พอท่านป้าหวางฟังจบแล้วถึงกับใจนผงะ นางหันไปมองเสิ่นอิ๋นหวนแวบหนึ่งเหมือนไม่เข้าใจที่หลี่อันหรานกล่าว
ครั้นเห็นท่าทีของท่านป้าหวาง หลี่อันหรานจึงกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม “ว่าอย่างไรเ้าคะ? ท่านบอกว่า่นี้มีเวลาว่างมิใช่หรือ? งานเก็บพริกไม่ใช่งานหนัก ข้าให้ราคาตะกร้าละห้าอีแปะ ยิ่งท่านเก็บได้มากก็ยิ่งได้เงินมาก ไม่ทราบว่าท่านคิดเห็นอย่างไร?”
ท่านป้าหวางฟังคำอธิบายอีกครั้งของนางแล้วปรบมือยิ้มว่า “เยี่ยมไปเลย หากหาเงินได้จริง พรุ่งนี้ป้าจะขึ้นเขาไปเก็บมาทันที เ้า้าเท่าไรก็จะเก็บมาให้เท่านั้น”
หลี่อันหรานยิ้มเช่นกัน “ท่านเก็บให้ได้มากที่สุดก็พอเ้าค่ะ จากนั้นนำมาให้ข้าคิดเงิน”
ท่านป้าหวางดีใจมาก นางหันไปกล่าวกับเสิ่นอิ๋นหวนว่า “ลูกสาวเ้าเก่งกาจไม่น้อย นึกไม่ถึงว่าจะสามารถนำของที่ไม่มีมนุษย์หรือสัตว์กินซึ่งโตอยู่เต็มูเามาทำเงินได้ อนาคตเ้าคงมีวาสนา”
พอถูกชมเช่นนั้น เสิ่นอิ๋นหวนพลันยิ้มกว้าง “พูดอะไรของท่านป้ากัน ก็แค่ธุรกิจหาเลี้ยงชีพเล็กๆ น้อยๆ ก็เท่านั้น”
หลี่อันหรานไม่ได้คุยกับพวกนางต่อ นางกล่าวก่อนแยกตัวไปว่า “ตกลงตามนี้นะเ้าคะท่านป้า พรุ่งนี้ท่านช่วยขึ้นเขาไปเก็บมาให้ข้า จากนั้นข้าจะคิดเงินเมื่อท่านนำมาส่ง”
ท่านป้าหวางหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี “เช่นนั้นข้าจะกลับบ้านไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้ จะได้หาตะกร้าที่ขนาดประมาณนี้ด้วย”
นางพูดจบแล้วเดินออกไปทันที เสิ่นอิ๋นหวนรอจนนางออกไปแล้วจึงค่อยตรงมาคว้ามือหลี่อันราน “ทำเช่นนี้เหมาะสมจริงหรือ? ของของเ้าขายได้เงินเท่าไร?”
หลี่อันหรานยิ้มและรีบปลอบประโลมผู้เป็แม่ “ต้องได้เงินเยอะมากอยู่แล้ว อีกทั้งเงินที่ข้าหามาได้ก็เพียงพอสำหรับค่าพริกที่ท่านป้าหวางเก็บมาให้แน่นอน ท่านวางใจเถอะ”
“ท่านแม่ ข้าตั้งใจจะขยายกิจการ วัตถุดิบที่ต้องใช้ค่อนข้างเยอะ ด้วยเหตุนี้จึง้าคนมาช่วยงาน ทั้งครอบครัวเรามีเพียงข้าที่ทำงานได้ ตัวข้าเพียงลำพังไม่อาจทำไหว อีกอย่าง หลังจากที่ขยายกิจการแล้ว สักวันก็ต้องจ้างคนอยู่ดี”
แต่เสิ่นอิ๋นหวนยังคงเป็กังวลเล็กน้อย สำหรับที่นี่แล้ว ผู้ที่จ้างให้ผู้อื่นช่วยทำงานมีแต่พวกคนรวย ตอนนี้ครอบครัวพวกนางเพิ่งจะมีอาหารให้กินอิ่มได้ไม่นานแต่กลับเริ่มจ้างผู้อื่นเสียแล้ว หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป ไม่รู้ว่าผู้อื่นจะพูดถึงกันอย่างไรบ้าง
