายกขึ้น
เมื่อตาน้ำต้นกำเนิดถูกยกขึ้นมา พลังงานที่เข้มข้นของมันก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าหากสามารถหาพื้นที่ล้ำค่าได้ พลังของมันก็จะฟื้นคืนกลับมาเป็เช่นเดิม
สิ่งนี้เป็ของล้ำค่าฟ้าดินที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยพื้นปฐี ตาน้ำได้ผ่านจิตแล้ว มีขุมพลังอำนาจจำนวนมากที่ตามหาของล้ำค่านี้ ปกติแล้วพวกเขาจะนำมันย้ายเข้าไปในตระกูล
เต้าหลิงนำกระเป๋ามิติว่างออกมาแล้วใส่ตาน้ำเข้าไปข้างใน จากนั้นเขาก็มองไปที่เตาโอสถ พลังงานในถ้ำิญญานี้ได้ถูกมันดูดซับไปจนจะหมดแล้ว ถ้ารอให้พลังงานที่นี่ฟื้นคืนกลับมาคงจะต้องใช้เวลานานหลายปีเห็นจะได้
“เ้านี่ดูดซับพลังงานไปมากขนาดนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นหรือไม่” เต้าหลิงเดินไปเก็บเตาโอสถพลางสำรวจดูแวบหนึ่ง ทว่าเขาก็มองไม่ออกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง
ภายในส่วนลึกของวิหารได้ถูกเปิดออกแล้ว หน้าประตูมียอดฝีมือห้าคนนั่งอยู่ สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความปีติ ทว่าเมื่อเห็นว่ามีคนสองคนพุ่งทะยานเข้ามา ชายหนุ่มคนหนึ่งในนั้นก็หัวเราะแล้วกล่าวออกมาว่า “มีคนมาอีกแล้ว ธุรกิจในครั้งนี้ได้กำไรมาเป็กอบเป็กำ”
“ใช่แล้ว หลังจากที่แบ่งให้กับยอดฝีมือแล้ว ส่วนแบ่งของพวกเราก็เหลืออยู่ไม่น้อยเลย” พวกเขาะเิเสียงหัวเราะดังลั่น
“พวกเ้าสองคนหยุดอยู่ตรงนั้น” ชายหนุ่มยืนอยู่บนแท่นพลางเอามือไพล่หลังแล้วขวางทางพวกเขาสองคนเอาไว้
“มีธุระอะไร” สายตาของเต้าหลิงกวาดมองไปยังอีกฝ่ายพลางเอ่ยถามขึ้น
“ผู้นำของตระกูลข้าได้สั่งเอาไว้ พวกเ้าที่ไม่ได้ออกแรงถ้าอยากจะเข้าไปต้องจ่ายค่าผ่านประตูเป็สมุนไพริญญาที่มีอายุมากกว่าห้าร้อยปีขึ้นไปสองต้นหรือยาโอสถของล้ำค่าที่มีมูลค่าเทียบเท่า”
ชายหนุ่มยิ้มพลางกล่าวออกมา พวกเขาถูกส่งให้มาดูแลทางเข้าที่นี่ ถ้าจะเข้าไปก็ต้องส่งของล้ำค่ามาไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถเข้าไปได้
“ผู้นำตระกูลเ้าเป็คนเปิดที่นี่หรืออย่างไร” เต้าหลิงแค่นเสียงเย็น
“คนแบบเ้าข้าเห็นมาเยอะแล้ว” ชายหนุ่มส่ายนิ้วพลางยิ้มออกมา “ถ้าไม่ส่งของล้ำค่ามา เช่นนั้นอยากจะไปไหนก็ไปเสีย ข้าไม่สนใจที่จะฆ่าเ้า”
“ช้าก่อน” เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยใบหน้ามึนเมา สายตาเร่าร้อนของเขามองสำรวจเรือนร่างของหลินซือซือพลางยิ้มแล้วกล่าวว่า “เ้าอยู่ก่อน ไม่ต้องส่งของล้ำค่าก็เข้าไปได้”
“ส่วนเ้าไสหัวไปได้แล้ว” เด็กหนุ่มมองหลินซือซือพลางชี้นิ้วไปที่เต้าหลิงแล้วกล่าวออกมา
“ฮ่าๆๆ ไม่เลวๆ สาวงามอยู่ก่อนส่วนเ้าไสหัวไป” ชายหนุ่มหัวเราะลั่น
“พวกเ้าเก็บค่าผ่านประตูแบบนี้น่าจะมีของดีไม่น้อยเลยสินะ” เต้าหลิงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยสายตาของเขาส่องแสงประกายขึ้นมา
“ของมันแน่อยู่แล้ว!” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยความอวดดี พลางแหงนหน้าเปล่งเสียงหัวเราะ “คนที่อยากเข้าไปหาของล้ำค่านั้นมีอยู่เยอะมาก ทว่าจะเข้าไปก็ต้องยอมเสียละนะ”
สีหน้าของชายสามคนที่อยู่ด้านหลังของเขาเต็มไปด้วยความปีติ ครั้งนี้พวกเขาได้กำไรมาเป็กอบเป็กำ ไม่ว่าจะเป็ของล้ำค่าหรือสมุนไพริญญา
“เ้าจะพล่ามอะไรมากนัก” สายตาเ็าของเด็กหนุ่มใบหน้ามึนเมามองไปที่เต้าหลิงพลางแผดเสียงคำราม “รีบไสหัวไปได้แล้ว พวกข้าเป็คนของวิหารยุทธ์ แต่เ้ายังกล้ามาถามนู่นถามนี่ อยากตายมากนักหรือไง”
“เ้าเป็คนของวิหารยุทธ์” ั์ตาของเต้าหลิงพลันเย็นะเืขึ้น
เด็กหนุ่มพยักหน้าด้วยความภาคภูมิใจ ทว่าจากนั้นหัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน เพราะััได้ถึงสายตาแปลกๆ ของอีกฝ่าย พลางกล่าวเสียงเย็นออกมาว่า “สายตาแบบนั้นมันอะไรกัน กล้าแส่หาเื่วิหารยุทธ์หรืออย่างไร ฮึ ดูท่าคงจะอยากตายมากสินะ ถ้าไม่ฆ่าเ้าเสีย คงจะไม่ยุติธรรมต่อ์”