คงพูดว่าพวกนางจงใจเอาหน้าเป็แน่
ครั้นหลี่อันหรานเห็นเสิ่นอิ๋นหวนมีท่าทีลังเลก็รีบปลอบ “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องคิดมาก วางใจเถิด ข้ารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
นางกล่าวจบแล้วค่อยหันไปเริ่มเตรียมพริกพวกนั้นต่อ
เสิ่นอิ๋นหวนเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างนาง “่นี้เ้าสุขภาพไม่ดี พักผ่อนก่อนเถิด เดี๋ยวแม่ทำงานพวกนี้เอง”
แต่หลี่อันหรานกลับปฏิเสธนาง “ท่านแม่ ข้าทำเองได้เ้าค่ะ ท่านไม่รู้ขั้นตอนสักหน่อย อีกอย่าง ข้าก็พักผ่อนมาหลายวันจนหายดีแล้ว ท่านดูสิว่าตอนนี้ข้าไม่เป็อะไรสักนิด”
เสิ่นอิ๋นหวนได้ยินนางพูดแบบนี้ก็ไม่ได้ห้ามอีก ทว่าภายในใจยังคงคิดเื่ท่านป้าหวาง มีแต่คนร่ำรวยและคนใหญ่คนโตที่จะว่าจ้างให้ผู้อื่นทำงานได้ ไม่เคยมีคนยากคนจนแบบพวกนางที่ไปว่าจ้าง
แต่นางเห็นหลี่อันหรานมีท่าทีมั่นใจจึงไม่ได้พูดอะไรอีก
ในที่สุดท่านป้าหวางก็นำพริกมาส่งให้หนึ่งตะกร้าใหญ่ หลี่อันหรานรับมาแล้วนำเงินห้าอีแปะจากในอกเสื้อออกมาวางลงบนมือนาง “ท่านป้าหวาง ข้ายัง้าเพิ่มอีกเ้าค่ะ หากท่านมีเวลาก็ช่วยไปเก็บมาเพิ่มให้ที เก็บมาแล้วข้าจะจ่ายเงินทันที”
“เอาแบบนี้เ้าค่ะ ข้า้าอีกห้าตะกร้า ท่านนำมาส่งภายในห้าวันได้หรือไม่เ้าคะ?” นี่ถือเป็การสั่งจองแหล่งสินค้าล่วงหน้า ท่านป้าหวางได้ยินดังนี้ก็ต้องดีใจอยู่แล้ว งานซักผ้าให้ผู้อื่นของนางไม่ได้ทำเงินได้ไวขนาดนี้
“เ้าวางใจ พรุ่งนี้ป้าจะไปเก็บเพิ่มอีก”
หลี่อันหรานกำชับอีกครั้งก่อนที่ท่านป้าหวางจะกลับ “ตอนนี้ข้า้าแค่ห้าตะกร้านะเ้าคะ เก็บครบแล้วหยุดการเก็บไว้ก่อน ข้าจะบอกอีกครั้งหาก้าเพิ่ม”
“ได้ ป้ารู้แล้ว!” ท่านป้าหวางเดินไปด้วย ตอบไปด้วย ทว่าสายตากลับเอาแต่นับเงินห้าอีแปะในมือ
ในตอนที่หลี่อันหรานกำลังเตรียมพริกพวกนั้น เจียงเฉิงก็ได้เดินออกจากห้องมาช่วยนางเตรียม เขาอยู่ที่นี่มาค่อนข้างนานแล้ว พอจะเข้าใจงานที่นางต้องทำอยู่บ้าง “ข้าช่วย เ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด”
แต่หลี่อันหรานไม่ยอมปล่อยมือ “วางใจ ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็อะไรแล้ว ข้าสามารถทำงานพวกนี้ด้วยตัวเองได้”
เจียงเฉิงเหลือบสายตาไปเห็นท่านป้าหวางเดินออกจากที่นี่จึงถาม “เ้าให้ท่านป้าหวางช่วยเก็บพริกเช่นนี้ แต่เ้าจะถอนทุนคืนจากเงินที่จ่ายให้นางได้จริงหรือ?”
ถึงแม้เจียงเฉิงจะไม่เห็นเงินจำนวนไม่กี่อีแปะอยู่ในสายตา เขาเป็ถึงแม่ทัพใหญ่จากเมืองหลวง ลำพังแค่จวนแม่ทัพอย่างเดียวก็มีขนาดเกือบเท่าทั้งหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว จะสนใจเงินแค่นี้ได้อย่างไร
แต่สำหรับนางแล้วนี่เป็เงินก้อนสำคัญ เพราะหากวันใดเขาไม่อยู่แล้ว นางก็ต้องใช้ชีวิตที่นี่เพียงลำพัง
เขาย่อมหวังว่านางจะใช้ชีวิตที่นี่ได้เป็อย่างดี หวังว่าความเป็อยู่ของนางจะดีขึ้นเรื่อยๆ
หลี่อันหรานไม่ลังเลที่จะตอบเขาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม “ต้องได้อยู่แล้ว ข้าขายน้ำพริกโถละสองร้อยห้าสิบอีแปะ ส่วนพริกตะกร้านี้สามารถใช้ทำน้ำพริกได้ห้าโถ ข้าจ่ายเงินเพียงห้าอีแปะเท่านั้น เรียกได้ว่าเหลือเฟือ นอกจากนี้ หลังจากที่ข้ารับซื้อพริกทั้งห้าตะกร้าจากนาง พริกจำนวนนี้จะเพียงพอให้ข้าใช้ได้ถึงฤดูหนาว ดังนั้น ไม่ต้องกลัวว่าเงินที่หามาจะไม่เพียงพอ”
เจียงเฉิงได้ยินนางพูดดังนี้ก็มีรอยยิ้ม เขาจึงเริ่มช่วยนางเตรียมพริกพวกนั้น
นางทำเต้าเจี้ยวเผ็ดสิบโถเสร็จเรียบร้อยแล้ว วัตถุดิบที่ใช้เป็ของที่ซื้อมาจากในเมือง เหลือแค่น้ำพริกที่ต้องเก็บพริกจากูเา
นางมองว่าถ้ายังเก็บแบบนี้อีกต่อไป เกรงว่าเมื่อขยายกิจการในปีหน้าจะเกิดปัญหาอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ด้วยเหตุนี้นางจึงวางแผนไว้ว่าจะทำสวนผักเพื่อปลูกพริกโดยเฉพาะ ทว่าตอนนี้มันกลับเป็ได้เพียงความคิด เพราะตอนนี้นางยุ่งเกินกว่าจะไปทำสิ่งเหล่านี้
น้ำพริกอีกสิบโถที่เหลือเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว รอบนี้เจียงเฉิงเดินทางเข้าเมืองไปส่งให้เถ้าแก่หวางที่ภัตตาคารเป็เพื่อนนาง
หลี่อันหรานเก็บเงินที่ได้มาไว้ในกระเป๋าเงิน นางยิ้มแย้มราวกับบุปผาเบ่งบาน ภายในใจคิดว่าตอนนี้มีเงินให้ซื้อของกลับไปแล้ว ‘วันนี้ซื้อเนื้อหน่อยดีกว่า น้องชายน้องสาวจะได้เปลี่ยนรสชาติอาหารการกิน เสร็จแล้วค่อยไปซื้อวัตถุดิบอื่นเพิ่ม’
นางเดินไปด้วย คิดไปด้วยว่าจะใช้เงินไปกับอะไรบ้าง นางใช้เงินครึ่งหนึ่งไปกับการซื้ออาหารและวัตถุดิบ อีกครึ่งที่เหลือคือกำไรสุทธิของนาง ลองคำนวณดูแล้วก็ถือว่าค่อนข้างเยอะเลย นี่ทำให้นางดีใจยิ่งกว่าเดิม
นอกจากนี้ จากผลตอบรับที่เถ้าแก่หวางบอกมาแล้ว เหมือนว่าจะมีคนเปิดใจให้น้ำพริกมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเต้าเจี้ยวเผ็ดก็เป็ที่ชื่นชอบมากของทุกคน สาเหตุเป็เพราะหลี่อันหรานคอยรวบรวมข้อมูลด้านรสชาติและรสนิยมของคนในพื้นที่อยู่ตลอด คอยปรับปรุงส่วนผสมและกรรมวิธี นี่จึงทำให้รสชาติเป็ที่ถูกปากของคนในท้องที่มากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น ไม่ว่าจะชาวบ้านธรรมดาหรือผู้มีอันจะกินก็เริ่มชอบน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดกันแล้วทั้งสิ้น
ลูกค้าบางคนถึงขั้นขอซื้อน้ำพริกทั้งโถจากเถ้าแก่หวาง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหลี่อันหรานดีใจเพียงใดเมื่อได้ยินแบบนี้
